วันอังคาร, พฤศจิกายน 26, 2562

หัวหน้าทีม 'ขี้เท่อ' กลับเบลม 'เพื่อนร่วมงาน' ขายวิญญานให้เผด็จการก็งี้แหละ


จะว่าทำงานไม่เข้าขากัน หรือว่าผู้ร่วมงานไร้น้ำยา ว่าได้ทั้งนั้นเมื่อผลออกมาไม่เข้าท่า แต่ถ้าอ้างเมื่อก่อนทำ ‘สี่ขา’ เดี๋ยวนี้เหลือ ‘ขาเดียว’ ละก็เข้าไคล้ ‘รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง’ ตัวพระเอกลิเกหัวหน้าทีมเศรษฐกิจนั่นแหละ ‘ขี้เท่อ’

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ที่เดี๋ยวนี้ไม่ได้เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจแล้ว กระเตง รัฐมนตรีคลัง อุตตม สาวนยน ชี้แจงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจว่า “เครื่องยนต์เหล่านี้ต้องเดินไปข้างหน้าทุกตัว” ทั้งด้านส่งออก ค่าครองชีพ และเกษตรกรรม

แต่ที่ผ่านมา ‘คลัง’ ทำได้เฉพาะในขอบข่ายของตัว “กระทรวงการคลังไม่ได้ไปทำเรื่องส่งออก เพราะไม่ใช่หน้าที่” (ต้องเข้าใจว่าเรื่อง ‘ส่งออก’ นี่ปัญหาใหญ่ เป็นหน้าเป็นตาของ ‘ประชารัฐ’ ส่วนด้านค้าปลีก ราคาผลผลิต เรื่องย่อย เดี๋ยวโยนเศษเงินเหลือจากซื้อรถถังให้ก็เงียบกันไปเอง)

รมว.อุตตม บ่นบ้าง “เรื่องเศรษฐกิจต้องดูแลในหลายด้าน...ทุกฝ่ายต้องช่วยกันทั้งรัฐ เอกชน ไม่เช่นนั้นปล่อยไปเฉยๆ ความมั่นใจไม่มี ความรู้สึกหดหู่ยิ่งไปกันใหญ่...มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่น ๆ กระทรวงที่รับผิดชอบก็ดำเนินการอยู่ คลังรับผิดชอบแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมด”

สมคิดกลับมาต่อ “ที่ผ่านมาทำไปเยอะแล้ว แต่ยังไม่สามารถสื่อไปถึงผู้ใช้ รวมถึงธนาคารโลกให้เข้าใจสิ่งที่เราทำได้” เลยทำให้ภาพลักษณ์ของการบริหารเศรษฐกิจไทย ‘shabby’ ขี้เหร่ในสายตาชาวโลก แล้วอย่างนี้ใครจะอยากมาลงทุน ‘อีอีซี’


“คาดว่าเศรษฐกิจในปี ๒๕๖๓ ถึงขั้นวิกฤติอย่างหนัก โดยเฉพาะปัญหาการว่างงานและปัญหาความยากจนที่รุนแรง ซึ่งขณะนี้ได้เกิดการเคลื่อนไหวเรียกร้องจากกลุ่มชาวนา-ชาวไร่ กลุ่มแรงงาน และกลุ่มผู้สูงอายุมากยิ่งขึ้น

จนอาจกลายเป็นแรงระเบิดในปี ๒๕๖๓ ได้” Somyot Pruksakasemsuk
วิจารณ์เรื่องที่สมคิดกับอุตตม “โวยพรรคร่วมพากันทำเละ” ว่าเป็นเพราะ “รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ทำเศรษฐกิจพัง” ที่แตกแบ๊งค์พันทางการเมือง

“ทำให้เกิดรัฐบาลผสมถึง ๑๙ พรรค ที่ไร้เสถียรภาพ แต่ละพรรคมุ่งผลักดันนโยบายของตัวเอง จึงทำให้เกิดสภาพตัวใครตัวมัน พรรคใครพรรคมัน เตะตัดขากันเอง จนทำให้เศรษฐกิจเติบโตเพียงแค่ ๒.๖ เปอร์เซ็นต์”

แล้วยังแบ๊งค์ร้อย ‘ยับยู่ยี่’ แบบว่าค้ายาบ้าง สัมปทานรัฐบ้าง ซ้ำแบ๊งค์สิบ ‘ขาดวิ่น’ ชนิดเย็บไม่ติดอย่างการสวาปามที่ สปก. กับป่าสงวนแห่งชาติเอาไปเลี้ยงไก่งี้ รวมทั้งป่วนสภา แหวกับประธานฯ บ้าง ก่อกวนร้องปลดประธานกรรมาฯ บ้าง

ล่าสุด สิระ เจนจาคะ บอกว่า “จะยังไม่มีการเสนอให้ปลดพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ออกจากตำแหน่งประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร” เพราะต้องรอได้ตัวป่วนอีกคน

เหตุจากปารีณา (ไกรคุปต์) คู่หูเจอเรื่องฮุบป่าเสียจนโป๊ะแตก เลยต้องชะลอจนกว่า ไพบูลย์ นิติตะวัน เข้าทำหน้าที่ในคณะกรรมาธิการ เสียก่อน ดูเหมือนว่าไพบูลย์กำลังยุ่งช่วยแก้บ่วงให้กับ วทันยา วงศ์โอภาสี กรณีขายหุ้นสื่อแต่แจ้งช้า
 
วานนี้ (๒๕ พ.ย.) ‘แผงคอราชสีห์ คสช.’ อ้างว่า ‘มาดามเก้ง’ คนเก่งทุกอย่างขายหุ้นผ่านโบร้คเกอร์ ๓ รายแล้วโอนเงิน ๔๑ ล้านบาทเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ของ น.ส.วทันยาเมื่อ ๑๓ และ ๑๔ ธันวา ๖๑ ก่อนไปสมัครรับเลือกตั้ง ๒ เดือน

แต่กรณีธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ขายหุ้นวี-ลัคให้มารดา ๘ มกรา ๖๒ แต่นำเช็คเข้าบัญชีของตนเมื่อ ๑๖ พฤษภา ๖๒ จึงทำให้ศาล “ไม่เชื่อว่ามีการซื้อขายหุ้นเกิดขึ้นจริง” ซึ่งอันนี้เป็นทางปฏิบัติทางธุรกิจไม่เคยมีใครติดใจว่าจะเอาเช็คไปเข้าบัญชีเมื่อไร

แต่ปรากฏว่าศาลรัฐธรรมนูญ (ดัน) รู้เรื่องดีกว่านักธุรกิจว่าถ้ายังไม่เอาเช็คไปขึ้นเงิน ผู้ขายจะชักสินค้าคืนได้ แล้วถ้าเป็นสินค้าย่อยสลายล่ะ จะเอาสินค้าที่ย่อยแล้วคืนงั้นหรือ แม้แต่ที่เป็นอสังหาฯ ไม่บูดเน่า ผู้ซื้อเข้าครอบครองแล้วเอาคืนได้ไง เมื่อการซื้อขายถูกต้องทุกกระบวนการ

พัลวันพัลเกกันจะเละพวกแบ๊งค์สิบนี่ แต่ยังไม่พอ พวกแบ๊งค์ยี่สิบก็เป็นเหมือนกัน ตีกันพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพวกอยู่ตลอดรอดฝั่งเพราะฐานโยกเอนได้ตามแรงไหวของแผ่นดิน

วีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์พรรคพลังประชารัฐ ‘วิปรัฐบาล’ ออกประกาศ ‘ความเห็นส่วนตน’ ว่า “ผู้ที่จะนั่งตำแหน่งประธานกมธ. ก็ต้องเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลเท่านั้น จะไปเอาพรรคร่วมรัฐบาล หรือพรรคอื่นที่ไม่ใช่พรรคแกนนำไม่ได้”

นั่นเป็นกระบวนการช่วงชิง ‘การแก้รัฐธรรมนูญ’ ไปอยู่ในมือ คสช.๒ ให้จนได้ แค่ตั้งเป็นคำถามไม่ต้องคิดว่า “อย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะสามารถพูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้หรือไม่

ถ้านายกฯ ไม่ได้เอาด้วย แล้วกมธ.จะทำงานกันต่อไปได้หรือ” ทั้งๆ ที่เขามาจากการเสนอ (และหมายมั่นปั้นมือแต่ต้น) ของพรรคร่วมรัฐบาลสำคัญไม่เบาพรรคหนึ่ง ชนิดถ้าไม่มาก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ แต่ว่าบัดนี้ได้กลายเป็นสมุนรับใช้ให้เขาสับโขกไปแล้ว


จะเป็นความเสียใจของพรรคนั้นที่เลือกขายวิญญานให้ปีศาจหรือเปล่าไม่รู้ แต่กรณีล่าที่เล่ามาข้างต้นนี่เป็นการตอกย้ำว่า ไม่มี ‘เพื่อนร่วมงาน’ สำหรับเผด็จการ ถ้าไม่ใช่ลูกน้องก็ต้องเป็นทาส

อีก10ปี เจอกัน!! “พะจุณณ์” ลั่น อีก10 ปี เปืดเบื้องหลังฉากการเมือง บทที่”ป๋าเปรม” เกี่ยวข้อง แต่ตอนนี้ ยังเปิดเผยไม่ได้ - โถ... ความลับไม่มีในโลกหรอกครับ



...



wikileaks.org/plusd/cables/10BANGKOK192_a.html …


เปิดนาทีเจ้าหน้าที่ผนึกกำลัง ลุยฟาร์มไก่ แจ้งจับ 'ปารีณา' รุกป่าสงวน 46 ไร่



https://www.facebook.com/khaosod/videos/732105710601156/
..

ไลฟ์สไต ของกษัตริย์สวาซิแลนด์ จัดงานวันเกิดตัดเคกขนาดมหึมา ใช้นาฬิกาฝังเพชรทั้งเรือน ราคา 1.6ล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่ประชากรกว่า 63% ยากจน อ.สุนัยให้รายละเอียด



อาริยา อรัญดร ถ้ากาสัดเปนอย่างนี้ ปชช.ต้องจรแน่ เพราะเอาเงินงบประมาณไปเลี้ยงดูลูกเมีย หรูหราของมันหมด ปท.คงไม่เปนอย่างนี้นะโชคดีจัง 555


มึงรอได้มั๊ย “ปี 2579 เมืองไทย จะเป็นประเทศรายได้สูง” “I-Tube” ประกาศกร้าวกลางนิวยอร์ก




ทำทั่วโลกฮือฮา “นายกประยุทธิ์” ประกาศกร้าวกลางนิวยอร์ก “ปี 2579 เมืองไทย จะเป็นประเทศรายได้สูง”

September 26, 2019
adhomethai.com

เป็นการประชุมที่คนทั่วโลกจับตามอง โดยครั้งนี้ นายกประยุทะิ์ จันทร์โอชา ได้มีโอกาสเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงพัฒนาการในประเทศไทย ในช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้วางรากฐานด้านต่างๆ และยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับปากท้องและการเอารัดเอาเปรียบในสังคม ด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลปรับปรุงกฎระเบียบ และวิธีทำงานเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับ นักธุรกิจและนักลงทุนเพิ่มขึ้น



“ด้านการเมือง ปฏิบัติตามโรดแม็ป อย่างครบถ้วน ต่อจากนี้ ประเทศไทยจะเดินไปข้างหน้าภายใต้รัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ โดยมีเป้าหมายคือ จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศรายได้สูง ภายในปี 2579 มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน มีพัฒนาการทางสังคมที่เป็นธรรมและเท่าเทียมในสิทธิพื้นฐาน เน้นการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย และไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง ตลอดจน เพิ่มพูนบทบาทเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเพื่อความยั่งยืนกับนานาประเทศ โดยมีอาเซียนและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเป็นจุดตั้งต้น”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การเป็นประธานอาเซียนของไทยในปีนี้ ไม่เพียงเน้นการมองไปสู่อนาคต และเสริมสร้างความเป็นแกนกลางของอาเซียนให้เข้มแข็งขึ้นเพื่อเป็นหลักให้ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกเท่านั้น แต่ยังจำเป็นต้องแสวงหาความร่วมมือ และเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนที่แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นกับประเทศนอกภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศคู่เจรจาต่างๆ ของอาเซียน ภายใต้แนวคิดหลักคือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” (Advancing Partnership for Sustainability) โดยการดำเนินการดังกล่าวต้องครอบคลุมในทุกมิติหรือ Sustainability of Things (SoTs)

“อย่างไรก็ดี ไทยให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างประเทศสมาชิกซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญตามวิสัยทัศน์อาเซียน เพราะเชื่อว่าเมื่อประเทศต่างๆ มีระดับการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจใกล้เคียงกัน ก็จะเกิดความเข้าใจกันและร่วมมือกันใกล้ชิดขึ้น นายกรัฐมนตรีให้คำมั่นว่าในช่วงเวลาการเป็นประธานอาเซียนที่เหลือของไทย จะเดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือและความเป็นหุ้นส่วน กับประเทศทั้งภายในและภายนอกอาเซียน



และในปี 2565 ไทยจะรับหน้าที่ประธานการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปคไทยยินดีเปิดรับความเห็นและข้อแนะนำจากมิตรประเทศเพื่อให้วาระประธานเอเปคของไทยเกิดประโยชน์ต่อประเทศสมาชิก และประชาคมระหว่างประเทศในวงกว้าง และหวังว่าการกล่าวปาฐกถาครั้งนี้ จะเป็นโอกาสในการเสริมสร้างความเข้าใจต่อพัฒนาการและบทบาทระหว่างประเทศของประเทศไทย และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นหุ้นส่วนใหม่ ๆ ในการสร้างสรรค์ความร่วมมือไทย-สหรัฐฯ ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

หลังจากที่มีการเผยแพร่คำพูดดังกล่าว ก็มีทั้งคนไทยและคนต่างประเทศเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก
ooo



ooo

เม็ดเลือดขาวเยอะๆ น่ะ ไม่ใช่ของดีนะ มะเร็งแดก...




มะเร็งเม็ดเลือดขาว !! ใบตองแห้ง ออนแอร์ Nov 25, 2019

VOICE TV
1.1M subscribers

รายการ #ใบตองแห้งOnair ประจำวันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 

ควรถาม วาสนา นาน่วม ว่าการเผยแพร่บทความนายพล โจมตีแนวคิดยกเลิกเกณฑ์ทหาร เป็นการทำหน้าที่สื่อหรือ ถ้าอย่างนั้น คนที่วิจารณ์ทหารจะส่งบทความไปให้วาสนาเผยแพร่ได้ไหม 

อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ก็เลยกลายเป็นตลกการเมืองไทย ทั้งการอ้างตัวว่าเป็นวิทยาศาสตร์ และเทียบทหารเป็นเม็ดเลือดขาวขาดไม่ได้ จนถูกโต้กลับว่า เม็ดเลือดขาวที่มากเกิน และจุ้นจ้าน คือมะเร็งใช่หรือไม่
...


ooo

ประวัติศาสตร์ : ทำไมคนไทยค้าขายสู้คนจีนไม่ได้ ถ้า “ขยัน-ประหยัด-อดทน”เท่ากัน? เพราะสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจจากระบบเกณฑ์แรงงานไพร่-ทาสไง ส่วนชาวจีนไม่อยู่ในระบบไพร่ทาส​ และรับภาระภาษีในสัดส่วนที่ต่ำกว่า​



“คนจีนค้าขายเก่ง” แถมยังขยันและอดทน เหมือนเป็นองค์ประกอบหลักที่ทำให้คนทั่วไปมองว่าชาวจีนประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจเมื่อเทียบกับคนไทย แต่ถ้ามองให้ลึกไปกว่านั้นโดยใช้ข้อมูลจากงานวิจัย นอกเหนือจากบุคลิกหรือลักษณะนิสัยส่วนตัวแล้ว ยังมีข้อสังเกตจากปัจจัยอื่นที่น่าสนใจซึ่งทำให้ชาวไทยค้าขายไม่เก่งเท่าชาวจีน

เหตุผลที่คนสนใจอย่างลักษณะนิสัยเรื่อง “ความขยัน”, “ประหยัด” และ “อดทน” เมื่อดูจากงานวิจัยของสุวิทย์ ธีรศาสวัต เรื่อง “ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจการเมืองไทยตั้งแต่รัชสมัยพสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชถึงสมัยรัชกาลที่ 3 (พ.ศ. 2310-2394)” จะพบว่า ผู้วิจัยนำเสนอเหตุผลเบื้องหลังที่ลึกไปกว่าลักษณะนิสัยของคนแต่ละเชื้อชาติ ไปสู่เรื่องภูมิหลังทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง

สุวิทย์ เขียนบทความสรุปปัจจัยที่เชื่อว่ามีแนวโน้มเป็นต้นตอที่ทำให้คนจีนค้าขายได้โดดเด่นกว่าคนไทยโดยแยกแยะเหตุผลหลักอย่างน้อย 2 ประการ คือ คนไทยถูกขูดรีดด้วยระบบไพร่ และ คนจีนได้รับอภิสิทธิ์ทางการค้ามากกว่า

สภาพแวดล้อมสมัยต้นรัตนโกสินทร์

ผู้วิจัยฉายภาพเบื้องหลังบริบทแวดล้อมที่นำมาสู่สภาพความเป็นไป 2 ประการข้างต้นว่า ในยุคต้นรัตนโกสินทร์ (รัชกาลที่ 1-3 พ.ศ. 2325-2394) เป็นช่วงที่สังคมแบ่งชนชั้นอย่างชัดเจน เรียงลำดับชนชั้นสูงไปถึงต่ำแบบคร่าวๆ ได้ 4 ลำดับ คือ ชนชั้นเจ้า, ชนชั้นขุนนาง (รับราชการกับกษัตริย์ ขุนนางมีศักดินา 400 ไร่ขึ้นไป ข้าราชการมีศักดินา 300-400 ไร่), ชนชั้นไพร่ (ราษฎรสามัญทั่วไป) และ ชนชั้นทาส หรือคนที่ถือเป็น “สมบัติ” ของชนชั้นอื่น

ชนชั้นของไทยไม่ได้ติดตัวมาแต่กำเนิดเหมือนระบบวรรณะของอินเดีย ของไทยสามารถเลื่อนชั้นได้ แต่ผู้วิจัยพบว่า การเลื่อนชั้นมีให้เห็นน้อยมากในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ ทาสจะเป็นอิสระได้ต่อเมื่อมีสงครามแล้วอาสาไปรบ เมื่อรอดตายก็เป็นอิสระ หรือหาเงินไถ่ตัวได้

ทาสว่ายากแล้ว แต่สำหรับไพร่ ขุนนาง และข้าราชการ เลื่อนชั้นยากกว่าอีก สำหรับช่วงต้นรัตนโกสินทร์พบหลักฐานเกิดขึ้นครั้งเดียวคือการรัฐประหารล้มอำนาจสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พวกที่มีโอกาสได้เลื่อนชั้นมากกว่าพวกอื่นคือ ไพร่ได้เป็นขุนนางและข้าราชการ ไพร่ในช่วง พ.ศ. 2374-2392 มี 675 คน จาก 4,355 คน ได้เลื่อนชั้นเป็นข้าราชการและขุนนาง

ขณะที่ชนชั้นปกครอง (เจ้า, ขุนนาง และข้าราชการ) รวมกันแล้วมีร้อยละ 8.5 ของประชากรทั้งหมด ได้ประโยชน์จากระบบดังกล่าว ส่วนไพร่และทาส รวมกันคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 83.33 ถูกชนชั้นปกครองกดขี่ขูดรีด ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้คนไทยไม่มีโอกาสทำการค้า

กระบวนการขูดรีดที่ว่า ผู้วิจัยอธิบายว่า ทำผ่านระบบเกณฑ์แรงงาน และระบบภาษี

อ่านต่อ...



ถ้าคนฉีกรัฐธรรมนูญยังมีที่ยืนในสังคม... ทุกคนที่มีคดีทางการเมืองก็ควรมีที่ยืน... "ดิฉันคิดถึงเรื่อนิรโทษกรรม" อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ - อาเมน !!!




มีผู้เสียชีวิตจากการประท้วงทั่วประเทศอิรักมากกว่า 300 คนแล้ว ผู้ประท้วงในอิรักจำนวนมาก ตายเพราะถูกกระป๋องแก๊สน้ำตายิงใส่ ซาฟา อัล-ซาเรย์ เป็นหนึ่งในนั้น ภาพใบหน้าของเขาก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของการประท้วง ปรากฏอยู่ทั่วประเทศอิรัก








ซาฟา เรียนจบมหาวิทยาลัย แต่หางานทำในสายที่เรียนมาไม่ได้ เขาเข้าร่วมการประท้วงกับคนหนุ่มสาวจำนวนมาก เพื่อเรียกร้องให้มีการจ้างงานและขจัดปัญหาการทุจริต

อาลี เพื่อนของซาฟา กล่าวว่า "จนกระทั่งวันที่เขาพลีชีพ ซาฟาใช้ปากกาและเสียงของเขาในการต่อสู้กับระบบการเมืองที่ทุจริตที่จัตุรัสตาห์เรียร์ มีการจัดกิจกรรมรำลึกถึงเขา

ผู้ประท้วงบางคนเชื่อว่า การตายของซาฟา ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ พวกเขาอ้างว่า กองกำลังความมั่นคงจงใจยิงกระป๋องแก๊สน้ำตาใส่ศีรษะผู้ประท้วง

แพทย์ระบุว่า ภาพสแกนกะโหลกของคนคนหนึ่งที่ถูกกระป๋องแก๊สน้ำตายิงใส่ เป็นผลจากการ 'ถูกยิงเล็งใส่โดยตรง'

เจ้าหน้าที่ทางการอิรัก เคยบอกว่า จะดำเนินการกับผู้ใดก็ตามที่ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ

จนถึงตอนนี้ มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 300 คน และยังไม่มีทีท่าว่า ความไม่สงบจะยุติลง

อ่านบทความเต็ม
https://www.bbc.com/thai/international-50546398

วันจันทร์, พฤศจิกายน 25, 2562

‘โอ๊ค’ หลุด แล้ว ‘เอ๋’ ล่ะ "ไม่ใช่โคถึก ไม่ต้องรอให้เสร็จนา"


‘โอ๊ค’ หลุด แล้ว ‘เอ๋’ ล่ะ สองคนนี่ต่างขั้วสุดขอบ ชนิดที่เอ๋นั้นเห็นอะไรไม่ดีต้องว่าเป็นฝีมือพ่อของโอ๊คไปเสียทุกอย่าง เช่นคดีการทุจริตปล่อยกู้เงินธนาคารกรุงไทย ที่โอ๊คติดร่างแหไม่ต่างกับอดีตประธานองคมนตรีผู้ล่วงลับแล้วหวงบ้าน

ถ้าศาลไม่ตัดสินนายพานทองแท้ ชินวัตร ว่า “การเบิกจ่ายเป็นไปโดยเปิดเผย ไม่ได้จงใจปิดบังอำพราง จึงฟังไม่ได้ว่าเงินโอนมามีการกระทำผิดในการฟอกเงิน” ละก็ งานนี้ ‘อี๊เอ๋’ ได้เอามาปั่นให้ลุงๆ ชื่นใจอีก

แต่อนิจจา ดูเหมือนว่าเป็นเพราะเอ๋ไม่ใช่โคถึก ไม่ต้องรอให้เสร็จนาก็โดนเชือดเสียแล้ว โดยเมื่อบ่ายวานนี้ (๒๔ พ.ย.) เจ้าหน้าที่ป่าไม้และ กอ.รมน.นำหมายค้นเข้าไป ‘ตรวจยึด’ ที่ดินฟาร์มไก่ ‘เขาสน’ ๑ และ ๒ ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ

ข่าวระบุว่าในตอนเช้าวันเดียวกัน รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรฯ มีคำสั่งให้สำนักงาน สปก.ดำเนินการตรวจสอบแล้วพบว่า ฟาร์มไก่เขาสน ๑ อยู่ในเขตพื้นที่ปฎิรูปที่ดินทั้งหมดเนื้อที่ประมาณ ๖๙๑ ไร่ ส่วนเขาสน ๒ เป็นพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเนื้อที่ประมาณ ๔๖ ไร่

ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ และกฎหมายปฏิรูปที่ดินการเกษตร การเข้าครอบครองที่ดินดังกล่าว (สปก. ๔-๐๑) เพื่อทำประโยชน์ต้อง “ไม่เกิน ๕๐ ไร่เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกราย” จึงได้เชิญ น.ส.ปารีณาไปชี้แจง และปักป้ายหน้าฟาร์มว่าเป็นที่ดิน สปก. ตั้งแต่วันที่ ๑๘ พ.ย.
 
แต่ น.ส.ปารีณาไม่ได้ไปชี้แจง (มัวแต่ไปแถลงข่าวเล่นงานประธานกรรมาธิการ ปปช.กับเพื่อน ส.ส. พปชร.สิระ เจนจาคะ ละสิ) “จึงสั่งให้ยึดคืนทั้งหมด จากนั้นจะให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย” อย่างไรก็ดี รมช.เกษตรฯ ผู้ออกคำสั่งแจ้งด้วยว่าไม่สามารถดำเนินคดีอาญาได้

เนื่องจาก น.ส.ปารีณา อ้างว่าครอบครัวได้ครอบครองที่ดินดังกล่าวมาตั้งแต่ปี ๒๔๘๙ เกินกว่า ๑๐ ปี “ก่อนที่กรมป่าไม้จะมอบให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินปี ๒๕๓๖” ดังนั้น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จึงให้กรมป่าไม้ “พิจารณาว่าสามารถฟ้องร้องทางแพ่ง” ได้หรือไม่


การดำเนินคดีทางแพ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไร และไปได้แค่ไหนสุดจะคาดหมายได้ ในเมื่อ น.ส.ปารีณานี้ถูกจัดวางโดยคณะ คสช.๒ (ในฐานะผู้ช่วยรองนายกฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ให้เป็นตัวป่วนฟาดฟันฝ่ายค้าน เห็นได้จากผลงานการฟัดกับแกนนำพรรคอนาคตใหม่ที่ผ่านมา

ทว่า ‘อี๊เอ๋’ คนนี้เล่นบท ‘ตัวอิจฉา’ เพลินจนลืมตัวว่าตนไม่ได้มีภูมิคุ้มกันในสายเลือด โรคเก่าเมื่อครั้งค้าอาวุธสงคราม หรือกรรมพันธุ์ชนิด ‘พ่อยิงหมา’ หน้าเซเว่นเกิดปะทุขึ้นด้วยแรงสะกิดของ ‘นักฟ้อง’ ค่ายฝ่ายค้าน ตามย้ำด้วยอดีตพันธมิตรฯ อกหัก

เมื่อ วีระ สมความคิด ซึ่งปัจจุบันดำเนินกิจกรรมในนามเครือข่ายต้านคอรัปชั่น ไปยื่นฟ้องที่สถานีตำรวจภูธรจอมบึง ราชบุรี พร้อมหลักฐานว่าการครอบครองที่ดิน ๑,๗๐๐ กว่าไร่ของ น.ส.ปารีณา ทำธุรกิจฟาร์มไก่นั้น เป็นการบุกรุกที่ป่าสงวนแห่งชาติแน่ๆ
 
อีกทั้งยังมีชาวบ้านแถบจอมบึงขึ้นป้ายประณาม ‘นักการเมืองบุกรุกป่าสงวน’ ว่า “เขารู้กันทั้งนั้นว่าใครครอบครองที่ป่าสงวนและที่ สปก.” ทั้งสองฝั่งเขาสน (อ.จอมบึง และ อ.สวนผึ้ง) “ถ้าราชการของรัฐไม่ร่วมด้วยเขาจะทำได้อย่างไร”

ไม่เพียงเท่านั้น อาจเป็นด้วยความหลงตนว่าเป็นคนของผู้ยิ่งใหญ่ใน คสช. ก็เลยทำอะไรล้ำเส้นหนักเข้า ขนาดกล้างัดข้อกับประธานสภาฯ อันเป็นที่เคารพบูชาของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เพียงแต่เจอลวดลาย ‘กรีด’ เลือดซิบของนายชวน หลีกภัย ให้รู้จัก ‘มารยาท’

แล้วยังบรรดาองครักษ์ ‘นายหัว’ เรียงหน้ากัน ‘สับ’ เละ น.ส.ปารีณาว่า ‘ไร้วุฒิภาวะ’ แม้แต่ ส.ส.รุ่นน้องอย่าง นพ.คณวัฒน์ จันทรลาวัณย์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังร่ายบทสั่งสอนน้าเอ๋ว่า “การเป็นผู้แทนราษฎรยังหมายถึงการแบกชื่อของประชาชนที่เลือกท่านมาอีกด้วย”


เห็นที คสช.๒ ต้นสังกัดพรรคพลังประชารัฐจักต้องพิจารณาผลงานการ ‘ป่วน’ สภา เพื่อกลบเกลื่อนปัญหาปากท้องประชาชน ของ น.ส.ปารีณาเสียแล้วละ มิฉะนั้นจะทำให้พรรคร่วมรัฐบาลสำคัญ (ไม่แพ้ภูมิใจไทย) จะเกิดความรู้สึกว่า ‘กินน้ำใต้ศอก’ ไม่พอ ต้องถูกลิ่วล้อประชารัฐสับโขกให้ชอกช้ำหัวใจอีก

อย่าเพิ่งไปปป รอด้วยยยยย🤣🤣





รวมพลคนเกลียด"ลุง" งานนี้ต้องซี้ดปาก ใส่รองเท้าผ้าใบมาร่วมกันทำลายสถิติ ! "วิ่ง ไล่ ลุง"



#วิ่งไล่ลุง

รวมพลคนเกลียด"ลุง" งานนี้ต้องซี้ดปาก มาร่วมกันทำลายสถิติ !

เรื่องเล่าข่าว การเมืองออนไลน์
335K subscribers

รวมพลคนเกลียด"ลุง" งานนี้ต้องซี้ดปาก มาร่วมกันทำลายสถิติ ! มาราธอนสร้างสรรค์ เพื่ออนาคต "วิ่ง ไล่ ลุง" กิจกรรมสุดสร้างสรรค์ เพื่อสุขภาพและอนาคต เร็วๆนี้! 

ช่อง "เรื่องเล่าข่าว การเมืองออนไลน์" ช่องพื้นที่ข่าวออนไลน์ ของชาวเน็ตไทย ร่วมแสดงความคิดเห็น ร่วมสะท้อน "เสียงชาวเน็ตไทยในโชเชียล" สู่ ชาวไทย ไปทั่วโลก https://www.youtube.com/channel/UCI_J... 

เพลย์ลิสต์แนะนำ วีดีโอสุดฮิต ห้าแสนวิวขึ้นไป... : https://www.youtube.com/playlist?list... 

หมายเหตุ: เพื่อตอบคำถามและเป็นคำแนะนำแก่ผู้ชม ณ ที่นี้ 

1.) การจัดทำ ข้อความและภาพวีดีโอ ทั้งหมดในเรื่องนี้ ได้รับการรับรองและคุ้มครอง เสรีภาพ และสิทธิในการดำเนินการ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายของประเทศต้นทาง และผู้จัดทำวีดีโอนี้ ขอยืนยันว่า การจัดทำ วีดีโอนี้ ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศต้นทาง ซึ่งเป็นสถานที่ ที่ผู้จัดทำวีดีโอ (แอดมิน) ได้ upload video นี้ ทุกประการ 

2.) ใครต้องการฟัง ในสไตล์กระฉับ กระเฉง แอดมินแนะนำให้ปรับ ความเร็ว เป็น 1.25 นะครับ ขอบคุณมากครับ 

รวมพลคนเกลียด"ลุง" งานนี้ต้องซี้ดปาก มาร่วมกันทำลายสถิติ ! มาราธอนสร้างสรรค์ เพื่ออนาคต "วิ่ง ไล่ ลุง" กิจกรรมสุดสร้างสรรค์ เพื่อสุขภาพและอนาคต เร็วๆนี้! 

1.) .ธนวัฒน์ วงค์ไชย - Tanawat Wongchai Yesterday at 13:46 · ‪รัฐบาลทหารประสบความสำเร็จอย่างมาก ในการทำให้ภาคประชาชนอ่อนแอ เกลียดกลัวการชุมนุม ทำให้การชุมนุมเป็นเรื่องน่าขยะแขยง‬ ‪

แต่ไม่มีสังคมใดปลดแอกจากผู้มีอำนาจได้โดยไม่ต่อสู้ การเคลื่อนไหวนอกสภาต้องทำไปพร้อมกันกับการเคลื่อนไหวในสภา เพื่อชัยชนะที่แท้จริงของประชาชน 

บอลขอเชิญชวนเพื่อนนักเรียน นักศึกษาทุกคน มาร่วมออกแบบการชุมนุมอย่างสร้างสรรค์ไปด้วยกัน‬ ‪

หากใครสนใจทักแชทมาได้เลยนะครับ‬ Ref; https://www.facebook.com/ballbanoffic... 

2.) .ธนวัฒน์ วงค์ไชย - Tanawat Wongchai 5 hrs · ‪หากคุณเป็นคนที่ทนลุงไม่ไหว‬ ‪หากคุณเป็นคนที่อยากแสดงออกให้ผู้มีอำนาจเห็น ว่าเราไม่ได้มีดีแค่ในโลกออนไลน์ ติดแฮชแท็กไปวันๆ ‬ ‪

มาร่วมกัน #วิ่งไล่ลุง เปลี่ยนพลังในโลกออนไลน์ให้จับต้องได้ ลงถนนรูปแบบใหม่ ที่ไม่สร้างความเดือดร้อน และไม่ทำให้เข้าทางลุง‬ ‪

แล้วพบกันเร็วๆ นี้นะครับ‬ 


หลังจากนั้น ได้มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็น อาทิ เช่น.....


ท่ามกลางพิษภัยทางเศรษฐกิจที่เดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า กองทัพทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับประชาชน โดยการยืนกรานจะซื้ออาวุธ โดยไม่สนใจใยดีกับความเดือนร้อน กองทัพคือผู้ชังชาติที่แท้จริง




เศรษฐกิจดีจริงๆ ดีมากๆ ดีสัสๆ แทบทุกจังหวัดสภาพเดียวกันแบบนี้หมด เป็นแบบนี้หนักๆเข้า โจรผู้ร้ายก็จะเริ่มชุกชุม ลักเล็กขโมยน้อย ฉกชิงวิ่งราว เรื่อยไปจนถึงปล้นฆ่า ตามสเตปของสังคมที่กำลังจะล่มสลายเพราะสภาพเศรษฐกิจปากท้อง 🙄

ผู้คนเหล่านี้ นับวันยิ่งมีจำนวนมากขึ้น ขยายวงกว้างออกไปมากขึ้น ที่ฆ่าตัวตายไปก็ตายไป ที่ยังอยู่ก็พยายามหาหนทางประคองชีวิตและครอบครัวให้รอดทุกวิถีทาง บ้างก็หน้ามืดชั่วขณะ กลายเป็นโจรก็ยังมี

ภาวะเปราะบางทางเศรษฐกิจแบบนี้ อันตรายกับรัฐครับ คนที่เรียนรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์มาจะรู้ดีถึง #อุบัติการณ์ทางสังคม ที่เป็นเงื่อนไขของการไปสู่ภาวะ #เฟลสเตจ ดีครับ ..

ผมไม่แปลกใจเลยที่แหล่งข่าวเมืองนอกหรือแม้นแต่ในอาเซียนด้วยกัน เค้ามองบ้านเราแล้วเค้ามักใช้คำว่า High risk of riots due to economic conditions ในแทบทุกๆความเห็นของนักวิเคราะห์ความเสี่ยงเชิงรัฐศาสตร์ เมื่อพูดถึงบ้านเรา เมื่อเค้าให้ความเห็นต่อนักลงทุนจากบ้านเค้าที่มาขอข้อมูลเชิงลึกของบ้านเราจากรัฐของเค้า ..

คอยดูต่อไปเถอะ..เมื่อไรที่ผู้คนเหล่านี้ หมดหนทางแล้ว ไม่มีความหวังเหลือแล้ว เค้าจะเริ่มจับกลุ่มกันเองโดยธรรมชาติแบบไม่ต้องมีคนนำ แล้วจะแตกตัวลามเพิ่มไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นมหาชน เมื่อนั้นแหล่ะ รู้เรื่องงงง 🙄
ooo

กองทัพคือผู้ชังชาติที่แท้จริง
..............
ท่ามกลางพิษภัยทางเศรษฐกิจที่เดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า
กองทัพทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับประชาชน โดยการยืนกรานจะซื้ออาวุธ โดยไม่สนใจใยดีกับความเดือนร้อน

แนอนว่าความจำเป็นดังกล่าวไม่เกี่ยวกับปัญหาความมั่นคงประเภทอริราชศัตรูมาจ่อคอหอย
แต่ความจำเป็นคือค่าคอมมิชชั่นนองนายพลเพียงไม่กี่คน ทั้งที่รับมาแล้ว และจะรับต่อไป
แน่นอนว่าเงินจากการซื้ออาวุธ อาจจะไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้ดีเหมือนเดิม
แต่การไม่ใยดีของกองทัพ นั่นแสดงว่าไม่เห็นหัวประชาชน
ทั้ง ๆ ที่ประชาชนคือองค์ประธานของ ชาติ
เพราะถ้าขาดประชาชน ก็ไม่มี ชาติ

ดังนั้นเมื่อกองทัพไม่เห็นหัวประชาชน

กองทัพคือผู้ชังชาติที่แท้จริง