iLaw
11h ·
แม้ตัวบทของ #มาตรา112 จะไม่ได้ยืดยาวหรือซับซ้อนจนยากต่อการตีความ แต่จากการเก็บข้อมูลของไอลอว์พบว่า มีคดีมาตรา 112 บางส่วนที่การตีความของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ อัยการ พยาน หรือศาล กว้างขวางจนค้างคาใจ
บางกรณีก็อาจเป็นการตีความอย่าง “กว้างขวาง” เพื่อมุ่งให้เอาผิดให้ได้ หรือบางกรณีก็ตีความอย่าง “เคร่งครัด” มาก จนผิดปกติ ซึ่งทั้งสองกรณีอาจเกิดขึ้นได้ โดยไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเด็นปัญหาในทางกฎหมายเท่านั้น แต่อาจเปลี่ยนแปลงไปในบรรยากาศทางการเมืองที่แตกต่างกัน และแนวนโยบายของแต่ละยุคสมัย
แนวทางการตีความที่ไม่คงที่แน่นอน และเมื่อมีข่าวการตีความที่ “กว้างขวาง” จนยากที่จะยอมรับ ก็ยิ่งทำให้ประชาชนเกิดความสับสนว่า ขอบเขตของมาตรา 112 อยู่ที่ใดกันแน่ การกระทำใดบ้างที่จะถูกเอาผิดตามมาตรา 112 และการกระทำใดบ้างที่ทำแล้วจะรับรองได้ว่า “ปลอดภัย” คำถามเหล่านี้กลายเป็นคำถามที่ “ตอบยากที่สุด”
.
มาตรา 112 เขียนไว้ชัดเจนแล้วว่า บุคคลที่อยู่ในข่ายได้รับความคุ้มครองมีสี่ตำแหน่ง ได้แก่ พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ แต่ก็ยังมีคดีความที่เกิดจากการตีความไปครอบคลุมถึงบุคคลและสิ่งอื่นๆ ด้วย เช่น
คดีหมิ่นประมาทพระนเรศวร https://prachatai.com/journal/2014/10/55867
สุลักษณ์ ศิวรักษ์หรือ ส.ศิวรักษ์ กล่าวความเห็นในงานเสวนาทำนองว่า ความจริงในทางประวัติศาสตร์ว่าอาจจะมีการต่อเติม ตัดออก หรือเขียนขึ้นใหม่ โดยยกตัวอย่างกรณีพระนเรศวรชนช้างกับพระมหาอุปราชา ต่อมา สุลักษณ์ถูกออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาก่อนที่พนักงานสอบสวนจะมีความเห็นสั่งในเดือนตุลาคม 2560 และในเดือนมกราคม 2561 อัยการศาลทหารกรุงเทพมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาโดยให้เหตุผลว่าหลักฐานไม่พอฟ้องคดี
คดี "บุปผา" โพสต์เฟซบุ๊กหมิ่นพระบรมวงศานุวงศ์ https://freedom.ilaw.or.th/case/925
"บุปผา" ถูกฟ้องว่าโพสต์ภาพและข้อความในลักษณะที่เข้าข่ายเป็นการหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์รวม 13 ข้อความ แม้ต่อมาศาลจะยกฟ้อง"บุปผา" ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เพราะเห็นว่าจำเลยมีอาการทางจิตและไม่ได้มีเจตนา และลงโทษจำเลยตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯมาตรา 14(3) แทน ในตอนหนึ่งของคำพิพากษาคดีนี้
ศาลจังหวัดชลบุรีวินิจฉัยถึงขอบเขตของคำว่า "รัชทายาท" ไว้ด้วยว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระองค์เจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงอยู่ในความหมายของคำว่า “รัชทายาท” แห่งประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 แต่มิได้ก้าวล่วงไปวินิจฉัยถึงคำว่า พระรัชทายาท ตามกฎมลเฑียรบาลแต่อย่างใด
คดีเสียดสีสุนัขทรงเลี้ยง https://freedom.ilaw.or.th/th/case/702
ฐนกร ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2 กรรม รวมทั้งการกดไลค์เพจและการโพสทำนองเสียดสีถึงสุนัขทรงเลี้ยง "คุณทองแดง" ด้วย เขาถูกเอาตัวขึ้นศาลทหารและไม่ได้ประกันตัวอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ต่อมาคดีโอนกลับมาที่ศาลปกติ ศาลพิพากษาให้ยกฟ้องเพราะคอมเม้นต์ที่นำมาโพสทั้งหมดก็ไม่ใช่การดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย จึงไม่มีความผิดมาตรา 112
คดีหมิ่นประมาทรัชกาลที่ 4
http://https//freedom.ilaw.or.th/case/639
ในปี 2548 ณัชกฤช ซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่งในจังหวัดชลบุรีจัดรายการวิทยุพูดถึงกรณีที่เขาแพ้ในการเลือกตั้งทำนองว่า ส่วนหนึ่งที่เขาแพ้การเลือกตั้งเป็นเพราะเขาไม่สยบยอมเป็นทาสเหมือนในสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นเหตุให้เขาถูกดำเนินคดี ศาฎีกาพิพากษาให้มีความผิด โดยให้เหตุผลตอนหนึ่งว่า
"ตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชต้นราชวงศ์ตลอดมาจนกระทั่งรัชกาลปัจจุบัน ประชาชนในประเทศจึงผูกพันกับพระมหากษัตริย์ในฐานะที่เป็นที่เคารพสักการะซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยจึงบัญญัติให้พระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือ บุคคลใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องในทางใดๆ มิได้ ด้วยเหตุนี้การที่กฎหมายมิได้บัญญัติว่า พระมหากษัตริย์จะต้องครองราชย์อยู่เท่านั้น ผู้กระทำจึงจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แม้จะกระทำต่ออดีตพระมหากษัตริย์ซึ่งสวรรคตไปแล้ว ก็ยังเป็นความผิดตามบทกฎหมายดังกล่าว การหมิ่นประมาทอดีตพระมหากษัตริย์ก็ย่อมกระทบถึงพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันที่ยังคงครองราชย์อยู่ ดังจะเห็นได้ว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระราชบิดาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งเป็นพระอัยกาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลปัจจุบัน หากตีความว่าพระมหากษัตริย์ต้องเป็นองค์ปัจจุบันที่ยังทรงครองราชย์อยู่ ก็จะเป็นช่องทางให้เกิดการละเมิด หมิ่นประมาท ให้กระทบต่อพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันได้..."
คดีแอบอ้างสมเด็จพระเทพ https://prachatai.com/journal/2018/12/80263
“อานันท์” เป็นนามสมมติของชายที่ถูกตั้งข้อกล่าวหามาตรา 112 ในปี 2555 ศาลฎีกาพิพากษาว่า อานันท์มีคำผิดฐานหมิ่นประมาทสมเด็จพระเทพฯและพระองค์เจ้าโสมสวลีฯ
ส่วนหนึ่งของคำพิพากษาศาลฎีกา ระบุว่า "ไม่อาจลงโทษจําเลยในความผิดฐานดังกล่าวได้เนื่องจากไม่ครบองค์ประกอบของความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แต่อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงได้ความว่า จําเลยพูดใส่ความพระองค์ท่านทั้งสองจริง อันเป็นความผิดต่อส่วนตัวฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326" และให้ลงโทษตามมาตราดังกล่าวได้
.
ต่อมาเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 ศาลจังหวัดจันทบุรีได้มีคำพิพากษาที่วางบรรทัดฐานใหม่ โดยตัดสินยกฟ้องข้อหามาตรา 112 เพราะร. 9 สวรรคตแล้วจึงไม่เข้าองค์ประกอบความผิด แต่ขณะเดียวกันก็ยังพิพากษาให้ลงโทษตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ 1 ปี 4 เดือนแล้วให้รอลงอาญา
ส่วนหนึ่งของคำพิพากษาระบุว่า คำว่าพระมหากษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 ย่อมหมายถึงพระมหากษัตริย์ที่ยังทรงครองราชย์อยู่ ขณะที่มีการกระทำความผิด มิใช่พระมหากษัตริย์ในอดีตซึ่งเสด็จสวรรคตไปแล้ว มิฉะนั้นก็จะหาขอบเขตอันเป็นองค์ประกอบความผิดมิได้ https://prachatai.com/journal/2021/11/96185