‘ของแพง’ ไปทั่วทั้งแผง ‘across the board’ ก๋วยเตี๋ยวริมทาง-ข้าวแกงปากซอย ขอขึ้นราคา ๕ บาททุกอย่าง แต่ก๋วยเตี๋ยวหมูปากซอยพหลโยธิน ๑๑ ไม่กล้าขึ้นราคา ต้องใช้วิธีลดปริมาณลงนิด THE STANDARD รายงานเมื่อสามวันก่อน
ไม่เพียงแต่หมูยังแพงต่อเนื่อง ตอนนี้ไก่-ปลาตามแห่ด้วย (เรื่องเล่าเช้านี้) บิลลี่ โอแกน ดันบอกชาวบ้านเลิกกินหมูสักพัก จะพลอยได้บุญแล้วหุ่นดีอีกต่างหาก จึงโดน Preeya Luck ทักแรง “ถ้าไก่แพง ปลาแพงอีกก็แดกอาหารเม็ดแทนไปเลย แก้ที่เราก่อน อิเวง”
นั่นละท่านผู้ชม ก็ยังไม่เห็นทั่นผู้นัมบ์สั่งทหารเลี้ยงหมูบ้าง กองบัญชาการกองทัพไทยก็เลยสบายใจ เมื่อวานซืนมีหนังสือด่วนที่สุดแจ้งวโรกาสเข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี คล้ายวันประสูติ ณ วังศุโขทัย ๕ โมงเช้าวันนี้ (๘ มกรา)
กำชับในข้อ ๒.๓ “จัดเตรียมแค้ชเชียร์เช็ค สำหรับทูลเกล้าฯ ถวาย” ด้วยนะอย่าลืมเชียว พอดีตรงกับวันเด็กแห่งชาติ ใครต่อใครมอบ ‘คำขวัญ’ ให้กับเด็กกัน แต่เด็กเขาบอกอยากได้ ‘ของขวัญ’ เหมือนอย่างเจ้าฟ้า ‘กบ’ ได้บ้างน่าจะดี
ส่วน ๔ จตุรเทพ ที่ยังอยู่ในเรือนจำอุตส่าห์ให้คำขวัญวันเด็กไว้ด้วย คือ “ไม่ยืนในโรงหนัง รวมพลังปฏิรูปสถาบันฯ และสร้างสรรค์ประชาธิปไตย” ทั้งๆ ที่ ‘ชายสี่’ เวอร์ชั่น ‘ราษฎร’ อันได้แก่ เพ็นกวิ้น ไม้ค์ ไผ่ และอานนท์
ซึ่งตอนนี้ ‘ทนายน้อย’ หนึ่งในพวกเขากำลังป่วย ยังไม่ปรากฏว่าได้รับการตรวจ-รักษา ตามสภาพอันควร จน ชำนาญ จันทร์เรือง เปิดฉากรณรงค์ “อย่าให้ซ้ำรอยอากง #saveอานนท์” ขึ้นแล้ว ด้วยว่าเกรงเขาจะติดโควิดเข้าให้อีกรอบ
ยิ่งไอ้โควิดระลอกใหม่นี้ รมว.สาธารณสุข ออกมาบอกว่าตัวที่กำลังระบาดอย่างรวดเร็วด้วยปฏิกิริยาเร่งในไทยนั้น ไม่เพียงกลายพันธุ์ใหม่ ‘ออมมิครอน’ ตัวเดียวเท่านั้น ตัวเดิมที่แรงกว่า ‘เดลต้า’ ยังไม่ไปไหน เข้าร่วมเป็นแท็คทีมผสมโรงด้วย
อันไวรัสโควิดสองประสาน ออมมิครอน-เดลต้า นี้เมื่อเดือนกว่าๆ มานี้ ตอนที่เริ่มระบาดในสหรัฐใหม่ๆ ทางศูนย์ควบคุมโรค ‘ซีดีซี’ บอกว่าถ้าร่วมกันโจมตีจะส่งผลรุนแรงว่าตัวใดตัวหนึ่งเพียงตัวเดียว (ออมมิครอนนั้นไม่แรงเท่าเดลต้า แต่ติดง่ายกระจายเร็วกว่า)
นี่ไม่ได้เขียนเสือให้วัวกลัว หรือ ‘cry wolf’ แต่อย่างใด ด้วยประสิทธิภาพการบริหารจัดการรับมือโรคระบาดของรัฐบาลตู่ ทำให้ไว้ใจอะไรไม่ได้เท่าไรนัก สถิติการติดเชื้อและตายในไทยตั้งแต่ขึ้นปีใหม่เป็นต้นมา จาก ๓ พันราย ตายสิบ อยู่ในระดับนี้
มาจนถึงวันที่ ๕ จำนวนติดเชื้อใหม่เกือบ ๔ พัน ตาย ๑๙ ราย พอวันที่ ๖ จำนวนคนติดเพิ่มกระโดจาก ๓,๘๙๙ ไปเป็น ๕,๗๗๕ จนถึงเมื่อวาน เพิ่มเป็น ๗,๕๒๖ ราย ตาย ๑๙ พอวันนี้จำนวนติดเพิ่มกระโดดต่อไปอีกเป็น ๘,๒๖๓ ราย ถึงตาย ๑๔ คน
นั่นเป็นตัวเลขเฉพาะการตรวจแบบ ‘พีซีอาร์’ เพราะ ศบค.ไม่ยอมนับผลการตรวจแบบพกพา ‘เอทีเค’ อีก ๑,๗๖๖ รายเข้าไปด้วย ไม่เช่นนั้นเกินหมื่น ถึงอย่างนั้น กรมควบคุมโรคก็ยังแจ้งผลรวมผู้ติดเชื้อไว้ที่ ๙,๕๐๘ รายในตอนแรก ก่อนแก้ไขตาม ศบค.
เห็นความลักลั่นไม่ได้มาตรฐาน ในการจัดการกับปัญหาโควิดของรัฐบาลประยุทธ์ อีกแล้ว หรือยัง ทั้งที่ตั้งตัวตั้งการ์ดกันมาแล้วเป็นเดือน เอาเข้าจริง ‘ขาดตก’ อยู่ดี รวมทั้ง #แซนด์บ็อกโมเดล ที่ภูเก็ต คุยนักคุยหนาว่าเจ๋ง ต่างประเทศชม ที่ไหนได้
นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตแถลงว่า “ในเดือนมกราคม ๒๕๖๕ ภูเก็ตน่าจะได้รับนักท่องเที่ยวเฉลี่ยประมาณ ๓,๕๐๐-๔,๐๐๐ คน ตรงจากต่างประเทศเข้ามา...เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้นมีนักท่องเที่ยวที่มีเชื้อเพิ่มขึ้นเช่นกัน”
แต่ว่า “โรงพยาบาลตอนนี้ห้องเต็ม ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน” นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม แนะให้แยกไปเข้า ‘ฮอสปิเทล’ บ้าง ซึ่งต้องมีการปรับพื้นที่ “บางฟลอร์บางตึกปรับเป็นโฮเทลไอโซเลชั่น...วิงวอนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยเฉพาะโรงแรม” ช่วยกัน
แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน รอหลังวันที่ ๑๕ จำนวนนักท่องเที่ยวเข้าภูเก็ตจะลดลง อีกทั้งหวังว่าภายใน ๑ อาทิตย์ข้างหน้า ภูเก็ตจะไม่เดินตามอย่างบางแสน พัทยา ที่เป็นแหล่งติดโควิดขนาดใหญ่นำหน้าพื้นที่อื่นอยู่ขณะนี้
(https://www.prachachat.net/local-economy/news-835490 และ https://www.prachachat.net/general/news-837525)