วันศุกร์, กันยายน 30, 2554

นัดพิพากษาคดี ‘ลุง SMS’ 23 พ.ย. ไม่มีพยานผู้เชี่ยวชาญกล้าเบิกความคดีหมิ่นฯ


ที่มา ประชาไท
30 กันยายน 2554

30 ก.ย.54 ห้องพิจารณาคดี 801 ศาลอาญา ถนนรัชดาฯ มีการสืบพยานในคดีที่พนักงานอัยการฟ้อง นายอำพล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี เป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่น หมิ่นประมาท แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินีฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จฯ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 กรณีที่มีการส่งข้อความสั้น (SMS) เข้าสู่โทรศัพท์มือถือนายสมเกียติ ครองวัฒนสุข เลขานุการส่วนตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 4 ครั้ง ในวันที่ 9, 11, 12, 22 พ.ค.53 ในช่วงเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งมีเนื้อหาเข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

โดยในวันนี้เป็นการสืบพยานจำเลย 3 ปาก ได้แก่ ตัวจำเลย หลานสาววัย 11 ปีของจำเลย และนางสาวพูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายจำเลย โดยศาลมีคำสั่งเบิกตัวจำเลยจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เข้าให้การ ภายในห้องพิจารณามีผู้สนใจฟังการสืบพยานราว 20 คน รวมถึงครอบครัวจำเลยซึ่งประกอบด้วย ภรรยา ลูกสาว 3 คน และหลานสาวอีก 4 คน อายุ 4-11 ปี

ทั้งนี้ ศาลนัดพิพากษาในวันที่ 23 พ.ย.54 เวลา 9.00 น. ห้องพิจารณาคดี 801

จำเลยเบิกความว่าไม่ได้เป็นผู้ส่งข้อความดังกล่าว และระบุว่า ทำงานขับรถส่งของมากว่า 20 ปี ก่อนจะออกมาอยู่บ้านเลี้ยงหลานๆ ราว 10 ปี ไม่ทราบว่าเบอร์ที่ส่งข้อความดังกล่าวเป็นของใคร และไม่เคยทราบเบอร์โทรของเลขานุการส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีมาก่อน อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าโทรศัพท์ของกลางเป็นของจำเลยจริง ซึ่งมักจะเอาไว้ในตู้ที่บ้าน บางครั้งก็นำติดตัวไปข้างนอกด้วย เป็นโทรศัพท์ที่ได้มาตั้งแต่ปี 2551 ใช้จนกระทั่งเครื่องเสีย และนำไปซ่อมในช่วงเดือน เม.ย. หรือ พ.ค. 53 จำไม่ได้แน่ชัดว่าวันใด เมื่อนำกลับมาใช้ได้พักหนึ่งก็เสียอีกในช่วงก่อนถูกจับกุมประมาณ 1 เดือน จากนั้นตนจึงนำซิมมาใส่เครื่องของภรรยา

เขาเบิกความอีกว่า ในวันจับกุม (3 ส.ค.53) เวลาประมาณ 5.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกมาที่ห้องเช่าเพื่อจับกุมเขา และถามถึงโทรศัพท์มือถือที่ใช้ เมื่อนำเครื่องที่ใช้อยู่ซึ่งเป็นของภรรยามาให้ ตำรวจได้ถามถึงเครื่องอื่นๆ เขาจึงเดินเข้าไปหยิบเครื่องที่เสียและวางในตู้ให้เจ้าพนักงานด้วยตนเอง

จำเลยเบิกความตอบทนายถามเรื่องสถาบันฯ ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า จำเลยเคารพและเทิดทูนสถาบันกษัตริย์ และรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งกับเรื่องที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาจำเลยเคยพาหลานๆ ไปลงนามถวายพระพรที่ รพ.ศิริราช ในช่วงปิดเทอม ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพของพระเจ้าพี่นางเธอฯ จำเลยก็ได้ไปร่วมด้วย

อัยการถามค้านว่าในวันเกิดเหตุจำเลยอยู่ที่ใด จำเลยตอบว่าจำไม่ได้ เมื่อถามว่าภายในบ้านมีบุคคลอื่นเข้าออกได้หรือไม่ จำเลยตอบว่ามีเพื่อนๆ ของภรรยาที่เข้าออกบ้านเป็นประจำ

ด.ญ. เอ (นามสมมติ) หลานสาววัย 11 ปีของจำเลย เบิกความต่อศาลผ่านนักจิตวิทยาว่า จำเลยเคยพาไปลงนามถวายพระพรในหลวงเมื่อปี 2552 และที่ผ่านมาไม่เคยเห็นจำเลยใช้โทรศัพท์มือถือส่ง SMS ใช้แต่เพียงรับสายโทรเข้า และโทรออกโดยดูเบอร์ต่างๆ ที่จดไว้ในสมุด

ทนายจำเลยเบิกความว่า ได้ติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโทรคมนาคมประมาณ 4 คน ทั้งนักวิชาการและช่างซ่อมโทรศัพท์มือถือ โดยพยายามติดต่อนับสิบครั้งเพื่อให้มาเป็นพยานในคดีนี้ ทุกคนยินดีให้ข้อมูลแต่ไม่มีใครกล้ามา จึงต้องสอบถามข้อมูลและมาเบิกความเป็นพยานเอง โดยข้อค้นพบที่ได้จากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญและการค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตพบว่า เลข EMEI (อีมี่) ซึ่งเป็นเลข 15 หลักเฉพาะของโทรศัพท์มือถือแต่ละเครื่อง ซึ่งตำรวจใช้เป็นหลักฐานในคดีนี้นั้น สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แม้โดยหลักการจะออกแบบมาเฉพาะแต่ละเครื่อง เมื่อสอบถามช่างซ่อมมือถือก็ระบุว่า หากมีเครื่องมือและโปรแกรมเฉพาะก็สามารถแก้ไขได้ โดยใช้เวลาเฉลี่ยเพียงครึ่งชั่วโมง แต่ต้องแก้ให้เป็นเลขที่มีอยู่ในระบบของเครือข่ายต่างๆ อยู่แล้ว ซึ่งในอดีตนั้นคนจะแก้เลขอีมี่เพื่อทำให้โทรศัพท์ที่ใช้ไม่ได้กับบางระบบสามารถใช้การได้ หรือบางกรณีก็ลักลอบแก้ไขเพื่อให้หาหลักฐานติดตามตัวไม่ได้

ทนายจำเลยกล่าวต่อว่า ส่วนเลข 15 หลักนั้นจากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญและศึกษาเองพบว่า เลขหลักสุดท้ายเรียกว่า check digit ซึ่งจะตรวจสอบความถูกต้องของเลข 14 หลักแรก แต่ผู้ให้บริการในเมืองไทยจะเก็บตัวเลขเพียง 14 หลัก ซึ่งหากมีโทรศัพท์ที่หมายเลขอีมี่ตัวเลขสุดท้ายแตกต่างกัน ระบบก็จะประมวลผลเสมือนว่าเป็นเครื่องเดียวกันได้ ทั้งนี้ พยานได้นำส่งเอกสารข้อมูลจากเว็บไซต์วิกิพีเดียที่อธิบายเรื่องนี้ด้วย

ขณะที่ก่อนหน้านี้พยานฝ่ายโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่จากบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ทั้งดีแทคและทรู ให้การตรงกันว่า บริษัทเก็บข้อมูลอีมี่เพียง 14 หลัก เพราะหลักสุดท้ายไม่มีความสำคัญ และระบบจะกำหนดให้เองอัตโนมัติ โดยเจ้าหน้าที่จากดีแทคระบุว่าหมายเลขอีมี่ไม่สามารถแก้ไขได้ แต่เจ้าหน้าที่จากทรูระบุว่าหมายเลขอีมี่นั้นสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ ส่วน พ.ต.อ.ศิริพงษ์ ติมุลา ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโทรคมนาคมและหัวหน้าชุดสืบสวนคดีนี้ จาก กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ระบุว่า การเก็บหลักฐานหมายเลขอีมี่ 14 หลักของบริษัทผู้ให้บริการนั้นเป็นหลักการที่ทำกันโดยทั่วไปและอีมี่จะไม่ซ้ำกัน อย่างไรก็ตาม เลขอีมี่สามารถแก้ไขได้ และจะต้องปรากฏในระบบ

ส่วน ร.ต.อ.ศักดิ์ชัย ไกรวีระเดชาชัย พนักงานสืบสวนจาก ปอท. ให้การว่า หมายเลขที่ส่งข้อความนั้นเป็นโทรศัพท์มือถือระบบเติมเงิน ไม่สามารถตรวจสอบเจ้าของได้ จึงตรวจสอบอีมี่เครื่องกับบริษัทผู้ให้บริการต่างๆ จากนั้นนำเลขอีมี่ไปตรวจสอบกับเครือข่ายต่างๆ อีกว่าเครื่องนี้ใช้กับเบอร์ใดบ้าง เมื่อพบว่ามีหมายเลขของทรูที่ใช้ปรากฏอีมี่นี้ จึงตรวจสอบว่าเบอร์ดังกล่าวติดต่อกับใคร แล้วออกหมายเรียกผู้นั้นมาสอบสวน นอกจากนี้ยังมีการนำข้อความ SMS ดังกล่าวไปสอบถามกับ นายธงทอง จันทรางศุ และผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา ซึ่งระบุตรงกันว่าข้อความดังกล่าวเข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

หมายเหตุไทยอีนิวส์ ความรู้สึกของบก.ต่อเหตุการณ์ดังกล่าว รู้สึกสงสารผู้ต้องหาเป็นอย่างมาก และเห็นถึงความไร้ประโยชน์ของกฏหมายดังกล่าวที่มีโทษรุนแรงเกินกว่าเหตุ และกฏหมายดังกล่าวถือเป็นกรรมหนักที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง ที่ไปกักขัง ควบคุมเขา กระทำให้ปราศจากอิสรภาพ เขาต้องพรากลูก พรากหลาน ด้วยเหตุผลที่ไม่เพียงพอด้วยกรรมที่กระทำทางวาจา

เบอร์ฉุกเฉินสำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วมเชียงใหม่

คลิ้กที่ภาพเ้พื่อขยายใหญ่อ่านง่ายขึ้น

นปช.ยุโรปหนุนคณะนิติราษฎร์

เชิญเข้าร่วมกิจกรรม มั่นใจคนไทยเกิน 1 ล้านสนับสนุนข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ ทางเฟซบุ๊ค(คลิ้กเพื่้อเข้าไปกดถูกใจ)

โดย นปช.สหภาพยุโรป

พวกเราในนามของ UDD THAI OF EUROPE หรือ นปช.อียู ซึ่งได้อาศัยอยู่ในแผ่นดินที่เป็นประชาธิปไตยโดยแท้จริง ถีงแม้นว่าเราจะมีความสุขสบายภายในประเทศเหล่านี้ แต่พวกเราไม่เคยลืมถิ่นกำเนิด ทั้งยังรักและหวงแหนยิ่ง

พวกเรารู้สึกเจ็บปวด และอับอาย ต่อนานาอารยประเทศ ในเหตุการณ์ รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยกลุ่มบุคลที่เรียกตัวเองว่า คณะ คมช ซึ่งกลุ่มดังกล่าว ได้อ้างเหตุผลในการทำรัฐประหาร อย่างไร้สำนึกของความเป็นชายชาติทหาร โดยการกล่าวเท็จ ใส่ร้าย รัฐบาลที่มาจากเสียงของประชาชนในขณะนั้น ที่ชนะการเลือกตั้งเข้ามาทำหน้าที่ในการบริหารประเทศด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น เพียงเพือหวังความชอบธรรมในการก่อการรัฐประหารของตน โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของประชาชนในประเทศ และไม่อับอายต่อสายตาของชาวโลกที่รับรู้การกระทำอันน่ารังเกียจนี้

ผลพวงจากการรัฐประหารครั้งนี้ ได้ก่อให้เกิดรัฐธรรมนูญฉบับอัปยศที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศ และมีปัญหาตามมามากมาย อันนำมาสู่การสูญเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสูญเสียชีวิต การบาดเจ็บของประชาชนผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและทรัพย์สินอีกจำนวนมหาศาล ดังที่ปรากฏและรับทราบโดยทั่วกันแล้ว

พวกเราคนไทยในภาคพื้นยุโรป (UDD THAI OF EUROPE ) ติดตามผลงานของท่านมาตลอด และรู้สึกชื่นชมความเป็นนักวิชาการที่กล้าหาญ เป็นตัวของตัวเอง เคารพในวิชาชีพไม่เกรงกลัวต่ออำนาจใดๆ การที่ท่านได้นำปัญหาอันเป็นผลพวงจากการรัฐประหารปี พ.ศ. 2549 มาวิเคราะห์และสังเคราะห์เป็นข้อเสนอ 4 ประการ ในแถลงการณ์ฉบับล่าสุดนั้น ย่อมแสดงถึงจิตใจอันงดงามของนักวิชาการที่ไม่ทำงานเฉพาะหน้าที่ให้ความรู้ในมหาวิทยาลัย เท่านั้น แต่ยังนำความรู้มาใช้เชิงสร้างสรรค์ในการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนและสังคมโดยรวมอีกด้วย

ดังนั้น พวกเราจึงขอขอบคุณในความกล้าหาญของคณะนิติราษฎร์ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นซึ่งเป็นการจุดประกายความหวังให้กับคนไทยผู้รักประชาธิปไตย ความถูกต้อง ความยุติธรรม และเชื่อว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนให้กับประเทศด้วย

แม้ว่า ข้อเสนอทั้ง 4 ข้อดังกล่าว อาจจะใช้เวลานานในการบรรลุเป้าหมาย แต่พวกเราเชื่อว่าท่านจะนำพวกเราฝ่าฟันไปได้ พวกเราไทยเรดอียูขอสนับสนุนและเป็นกำลังใจ

“ ไม่มีพลังอะไรจะยิ่งใหญ่กว่าพลังของประชาชน “

UDD THAI OF EUROPE

ภาพประกอบ:การ์ตูนเซีย ไทยรัฐ

**********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:"สมคิด" ลบ "ผลพวงคำถามถึงนิติราษฎร์" เกลี้ยงเฟซบุ๊ก อ้างไม่ยอมให้ใครเอา "ปรีดี" มาเล่น

5ปีสามัญชนผู้ยิ่งใหญ่ขับTAXIขยี้รถถัง


ที่มา เฟซบุ๊ค Bus Tewarit

วันนี้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว "แท้กซี่ขยี่รถถัง" วันแห่งการต่อสู้เชิงสัญญาลักษณ์ เมื่อรถแท็กซี่ สัญญลักษณ์สามัญชนผู้ให้บริการประชาชน ชนรถถังผู้ยึดอำนาจประชาชน 30 กันยายน พ.ศ. 2549
นายนวมทอง ไพรวัลย์ ซึ่งเป็นอดีตพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บางกรวย ได้ขับรถยนต์แท็กซี่ โตโยต้า โคโรลล่า สีม่วง ทะเบียน ทน 345 กรุงเทพมหานคร ของบริษัท สหกรณ์แหลมทองแท็กซี่ จำกัด พุ่งเข้าชนรถถังเบา M41A2 Walker Bulldog ป้ายทะเบียนตรากงจักร 71116 ของคณะปฏิรูปฯ และได้รับบาดเจ็บสาหัส

หลังจากนั้น พ.อ.อัคร ทิพโรจน์ รองโฆษก คปค. ได้ปรามาสลุงไว้ว่า
"ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้"

1 เดือนต่อมา คืนวันที่ 31 ตุลาคม นายนวมทองผูกคอตายกับราวสะพานลอย บริเวณถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาออก เยื้องกับที่ตั้งสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ (บริษัท วัชรพล จำกัด) โดยในจดหมายลาตายระบุว่า ต้องการลบคำสบประมาทของ พันเอก อัคร ทิพโรจน์ รองโฆษก คปค.

ในคืนที่นายนวมทองแขวนคอตาย เขาตั้งใจสวมเสื้อยืดสีดำ สกรีนข้อความเป็นบทกวี ที่เคยใช้ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ด้านหน้า เป็นบทกวีของรวี โดมพระจันทร์ และ ด้านหลัง เป็นบทกวีของกุหลาบ สายประดิษฐ์ ข้อความว่า
"อันประชา สามัคคี มีจัดตั้ง เป็นพลัง แกร่งกล้า มหาศาล แสนอาวุธ แสนศัตรู หมู่อันธพาล ไม่อาจต้าน แรงมหา ประชาชน"

เพลงวันของเรา โดยจิ้น กรรมาชน ซึ่งจิ้น ได้จึงส่งผ่านบทเพลง ‘วันของเรา’ ให้ประชาไท เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมอุดมการณ์ประชาธิปไตยกับลุงนวมทอง และเพื่อจะบอกว่า ‘วันของเรา’ ไม่ควรจะต้อง ‘รอ’ อีกต่อไป ฟังเพลงที่ http://www.youtube.com/watch?v=ibRwZ1ApIeI&feature=player_embedded



ฟังเสียงลุงนวมทอง(ก่อนเสียชีวิต)



รำลึกลุงนวมทอง


source : http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=inthedark&month=31-10-2007&group=22&gblog=20

งานถ้อยคำรำลึก " ลุงนวมทอง ไพรวัลย์ "

31 ตุลาคม นี้ เวลา · 8:00 - 22:00

[เช้า]สะพานลอยไทยรัฐ - [เย็น]อนุสรณ์สถาน14ตุลา
สร้างโดย
Thailand Mirror
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/event.php?eid=171482992930658

หมายเหตุไทยอีนิวส์:หลังลุงนวมทอง ได้เสียสละเพื่อประชาธิปไตยไป 5 วัน ไทยอีนิวส์ได้ก่อกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2549 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานภารกิจสามัญชนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และเป็นการอุทิศให้แก่วีรประชาชนท่านนี้

*********


เขาชื่อ..นวมทอง

นวมทองขอพลีชีพ จุดประทีปแห่งสมัย
เกิดมาเื่พื่อรับใช้ พิทักษ์ไว้อุดมการณ์

เชื่อมั่นต่อจุดยืน เขาลุกขึ้นอย่างกล้าหาญ
คัดค้านเผด็จการ รัฐประหารน่าชิงชัง

เป็นเพียงสามัญชน พุ่งรถยนต์ชนรถถัง
หนึ่งคนมิอาจยั้ง เกินกำลังจะประลอง

วีรชนไม่ตายเปล่า หากปลุกเร้าเราทั้งผอง
คนซื่อชื่อนวมทอง จักเรียกร้องความเป็นธรรม


ด้วยจิตคารวะ
จิ้น กรรมาชน
2 พ.ย. 2549

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง:35ปีเก้าอี้รีเทิร์น

35ปีเก้าอี้ตัวนั้นรีเทิร์น-35ปีที่แล้วด้วยการปลุกเร้ามวลชนให้มองนักศึกษา-ผู้เรียกร้องประชาธิปไตย"เป็นอื่น"ที่ไม่ใช่คนไทยด้วยกัน ทั้ง คอมมิวนิสต์คิดร้ายทำลายชาติ,เป็นพวกญวนแฝงตัวมา ทำให้เกิดโศกนาฎกรรม 6 ตุลา 2519 ในพ.ศ.นี้การปลุกเร้าผ่าน"วิทยุยานเกราะ-นสพ.ดาวสยามยุคใหม่"และมวลชนลส.ชบ.ออนไลน์ เครือข่ายนวพลอินเตอร์เน็ต และพ.อ.อุทารยุคดิจิตัลเต็มคลื่นเต็มหน้าปัทม์เต็มจอไปทุกด้านให้มองเห็นคนเสื้อแดงที่เรียกร้องประชาธิปไตย"เป็นอื่น" เราจะหลีกเลี่ยงโศกนาฏกรรมซ้ำรอยกันอย่างไร....?

โดย นักข่าวชา่วรากหญ้า
30 กันยายน 2554

30 กันยายน-คาราวาน นปช. ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
นำโดย แกนนำ นปช. ครบทีม จตุพร พรหมพันธุ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ, นพ.เหวง โตจิราการ, พายัพ ปั้นเกตุ, ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์, วรชัย เหมะ พร้อมแกนนำทุกคน
รถออกจากตึกกองทุนยุติธรรม ถนนงามวงศ์วาน หลังสถานีรถไฟบางเขน 08.00 น วันศุกร์ที่ 30 กันยายน 2554.ไปที่ สิงห์บุรี และลพบุรี สงสัยติดต่อ ข้าวเหนียว 086-0937706, คุณนิด 085-953-0227 หรือ คุณจุ๋ม 088-531-7557 แผนที่ตึกกองทุนยุติธรรมตามนี้ครับ
http://www.facebook.com/photo.php?fbid=10150307654450759&set=a.365083640758.167085.692245758&type=1&theater***

+
คลิปน้ำท่วมเชียงใหม่ 29 ก.ย. โดยชมรมร่มบินเชียงใหม่

1ตุลาคมคอนเสิร์ต+ทอล์กโชว์ช่วยน้ำท่วม

วันเสาร์ที่1 ตุลาคมนี้ อิมพีเรียล (ลาดพร้าว) ชั้น5 ฮออล์ เวลา 13.00-20.00น บ่ายโมงตรงถึงสองทุ่ม พบคอนเสริต์และทอล์คโชว์ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม นำโดย นักร้องคุณภาพ ป้อม กรองทอง อดิศร เพียงเกษ ทอม ดันดี พระมหาโชว์ (เทศน์ธรรมะ) เต้ มดแดง
อ้น ชัยนรินทร์ ( รายได้และการบริจาคสิ่งของนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย) ***

ยิ่งลักษณ์พบประชาชนประเดิมออนแอร์1ตุลาคม


น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะจัดรายการพบประชาชน เบื้องต้นคาดว่าจะใช้ชื่อ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" เริ่มตั้งแต่เวลา 08.30 -09.00 น. โดยจะออกอากาศทางวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ในวันเสาร์ที่ 1 ต.ค. นี้ ทั้งนี้ในช่วงเวลาเดียวกันทางโทรทัศน์ช่อง 11 ก็จะมีการปล่อยเสียงของนายกรัฐมนตรี ด้วย โดยจะเผยแพร่ภาพภาระกิจของนายกฯขึ้น แทนภาพในการจัดรายการ***

2 ตุลาคม วันอาทิตย์สีแดงกับทนายเ้สื้อแดง

คุยกันวันอาทิตย์สีแดง วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม 2554 ชั้น 5 อิมพีเรียลลาดพร้าว พบกับสมบัติ บุญงามอนงค์-อานนท์ นำภา ทนายคนเสื้อแดง ร่วมพูดคุยในรายการ Sunday Talk "คุยกันวันอาทิตย์สีแดง" ครั้งเดียวที่เขาจะพูด***

3 ตุลาฯเจ๊ดา-ผู้หญิงแกร่งมอบตัวสู้คดี อาจารย์จรัลอาจมอบตัวช่วงเดียวกัน
สาวผมแดง-เจ๊ดา ดารณี กฤตบุญญาลัย สา่วไฮโซผู้ไม่เพียงสร้างสีสันอันสดใสให้แก่เวทีเสื้อแดง แต่เป็นหญิงแกร่งหัวใจน่ากราบที่รอดตายจากสมรภูมิราชประสงค์ วันที่19พฤษภา53เธอใส่ชุดขาวเพื่อเตรียมตัวตาย แต่สถานการณ์พลิกผันให้ต้องไปเป็นนักเรียนนอกมาปีเศษ จะเข้ารับทราบข้อกล่าวหาฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉินที่สน.ลุมพินี

ช่วงเดียวกันนี้มีรายงานข่าวอาจารย์จรัล ดิษฐาอภิชัย นักวิชาการนักสิทธิมนุษยชนแกนนำคนเสื้อแดงเข้ารับทราบข้อกล่าวหา พร้อมขอประกันตัวสู้คดีต่อไป สำหรับกี้ร์-อริสมันต์ยังไม่ชัีดเจน ส่วนจักรภพ เพ็ญแข ขอเ้ป็นนักเรียนนอกต่อไปพลางๆ***

6 ตุลาคม กิจกรรมรำลึก 35 ปี 6 ตุลา”



ปีนี้เป็นครบวาระ 35 ปี แห่งการถูกล้อมปราบ สังหารโหดในปีนี้ ทางคณะกรรมการกำหนดจัดงาน ในวาระ 35 ปี 6 ตุลาที่ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ ดูคลิปแถลงข่าวรายละเอียดงาน และไปพบกับUNSEEN 6 ตุลาฯ รวมภาพถ่ายที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อนในรอบ 35 ปี

ขอเชิญร่วมงานสัปดาห์รำลึก 35 ปี 6 ตุลา ระหว่างวันที่ 1-14 ตุลาคม 2554

จัดโดย องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(ท่าพระจันทร์)
โครงการกำแพงประวัติศาสตร์:ธรรมศาสตร์กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
และเครือข่ายเดือนตุลา
ร่วมกับ กลุ่มประชาคมจุฬาเพื่อประชาชน(CCP)
กลุ่มประชาคมธรรมศาสตร์คัดค้านอำนาจนอกระบบ(TCAD)
กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย(LLTD)
กลุ่มเสรีเกษตรศาสตร์(LKS)
กลุ่มประชาคมมหิดลเสรีเพื่อประชาธิปไตย(FMCD)

กำหนดการ สัปดาห์รำลึก 35 ปี 6 ตุลา ประชาธิปไตยประชาชน ณ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์


1-14 ตุลา นิทรรศการภาพจิตรกรรมการเมือง ณ หอสมุดปรีดี พนมยงค์

2 -9 ตุลา สัปดาห์ “ ตุลารำลึก” หนังสือการเมือง และ นิทรรศการหนังสือต้องห้าม ณ บริเวณ ลานโพธิ์ ติดประตูท่าพระจันทร์

วันอังคารที่ 4 ตุลา ณ ลานโพธิ์
13.00 น. “ละครแขวนคอ” ชนวนเหตุอาชญากรรมรัฐ 6 ตุลา 19 โดย ประกายไฟการละคร

วันพุธที่ 5 ตุลา ณ หอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์
14.00 น. - 16.30 น. ละครเวที “ แค้น” โดย กลุ่มละครกุหลาบแดง
16.30 น. - 18.00 น. เสวนา “จากพ่อจารุพงษ์ ถึง แม่น้องเกด” ดำเนินรายการโดย สมบัติ บุญงามอนงค์ (บก.ลายจุด)
18.00 น. - 22.00 น. คอนเสิร์ตรำลึกวีรชนเดือนตุลา
21.00 น. – 22.00 น. ละคร “อุโมงค์ตึกโดม” โดย ประกายไฟการละคร

วันพฤหัสที่ 6 ตุลา ณ สวนประวัติศาสตร์ หน้าหอประชุมใหญ่
05.00 น. - 06.00 น. ละครสะท้อนความจริงเช้ามืดของวันที่ 6 ตุลา 2519 “ ก่อนอรุณจะร่วง” โดยประกายไฟการละคร
07.00 น.- 07.30 น. พิธีตักบาตรพระสงฆ์ 36 รูป
07.30 น.– 09.00 น. พิธีวางพวงมาลา ณ ประติมานุสรณ์ 6 ตุลาคม และ กล่าวสดุดี โดยตัวแทนฝ่ายต่างๆ
- กรรมการญาติวีรชน
- ตัวแทน 18 ผู้ต้องหา
- องค์กรประชาธิปไตย
- อมธ. สภานักศึกษา
- ตัวแทนองค์กรร่วมจัดงาน ฯลฯ
09.00 น. - 10.00 น. กวี และนาฏลีลา รำลึกวีรชน 6 ตุลา
10.00 น. - 11.30 น. ปาฐกถาพิเศษ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ณ ห้องจี๊ด คณะนิติศาสตร์

11.30 น. - 12.30 น. การแสดง ณ สนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ละครเรื่อง "เก้าอี้"จากกลุ่มประกายไฟ และ Action ของนักศึกษาจากกลุ่มต่างๆ อ่านบทกวี ร้องเพลง และโปรยดอกกุหลาบ
13.00-14.30 เสวนา มุมมองของนักศึกษากับเหตุการณ์6ตุลาฯ ห้อง จี๊ด เศรษฐบุตร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
- เสกสรร อานันทศิริเกียรติ - นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะรัฐศาสตร์ ภาควิชาการปกครอง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- รักษ์ชาติ์ วงศ์อธิชาติ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะศิลปศาสตร์ ภาควิชาอังกฤษอเมริกันศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ปณิธาน พฤกษาเกษมสุข นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
14.30-17.00 เสวนาจากนักวิชาการ "จาก19-54 เส้นทางความยุติธรรมของสังคมไทย"
(วิทยากรอยู่ในระหว่างติดต่อ) ***

15 ตุลาคม เชิญแดงชิคาโก้รวมใจช่วยภัยน้ำท่วม

ชมรมผู้รักประชาธิปไตยร่วมกับ ชาวเสื้อแดงแห่งนครชิคาโก มลรัฐอิลลินอยส์
อีกครั้งหนึ่ง จัดฉลองชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของคนไทยทั่วโลก

ในวาระการคืนสู่ระบบประชาธิปไตย ของประเทศไทย

เชิญพบและสนทนาทาง SKYPE กับ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม พงศ์เทพ เทพกาญจนา และดร.สุนัย จุลพงศธร ส.ส. พรรคเพื่อไทย แถลงความจริงหลาย ๆ อย่างที่น่าสนใจ ปัญหาการจัดตั้งรัฐบาล ฯ

ร่วมรับประทานอาหาร และร้องเพลง เต้นรำ วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พุทธศักราช 2554 ขอเชิญร่วมบริจาคช่วยเหลือผู้ประสพอุทกภัยในเมืองไทย ตามกำลังและอัธยาศัย

ที่ มณีไทย 3558 N. Pulaski. Chicago เวลา 17.00 - 01.00 น. ค่าอาหารท่านละ 25.00 เหรียญ

ติดต่อ ปรีชา ชิคาโก 1-708-903-2216
สมศักดิ์ 847-708-7198
นิวัตร์ 1-773-656-3817
วันนี้ได้โทรศัพท์ไปที่ศูนย์ เยียวยา นปช ชั้น 5 อิมพีเรียล ผมได้แจ้งความจำนง ว่า ผมคือพยานผู้เห็นและอยู่ในเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่รัฐฆ่าประชาชน ในจำนวนคดี 13 ศพ ที่เจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง และได้บอกเจ้าหน้าที่ว่าผมพร้อมที่จะให้ข้อมูลกับตำรวจ เพื่อความเป็นธรรมกับชีวิตของครัวครัวผู้เสียชีวิต บาดเจ็บเหล่านั้น

ผมอยากเห้นวันที่ฆาตกรโดนดำเนินคดี ผมอยากให้คนที่ตายในวันนั้นข้างๆผมได้รับรู้ว่า ผมจะคอยช่วยนาย เพื่อนร่วมอุดมการณ์ ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้นายได้รับความเป็นธรรม ผมจะทำให้ดีที่สุด เพื่อรักษาไว้แห่งประชาธิปไตย และอุดมการณ์อันแน่วแน่ของพวกเรา ตอนนี้นายคงอยู่บนสวรรค์แล้ว ขอให้นนายรับรู้ว่า เพื่อนนายคนนี้ จะทำให้คนที่ฆ่านายได้รับกรรม เราสัญญา

.............แด่นาย ชาติชาย ซาเหลา........วีรชนผู้กล้า (ที่มา:เฟซบุ๊ค ทหารของประชาชน ทหารแตงโม)

เปิดตัวโครงการเส้ินทางสีแดงเพื่อสันติภาพ 3 ประเทศ

กลุ่มเส้นทางสีแดงจะจัดกิจกรรมเส้นทางสีแดงโครงการ 4 ซึ่งเป็นกิจกรรมปั่นจักรยานทางไกล 3 ประเทศเพื่อเยี่ยมเยียนครอบครัววีรชนผู้เสียชีวิต และเพื่อนำความปรารถนาดีจากพี่น้องเสื้อแดงชาวไทยไปมอบให้กับพี่น้องชาวลาวและกัมพูชาเพื่อเป็นเครื่องหมายของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของบ้านพี่เมืองน้อง โดยมีรายละเอียดโครงการดังนี้

ชื่อโครงการ : เส้นทางสีแดงเพื่อสันติภาพ (Red Path for Peace)

เส้นทาง : ราชประสงค์ - เวียงจันทร์ - พนมเปญ ( ผ่าน 29 จังหวัด 3 ประเทศ)

ประเทศไทย : สมุทรปราการ / ฉะเชิงเทรา / นครนายก / สระบุรี (มวกเหล็ก) / นครราชสีมา (ด่านขุนทด) / นครราชสีมา (อ.บัวใหญ่) / ชัยภูมิ / ขอนแก่น (อ.ชุมแพ) / ขอนแก่น / มหาสารคาม / ร้อยเอ็ด / กาฬสินธ์ / อุดรธานี (วังสามหมอ) / อุดรธานี หนองคาย / หนองคาย (อ.ปากคาด) / บึงกาฬ / สกลนคร (อ.พังโคน) / สกลนคร / นครพนม (อ.ธาตุพนม) / มุกดาหาร อำนาจเจริญ / ยโสธร / ศรีษะเกษ (อ.ราศรีไศล อ.เมือง อ.กันทรารมย์ อ.ขุนหาญ เขาพระวิหาร)

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว : เวียงจันทน์

ราชอาณาจักรกัมพูาชา : เขาพระวิหาร / เสียมเรียบ / Banteay Mean Chey / Pousat / Bat Dambang / Kampong Chhang / Phnom Penh

ระยะเวลา : 35 วัน (13 พย-18 ธค.)ระยะทาง : ไม่ต่ำกว่า 2,500 กม.

ท่านที่สนใจจะร่วมกิจกรรม ทั้งร่วมปั่นจักรยาน หรือร่วมเดินทางไปกับกิจกรรมหรือต้องการต้อนรับกิจกรรมในจังหวัดต่างๆ กรุณาติดต่อที่ E-mail : red_truth_only@hotmail.co.th / Facebook : ฟอร์ด เส้นทางสีแดง หรือเส้นทางสีแดงเพื่อวีรชน (กลุ่ม) / skype : ford2511 / โทร 081-5836964***

วันพฤหัสบดี, กันยายน 29, 2554

ยี้คนโขนห่วยขั้นเทวดาส่งไปออสการ์ได้ไง? อุโมงค์ผาเมืองไม่รอดเจ๊งสนิท ป๋าเทพหมาแก่ถึงคิววันนี้

พงษ์พัฒน์(ซ้ายมือ):เวลาที่ผมเล่นไพ่กับเพื่อนแล้วโกง เพื่อนมันก็ด่าผมว่าไอ้เห้...ออฟ แล้วคนที่โกงประเทศชาติเราควรจะเรียกว่าอะไรดี..หลายคนสงสัยเป็นนักแสดงกลัวมั้ย จะโดนอะไรมั้ย ไม่เป็นไรครับ ให้มันรู้กันไป”(ที่มา:ASTVผู้จัดการ)
เทพ โพธิ์งาม(พูดบนเวทีเสื้อหลากสีของหมอตุลย์ เมื่อ16เม.ย.53):บังเอิญว่าผมออกมาซื้อข้าวมันไก่เลยแวะมาที่นี่ ประกอบกับเห็นข่าวแล้วรำคาญกลุ่มคนเสื้อแดง จึงออกมาแสดงพลังด้วย (ภาพข่าว:มติชน)
หมาแก่ อันตราย-เริ่มประเดิมฉายวันที่ 29 กันยายนนี้ การันตีด้วยรางวัลระดับเอเชีย เป็นหนังไตรภาคของ"มือปืนโลก/พระ/จันทร์"นำแสดงโดยเทพ โพธิ์งาม ซึ่งพลิกคาแรกเตอร์ครั้งสำคัญในชีวิต

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
29 กันยายน 2554

คนดูหนังห้องเฉลิมไทย พันทิปยี้ส่งคนโขนไปออสการ์


หลังจากประสบความล้มเหลวในการลงโรงฉายในเมืองไทย (ดูข่าว:ตั้วพ้อพธม.เมินคนโขนรูดม่านวันนี้ ปิดฉากเทศกาลหนังเมืองคลานผลาญเงินภาษีสร้าง-บังคับเด็กดู) ภาพยนตร์เรื่องคนโขน ยังอุตส่าห์ได้รับเลือกจากกระทรวงวัฒนธรรมคัดเลือกไปฉายชิงรางวัลออสการ์ ในสาขาภาพยนตร์ต่างประเทศ ที่อเมริกาในปี2555

โดยให้เหตุผลว่า เพราะเป็นภาพยนตร์ตลาดที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทย ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย มีเนื้อหาสอดแทรกด้วยละครชีวิต และเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับการอุดหนุนจากโครงการไทยเข้มแข็ง ของรัฐบาลด้วย

คนดูหนังที่เข้าไปใช้กระดานสนทนาห้องเฉลิมไทย เว็บไซต์พันทิปได้พากันถกเถียงกันเรื่องนี้อย่างกว้างขวาง และได้ตั้งกระทู้ให้โหวตว่า เห็นด้วยกับการส่ง "คนโขน" ไปชิงออสการ์ปี 55 สาขาหนังต่างประเทศหรือไม่?

ผลโหวตล่าสุด มีผู้เห็นด้วยเพียง 40% ขณะที่มีไม่เห็นด้วยสูงกว่า 60% โดยแสดงความเห็นในทางไม่เห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่

ปัญญาเรณู ดีกว่าเยอะ
คนโขนบอกตามตรงองค์ประกอบหนังยังไม่ได้ และที่สื่อถึงความเป็นไทยคงเป็นแค่ชื่อของหนัง ครับ บอกตามตรงหนังเรื่องนี้ ห่วยขั้นเทวดา ยังไม่ถึงขั้นเทพ ถ้าห่วยขั้นเทพนะถือว่ากรรมการที่คัดเลือกไปต้องไปทำอาชีพกรรมกรแทนละ
-ความเห็นจากเจ้าของกระทู้เรื่อง ผมสงสัยครับว่าทำไมหนังเรื่อคนโขนถึงได้ถูกคัดเลือกไป ออสการ์ใช้เกณฑ์อะไรตัดสิน และเห็นกันยังไงบ้าง


COMING SOON! หนังเทพ โพธิ์งาม เข้าคิวโดนบอยคอต29กันยายนนี้



กระแสการบอยคอตผลงานของดาราศิลปินพันธมิตรในหมู่คนเสื้อแดงยังขยายวงลุกลาม หลังจากมีกระแสคว่ำบาตรหนังเรื่องคนโขนของศรัณยู วงศ์กระจ่าง จนเจ๊ง และหนังเรื่องอุโมงค์ผาเมือง ที่มีพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง แสดงนำ จนล้มเหลวทั้งยอดคนดูและรายได้แล้ว ล่า่สุดมีการก่อกระแสก่อหวอดจะคว่ำบาตรภาพยนตร์เรื่อง หมาแก่ อันตราย ที่นำแแสดงโดยเทพ โพธิ์งาม อีกด้วย โดยภาพยนตร์เรื่องนี้กำหนดเริ่มฉายในวันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน 2554

กลุ่มคนเสื้อแดงให้เหตุผลที่ชวนกันบอยคอตว่า เนื่องจากเทพ นักแสดงนำเรื่องนี้เคยขึ้นเวทีเสื้อหลากสีของหมอตุลย์ แนวร่วมของพันธมิตร ในวันที่ 16 เมษายน 2553 ที่หน้าราบ11 โดยเทพ ได้ขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยอย่างติดตลก ว่า "บังเอิญว่าผมออกมาซื้อข้าวมันไก่เลยแวะมาที่นี่ ประกอบกับเห็นข่าวแล้วรำคาญกลุ่มคนเสื้อแดง จึงออกมาแสดงพลังด้วย"

การกระทำดังกล่าวของเทพ โพธิ์งา่ม เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์นองเลือด 10 เมษายน 2553 มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ทำให้นปช.ประกาศจองกฐินไว้ตั้งแต่เวลานั้นว่า หากเทพมีผลงานแสดงเรื่องใดจะพากันคว่ำบาตร

หนังเรื่องหมาแก่อันตราย เป็นผลงานสร้างของค่ายพระนครฟิล์ม กำกับโดยยุทธเลิศ เป็นหนังไตรภาคต่อเนื่องจากเรื่อง"มือปืน โลก/พระ/จันทร์"โดยภาพยนตร์ที่เทพนำแสดงนี้เป็นแนวดราม่า เรื่องราวของมือปืนชราที่ต้องมีเรื่องเข้าใจผิดกับลูกสาวที่ไม่้รู้ว่าเทพเป็นพ่อเพราะไปติดคุกเสียนาน ทำให้เกิดการห้ำหั่นกันอย่างหนัก เทพต้องรับบทแนวดราม่าอย่างพลิกคาแรกเตอร์ดารารตลกที่คนคุ้นเคยอย่างสิ้นเชิง และเป็นภาพยนตร์ที่ได้รางวัลในเวทีประกวดระดับเอเชียมาแล้ว กำหนดการเข้าฉายวันพฤหัสบดีที่29กันยายนนี้

สงสัยจะประสบชะตากรรมเดียวกับหนังตั้ว-ออฟ

ขณะเดียวกันภาพยนตร์เรื่องอุโมงค์ผาเมือง ส่อแววว่าอาจจะประสบชะตากรรมซ้ำรอยกับภาพยนตร์"คนโขน"ที่ปิดฉากล้มเหลวด้านรายได้ไปก่อนหน้านี้ เพราะถูกกระแสคว่ำบาตรจากคนดู

ภาพยนตร์คนโขน ที่ศรัณยู วงษ์กระจ่าง ผู้สร้าง ผู้กำกับยอมรับว่าทำรายได้น้อยซะยิ่งกว่ารายได้ขั้นต่ำสุดที่คาดไว้ ถูกกระแสคว่ำบาตรจากคนเสื้อแดง และประชาชนที่ไม่พอใจบทบาทของศรัณยูในการร่วมเป็นแกนนำกับพันธมิตรฯยึดทำเนียบรัฐบาล-ยึดสนามบิน

ส่วนภาพยนตร์เรื่องอุโมงค์ผาเมืองมีการก่อกระแสคว่ำบาตรในหมู่คนเสื้อแดงมากพอสมควร โดยเกิดกระแสต้องการให้บทเรียนแก่ผู้แสดงนำรายหนึ่งของเรื่องนี้คือพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ซึ่งเคยกล่าวหาไปในเชิงเปรียบเทียบว่า คนเสื้อแดงเป็นพวกอาศัยบ้านของพ่ออยู่ หากไม่รักพ่อก็ให้ออกไปจากบ้านของพ่อซะ ซึ่งเป็นการสร้างความขุ่นเคึืองใจในการกล่าวหา่ให้แก่ดารานักแสดงผู้นี้ เนื่องจากคนเสื้อแดงเห็นว่าเป็นมุมมองที่ตื้นเขิน อคติเลือกข้างของพงษ์พัฒน์ และเป็นการอาจเอื้อมดึงสถาบันเบื้องสูงลงมากล่าวหาคนเสื้อแดงด้วยความเท็จ เพราะคนเสื้อแดงไม่เคยหยิบยกเรื่องสถาบันเบื้องสูงมา่เกี่ยวข้องกับการเรียกร้องประชาธิปไตยแต่อย่างใดเลย

ภาพยนตร์เรื่องนี้"เสี่ยเจียง"สหมงคลฟิล์ม ร่วมกับ“หม่อมน้อย" ม.ล. พันธุ์เทวนพ เทวกุล สร้าง โดยต้นทุนสร้างไม่แน่ชัด บ้างก็ว่า 20-25 ล้านบาท ขณะที่เสี่ยเจียงบอกว่า"หลายสิบล้านบาท" ขณะที่หม่อมน้อยบอกว่า เฉพาะค่าตัวดารานำและดาราสมทบที่มีชื่อเสียงก็มากมายแล้ว แต่หลายคนก็ลดค่าตัวเพื่อเป็นต้นทุนในการทำเรื่องนี้ "ถ้ารวมค่าตัวของทุกท่านแน่นอนว่ามากกว่า 100 ล้าน”

เวบไซต์ เอ็นเตอร์เทนวีคลี่ รายงานยอดรายได้ช่วง สัปดาห์ที่ 3 การเข้าฉายของอุโมงค์ผาเมืองได้เพิ่มมาเพียง 1.4 ล้านบาท รวมรายได้ตลอด3สัปดาห์เพียง 26 ล้านบาท


“มาริโอ้”น้อยใจคนไทยดูหนังอุโมงค์ผาเมืองน้อย
ดารานำของเรื่อง “มาริโอ้ เมาเร่อ”ออกมาให้ข่า่วว่า่ กระแสตอบรับหนังเรื่องนี้เงียบบมากก จนต้องงบ่นน้อยใจกับแฟนๆ

“ผมก็น้อยใจครับ ที่คนไทยไม่ดูหนังไทยเลย อยากให้ไปดูอุโมงค์ผาเมืองกันเยอะๆ ครับ ก็อย่างที่บอกไปว่าคนดูค่อนข้างน้อย เพราะเราก็มีเหตุการณ์บ้านเมืองอะไรหลายๆ อย่างครับ อย่างเช่นน้ำท่วมนะครับ แต่ถ้าว่างกันก็แนะนำให้ไปดูหนังไทยกันนะครับ เพราะถ้าคนไทยไม่ดูแล้วใครจะมาดูครับ เพราะเรื่องนี้ก็เป็นหนังที่ดีครับ แล้วทุกคนก็ตั้งใจทำกันมากเลยครับ”

“เราก็ต้องใจทำหนังออกมาให้คนไทยดู แต่ถ้าคนไทยไม่ดูเราก็เศร้านิดนึง ที่บอกว่าหนังเข้าใจยาก ผมว่าไม่ใช่นะ ถ้าจะไปก็ไปอย่างไม่ต้องอ่านอะไรมาก่อนเลยก็ได้ แล้วก็อย่าเอาไปเปรียบเทียบกับเรื่องราโชมอนที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ อยากให้มองเป็นหนังอีกภาคนึงไปเลยครับ แต่ก็อย่างที่รู้กันมาว่าโครงเรื่องเหมือนกัน แต่บทที่แปลออกมามันไม่เหมือนกันครับ”

ภาพยนตร์ดัดแปลงจากหนังชั้นครู"ราโชมอน"

ภาพยนตร์เรื่อง “อุโมงค์ผาเมือง” ได้นำเนื้อหาจากสุดยอดบทละครเวทีเรื่อง “ราโชมอน” (ประตูผี) ของ “ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช” มาสร้างลงสู่จอเงินให้ประชาชนได้รับชม ภายใต้การกำกับของ “หม่อมน้อย ม.ล. พันธุ์เทวนพ เทวกุล” ถือว่าเป็นวรรณกรรมอมตะอีกเรื่องหนึ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก อีกทั้งการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นมาจุดประสงค์เพื่อที่จะฉลองครบรอบ 100 ปีชาตกาล “พลตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช” 40 ปีบริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และ 101 ปี ผู้กำกับชั้นเซียน “อากิระ คุโรซาวา” ผู้สร้างหนังชั้นครูชาวญี่ปุ่น

ภาพยนตร์เรื่อง อุโมงค์ผาเมือง เป็นภาพยนตร์ย้อนยุคไปในอาณาจักรล้านนาไทยเมื่อ 700 ปีที่ผ่านมา เป็นเรื่องราวของคดีฆาตกรรมพิศวงระหว่างขุนศึกนักรบ, โจรป่า และเจ้านางผู้เลอโฉม ซึ่งดัดแปลงมาจากบทละครเวทีเรื่อง "ราโชมอน" อันเป็นวรรณกรรมชิ้นเอกของ "พลตรี ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช" เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองเกียรติคุณอันยิ่งใหญ่ และอัจฉริยภาพของท่านผู้เป็นปูชนียบุคคลผู้สร้างคุณูปการแก่สังคมไทย รัฐบุรุษและเอกศิลปินแห่งชาติที่ได้รับการยกย่องให้เป็น "บุคคลสำคัญของโลก" จาก องค์การยูเนสโก โดยได้ระดมทีมนักแสดงชั้นนำไม่ว่าจะเป็น อนันดา เอเวอริงแฮม, เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์, มาริโอ้ เมาเร่อ, พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง, เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา, ดอม เหตระกูล, ศักราช ฤกษ์ธำรงค์ และ รัดเกล้า อามาระดิษ มาประชันบทบาทสุดเข้มข้นล้นจอ

กระแสแอนตี้สัปเหร่อของเรื่องแรงพอๆกับคนโขน
พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง สวมบทเป็นสัปเหร่อแก่ที่อาศัยอยู่ในอุโมงค์ผาเมือง ผ่านชีวิตมาอย่างโชกโชน มีความคุ้นเคยทั้งคนเป็นและคนตาย จึงมีความเข้าใจวิถีทางชีวิตของมนุษย์ได้อย่างดีในทุกแง่มุม เขามักจะมองโลกและใช้ชีวิตอย่างเป็นกลาง จึงทำให้เขาสามารถวิเคราะห์นิสัยมนุษย์ได้อย่างแม่นยำ

อย่างไรก็ตามได้มีการก่อกระแสคว่ำบาตรของคนเสื้อแดงตามอินเตอร์เน็ตและบอกกันปากต่อปากในลักษณะเชิืญชวนกันคว่ำบาตรหนังเรื่องนี้ โดยอ้างว่าเพื่อให้บทเรียนแก่ดารานักแสดงอย่างพงษ์พัฒน์ที่เคยขึ้นเวทีพันธมิตรกับศรัณยู และมีมุมมองต่อสถานการณ์การเมืองอย่างตื้นเขิน บิดเบือนไม่ตรงต่อความเป็นจริง โดยเคยกล่าวสุนทรพจน์ในเวทีงานมอบรางวัลบันเทิงแห่งหนึ่งเป็นทำนองกล่าวหาคนที่เคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในช่วงเวลานั้นเป็นพวกไม่จงรักภักดี ไม่รักพ่อให้ออกไปจากบ้านของพ่อซะ ทั้งที่คนเสื้อแดงและผู้เรียกร้องประชาธิปไตยนั้นไม่เคยหยิบยกประเด็นสถาบันเบื้องสูงมาเป็นข้ออ้างหรือเหตุผลในการเรียกร้องประชาธิปไตยแต้่อย่างใดเลย

ต่อมาสำนักข่าวTNEWSได้จัดทำคลิปเพื่อโจมตีคนเสื้อแดง และมีอีกหลายเวอร์ชั่นที่ไปขยายความว่าคำพูดเปรียบเปรยของพงษ์พัฒน์เป็นการโจมตีคนเสื้อแดง




กระแสต้านลามไปถึงละครรอยไหม

ฉากหนึ่งของละครทีวีเรื่องรอยไหม(ที่มา:เวบไซต์ASTVผู้จัดการ)

กระแสการคว่ำบาตรยังลามไปถึงละครเรื่องรอยไหมของพงษ์พัฒน์ที่ฉายทางโทรทัศน์ช่อง3ด้วย โดยพงษ์พัฒน์กล่าวถึง ตัวเลขของเรตติ้งที่ไม่สูงเท่าไหร่ที่ลอยเข้าหูว่า ไม่คาดหวังให้คนทุกกลุ่มจะต้องมาดูและชื่นชอบผลงานของเรา ดังนั้นตัวเลขเรตติ้งจึงไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลนัก แค่มีคนหนึ่งที่ชอบในตัวงานและคุณภาพ เท่านี้ก็มีความสุข

วิวาทะลึ่งอธิการมธ.นำปรีดีเทียบเท่าเผด็จการทหาร



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์

วิวาทะร้อนผ่านเฟซบุ๊คข้างต้นมีปฐมเหตุจากสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์เรื่องการลบล้างรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ให้เป็นโมฆะ โดยแสดงความเห็นตอนหนึ่งว่า
"ถ้าเีราจะยกเลิกกฎหมายที่ถูกยกเลิกไปแล้วได้ เราจะล้มเลิกการกระทำทั้งหลายและลงโทษคณะรัฐประหารกี่ชุด สุจินดา ถนอม ประภาส สฤษดิ์ จอมพลป. อ.ปรีดี หรือเฉพาะคณะรัฐประหารที่กระทำต่อนายกฯทักษิณ"

ทำให้ดุษฎี บุญทัศกุล บุตรีของนายปรีดี พนมยงค์ ออกมาแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊คของนายสมคิดว่า อาจารย์เข้าใจผิดอะไรหรือเปล่าคะ ที่พูดพิงถึงนายปรีดีเกี่ยวกับรัฐประหาร โปรดอธิบายด้วย

นายสมคิดตอบว่า ผมเข้าใจท่านปรีดีครับ การรัฐประหารการปฏิวัติแตกต่างกันครับ แต่อยากให้ผู้คนได้คิดหาเหตุผลตรึกตรองเรื่องต่างๆ

บุตรีนายปรีดีตอบว่า กลับไปอ่านบทสัมภาษณ์ของอาจารย์ต่อสาธารณชนก่อนคะ ขอบคุณค่ะที่นำปรีดีมาเทียบเท่า สุจินดา ถนอม ประภาส สฤษดิ์

ทั้งนี้ปรีดีเป็นผู้นำคนสำคัญในการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ต่อมาถูกทำรัฐประหารโค่นล้มลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี2490 โดยคณะรัฐประหารอ้า่งกรณีสวรรคตของรัชกาลที่ 8 เป็นเหตุ ต่อมาในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2492 นายปรีดีก่อรัฐประหารที่เขาเรียกว่า "ขบวนการประชาธิปไตย 26 กุมภาพันธ์"หรือที่นิยมเรียกกันว่า"กบฎวังหลวง"แต่ล้มเหลว ถูกปราบปรามลงสิ้นเชิง ผู้ร่วมขบวนการหลายรายถูกฝ่ายรัฐบาลเผด็จการในเวลานั้นสังหาร และตามกวาดล้างสิ้นซากในเวลาต่อมาอีกหลายปี นายปรีดีลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศตลอดชีวิตที่เหลืออีก 36 ปี และอสัญกรรมในฝรั่งเศส

ปรีดีถูกจดจำในแง่เป็นผู้นำการปฏิวัติการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 มากกว่าผู้นำรัฐประหารที่ล้มเหลวในปี 2492 แต่ความแตกต่างของปรีดีกับผู้นำรัฐประหารรายอื่นๆที่สมคิดไม่ได้อธิบายคือ ขณะที่ปรีดีล้มเหลวกลายเป็นกบฎไม่เคยได้รับนิรโทษกรรม ถูกกล่าวหาว่าพัวพันกรณีสวรรคตและอสัญกรรมในต่างแดน

แต่ผู้นำรัฐประหารรายอื่นประสบความสำเร็จ ได้มีอำนาจ ได้รับนิรโทษกรรม ได้รับเกียรติยศอย่างสูงสุดจากอำนาจฝ่ายจารีตนิยมจนถึงวันตายเป็นส่วนใหญ่

ปรีดียังเป็นผู้ให้กำเนิดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่นายสมคิดเป็นอธิการบดีในปัจจุบัน อย่างไรก็ดีในระยะหลังฝ่ายจารีตนิยมเข้า่มามีอิทธิพลเหนือมหาวิทยาลัยแห่งนี้ นายสุเมธ ตันติเวชกุล เป็นนายกสภามหาวิทยาลัย มีอำนาจในการแต่งตั้งถอดถอนอธิการบดี(ดูรายละเอียด) นั่นอาจจะทำให้อธิการบดีของธรรมศาสตร์ในระยะหลังมีแนวโน้มเป็นพวกจารีตนิยมอนุรักษ์นิยม และยืนข้างฝ่ายเผด็จการ

ล่าสุดสุเมธพ้นตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยไปแล้ว มี ศ.นรนิติ เศรษฐบุตร เป็นนายกสภามหาวิทยาลัยคนใหม่

**********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:"สมคิด" ลบ "ผลพวงคำถามถึงนิติราษฎร์" เกลี้ยงเฟซบุ๊ก อ้างไม่ยอมให้ใครเอา "ปรีดี" มาเล่น

โหย!ลวกเพี่ย:น้ำท่วมน้องว่าดีกว่าฝนแล้ง


น้ำท่วมเชียงใหม่ : ร้านเกมส์แถวๆหนองหอย ตอนนี้น่าจะถึงจอละ

ที่มา:เฟซบุ๊ค Krairit Unet
น้องๆเขาคงใช้เวลา่ให้คุ้มค่าอ่ะ เพราะใกล้เปิดเทอมแล้ว เดี๋ยวจะอดเล่น แต่ตอนนี้หลายโรงเรียนในเชียงใหม่เลื่อนเปิดเทอมเพราะน้ำท่วม เช่น กรณีประกาศข้างต้นนี้(ที่มา:เฟซบุ๊ค)

ช็อตเด็ดวันนี้:ลูกโอ๊คแซว'กล้อง'หรือ'กล่อง'เนี่ย?


'กล้อง' CCTV หรือ'กล่อง' CCTV

ที่มา:เฟซบุ๊ค Oak Panthongtae Shinawatra

ทนายความตัวจริงออกโรง คัดค้านแถลงการณ์สภาทนายความสมุนอำมาตย์ ชี้ "เสื่อมเสียเกียรติภูมิทนาย"

เผยแพร่วันที่ 28 กันยายน 2554

ใบแจ้งข่าว

แถลงการณ์กลุ่มทนายความและนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน

คัดค้านแถลงการณ์สภาทนายความ


ตามที่สภาทนายความได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2/2554 ขอแสดงความคิดเห็นต่อข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์ ความละเอียดปรากฏตามที่อ้างถึงนั้น

กลุ่มทนายความและนักกฎหมายดังปรากฏรายนามท้ายแถลงการณ์นี้ ซึ่งเป็นสมาชิกสภาทนายความ ตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2548 และนักกฎหมายที่ทำงานด้านการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยมีความวิตกกังวลต่อสาระสำคัญของแถลงการณ์ดังกล่าว ที่อาจนำความเสื่อมเสียต่อเกียรติภูมิของทนายความโดยรวม โดยเหตุที่สภาทนายความมี 2 สถานภาพทางสังคมกล่าวคือ สภาทนายความเป็นสถาบันวิชาชีพที่ออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ที่จะเป็นทนายความ ซึ่งทนายความถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมในการดำเนินการเพื่อส่งเสริมหลักนิติธรรม (Rule of Law) ร่วมค้นหาความจริงกับอัยการและผู้พิพากษาต่อการกระทำของผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย และยังมีหน้าที่ “ผดุงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ และปฏิบัติตน ตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติทนายความ อีกสถานภาพหนึ่ง สภาทนายความพึงเป็นสถาบันของสังคมในการส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย สภาทนายความเป็นแถวหน้าของผู้เรียกร้องการปกครองระบอบประชาธิปไตย ต่อต้านอำนาจนิยมและผลักดันให้มีกฎหมายที่ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน สภาทนายความจึงเป็นสถาบันของผู้ประกอบวิชาชีพทนายความและเสาหลักหนึ่งในสังคมประชาธิปไตย สภาทนายความจึงต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เหมาะสมแก่เกียรติภูมิของสมาชิกและประชาชนในสังคมประชาธิปไตย สภาทนายความต้องยึดมั่นในหลักการสำคัญของหลักนิติธรรม หลักสิทธิมนุษยชน และร่วมกันจรรโลงไว้ซึ่งหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันนานาอารยประเทศยึดถือด้วย แต่จากแถลงการณ์ของสภาทนายความ ตามที่อ้างถึง กลุ่มทนายความฯ ขอแสดงความคิดเห็นว่า แถลงการณ์ของสภาทนายความ เป็นการทำลายหลักนิติธรรม และระบอบประชาธิปไตย อันนำความเสื่อมเสียมาสู่เกียรติภูมิของสภาทนายความ

กลุ่มทนายความและนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน ขอแสดงความคิดเห็นดังกล่าว เพื่อแสดงจุดยืนว่า สังคมใดจะเป็นสังคมที่เจริญและสงบสุขได้นั้น สถาบันต่างๆในสังคมต้องยึดมั่นต่อ หลักนิติธรรม สิทธิมนุษยชน และเคารพต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยต้องร่วมกันแสดงความคิดเห็นคัดค้านอำนาจที่มิชอบ เช่น การรัฐประหาร ดังเหตุผลข้างต้น และขอเรียกร้องให้สภาทนายความ ในฐานะสถาบันหลักสถาบันหนึ่งของสังคม จงเป็นที่พึ่งแก่คนยากไร้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมตามกฎหมาย และเป็นสถาบันที่ธำรงไว้ซึ่ง หลักนิติธรรม สิทธิมนุษยชน และหลักประชาธิปไตย ตลอดไป ดังรายละเอียดแถลงการณ์ตามไฟล์ที่แนบมาพร้อมนี้

วันที่ 28 กันยายน 2554

ลงชื่อ

นางสาวเยาวลักษ์ อนุพันธุ์ ทนายความ

นางสาวส.รัตนมณี พลกล้า ทนายความ

นายศราวุฒิ ประทุมราช นักกฎหมาย

นางสาวพูนสุข พูนุสขเจริญ ทนายความ

นายพนม บุตะเขียว ทนายความ

นางสาวภาวิณี ชุมศรี ทนายความ

นายอานนท์ นำภา ทนายความ

นางสาววราภรณ์ อุทัยรังษี ทนายความ

นายสนธยา โคตปัญญา นักกฎหมาย

นางสาวศิริกาญจน์ เจริญศิริ นักกฎหมาย

นายจุลศักดิ์ แก้วกาญจน์ นักกฎหมาย

นางสาวเกศรินทร์ เตียวสกุล นักกฎหมาย



นิติราษฎร์แจงข้อเสนอลบล้างผลพวงจากการรัฐประหาร โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง! / 25 ก.ย. 54

วันพุธ, กันยายน 28, 2554

อดข้าว 112 ชั่วโมงวันที่สาม เสื้อแดงเชียงใหม่หลายกลุ่มร่วมให้กำลังใจ

โดย นพ
28 กันยายน 2554

วันที่ 28 กันยายน 2554 บริเวณลานลั่นทม หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ “ปฏิบัติการอดอาหารท้วงประเทียด 112 ชั่วโมง” (112 Hunger Strike) ของนายมิตร ใจอินทร์ยังคงดำเนินต่อไปเป็นวันที่สาม และโดยในวันนี้กลุ่มคนเสื้อแดงหลายกลุ่มในจังหวัดเชียงใหม่ เยี่ยมมอบดอกไม้ให้กำลังใจนายมิตร

ในช่วงเช้าบริเวณหอศิลปวัฒนธรรม มีงานเสวนาในหัวข้อ “สังคม การเมือง วัฒนธรรม ของบ้าน live in บ้านพ่อ” โดยก่อนเริ่มงานเสวนา พิธีกรเสวนาได้สัมภาษณ์เปิดใจนายมิตร ใจอินทร์ถึงกิจกรรมอดอาหารของเขา นายมิตรเล่าว่าตนรู้สึกว่าศิลปินหรือนักวัฒนธรรมในเมืองไทยค่อนข้างถูกปิดปากและไม่มีเสรีภาพในการแสดงออก แม้ตนจะไม่รู้เรื่องทางนิติศาสตร์ หรือมีความรู้ด้านกฎหมายในระดับชาวบ้าน แต่ในฐานะศิลปิน ก็เห็นปัญหาในเรื่องกฎหมายมาตรา 112 นี้ได้สร้างความไม่เป็นธรรมในสังคม

นายมิตรกล่าวว่าตนเคยเข้าไปฟังงานเสวนาเรื่องกฎหมายฉบับนี้โดยนักวิชาการอย่างอาจารย์ David Streckfuss ได้ชี้ให้เห็นว่าในปีเดียวมีคนโดนคดีในมาตรา 112 ถึง 400 กว่าคน ซึ่งมันสะท้อนความเป็นยุคที่บ้านป่าเมืองเถื่อนมาก ในภาวะแบบนี้ศิลปินไม่สามารถจะทำอะไรสร้างสรรค์ได้ภายใต้ร่มเงาของความมืดและการใช้อำนาจแบบนี้ อีกทั้งชาวบ้านจำนวนมากที่ตนได้สัมผัสและได้พูดคุยด้วย ก็เห็นถึงปัญหาของกฎหมายมาตรานี้ และมีอาการที่เรียกว่าตาสว่างกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งศิลปินก็เริ่มตาสว่างตามชาวบ้านไป

นายมิตรกล่าวว่าเมื่อมีโอกาสจากคณาจารย์และนักศึกษาที่จัดงาน madiFESTO ขึ้นและให้โอกาสได้แสดงออก ตนก็ใช้จังหวะนี้เอามาปฏิบัติการ มาเปิดประเด็น เพราะหน้าที่ของศิลปะสำหรับตนคือต้องช่วยในการเปิด ทั้งในแง่การเปิดประเด็น และในแง่การเปิดหูเปิดตาผู้คน

สำหรับการอดอาหารในวันที่สามนี้ นายมิตรยังคงปักหลักนั่งอยู่กับที่ ไม่เคลื่อนย้ายไปไหนเพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองพลังงาน และในวันนี้ยังมีกลุ่มคนเสื้อแดงจากหลายกลุ่มในจังหวัดเชียงใหม่ เช่นจากอำเภอสันกำแพง และอำเภอดอยสะเก็ด ส่งตัวแทนเข้าเยี่ยมและให้กำลังใจนายมิตร พร้อมนำช่อดอกไม้และน้ำดื่มมามอบให้ หลายคนชื่นชมในความกล้าหาญในการทำกิจกรรมของนายมิตร

หญิงเสื้อแดงจากอำเภอดอยสะเก็ด เล่าว่าตนรู้สึกเห็นใจนายมิตรที่ออกมาช่วยกันผลักดันในเรื่องกฎหมายมาตรา 112 โดยการอดข้าว และรู้สึกว่านายมิตรคนเดียวหรือศิลปินอีก 4-5 คนทำแบบนี้ก็ยังน้อยไป ทั้งที่มีคนที่โดนคดีจากกฎหมายมาตรา 112 อีกเยอะ จึงอยากให้ทางรัฐบาลใส่ใจกับปัญหาจากกฎหมายฉบับนี้ หรือมีการทบทวนแก้ไขกฎหมาย ไม่ใช่ใครทำหรือพูดอะไรก็สามารถถูกหาว่าละเมิดสถาบันไปหมด ซึ่งแบบนี้ทำให้บ้านเมืองแตกแยกมากกว่า อีกทั้งข่าวสารในเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายมาตรา 112 ก็ไม่มีการออกในสื่อโทรทัศน์ช่องปกติ คนที่พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็แทบไม่มีใครรู้ใครเห็น ตนจึงเห็นด้วยว่าควรทำให้เรื่องนี้เป็นที่รับรู้มากขึ้น และอยากให้นักศึกษาหรือใครก็ตามได้ช่วยกันผลักดันเรื่องนี้ในด้านอื่นๆ ด้วย

นอกจากนั้นในวันนี้ ผู้มาเยี่ยมให้กำลังใจยังมีการนำข้อความไม่เห็นด้วยกับการใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ในภาษาต่างๆ รวมทั้งสติ๊กเกอร์ที่มีข้อความ “NO FREEDOM HERE” พร้อมภาพคนถูกจับมัดเชือก มาติดไว้ในบริเวณที่ปฏิบัติการของนายมิตรด้วย ทั้งนี้จนถึงในวันที่สาม ยังมีศิลปินอิสระที่อดอาหารเป็นเพื่อนนายมิตรอีก 1 คน

กลุ่มคนเสื้อแดงนำช่อดอกไม้เข้าให้กำลังใจนายมิตร ใจอินทร์

นายมิตรติดข้อความภาษาญี่ปุ่นและภาษาล้านนา
แสดงความไม่เห็นด้วยกับกฎหมายมาตรา 112 ที่มีผู้นำมามอบให้


อ่านเพิ่ม

- กลุ่มศิลปินอิสระเชียงใหม่เริ่มปฏิบัติการอดอาหาร 112 ชั่วโมง / 26 ก.ย.
- อดข้าว 112 ชั่วโมงวันที่สอง กลุ่มศิลปินออกตระเวนพร้อมทำงานศิลป์ค้านม.112 / 27 ก.ย.

เว็บไซต์ go6 แฉ "พระบรมโกศ ร.5" โดนจำนำ


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
28 กันยายน 2554

เว็บไซต์ go6 ได้เกาะติดข้อมูลจากเฟซบุ๊คของคุณ Thepmontri Limpaphayom โดยเปิดเผยว่า มีการนำสิ่งของได้แก่ พระบรมอัฐิและพระบรมโกศลงยาราชาวดี ของรัชกาลที่ 5 ไปจำนำไว้ในร้านค้าแห่งหนึ่ง โดยล่าสุดคุณเทพมนตรี ลิมปพยอม ได้ร่างจดหมายร้องฎีการ้องทุกข์ไว้เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยอีกด้วยว่ามีการนำ "พระบรมราชโองการ ร.7" ไปขายต่อร้านของเก่า

อ่านต่อที่เว็บไซต์ go6


- ลือสนั่น! ราชสกุล "(สงวนนาม)" จำนำ "พระบรมโกศ ร.๕" ให้ร้านทองเยาวราช / 26 ก.ย.
- แฉ!! "หม่อม (สงวนนาม)" จำนำ "พระบรมโกศ ร.5" / 28 ก.ย.
- โผล่อีก! "พระบรมราชโองการ ร.7" สมบัติราชสกุล "(สงวนนาม)" ไปอยู่ร้านประมูล / 28 ก.ย.

น้ำท่วมเชียงใหม่ ข้อมูลและภาพจากอินเตอร์เน็ต

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
28 กันยายน 2554

คุณพ่ออิ่นรายงาน "ขณะนี้น้ำปิงเกินจุดล้นฝั่งแล้ว โดยจุดวัดน้ำที่สะพานนวรัฐ P.1 เวลา 11.00 น.วันนี้ วัดได้ 4.04 m
(จุดล้น P.1 = 3.70 m ) บ่ายนี้คาดเริ่มล้นเข้าท่วมโซน๑ ริมฝั่งปิง ป่าพร้าวนอก หนองหอย เจริญประเทศ

ถ้าจุดนี้ วัดได้ 4.20 m น้ำจะเข้าท่วมโซน ๒ เจริญประเทศ สูงถึง ๕๐ ซม. หรือครึ่งเมตร ช้างคลาน ไนท์บาซาร์ โดนหมด

รายงานข้อมูลและสถานการณ์น้ำรายชั่วโมง
ลำน้ำสายหลักภาคเหนือตอนบน
(รายงานเฉพาะช่วงสถานการณ์วิกฤติ)
UPPER NORTHERN THAILAND MAIN RIVERS HOURLY DATA
(ONLY CRITICAL PERIOD REPORT)

Update ข่าวอื่นรอบเมืองเชียงใหม่ที่นี่ ข่าวร้อน 'เห็ดลม'@เชียงใหม่





COMING SOON!แบนหนังป๋าเทพเจ๊งซ้ำรอยตั้ว-ออฟ

หมาแก่ อันตราย-เริ่มประเดิมฉายวันที่ 29 กันยายนนี้ การันตีด้วยรางวัลระดับเอเชีย เป็นหนังไตรภาคของ"มือปืนโลก/พระ/จันทร์"นำแสดงโดยเทพ โพธิ์งาม ซึ่งพลิกคาแรกเตอร์ครั้งสำคัญในชีวิต
พงษ์พัฒน์(ซ้ายมือ):เวลาที่ผมเล่นไพ่กับเพื่อนแล้วโกง เพื่อนมันก็ด่าผมว่าไอ้เห้...ออฟ แล้วคนที่โกงประเทศชาติเราควรจะเรียกว่าอะไรดี..หลายคนสงสัยเป็นนักแสดงกลัวมั้ย จะโดนอะไรมั้ย ไม่เป็นไรครับ ให้มันรู้กันไป”(ที่มา:ASTVผู้จัดการ)
เทพ โพธิ์งาม(พูดบนเวทีเสื้อหลากสีของหมอตุลย์ เมื่อ16เม.ย.53):บังเอิญว่าผมออกมาซื้อข้าวมันไก่เลยแวะมาที่นี่ ประกอบกับเห็นข่าวแล้วรำคาญกลุ่มคนเสื้อแดง จึงออกมาแสดงพลังด้วย (ภาพข่าว:มติชน)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
28 กันยายน 2554

COMING SOON! หนังเทพ โพธิ์งาม เข้าคิวโดนบอยคอต29กันยายนนี้



กระแสการบอยคอตผลงานของดาราศิลปินพันธมิตรในหมู่คนเสื้อแดงยังขยายวงลุกลาม หลังจากมีกระแสคว่ำบาตรหนังเรื่องคนโขนของศรัณยู วงศ์กระจ่าง จนเจ๊ง และหนังเรื่องอุโมงค์ผาเมือง ที่มีพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง แสดงนำ จนล้มเหลวทั้งยอดคนดูและรายได้แล้ว ล่า่สุดมีการก่อกระแสก่อหวอดจะคว่ำบาตรภาพยนตร์เรื่อง หมาแก่ อันตราย ที่นำแแสดงโดยเทพ โพธิ์งาม อีกด้วย โดยภาพยนตร์เรื่องนี้กำหนดเริ่มฉายในวันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน 2554

กลุ่มคนเสื้อแดงให้เหตุผลที่ชวนกันบอยคอตว่า เนื่องจากเทพ นักแสดงนำเรื่องนี้เคยขึ้นเวทีเสื้อหลากสีของหมอตุลย์ แนวร่วมของพันธมิตร ในวันที่ 16 เมษายน 2553 ที่หน้าราบ11 โดยเทพ ได้ขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยอย่างติดตลก ว่า "บังเอิญว่าผมออกมาซื้อข้าวมันไก่เลยแวะมาที่นี่ ประกอบกับเห็นข่าวแล้วรำคาญกลุ่มคนเสื้อแดง จึงออกมาแสดงพลังด้วย"

การกระทำดังกล่าวของเทพ โพธิ์งา่ม เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์นองเลือด 10 เมษายน 2553 มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ทำให้นปช.ประกาศจองกฐินไว้ตั้งแต่เวลานั้นว่า หากเทพมีผลงานแสดงเรื่องใดจะพากันคว่ำบาตร

หนังเรื่องหมาแก่อันตราย เป็นผลงานสร้างของค่ายพระนครฟิล์ม กำกับโดยยุทธเลิศ เป็นหนังไตรภาคต่อเนื่องจากเรื่อง"มือปืน โลก/พระ/จันทร์"โดยภาพยนตร์ที่เทพนำแสดงนี้เป็นแนวดราม่า เรื่องราวของมือปืนชราที่ต้องมีเรื่องเข้าใจผิดกับลูกสาวที่ไม่้รู้ว่าเทพเป็นพ่อเพราะไปติดคุกเสียนาน ทำให้เกิดการห้ำหั่นกันอย่างหนัก เทพต้องรับบทแนวดราม่าอย่างพลิกคาแรกเตอร์ดารารตลกที่คนคุ้นเคยอย่างสิ้นเชิง และเป็นภาพยนตร์ที่ได้รางวัลในเวทีประกวดระดับเอเชียมาแล้ว กำหนดการเข้าฉายวันพฤหัสบดีที่29กันยายนนี้

สงสัยจะประสบชะตากรรมหนังตั้ว-ออฟ

ขณะเดียวกันภาพยนตร์เรื่องอุโมงค์ผาเมือง ส่อแววว่าอาจจะประสบชะตากรรมซ้ำรอยกับภาพยนตร์"คนโขน"ที่ปิดฉากล้มเหลวด้านรายได้ไปก่อนหน้านี้ เพราะถูกกระแสคว่ำบาตรจากคนดู

ภาพยนตร์คนโขน ที่ศรัณยู วงษ์กระจ่าง ผู้สร้าง ผู้กำกับยอมรับว่าทำรายได้น้อยซะยิ่งกว่ารายได้ขั้นต่ำสุดที่คาดไว้ ถูกกระแสคว่ำบาตรจากคนเสื้อแดง และประชาชนที่ไม่พอใจบทบาทของศรัณยูในการร่วมเป็นแกนนำกับพันธมิตรฯยึดทำเนียบรัฐบาล-ยึดสนามบิน

ส่วนภาพยนตร์เรื่องอุโมงค์ผาเมืองมีการก่อกระแสคว่ำบาตรในหมู่คนเสื้อแดงมากพอสมควร โดยเกิดกระแสต้องการให้บทเรียนแก่ผู้แสดงนำรายหนึ่งของเรื่องนี้คือพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ซึ่งเคยกล่าวหาไปในเชิงเปรียบเทียบว่า คนเสื้อแดงเป็นพวกอาศัยบ้านของพ่ออยู่ หากไม่รักพ่อก็ให้ออกไปจากบ้านของพ่อซะ ซึ่งเป็นการสร้างความขุ่นเคึืองใจในการกล่าวหา่ให้แก่ดารานักแสดงผู้นี้ เนื่องจากคนเสื้อแดงเห็นว่าเป็นมุมมองที่ตื้นเขิน อคติเลือกข้างของพงษ์พัฒน์ และเป็นการอาจเอื้อมดึงสถาบันเบื้องสูงลงมากล่าวหาคนเสื้อแดงด้วยความเท็จ เพราะคนเสื้อแดงไม่เคยหยิบยกเรื่องสถาบันเบื้องสูงมา่เกี่ยวข้องกับการเรียกร้องประชาธิปไตยแต่อย่างใดเลย

ภาพยนตร์เรื่องนี้"เสี่ยเจียง"สหมงคลฟิล์ม ร่วมกับ“หม่อมน้อย" ม.ล. พันธุ์เทวนพ เทวกุล สร้าง โดยต้นทุนสร้างไม่แน่ชัด บ้างก็ว่า 20-25 ล้านบาท ขณะที่เสี่ยเจียงบอกว่า"หลายสิบล้านบาท" ขณะที่หม่อมน้อยบอกว่า เฉพาะค่าตัวดารานำและดาราสมทบที่มีชื่อเสียงก็มากมายแล้ว แต่หลายคนก็ลดค่าตัวเพื่อเป็นต้นทุนในการทำเรื่องนี้ "ถ้ารวมค่าตัวของทุกท่านแน่นอนว่ามากกว่า 100 ล้าน”

เวบไซต์ เอ็นเตอร์เทนวีคลี่ รายงานยอดรายได้ช่วง สัปดาห์ที่ 3 การเข้าฉายของอุโมงค์ผาเมืองได้เพิ่มมาเพียง 1.4 ล้านบาท รวมรายได้ตลอด3สัปดาห์เพียง 26 ล้านบาท


“มาริโอ้”น้อยใจคนไทยดูหนังอุโมงค์ผาเมืองน้อย
ดารานำของเรื่อง “มาริโอ้ เมาเร่อ”ออกมาให้ข่า่วว่า่ กระแสตอบรับหนังเรื่องนี้เงียบบมากก จนต้องงบ่นน้อยใจกับแฟนๆ

“ผมก็น้อยใจครับ ที่คนไทยไม่ดูหนังไทยเลย อยากให้ไปดูอุโมงค์ผาเมืองกันเยอะๆ ครับ ก็อย่างที่บอกไปว่าคนดูค่อนข้างน้อย เพราะเราก็มีเหตุการณ์บ้านเมืองอะไรหลายๆ อย่างครับ อย่างเช่นน้ำท่วมนะครับ แต่ถ้าว่างกันก็แนะนำให้ไปดูหนังไทยกันนะครับ เพราะถ้าคนไทยไม่ดูแล้วใครจะมาดูครับ เพราะเรื่องนี้ก็เป็นหนังที่ดีครับ แล้วทุกคนก็ตั้งใจทำกันมากเลยครับ”

“เราก็ต้องใจทำหนังออกมาให้คนไทยดู แต่ถ้าคนไทยไม่ดูเราก็เศร้านิดนึง ที่บอกว่าหนังเข้าใจยาก ผมว่าไม่ใช่นะ ถ้าจะไปก็ไปอย่างไม่ต้องอ่านอะไรมาก่อนเลยก็ได้ แล้วก็อย่าเอาไปเปรียบเทียบกับเรื่องราโชมอนที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ อยากให้มองเป็นหนังอีกภาคนึงไปเลยครับ แต่ก็อย่างที่รู้กันมาว่าโครงเรื่องเหมือนกัน แต่บทที่แปลออกมามันไม่เหมือนกันครับ”

ภาพยนตร์ดัดแปลงจากหนังชั้นครู"ราโชมอน"

ภาพยนตร์เรื่อง “อุโมงค์ผาเมือง” ได้นำเนื้อหาจากสุดยอดบทละครเวทีเรื่อง “ราโชมอน” (ประตูผี) ของ “ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช” มาสร้างลงสู่จอเงินให้ประชาชนได้รับชม ภายใต้การกำกับของ “หม่อมน้อย ม.ล. พันธุ์เทวนพ เทวกุล” ถือว่าเป็นวรรณกรรมอมตะอีกเรื่องหนึ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก อีกทั้งการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นมาจุดประสงค์เพื่อที่จะฉลองครบรอบ 100 ปีชาตกาล “พลตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช” 40 ปีบริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และ 101 ปี ผู้กำกับชั้นเซียน “อากิระ คุโรซาวา” ผู้สร้างหนังชั้นครูชาวญี่ปุ่น

ภาพยนตร์เรื่อง อุโมงค์ผาเมือง เป็นภาพยนตร์ย้อนยุคไปในอาณาจักรล้านนาไทยเมื่อ 700 ปีที่ผ่านมา เป็นเรื่องราวของคดีฆาตกรรมพิศวงระหว่างขุนศึกนักรบ, โจรป่า และเจ้านางผู้เลอโฉม ซึ่งดัดแปลงมาจากบทละครเวทีเรื่อง "ราโชมอน" อันเป็นวรรณกรรมชิ้นเอกของ "พลตรี ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช" เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองเกียรติคุณอันยิ่งใหญ่ และอัจฉริยภาพของท่านผู้เป็นปูชนียบุคคลผู้สร้างคุณูปการแก่สังคมไทย รัฐบุรุษและเอกศิลปินแห่งชาติที่ได้รับการยกย่องให้เป็น "บุคคลสำคัญของโลก" จาก องค์การยูเนสโก โดยได้ระดมทีมนักแสดงชั้นนำไม่ว่าจะเป็น อนันดา เอเวอริงแฮม, เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์, มาริโอ้ เมาเร่อ, พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง, เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา, ดอม เหตระกูล, ศักราช ฤกษ์ธำรงค์ และ รัดเกล้า อามาระดิษ มาประชันบทบาทสุดเข้มข้นล้นจอ

กระแสแอนตี้สัปเหร่อของเรื่องแรงพอๆกับคนโขน
พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง สวมบทเป็นสัปเหร่อแก่ที่อาศัยอยู่ในอุโมงค์ผาเมือง ผ่านชีวิตมาอย่างโชกโชน มีความคุ้นเคยทั้งคนเป็นและคนตาย จึงมีความเข้าใจวิถีทางชีวิตของมนุษย์ได้อย่างดีในทุกแง่มุม เขามักจะมองโลกและใช้ชีวิตอย่างเป็นกลาง จึงทำให้เขาสามารถวิเคราะห์นิสัยมนุษย์ได้อย่างแม่นยำ

อย่างไรก็ตามได้มีการก่อกระแสคว่ำบาตรของคนเสื้อแดงตามอินเตอร์เน็ตและบอกกันปากต่อปากในลักษณะเชิืญชวนกันคว่ำบาตรหนังเรื่องนี้ โดยอ้างว่าเพื่อให้บทเรียนแก่ดารานักแสดงอย่างพงษ์พัฒน์ที่เคยขึ้นเวทีพันธมิตรกับศรัณยู และมีมุมมองต่อสถานการณ์การเมืองอย่างตื้นเขิน บิดเบือนไม่ตรงต่อความเป็นจริง โดยเคยกล่าวสุนทรพจน์ในเวทีงานมอบรางวัลบันเทิงแห่งหนึ่งเป็นทำนองกล่าวหาคนที่เคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในช่วงเวลานั้นเป็นพวกไม่จงรักภักดี ไม่รักพ่อให้ออกไปจากบ้านของพ่อซะ ทั้งที่คนเสื้อแดงและผู้เรียกร้องประชาธิปไตยนั้นไม่เคยหยิบยกประเด็นสถาบันเบื้องสูงมาเป็นข้ออ้างหรือเหตุผลในการเรียกร้องประชาธิปไตยแต้่อย่างใดเลย

ต่อมาสำนักข่าวTNEWSได้จัดทำคลิปเพื่อโจมตีคนเสื้อแดง และมีอีกหลายเวอร์ชั่นที่ไปขยายความว่าคำพูดเปรียบเปรยของพงษ์พัฒน์เป็นการโจมตีคนเสื้อแดง




กระแสต้านลามไปถึงละครรอยไหม

ฉากหนึ่งของละครทีวีเรื่องรอยไหม(ที่มา:เวบไซต์ASTVผู้จัดการ)

กระแสการคว่ำบาตรยังลามไปถึงละครเรื่องรอยไหมของพงษ์พัฒน์ที่ฉายทางโทรทัศน์ช่อง3ด้วย โดยพงษ์พัฒน์กล่าวถึง ตัวเลขของเรตติ้งที่ไม่สูงเท่าไหร่ที่ลอยเข้าหูว่า ไม่คาดหวังให้คนทุกกลุ่มจะต้องมาดูและชื่นชอบผลงานของเรา ดังนั้นตัวเลขเรตติ้งจึงไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลนัก แค่มีคนหนึ่งที่ชอบในตัวงานและคุณภาพ เท่านี้ก็มีความสุข

ตรรกะ(บือ)



โกงบ้านเมืองเลวร้ายกว่ารัฐประหาร แต่รัฐประหารแล้วตั้งสุนัขรับใช้เข้ามาโกงบ้านเมืองไม่เป็นไร

ข้อโต้แย้งจากนักศึกษากฎหมาย ถึงนักวิชาการรุ่นใหญ่ กรณีข้อเสนอนิติราษฎร์

โดย พุฒิพงศ์ พงศ์เอนกกุล
ที่มา ประชาไท
28 กันยายน 2554

ชื่อบทความเดิม:
บทวิพากษ์ ข้อโต้แย้งของนายกิตติศักดิ์ ปรกติ และนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ : กรณีข้อเสนอนิติราษฎร์ (สังเขป)

จากบทความที่กิตติศักดิ์ เขียนบทความเผยทางเฟซบุค [ http://www.facebook.com/note.php?note_id=10150388167910979 ] เมื่ออ่านบทความดังกล่าว ผมพบว่า ประเด็นสำคัญ อยู่ที่ กิตติศักดิ์ สับสนระหว่าง 'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ' (pouvoir constituant) กับ 'อำนาจนิติบัญญัติ' (pouvoir législatif) โดยนำมาปะปนกัน ทั้งๆ ที่เป็นคนละเรื่องโดยสภาพของอำนาจ ตาม 'ทฤษฎีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ' ซึ่งพูดถึงกันน้อยมากในวงวิชาการไทย

'อำนาจในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ' (pouvoir constituant dérivé) ไม่ใช่ 'อำนาจนิติบัญญัติ' เนื่องจาก 'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ' เป็นอำนาจที่สถาปนาอำนาจขององค์กรอื่นๆภายในรัฐอีกทีถ่ายหนึ่ง (ทั้งนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ) หมายความต่อไปว่า

องค์กรผู้ใช้ 'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญแบบแก้ไขเพิ่มเติม' ไม่ตกอยู่ในอาณัติหน้าที่ 'ในฐานะองค์กรเดิม' หรือ 'จากองค์กรอื่นของรัฐ' อีกต่อไป เพราะ ธรรมชาติของการ 'ใช้อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ' เกิดจากความว่างเปล่า ซึ่งผู้ทรงอำนาจชี้ขาดความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ก็มิใช่ ศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผลดังนี้

๑. การแก้ไขเพิ่มเติมย่อมเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญอยู่แล้วโดยสภาพของภารกิจ

๒. ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นองค์กรที่ถูกสถาปนาอำนาจขึ้นโดยฐานของรัฐธรรมนูญดั้งเดิม หากศาลรัฐธรรมนูญ มีอำนาจตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญจะกลายเป็น 'องค์กรที่อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ' (autorité supra constitutionnelle), ศาลรัฐธรรมนูญจึงทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติเท่านั้น

๓. ในทางหลักการคงเข้าใจตรงกันนะครับว่า ศาลรัฐธรรมนูญมิได้เป็นองค์กรผู้ผูกขาดอำนาจในการตีความรัฐธรรมนูญ (มีเขตอำนาจเฉพาะ) คือ ตรวจสอบได้เฉพาะร่างพระราชบัญญัติ และไม่ใช่อำนาจศาลยุติธรรมด้วย เพราะศาลยุติธรรม อาศัยอำนาจสถาปนาขึ้นโดยอำนาจพระราชบัญญัติ ซึ่งมีสถานะต่ำกว่า 'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ' ดังนั้น องค์กรชี้ขาดความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ก็คือ "องค์กรที่ได้รับอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญแบบแก้ไขเพิ่มเติม" นั่นเอง (เป็นการกระทำทางการเมือง ในสภาวะว่างเปล่า หรือผูกพันกับอำนาจอื่นใด)

ในท้ายที่สุด กล่าวได้ว่า 'การใช้อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญแบบแก้ไขเพิ่มเติม' (เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ หรือแก้ไขบางมาตรา) ก็คือ อำนาจที่ได้รับผ่านมาจาก "รัฐธรรมนูญดั้งเดิม" นั่นเอง หมายความว่า เป็นภารกิจที่ได้รับอำนาจมาจากรัฐธรรมนูญโดยตรง เพื่อการสถาปนารัฐธรรมนูญในทางแก้ไข มิใช่ ภารกิจตามรัฐธรรมนูญที่ใช้อำนาจในลักษณะทั่วไป มิใช่การใช้อำนาจบริหาร หรือนิติบัญญัติ แทรกแซงอำนาจตุลาการแต่อย่างใด

และการพิจารณาว่า การกระทำนั้นใช้อำนาจนิติบัญญัติ หรือ อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ มิได้พิจารณาจาก "องค์กรที่ได้รับมอบหมายภารกิจ" (เช่น รัฐสภา หากปฏิบัติการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ก็มิได้เป็นการใช้อำนาจนิติบัญญัติสำหรับการนั้น) หรือ "บุคคลากรผู้ทรงภารกิจ"(นักการเมือง) แต่พิจารณาจากการกระทำทางเนื้อหา ว่าเป็นการใช้อำนาจตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญในทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หรือไม่ เป็นหลักเกณฑ์พิจารณา

นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องศาลที่ประกอบด้วย ผู้พิพากษาอาชีพ หรือไม่ หาได้เกี่ยวข้องกับ legitimacy ของคำพิพากษา แต่อย่างใด เพราะขึ้นอยู่กับ "มาตร" ว่าคุณยืนอยู่บนฐานของหลักคิดนิติรัฐแบบเสรีประชาธิปไตย หรือ นิติรัฐแบบนาซี ส่วน legality ต้องพิจารณาสภาพของคดีด้วย เช่น คดีการเมือง : คดีอาญาประธานาธิบดี (คดีอาญาประธานาธิบดี ได้ถูกยกเลิกไปเมื่อปี ๒๐๐๗ เพราะฝรั่งเศสมองว่า ประธานาธิบดี มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตยสูงมาก เนื่องจากผ่านเจตจำนงของปวงชนผู้ทรงอำนาจอธิปไตย) และคดีอาญารัฐมนตรี ที่อยู่ในเขตอำนาจของ High Court of Justice ซึ่งประกอบด้วย ผู้พิพากษาในศาลนี้ (เทียบคือ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง ของไทยที่เลียนโครงสร้างฝรั่งเศสมา) ประกอบด้วย สส.๖คน สว.๖ คน ผู้พิพากษาอาชีพ ๓ คน (ผู้พิพากษาอาชีพทำหน้าที่เขียนคำพิพากษา และสามารถโหวตมติทีละประเด็นได้เหมือน อีก ๑๒ คน) เพราะสภาพคดีมันเป็นคดีการเมือง เขาจึงให้ผู้มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย มีอำนาจขับออก เป็นต้น จะกล่าวอย่างหยาบๆเหมาว่า คดีทุกประเภท ผู้พิพากษาอาชีพ มีความชอบธรรม ที่สุด และเถรตรงที่สุด เช่นกิตติศักดิ์ ไม่ได้หรอกครับ แต่สุดท้ายอำนาจตุลาการ ก็อยู่ต่ำกว่า 'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ' อยู่ดี

หรือถ้าพิจารณากรณีของไทย ตามตัวอย่างของกิตติศักดิ์ ยิ่งชัดแจ้งเมื่อพิจารณาเนื้อหา ว่า พรป. บัญญัติให้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง (อม.) ต้องยึดสำนวน ปปช. เป็นหลัก ซึ่งตอนรัฐประหาร ๑๙ กันยา : บรรดา คตส ทำหน้าที่แทน ปปช, ซึ่ง คตส ถูกแต่งตั้งจากผู้ที่จงรักภักดีต่ออุดมการณ์ลักษณะเดียวกับคณะรัฐประหาร

หากถือตรรกะเดียวกับกิตติศักดิ์ ที่ยกตัวอย่าง ฮิตเลอร์ อ้างความสงบเรียบร้อย ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ๑๒ ปี(โดยประมาณ) แต่งตั้งพรรคพวกเข้าเป็นศาล กิตติศักดิ์ มองว่า ย่อมเป็นการเสียกระบวนยุติธรรม กลับมาที่ไทย หากพิจารณาตัวบท การยึดสำนวน ปปช เป็นหลัก (พอดีผมศึกษาเรื่องนี้ อยู่ จึงอ่านงานวิจัยทางนี้หลายสิบเล่มของ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ พอสมควร ทรรศนะของศาลค่อนข้างชัดว่า) "คตส หรือ ปปช" ทำหน้าที่ ศาลไต่สวน , "ส่วนศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง" ทำหน้าที่ ศาลพิพากษา [ตามโครงสร้างของอเมริกา ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด ของผู้ร่างฯ] แล้วการที่ คตส ไปทำหน้าที่ตามความเข้าใจว่ามีสถานะอย่าง "ศาลไต่สวน" เท่ากับ คตส ไปเป็นหน่วยหนึ่งของกระบวนการชั้นศาล ใช่หรือไม่ แล้วจะย้อนกลับไปยังตรรกะฮิตเลอร์ของกิตติศักดิ์ ว่าใช้อำนาจแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม หรือไม่ ซึ่งจะหมายรวมต่อไปว่า คมช รัฐประหาร เป็นการใช้อำนาจเผด็จการแต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งในกระบวนการชั้นศาล ใช่หรือไม่? (หรือ คมช มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย ในมุมมองกิตติศักดิ์ ครับ?)

ขอสรุปโดยกระชับเพียงเท่านี้ครับ ใช้เวลาเยอะแล้ว.

______________________

สำหรับ กรณี สมคิด เลิศไพฑูรย์ ที่ตั้งคำถามไว้ [ http://www.prachatai.com/journal/2011/09/37098 ] ผมตอบดังนี้(ผมคงตอบกระชับ ๆ เนื่องจากพิมพ์ตอบกิตติศักดิ์ ไว้เพิ่งเสร็จ)

๑. สมคิด ถามว่า "เราสามารถยกเลิกกฎหมายที่ถูกยกเลิกไปแล้วได้หรือไม่ เช่น การยกเลิก รธน. ๒๕๔๙"

คำตอบ คือ ได้ เพราะ รัฐธรรมนูญ ๔๙ ถูกรับรองการก่อผล (ของรัฐธรรมนูญปี ๔๙) ให้ดำรงอยู่โดยชอบด้วยมาตรา ๓๐๙ ตามรัฐธรรมนูญ ๕๐ หมายความว่า รัฐธรรมนูญ ๕๐ ได้ผนวกเอา "สภาวะทางกฎหมาย" ของรัฐธรรมนูญ ๔๙ เข้าไว้เป็นเนื้อหนึ่งอันเดียวกันกับรัฐธรรมนูญ ๕๐ นั่นเอง ซึ่งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีหมายเลขแดงที่ ๗๘๔๑/๒๕๕๓ (คดีที่คุณฉลาด ฟ้อง คมช) เพิ่งพิพากษาเมื่อปี ๕๓ (ซึ่งประกาศใช้รัฐธรรมนูญ๕๐ แล้ว) ก็ได้อ้าง ผลบังคับของรัฐธรรมนูญ ๔๙ ในฐานะแหล่งอ้างอิงความชอบด้วยกฎหมาย ในปัจจุบัน

๒. "ถ้าตำรวจจับคนร้ายที่ทำผิดจริงมาแต่ไม่ได้สอบสวนโดยละเอียด ต่อมาคนร้ายถูกฟ้องศาล มีการโต้แย้งว่ากระบวนการของตำรวจไม่ค่อยถูกต้อง แต่ศาลเห็นว่าไม่เป็นไร ศาลก็พิพากษาไป ตกลงคำพิพากษาของศาลใช้ได้หรือไม่"

ตอบ ดูตอนท้าย ในส่วนที่ผมตอบ กิตติศักดิ์ ปรกติ

๓. "ถ้ามีคนเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมในช่วง คมช.ไม่ถูกต้อง ก็ให้ดำเนินการใหม่ คนอีกกลุ่มเห็นว่าการตัดสินคดีซุกหุ้น ศาลตัดสินผิดโดยสิ้นเชิง คนกลุ่มหลังจะขอให้ยกเลิกรธน. ๒๕๔๐ ตั้งศาลรธน.ใหม่ แล้วพิพากษาคดีซุกหุ้นใหม่ จะได้หรือไม่"

ตอบ ได้ถ้าคุณใช้อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญตามกระบวนการทางรัฐธรรมนูญ

๔. "ประชาชนจะลงมติแก้รธน.ที่ถูกยกเลิกไปแล้วได้หรือไม่"

ตอบ ย้อนไปดูคำตอบในข้อ ๑.

๕. "รธน.๒๕๕๐ ได้รับการลงประชามติโดยประชาชน ในทางกฎหมายเราจะพูดได้หรือไม่ว่า ประชาชนลงมติโดยไม่ถูกต้อง หรือรธน. ๒๕๕๐ ไม่ได้ผ่านความเห็นชอบของประชาชน?"

ตอบ สมคิด ได้อ่านข้อเสนอนิติราษฎร์ไม่ เพราะหากอ่านแถลงการณ์นิติราษฎร์ ไม่เคยปฏิเสธการดำรงอยู่ของ รธน ๔๙ และ ๕๐ และไม่ปฏิเสธความชอบธรรมในระดับหนึ่งของประชามตินั้นด้วย แม้จะไม่เป็นประชามติโดยแท้(เลือกในสิ่งที่ไม่มีตัวเลือกที่ชัดเจน) , และนิติราษฎร์เสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยนำร่างรัฐธรรมนูญ ดังกล่าว ไปลงประชามติ อีกครั้ง เช่นนี้ สมคิด จะตื่นเต้นอะไรครับ? เนื่องจาก นิติราษฎร์ มุ่งกำจัดสิ่งปฏิกูลของคณะรัฐประหาร และนำตัวพวกเขาเหล่านั้นมาลงโทษก่อกบฎ ทั้งตัวการ ผู้ใช้ และผู้สนับสนุน

๖. "คตส. ตั้งโดยคมช. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ตั้งโดย คมช. ใช่หรือไม่"

ตอบ ไม่ใช่ แต่ คตส ซึ่งแต่งตั้งโดยประกาศ คปค เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนพิจารณาของศาล และนิติราษฎร์กล่าวชัดว่า ศาลฎีกาฯ ตัวองค์กรตั้งมาก่อนแล้ว แต่กระบวนการทางคดี มิชอบ (โปรดดูตอนท้าย ที่ผมตอบ กิตติศักดิ์ เพิ่มเติม)

๗. "การดำเนินการตามแนวคิดของนิติราษฎร์ ไม่มีผลทางกฎหมายต่อนายกฯทักษิณเลยใช่หรือไม่"

ตอบ การกระทำความผิดหรือไม่ผิด ของทักษิณ ยังคงดำรงอยู่ตามกฎหมายที่บังคับใช้ในขณะที่กระทำ และอายุความก็ยังคงนับไปเรื่อยๆ เสมือนไม่มีการดำเนินคดีเกิดขึ้น หมายความว่า ปปช ซึ่งต้องถูกรีเซ็ตองค์กรมใหม่ จะฟ้องทักษิณ ก็ยังคงทำได้จนกว่าจะหมดอายุความ ทั้งนี้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ เพราะ การลบล้าง คือ ไม่เคยมีการฟ้อง มาก่อน

๘. "มาตรา ๑๑๒ ขัดแย้งกับ รธน .จริงหรือ และขัดกับรธน. ๒๕๕๐ ที่จะถูกยกเลิกใช่หรือไม่"

ตอบ ขัดรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ทุกฉบับครับ สมคิด ควรตอบให้ตรงๆ เลยว่า ความพอสมควรแก่เหตุระหว่างความผิดทางวาจา (มาตรา ๑๑๒) กับ โทษ เป็นไปตามหลักความพอสมควรแก่เหตุซึ่งเป็นรากหรือแก่น ของรัฐธรรมนูญในนิติรัฐประชาธิปไตยหรือไม่ นี่คือมาตรชี้ ที่นิติราษฎร์เสนอว่า ขัดรัฐธรรมนูญครับ (ไม่ว่าจะมี รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙หรือไม่ก็ตาม)

๙. "ประเทศทั้งหลายในโลกรวมทั้งเยอรมัน เขาไม่คุ้มครองประมุขของประเทศเป็นพิเศษแตกต่างไปจากประชาชนใช่หรือไม่"

ตอบ คุ้มครองครับว่า จะจับกุมคุมขังมิได้ เป็นเอกสิทธิ์ประมุขแห่งรัฐ เช่น ประมุขรัฐหนึ่ง เอาปืนยิงคน เช่นนี้จับกุมไม่ได้ ต้องถอดจากตำแหน่งเสียก่อน (เช่นการประหาร พระเจ้าหลุยส์ ตอนปฏิวัติฝรั่งเศส) แต่ freedom of expression เป็นคนละเรื่องกับ immunity of head of state ใน sense แบบนิติรัฐเสรีประชาธิปไตย นะครับ

๑๐. "ถ้ามีคนไปโต้แย้งนิติราษฎร์ในที่สาธารณะเขาจะไม่ถูกขว้างปาและโห่ฮาเหมือนกับหมอตุลย์ใช่หรือไม่"

ตอบ ผมไม่ใช่หมอดู หมอเดา หรือสุนัขรับใช้รัฐประหาร ที่จะตอบคำถามแบบนี้นะครับ

๑๑. "ถ้าเรายกเลิกกฎหมายที่ถูกยกเลิกไปแล้วได้ เราจะล้มเลิกการกระทำทั้งหลายและลงโทษคณะรัฐประหารกี่ชุด สุจินดา ถนอม ประภาส สฤษดิ์ จอมพล ป. อ.ปรีดี หรือจะลงโทษเฉพาะคณะรัฐประหารที่กระทำต่อนายกฯทักษิณ"

ตอบ นิติราษฎร์ เสนอว่า ให้ยกเลิกบรรดา "รัฐประหารที่ล้มล้างรัฐธรรมนูญ" ถ้ากรณีใดเข้าข่าย ต้องเอาผิดทั้งสิ้น, แต่บางกรณีบังคับการไม่ได้โดยสภาพ ผลคือ คดีอาญาระงับ ไงครับผม, สำหรับกฎหมาย เราให้ล้างหมด แล้ว valid ทีหลัง (ในทางสัญลักษณ์)

๑๒. "ความเห็นของนักกฎหมายที่เห็นไม่ตรงกับนิติราษฎร์แต่ดีกว่านิติราษฎร์ รัฐบาลนี้จะรับไปใช่หรือไม่"

ตอบ ไปถามรัฐบาลนะครับ อย่าคิดเอาเองแบบพวกนักรัฐประหาร นะครับ

๑๓. "ศาลรธน. ช่วยนายกฯทักษิณคดีซุกหุ้นถือว่าใช้ได้ แต่ไม่ช่วยคดียึดทรัพย์ถือว่าใช้ไม่ได้ เป็นตุลาการภิวัตน์ใช่หรือไม่"

ตอบ ผมไม่สนว่าใครช่วยใคร แต่ทุกคนจะถูกดำเนินคดีต่อเมื่ออยู่ในระบบกฎหมายที่ปกติ ไม่ถูกก่อตั้งสถานะและอำนาจโดยการรัฐประหารล้มล้างรัฐธรรมนูญ (ซึ่งสถานะและอำนาจดังกล่าว เป็นบ่อเกิดของตุลาการภิวัตน์) ถามว่า กรณีซุกหุ้น ศาลพิพากษาโดยผ่านกระบวนการ รัฐประหารล้มล้างรัฐธรรมนูญ หรือไม่? ตอบคือ ไม่ ศาลพิพากษาในระบบกฎหมายปกติ และไม่ล้มสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน เช่น การล้มผลการเลือกตั้ง โดยขัดหลักความพอสมควรแก่เหตุ เป็นต้น

๑๔. "บทบัญญัติว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามรธน. ๒๕๕๐ แย่กว่า รธน. ๒๕๔๐, ๒๔๗๕ ที่นิติราษฎร์จะนำมาใช้ใช่หรือไม่"

ตอบ สมคิด ครับ รัฐธรรมนูญ เกิดทีหลัง ประชาชน ซึ่งมีสิทธิเสรีภาพมาก่อนแล้ว ; ฉะนั้น แม้จะไม่มีหมวดสิทธิเสรีภาพ ถามว่า ประชาชน จะไม่มีสิทธิเสรีภาพหรือ? คำตอบคือ ไม่ เขายังมีบริบูรณ์ทุกประการ ; สังเกต จากรัฐธรรมนูญ ที่เขียนเรื่องสิทธิเสรีภาพ ของอเมริกา นะ เขียนเชิง negative ตลอดเลย คุณไม่ต้องไปเขียน เพราะยิ่งเขียน มันยิ่งแสดงอำนาจรัฐในการควบคุมสิทธิเสรีภาพเข้าไปเรื่อยๆ ล่ะครับ

๑๕. "คมช. เลว ส.ส.ร.ที่มาจาก คมช.ก็เลว รธน.๒๕๕๐ ที่มาจาก ส.ส.ร.ก็เลว แต่รัฐบาลที่มาจาก รธน. เลว เป็นรัฐบาลดีใช่หรือไม่"

ตอบ รัฐบาล ไม่ได้มาจากรัฐธรรมนูญ นะครับ รัฐบาลคลอดมาจาก เจตจำนงของประชาชน , รัฐธรรมนูญ เป็นเพียงฐานรับรองที่มาของรัฐบาล(ว่าให้มาจากการเลือกตั้ง แบ่งเขตอย่างไร) เป็นเพียง "วิธีการ" ซึ่งจะเลวหรือไม่ ต้องถามประชาชน หรือถ้าตอบว่า เลว แล้วถามต่อไปว่า ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ เลวหรือไม่ ในเมื่อคลอดรัฐธรรมนูญ(อย่างน้อยในการยกร่างฯ) มาจาก ผู้ร่างฯ ตรรกะเดียวกัน

๑๖. "ส.ส.ร.ที่มาจากรัฐบาลชุดนี้และที่ อ.วรเจตน์จะเข้าร่วม ก็เป็น ส.ส.ร.ที่ดีใช่หรือไม่”

ตอบ ผมยังไม่เคยได้ยินว่า วรเจตน์ บอกว่า เข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วม ทราบเพียงว่า ถ้าเข้าแล้วทำได้ตามประกาศนิติราษฎร์ ก็จะไป ซึ่งจะเป็นสสร ที่ดีหรือไม่ ผมตอบคุณสมคิด ไม่ได้หรอก แต่ถ้าถามว่า สสร ชุดที่มาจาก กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสถาบันการเมืองซึ่งมีที่มาจากการเลือกตั้งดำเนินการ มีความชอบธรรม (legitimacy) หรือไม่ ตอบว่า สสร.ซึ่งมีที่มาดังกล่าว ย่อมมีความชอบธรรมทางประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ครับ

ในท้ายนี้ ขอกล่าวสั้นๆว่า ผมไม่แปลกใจเลยว่า เหตุใด รัฐธรรมนูญฉบับ ๕๐ จึงร่างได้ห่วยแตก มักง่าย ตั้งแต่สารบัญหรือการจัดหมวดของรัฐธรรมนูญ (ขออภัยที่ใช้คำสามัญ) เมื่อได้เห็นวิธีตั้งคำถาม และมองประเด็นของคุณสมคิด เลิศไพฑูรย์ ในฐานะ ผู้ร่วมร่างรัฐธรรมนูญ คมช. ตลอดจน การที่ คุณสมคิด ตั้งคำถามลักษณะนี้ ซึ่งไม่จำต้องใช้สติปัญญาทางวิชาชีพแต่ประการใด จะมักง่ายไปล่ะมังครับ? ท่านไม่ต้องวิตกครับว่า หากอธิบายเป็นเนื้อความแล้ว จะมีคนมองว่า ท่าน "กลวง" แล้วหมดความเลื่อมใสทางวิชาการ เพราะอย่างน้อย ท่านจะยังมีความกล้าหาญทางวิชาการอยู่บ้าง.


+++++++++++++++++++++++++++++++
อดีตคณบดีนิติฯ มธ. ตอบคำถามอธิการบดี 15 ประเด็น กรณีข้อเสนอนิติราษฎร์

ที่มา ประชาไท

พนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีต สสร.รัฐธรรมนูญ 2540 และสว. จากการเลือกตั้งสมัยแรก ตอบคำถาม 15 ประเด็นที่ ศ. ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ ตั้งคำถามต่อนักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์ที่ออกมาเสนอให้ลบล้างผลพวงแห่งการรัฐประหาร 19 กันยายน2549

โดยเขาโพสต์ข้อความดังกล่าวลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งประชาไทขออนุญาตนำเผยแพร่อีกครั้ง และเพื่อความสะดวกแก่ผู้อ่าน ประชาไทได้นำคำถามของ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีคนปัจจุบันของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาเรียบเรียงในลักษณะ ถาม-ตอบ ดังนี้


1เราสามารถยกเลิกกฎหมายที่ถูกยกเลิกไปแล้วได้หรือไม่ เช่นการยกเลิก รธน. 2549

ตอบ นิติราษฎร์ไม่ได้เสนอให้ยกเลิกรธน. 2549 แต่ให้ถือว่าการนิรโทษกรรมให้แก่ผู้ทำรัฐประหารตามมาตรา 37 ไม่เกิดผลตามกฎหมาย

2.ถ้าตำรวจจับคนร้ายที่ทำผิดจริงมาแต่ไม่ได้สอบสวนโดยละเอียด ต่อมาคนร้ายถูกฟ้องศาล มีการโต้แย้งว่ากระบวนการของตำรวจไม่ค่อยถูกต้อง แต่ศาลเห็นว่าไม่เป็นไร ศาลก็พิพากษาไป ตกลงคำพิพากษาของศาลใช้ได้หรือไม่

ตอบ ตามป.วิอาญา การสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ย่อมมีผลทำให้การฟ้องคดีของอัยการไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วย ซึ่งโดยหลักการพิจารณาคดีก็ต้องถือว่าไม่ชอบทั้งหมด แต่ศาลไทยบอกไม่เป็นไร หากพิจารณาว่าจำเลยกระทำผิดจริง ก็ลงโทษจำเลยได้ ซึ่งก็เหมือนกับการยอมรับว่าการรัฐประหาร(การกระทำความผิดฐานกบฎ)เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายหากทำสำเร็จนั้นเอง

3.ถ้ามีคนเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมในช่วง คมช.ไม่ถูกต้อง ก็ให้ดำเนินการใหม่ คนอีกกลุ่มเห็นว่าการตัดสินคดีซุกหุ้น ศาลตัดสินผิดโดยสิ้นเชิง คนกลุ่มหลังจะขอให้ยกเลิกรธน. 2540 ตั้งศาลรธน.ใหม่ แล้วพิพากษาคดีซุกหุ้นใหม่ จะได้หรือไม่

ตอบ ศาลรัฐธรรมนูญที่ตัดสินคดีซุกหุ้นของทักษิณ เกิดจากรธน. 2540 ที่มิได้มีที่มาจาการรัฐประหารเหมือน รธน.2550 หากมีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าศาลตัดสินผิดก็น่าจะมีการออกกฎหมายมาให้รื้อฟื้นคดีใหม่ได้ โดยไม่ต้องยก
เลิกรธน. 2540 ซึ่งมิได้เกิดขึ้นจากการกระทำผิดกฎหมายฐานกบฎ (การทำรัฐประหาร)

4.ประชาชนจะลงมติแก้รธน.ที่ถูกยกเลิกไปแล้วได้หรือไม่

ตอบ เป็นคำถามประเด็นเดียวกันกับคำถามที่ 1 คำตอบก็คือไม่ใช่การแก้รัฐธรรมนูญที่ถูกยกเลิกไปแล้ว แต่เป็นการยกเลิกเพิกถอนผลของการกระทำที่เกิดจากรัฐธรรมนูญที่เป็นผลพวงของการรัฐประหารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

5.รธน.2550 ได้รับการลงประชามติโดยประชาชน ในทางกฎหมายเราจะพูดได้หรือไม่ว่า ประชาชนลงมติโดยไม่ถูกต้อง หรือรธน. 2550 ไม่ได้ผ่านความเห็นชอบของประชาชน?

ตอบ พูดได้ เพราะมีการหลอกลวงขู่เข็ญบังคับให้ประชาชนลงมติ จึงเป็นการลงประชามติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

6.ตั้งโดยคมช. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ตั้งโดย คมช. ใช่หรือไม่

ตอบ คตส.ตั้งโดย คมช.แน่นอน ส่วนศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองก็เกิดจากรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่ง คมช.เป็นผู้ให้กำเนิดเช่นกัน ดังนั้น เมื่อการกระทำรัฐประหารของคมช.เป็นการกระทำที่ละเมิดบทบัญญัติมาตรา 63 แห่งรธน. 2540 และเป็นความผิดฐานกบฎตามป.อาญามาตรา 113 ทั้งคตส.และศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองจึงเป็นองค์กรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วยกันทั้งคู่

7.การดำเนินการตามแนวคิดของนิติราษฎร์ ไม่มีผลทางกฎหมายต่อนายกทักษิณเลยใช่หรือไม่

ตอบ ตามที่นิติราษฎร์แถลง มีผลโดยตรงแน่นอน คือต้องพิจารณาคดีใหม่โดยกระบวนการยุึติธรรม ที่ชอบด้ยหลักนิติธรรม ถ้ากระทำผิดจริงตามข้อกล่าวหาก็ต้องถูกลงโทษ

8.มาตรา 112 ขัดแย้งกับ รธน .จริงหรือ และขัดกับรธน. 2550 ที่จะถูกยกเลิกใช่หรือไม่

ตอบ ป.อาญา ม.112 เท่าที่มีการตีความและใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันมีผลขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญแน่นอน เพราะเป็นการลิดรอนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนซึ้งเป็นสิทธิขั้นมูลฐานตามรธน.ของประชาชนโดยสิ้นเชิง แต่อาจไม่ขัดแย้งกับรธน.2550 เพราะเจตนารมณ์ของผู้ร่าง (สสร. 2550) ไม่ถือว่าขัดแย้งอยู่แล้ว

9.ประเทศทั้งหลายในโลกรวมทั้งเยอรมัน เขาไม่คุ้มครองประมุขของประเทศเป็นพิเศษแตกต่างไปจากประชาชนใช่หรือไม่

ตอบ ทุกประเทศมีกฎหมายคุ้มครองประมุขของประเทศ แต่ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยอย่างเช่นเยอรมัน อังกฤษ อเมริกา เขาถือว่าเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามหลักนิติธรรม ประมุขของประเทศจึงอาจถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ หากมีการกระทำใด ๆที่มีผลต่อการเมืองการปกครองของประเทศไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม

10.ถ้ามีคนไปโต้แย้งนิติราษฎร์ในที่สาธารณะเขาจะไม่ถูกขว้างปาและโห่ฮาเหมือนกับหมอตุลย์ใช่หรือไม่

ตอบ หากท่านคิดจะไปโต้แย้งกับนิติราษฎร์ ท่านอธิการก็จัดเวทีที่ธรรมศาสตร์สิครับ ผมเชื่อว่าไม่มีใครกล้าโห่ฮาท่านแน่นอน

11.ถ้าเรายกเลิกกฎหมายที่ถูกยกเลิกไปแล้วได้ เราจะล้มเลิกการกระทำทั้งหลายและลงโทษคณะรัฐประหารกี่ชุด สุจินดา ถนอม ประภาศ สฤษฏ์ จอมพล ป. อ.ปรีดี หรือจะลงโทษเฉพาะคณะรัฐประหารที่กระทำต่อนายกทักษิณ

ตอบ การประกาศให้ผลของการรัฐประหาร ไม่เป็นการนิรโทษกรรมให้แก่ผู้กระทำผิดฐานกบฎ โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และให้ประชาชนลงประชามติตามที่นิติราษฎร์เสนอ เป็นการยกเลิกการนิรโทษกรรมที่กำหนดไว้ใน รธน. 2550 ไม่ใช่ยกเลิกกฎหมายที่ยกเลิกไปแล้ว ส่วนที่ถามว่าทำไมไม่ยกเลิกผลของการกระทำรัฐประหารของสุจินดา ถนอม สฤษดิ์ จอมพล ป. ปรีดี แล้วเอาตัวคนเหล่านี้มาลงโทษฐานกบฎด้วย เห็นด้วยว่าสมควรทำในสิ่งที่ยังพอกระทำได้ เช่นการให้ความช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ที่ได้รับผลร้ายจากการกระทำรัฐประหารเหล่านั้น (โดยเฉพาะผู้ที่ถูกลงโทษโดยไม่ผ่านการพิจารณาคดีตามกระบวนการยุติธรรม) แต่การนำตัวผู้กระทำรัฐประหารมาลงโทษคงกระทำไม่ได้แล้วเพราะผู้กระทำผิดส่วนใหญ่ตายไปแล้ว ที่ยังเหลืออยู่คดีก็ขาดอายุความหมดแล้ว

12.ความเห็นของนักกฎหมายที่เห็นไม่ตรงกับนิติราษฎร์แต่ดีกว่านิติราษฎร์ รัฐบาลนี้จะรับไปใช่หรือไม่

ตอบ ช่วยเสนอให้หน่อยว่าความเห็นของท่านที่ดีกว่าของนิติราษฎร์ คือ อย่างไร ถ้าดีกว่าจริงจะขอสนับสนุนเต็มที่เลย ในฐานะที่เป็นนักกฎหมายด้วยกัน

13.ศาลรธน. ช่วยนายกทักษิณคดีซุกหุ้นถือว่าใช้ได้ แต่ไม่ช่วยคดียึดทรัพย์ถือว่าใช้ไม่ได้ เป็นตุลาการภิวัตน์ใช่หรือไม่

ตอบ ตุลาการภิวัตน์ คือตุลาการที่ยอมตนเป็นเครื่องมือและอาวุธให้แก่ผู้มีอำนาจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ใช้เพื่อประหัตประหารและทำลายล้างศัตรูของตน ตุลาการศาลทั้งในคดีซุกหุ้นและคดียึดทรัพย์ทักษิณ จึงเป็นตุลาการภิวัฒน์ด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าในคดีซุกหุ้นตุลาการภิวัตน์เป็นฝ่ายแพ้

14.บทบัญญัติว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามรธน. 2550 แย่กว่า รธน. 2540, 2475 ที่นิติราษฎร์จะนำมาใช้ใช่หรือไม่

ตอบ บทบัญญัติว่าด้วยสิทธิเสรีภาพตามรธน.2550 และฉบับอื่นทุกฉบับไม่มีความหมายอะไรเลย ไม่มีฉบับใดดีกว่ากัน เพราะตราบใดที่ตุลาการไทยยังยอมรับว่ารัฏฐาธิปัตย์คือผู้ที่ได้อำนาจอธิปไตยมาโดยรถถังและปืนและอำนาจอธิปไตยไม่ใช่อำนาจของประชาชน

15.คมช. เลว สสร.ที่มาจาก คมช.ก็เลว รธน.2550 ที่มาจาก สสร.ก็เลว แต่รัฐบาลที่มาจาก รธน. เลว เป็นรัฐบาลดีใช่หรือไม่สสร.ที่มาจากรัฐบาลชุดนี้ และที่ อ.วรเจตน์จะเข้าร่วม ก็เป็นสสร.ที่ดีใช่หรือไม่”

ตอบ ไม่ใช่เรื่องใครดีใครเลว แต่เป็นเรื่องของหลักการในทางนิติศาสตร์ ที่จะต้องมีการยืนยันว่าระหว่างอำนาจรัฐกับเสรีภาพของประชาชนและระหว่างระบอบเผด็จการกับระบอบประชาธิปไตย นักกฎหมายควรจะยืนอยู่ข้างใดมากกว่า

++++++++++++++++++++++++++++++

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ตอบ สมคิด


ที่มา มติชน


"สมคิด เลิศไพฑูรย์ กับ ความเป็นมาของ สิทธิ มิแรนด้า"


ขอเรื่อง สมคิด นิดนะ พอดี มีข้อหนึ่งที่เขาเขียน เดิมผมเตรียมจะพูดในงานนิติราษฎร์ แต่ไม่มีเวลา นี่เสียดายไม่ได้พูดไป จะได้ไม่ต้องมาเขียน


"ถ้าตำรวจจับคนร้ายที่ทำผิดจริงมา แต่ไม่ได้สอบสวนโดยละเอียด ต่อมาคนร้ายถูกฟ้องศาล มีการโต้แย้งว่ากระบวนการของตำรวจไม่ค่อยถูกต้อง แต่ศาลเห็นว่าไม่เป็นไร ศาลก็พิพากษาไป ตกลงคำพิพากษาของศาลใช้ได้หรือไม่"


ความจริง การเรียบเรียงคำของสมคิดนี้ไม่รัดกุมเลย (เสียทีที่เป็น...ศาสตราจารย์กฎหมาย) ตอนแรกที่ใช้คำว่า "ไม่ได้สอบสวนโดยละเอียด" นั้น คลุมเครือเกินไป ไม่สอบสวนโดยละเอียด ความจริง ไม่ใช่ปัญหากระบวนการทางกฎหมาย (due process of law) เสียทีเดียว แต่เป็นเรื่องการไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีความสามารถ (incompetence) ของพนักงานสอบสวนหรืออัยการ ซึ่งถ้าเช่นนั้น ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ศาลจะบอกว่าเป็นไรหรือไม่เป็นไร และเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับการดีเบตนิติราษฎร์เท่าไร


ถ้าให้ดีสมคิดควรเรียบเรียงคำใหม่ ยกตัวอย่างซึ่งจะเกี่ยวกับกรณีทีกำลังดีเบตนิติราษฎร์อยู่ และเป็นปัญหาสำคัญมากๆ (ที่เดิมผมคิดจะพูด) ในลักษณะนี้ คือ สมมุติว่า


- คนร้ายทำความผิดจริง


[ในตัวอย่างนี้ ผมจะข้ามประเด็นเรื่อง presumed innocent ไปเลย คือ ให้สมมุติกันเลยว่าคนที่โดนดำเนินคดีนี้ ผิดแน่ๆ ใครๆ ก็เห็น ใครๆ ก็รู้ เช่น นาย ก ข่มขืน แล้วฆ่าเด็กหญิงคนหนึ่ง ทุกคนรู้ แบบไม่มีข้อโต้แย้งเลยว่า ทำจริงๆ]


- ในระหว่างการสอบสวน พนักงานตำรวจได้ทำหรือใช้วิธีการที่ไม่ค่อยชอบมาพากลทางกฎหมาย (คือไม่ใช่แค่ "ไม่ละเอียด" เท่านั้น)


- คดีขึ้นศาล และศาลตัดสินว่าผิด


คำถามคือในกรณีแบบนี้ (ซึ่งนี่คือสิ่งที่สมคิดตั้งเป็นคำถามสมมุติข้างต้น) เราควรถือว่า "คำพิพากษาของศาลใช้ได้หรือไม่" (ขอย้ำว่า ให้สมมุติตกลงร่วมกันเลยว่า หมอนั่นที่ถูกตัดสิน "ทำผิดจริง" (คำของสมคิด) แน่ๆ)


คำตอบที่ถูกต้อง และควรจะเป็น ต่อคำถามของสมคิดว่า "คำพิพากษาของศาลใช้ได้หรือไม่" คือ "ไม่" NO ตัวใหญ่ๆ เลย (ในการตั้งคำถามของสมคิดเห็นได้ชัดว่า เขาต้องการจะบอกว่า "ให้ใช้ได้สิ")


นี่เป็นเรื่องที่คนไทยจำนวนมาก หรืออาจจะส่วนใหญ่ด้วยซ้ำ ไม่เข้าใจ คือประเด็นเรื่องความสำคัญของ "วิธีการ" ในการดำเนินการเอาผิดคน


ในประเทศอารยะ ที่มีระบบบกฎหมายเข้มงวดนั้น ควรถือว่า "วิธีการ" สำคัญมากๆ สำคัญยิ่งกว่าตัวคำตัดสินเสียอีก


ทำไม?


ก็เพราะว่า ถ้าเรายอมรับ "วิธีการ" หรือ "กระบวนการ" ที่ไม่ชอบมาพากล ที่ผิดหลักการแล้ว ต่อให้ในเฉพาะกรณีที่พูดถึง คนที่ถูกตัดสิน "ทำผิดจริง"


ก็จะเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจะเป็นผลเสียแก่คนอื่นๆ ที่บริสุทธิ์ ที่อาจจะต้องมาผ่าน "กระบวนการ" แบบนี้สักวันหนึ่ง ทั้งยังเป็นการละเมิดสิทธิของคนที่ "ทำผิดจริง" นั้นด้วย (คนทำผิดจริง ก็มีสิทธิบางอย่างที่ละเมิดไม่ได้ เช่นเดียวกับคนทั่วไป - นี่เป็นประเด็นที่ "สังคมไทย" ไม่เข้าใจเช่นกัน การละเมิดสิทธิของ "คนทำผิดจริง" ก็จะเป็นผลเสียต่อบรรทัดฐาน ที่จะต้องใช้ปฏิบัติต่อคนที่ไม่ทำผิดด้วย)


อย่างที่ผมบอกว่า นี่เป็นประเด็นสำคัญ ที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้าใจ เรียกว่า เป็น "วัฒนธรรม" ทางกฎหมายหรือทางสังคมอย่างหนึ่งก็ได้


ที่น่าเศร้าคือ ประเด็นนี้ แม้แต่คนที่ "มีการศึกษา" จบเมืองนอกเมืองนา ก็ไม่เข้าใจ หรือไม่ยอมให้ความสำคัญ


.....


แต่ยิ่งกว่าน่าเศร้า (น่ากลัว น่าห่วงด้วย) คือ คนระดับศาสตราจารย์ทางกฎหมาย อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ ที่สำคัญที่สุดในเมืองไทย (นิติ มธ.) ก็ยังไม่เข้าใจ ยังอุตส่าห์ ตั้งเป็นคำถามและตอบในลักษณะเดียวกันด้วย


ให้ผมเล่ากรณีสำคัญทางประวัติศาสตร์มากๆ ในสหรัฐ ที่รู้จักกันในนาม "สิทธิ มิแรนด้า" (Miranda right)


ใครที่ชอบดูหนังฮอลลิวู้ด เกี่ยวกับตำรวจหรือศาล (cop show, legal drama) จะต้องเคยเห็นว่า ในระหว่างการจับผู้ต้องหานั้น ตำรวจจะต้อง "อ่าน" คือบอกคนถูกจับ ทำนองนี้


"คุณมีสิทธิที่จะเงียบ อะไรที่คุณพูดขึ้นมาต่อจากนี้ สามารถใช้เล่นงานคุณในศาลได้ คุณมีสิทธิที่จะมีทนาย ถ้าคุณไม่สามารถหาทนายได้ เราจะจัดหาทนายให้..."


เรื่องนี้มีความเป็นมา ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับประเด็นทักษิณ และข้อเสนอนิติราษฎร์ ระหว่างอ่าน ผมขอแนะนำให้ผู้อ่าน ลองนึกในใจ เรื่องคดีทักษิณ (ที่ดินรัชดา, ยึดทรัพย์) และข้อเสนอนิติราษฎร์ (โมฆะคำตัดสิน แต่ให้ฟ้องใหม่ได้) แล้วก็คำถามสมมุติของสมคิดข้างต้น ตามไปด้วย


ในทศวรรษ 1960 นายโกเมซ มิแรนด้า ได้ทำการลักพาตัวหญิงสาวอายุ 18 ปีคนหนึ่ง แล้วข่มขืนเธอ (นี่คือ "ทำผิดจริง" ตามคำสมคิด และเป็นการผิดที่แรงมากๆด้วย)


ในระหว่างการสอบสวน 2 ชั่วโมงของตำรวจ มิแรนด้า ไม่ได้รับการบอกเรื่อง "สิทธิในการเงียบ" และ "สิทธิในการมีทนาย"


หลังจาก 2 ชั่วโมงของการสอบสวนของตำรวจผ่านไป มิแรนด้า ได้ลงนามในคำรับสารภาพ ว่าลักพาและข่มขืนจริง


ในเอกสารคำรับสารภาพที่ มิแรนด้า ลงนามไปนั้น ความจริง มีตัวอักษรพิมพ์กำกับอยู่ด้วยว่า "ข้าพเจ้าขอสาบานว่า ข้าพเจ้าลงนามเอกสารสารภาพนี้ ด้วยความสมัครใจ โดยไม่ได้ถูกข่มขู่ หรือบังคับ ... และด้วยความตระหนักเต็มที่ถึงสิทธิทางกฎหมายของข้าพเจ้า..."


ปรากฏว่า เมื่อคดีนี้ขึ้นสู่ศาลที่อริโซน่า ทนายความของนายมิแรนด้า (เป็นทนายที่ศาลตั้งให้) ได้ยื่นต่อศาลว่า คำสารภาพที่ลงนามไปนั้น ใช้ไม่ได้ เพราะระหว่างการสอบสวน ตำรวจไม่เคยบอก มิแรนด้า ว่า เขามีสิทธิจะเงียบ และมีสิทธิจะมีทนายความปรึกษาด้วยระหว่างการให้การกับตำรวจ


ศาลชั้นต้นอริโซน่า ไม่ยอมรับข้ออ้างนี้ (โปรดนึกถึงตัวอย่างของสมคิดในใจ) แล้วตัดสินว่า มิแรนด้า ผิดจริง จากหลักฐานคำให้การรับสารภาพที่ลงนามนี้ ให้จำคุก 20-30 ปี (รวมแล้วหลายๆ สิบปี เพราะหลายกระทง ศาลให้นับต่อกัน สมมุติ กระทงหนึ่ง 20 อีกกระทงหนึ่ง 30 ก็คือต้องติดคุก 50 ปี)


ฝ่ายจำเลย ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงของอริโซน่า ศาลสูงอริโซน่ายืนตามศาลชั้นต้น


(นึกถึงตัวอย่างสมคิด นี่เป็นสิ่งที่เขาสนับสนุน มองในแง่คนไทยทั่วไป ก็คงรู้สึกว่า การตัดสินเช่นนี้ เป็นเรื่อง "ดีแล้ว" เพราะ มิแรนด้า "ทำผิดจริงๆ" มิหนำซ้ำ ยังลงนามในเอกสารคำรับสารภาพด้วยซ้ำ)


แต่ปรากฏว่า เรื่องนี้ จำเลยได้ยื่นให้ ศาลสูงสุดของสหรัฐ (Supreme Court) พิจารณา ....


ในการตัดสินครั้งประวัติศาสตร์ ศาลสูงสุดของสหรัฐ ได้ลงมติ ยกเลิกคำตัดสินของศาลอริโซน่า (โมฆะคำตัดสินนั้น) เพราะถือว่า ตำรวจได้ทำผิด ไม่บอกให้มิแรนด้า รู้อย่างชัดเจนก่อนว่า เขามีสิทธิจะเงียบ และมีสิทธิจะมีทนายอยู่ด้วย ระหว่างให้การ เป็นการละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญสหรัฐ (ข้อแก้ไขที่ 5 และ 6)


ผลคือ คำตัดสินจำคุกหลายสิบปีของมิแรนด้า ถูกยกเลิกไป


มิแรนด้า ถูกดำเนินคดีใหม่ ขึ้นศาลใหม่ และฝ่ายอัยการ ต้องใช้หลักฐานอื่น ไม่สามารถใช้หลักฐานเอกสารคำสารภาพของมิแรนด้า แต่ในที่สุด มิแรนด้า ก็ถูกตัดสินว่าผิดจริง (โทษตามเดิม แต่ในที่สุด ได้รับการปล่อยตัวก่อน หลังจากนั้นไม่นาน ไปมีเรื่องกับคนอื่น แล้วถูกแทงตาย)


นี่คือ ความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากๆ ที่เป็น "เบื้องหลัง" ของสิ่งที่เรามาได้เห็นกันในหนังฮอลลิวู้ด ที่ตำรวจต้องอ่าน "สิทธิ มิแรนด้า" ให้คนที่ถูกจับก่อนเสมอ และต้องถามเจ้าตัวก่อนว่า "เข้าใจที่บอกนี้ไหม" และถ้าคนถูกจับ เรียกร้องขอมีทนาย จะต้องหาทนายให้ ทำการสอบสวนต่อไม่ได้ ฯลฯ (ผมเล่าแบบคร่าวๆ จริงๆมีรายละเอียดน่าสนใจกว่านี้)


.............................


ประเด็นที่อยากจะย้ำคือ วิธีการ หรือ "กระบวน" ที่ถูกต้อง (due process) เป็นเรื่องสำคัญมากๆ สำคัญยิ่งกว่า เรื่องที่ว่า "คนทำผิดจริง" (คำของสมคิด และนึกถึงตัวอย่างที่เขายกมา) สำคัญกว่าตัว "เนื้อหา" ของคดี หรือคำตัดสินด้วยซ้ำ


เพราะเรื่อง due process นี่เป็นเรื่องที่จะต้องใช้กับทุกคน ไม่ว่าใครทั้งนั้น ต่อไปอีกในอนาคต รวมทั้งคนที่บริสุทธิ์ ที่จะต้องมีโอกาสเจอด้วย


นี่เป็นเรื่องของ "บรรทัดฐาน" ของสังคมโดยรวมว่า เราต้องการสังคมแบบไหน


แบบที่ไม่คำนึงถึง "วิธีการ" หรือ "กระบวนการ" อะไร ขอแต่ให้ ในเมื่อ "หมอนั่นผิดจริง" ก็ไม่ต้องสนใจว่า ในการนำเขามาขึ้นศาล และมีคำตัดสินนั้น มี วิธีการ ที่ "หละหลวม" หรือ ไม่ชอบมาพากลอย่างไร


หรือ เราต้องการสังคมที่เคารพในสิทธิของทุกคน แม้แต่คนที่เรามั่นใจเต็มที่ว่า "ผิดจริง" (ขอให้นึกถึงกรณี มิแรนด้า ว่า เขาทำผิดร้ายแรงขนาดไหน) สังคมที่สร้างบรรทัดฐาน หรือ กระบวนการที่ถูกต้อง ในการได้มาซึ่งคำตัดสิน เพราะกระบวนการที่ถูกต้องนั้น จะใช้บังคับกับคนอื่นๆ ทุกคนด้วย