วันศุกร์, มีนาคม 29, 2562

นวรรตกรรมใหม่เลือกตั้งไทย 'บัตรเขย่ง' กกต. ป๊งเช้ง #โป๊ะแตกแหลกราญ


#โป๊ะแตก แหลกราญแล้ว กกต.วันนี้ วันที่ทนแรงดันจากประชาชนให้เปิดผลนับคะแนนเลือกตั้งทั้งหมดไม่ไหว จำใจยอมแถลงเบื้องต้น ‘ไม่เป็นทางการ’ ครั้งที่สองเมื่อศุกร์ที่ ๒๘ มีนา แต่กระนั้นก็ยังขี้ไม่สุดตามเคย

นอกจากไม่ยอมเผยจำนวนที่นั่งในสภาฯ ที่แต่ละพรรคได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับจำนวนคะแนนเสียง เนื่องจากผู้สมัครที่ชนะเลือกตั้งแต่ละเขตคะแนนไม่เท่ากัน ใครได้มากจะไปเสริมการคำนวณที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ

แล้วยังแสดงตัวเลขที่ไม่ต้องตรงกับความเป็นจริง ดังประเด็นจำนวนบัตรกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ต่างกัน บัตรมากกว่าคน ๙ ใบ แสดงว่ามีบางคนหย่อนบัตรมากกว่า ๑ ใบ (นี่ว่าด้วยมาตรฐานกฎหมายที่ถือว่าผู้ต้องหา คือ กกต.บริสุทธิ์ไว้ก่อน) หรือมีผู้เสียชีวิตไปแล้ว และเด็กเล็ก เด็กแรกเกิด ไปหย่อนบัตรกันพร้อมหน้า

จึงเป็นประวัติศาสตร์ของการเลือกตั้งในประเทศไทย ที่เกิดนวรรตกรรมใหม่ตามการชี้แจงแก้ตัวของ กกต. เป็นปรากฏการณ์ ‘บัตรเขย่ง’ ที่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา อธิบายว่าเกิดจากการที่มีผู้ไปแจ้งสิทธิเพื่อเลือกตั้งแล้วยืนรอคิวนานไป ไม่มีน้ำอดน้ำทนเลยกลับบ้าน หรืออาจมีเหตุกระทันหันไม่สามารถรอจนถึงเวลาหย่อนบัตรได้

แต่ว่ามีประชากรไม่งั่งเขาถาม “อะไรของมึงเนี่ย” ก็เวลาไปลงคะแนนเลือกตั้งที่เขตน่ะ ตอนรอคิวยังไม่ได้บัตรกัน พอถึงคิวเจ้าหน้าที่ฉีกบัตรส่งให้คนพับ “พับเสร็จยื่นให้เราเข้าไปกาในคูหาเลย” @KillerPress ตั้งข้อสงสัยว่ามันจะเขย่งได้อย่างไร

เอาละ อุตส่าห์แถกสีข้างอย่างนั้นก็ยอมรับ แค่ ๙ ใบ ถือว่าเลขสวยตามที่มีพระบรมราชโองการก่อนวันลงคะแนนคืนหมาหอน ว่าให้ประชาชนออกไปเลือกตั้งกันตามพระราชปณิธานของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ แต่ว่าก็ยังมีข้อกังขาอีกเยอะ
 
ไหนจะเรื่องตัวเลข ที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ทวี้ตว่า หลังปิดหีบลงคะแนนเมื่อ ๒๔ มีนา กกต.แจ้งผลไม่ทางการครั้งแรกเมื่อตอนสามทุ่มครึ่ง ว่ามีผู้ไปใช้สิทธิ์ ๓๓,๗๗๕,๒๓๐ คน เท่ากับร้อยละ ๖๕.๙๖ แต่มาวันนี้ เมื่อบ่ายสองโมง ๕๐ นาฑี กกต.แถลงผลคะแนนครั้งที่สอง

มีผู้ไปใช้สิทธิ์เพิ่มขึ้นเป็น ๓๘,๒๖๘,๓๗๕ คน หรือเท่ากับ ๗๔.๖๙% ของจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด ๕๑,๒๓๙,๖๓๘ คน คุณหญิงเพื่อไทยถามว่า “๔ วันมี #บัตรเกิดใหม่ในหีบ ๔,๔๙๓,๑๔๕ ใบ #แบบนี้ก็ได้เหรอคะ #ThailandOnly”

(ดูรายงานข่าวพีพีทีวี ช่อง ๓๖ เพิ่มได้ที่ https://www.pptvhd36.com/news/gid=1&pid=2)

จำกันได้ใช่ไหมว่าตอน กกต.แถลงครั้งแรกนั่นบอกจำนวน ส.ส.ของแต่ละพรรคด้วย ตัวเลขอื่นๆ ถึงจะสับสนหน่อย โดยเฉพาะเกี่ยวกับจำนวนเปอร์เซ็นต์ของผลคะแนน เดี๋ยว ๙๓% เดี๋ยวแค่ ๙๐% แล้วมาสุดที่ ๙๕% นั้น กกต.โทษสื่อว่าโยกไปโยกมากันเอง

แต่พวกนักข่าวเถียงว่า ก็เราดูตามบอร์ดแจ้งของ กกต.ทั้งนั้น เลขมันสับสนแบบที่นาย สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แย้ปพรรคอื่นๆ ละมัง “พรรคที่บอกว่าได้เท่านั้นเท่านี้ จริงๆ ไม่รู้ได้เท่าไหร่ เพราะตัวเลขเปลี่ยนทุกวัน” (จาก วีรนันต์ กัณหา‏ @weeranan)
 
ลองเอาข้อมูลมายันดูสิว่าใครมั่วกันแน่ เมื่อ ๒๔ มี.ค. ๖๒ เวลา ๒๑.๑๒ น. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงว่าภาพรวมในการจัดเลือกตั้งเป็นไปด้วยดี คิดคะแนนไม่ทางการแล้ว ๙๐% มีผู้ไปใช้สิทธิ์ ๓๒,๙๕๔,๘๕๖ ราย


ตอนนั้นมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด ๕๑,๒๐๕,๖๒๔ คน (ตอนนี้ ๒๘ มี.ค. มี ๕๑,๒๓๙,๖๓๘ คน) ตามนี้แสดงว่า ช่วงสี่วันนับแต่แถลงครั้งแรกถึงครั้งที่สอง ตัวเลขเปลี่ยนได้จริงอย่างเลขาฯ พปชร. ว่า ผู้มีสิทธิเพิ่มขึ้นถึง ๓๔,๐๑๔ คน

อ๊ะ จำนวนผู้มีสิทธิ์นี่เพิ่มหลังเลือกตั้งได้ด้วย ไม่เท่านั้น ย้อนไปดูตัวเลขที่พรรคการเมืองต่างๆ ได้รับ เปรียบเทียบระหว่างกันจากการแถลงของ กกต. ครั้งแรกกับครั้งสอง พลังประชารัฐได้คะแนนเพิ่มขึ้น ๔๙๔,๒๐๐ คะแนน เพื่อไทยได้เพิ่ม ๔๙๘,๐๓๐ คะแนน อนาคตใหม่ได้อีก ๓๙๕,๘๕๗ คะแนน

นั่นไม่เป็นปัญหาจนกว่าจะได้ดูคะแนนรวมทั้งหมดทุกพรรค รวมบัตรเสียและบัตรไม่เลือกผู้ใด ซึ่งแม้แต่ในการแถลงครั้งเดียวกัน จำนวนบัตรก็ยังมากกว่าผู้ลงคะแนน ๒ ใบ (๓๘,๒๖๘,๓๖๖ กับ ๓๘,๒๖๘,๓๖๔) ที่ กตต. ยังไม่ได้ชี้แจง

ครั้นเปรียบเทียบตัวเลขผู้ไปออกเสียงเลือกตั้งระหว่างจำนวนที่ กกต.แถลงเมื่อนับคะแนน ๙๕% กับที่บอกว่านับเต็มร้อย คือ ๓๒,๙๕๔,๘๕๖ กับ ๓๘,๒๖๘,๓๗๕ แสดงจำนวนคะแนนเสียงที่ กกต.อุบไว้ไม่แจ้งอีก ๕ เปอร์เซ็นต์ในครั้งก่อนนั้นประมาณ ๕ ล้านกว่า เท่ากับอัตราเพิ่มที่ ๑๔ เปอร์เซ็นต์
 
เช่นนี้จัดว่าตัวเลขที่ กกต.แถลงสองครั้งไม่เข้าทำนองความถูกต้องอย่างโจ่งแจ้ง ในเมื่อเหลือคะแนนที่ต้องแจ้งเพิ่ม ๕ เปอร์เซ็นต์ พอแจ้งแล้วกลับมีคะแนนเพิ่ม ๑๔ เปอร์เซ็นต์ กกต.ต้องอธิบายให้ชัดเจนยิ่งกว่านี้ จึงจะถือได้ว่าไม่มีการโกงเกิดขึ้น

อย่างที่ จาตุรนต์ ฉายแสงว่า “ยังหาเหตุผลไม่เจอว่าทำไมกกต.ไม่ประกาศผลการนับคะแนนของผู้สมัครทุกคนในแต่ละเขต ซึ่งขณะนี้ก็มีอยู่แล้ว เมื่อยังต้องรอใบเหลืองใบส้มใบแดง จะประกาศผลอย่างไม่เป็นทางการก่อนก็เข้าใจได้ แต่ไม่ประกาศคะแนนของใครแม้แต่คนเดียวนี่ไม่เข้าใจจริงๆ #กกต.ไม่โปร่งใส”

ทางหนึ่งที่ กกต.จะผ่อนผันความอัปยศอดสูของตนเองได้ ดังที่มีการเสนอแนะไว้บนหน้าทวิตเตอร์ “ก่อนจะเลือกตั้งซ่อม กกต.ต้องเอาบัตรที่พิมพ์เกิน ๕ ล้านใบ มาแสดงต่อสาธารณชน ว่าเป็นบัตรสะอาดไม่มีรอยกากบาทหรือรอยขีดฆ่า ใดๆ” (@RITT41 Replying to @galamachon)

มิฉะนั้น กกต.ชุดนี้ควรต้องถูกดำเนินคดี และติดคุก ๒ ปีเหมือนที่ชุดของวาสนา เพิ่มลาภ เคยโดน เพียงเพราะตั้งกล่องลงคะแนนหันหลังออกนอกคูหา จนมีตากล้องสามารถถ่ายภาพบัตรคะแนนได้

กองทัพขอให้ประชาชน "เชื่อใจ" กกต. 4วันมี #บัตรเกิดใหม่ในหีบ 4,493,145 ใบ แบบนี้ประชาชนควรเชื่อเหรอ ?







คำถามที่ กกต.ต้องตอบ! สุดารัตน์ โพสต์

หลังปิดหีบลงคะแนน 24 มี.ค. 21.30 น. กกต.แถลงผลการลงคะแนนว่ามีผู้มาใช้สิทธิ์ 65.96% รวมจำนวน 33,775,230 คน

28 มี.ค. 14.50 น. กกต.แถลงอีกครั้ง ผู้มาใช้สิทธิ์เพิ่มขึ้นเป็น 74.69% จำนวนเพิ่มเป็น 38,268,375 คน

4วันมี #บัตรเกิดใหม่ในหีบ
4,493,145 ใบ
#แบบนี้ก็ได้เหรอคะ
#ThailandOnly

อ่าน https://www.khaosod.co.th/election-2019/news_2357087

สถาบันไหนเอ่ยที่สร้างโจรปล้นอำนาจประชาชนออกมารุ่นแล้วรุ่นเล่า


...




...



Adam Schiff Slams GOP for Being Ok With Trump-Russia Ties --- Fact: Don Jr. said he’d love the help of the Russians — and Adam Schiff is astonished that Republicans are fine with it




สิ่งที่ "กองทัพ" จะต้องระวัง และต้องไม่ลืมว่า "กองทัพ" ไม่ใช่ "ทหารการเมือง คสช."




อย่าทำแตกแยก!!

“คสช.” เตือน ขั้ว “เพื่อไทย” แถลงจับขั้วตั้งรัฐบาล อย่าชี้นำให้แตกแยก เตือนนักการเมือง อย่า แฝง การปลุกระดม สร้างความวุ่นวาย ทำลายบรรยากาศความเรียบร้อย หยุดให้ใส่ร้ายป้ายสี บุคคล องค์กร ยัน คสช. ไม่ได้เข้ามาทำอะไรไม่ดี

พันเอก วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวถึงกรณีการเลือกตั้งครั้งนี้ ว่า เป็นไปตามกรอบกฎหมาย ส่วนในเรื่องผลคะแนน และการประกาศผล เป็นหน้าที่ของ กกต. ซึ่ง คสช. ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่อย่างใด

คสช. มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชน และรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เดินหน้าประเทศไปตามกรอบ

ซึ่งการเลือกตั้งเมื่อ 24 มี.ค. 62 ก็แล้วเสร็จไปด้วยความเรียบร้อย ต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนในการออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงกัน และไม่มีเหตุการณ์รุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อการจัดการเลือกตั้ง แต่อย่างใด

ส่วนการเลือกนายกรัฐมนตรี หรือการจัดตั้งรัฐบาล นั้น เป็นเรื่องของกระบวนการทางด้านการเมือง ที่มีกรอบกำหนดไว้แล้วในรัฐธรรมนูญ รวมถึงกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ส่วนกรณีมีพรรคการเมือง หรือกลุ่มการเมืองใดๆ ที่กำลังพยายามแสวงหา จับกลุ่ม จับขั้วทางการเมือง หรือดำเนินกิจกรรมใดๆ ก็ตาม ไม่ควรให้สังคมมองว่าเป็นการชี้นำให้เกิดความแตกแยก จนอาจไปมีผลกระทบต่อบรรยากาศของความสงบเรียบร้อย

ช่วงการหาเสียงที่ผ่านมา พบมีบางพรรคบางกลุ่ม ยังคงให้น้ำหนักวนเวียนอยู่แต่ เรื่องของการให้ร้ายผ่านวาทะกรรม เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือ คสช. อยู่บ่อยครั้ง มากกว่าการที่จะมุ่งเน้นไปในเรื่องของพี่น้องประชาชนจริงๆ

ซึ่งเชื่อว่าสังคมส่วนใหญ่อาจคุ้นชิน และคงไม่คล้อยตาม เพราะส่วนใหญ่สามารถสัมผัส คสช. ได้จากกระทำ มากกว่าคำกล่าวหรือคำพูดบิดเบือนของบางบุคคลที่อาจไม่หวังดี

ทั้งนี้ คสช. ขอความร่วมมือและสร้างความเข้าใจกับทุกกลุ่มทุกฝ่าย หลีกเลี่ยงการสร้างประเด็นที่จะนำไปสู่ความแตกแยกของคนในสังคม

รวมถึงการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดที่อาจทำให้สังคมมองว่าเป็นการแฝงที่จะปลุกระดม นำไปสู่ความวุ่นวายหรือทำลายบรรยากาศความเรียบร้อยได้

อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลทำนองใส่ร้ายป้ายสีบุคคล องค์กร หรือหน่วยงานใดๆ อันจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดนำไปสู่แตกแยกในเชิงความรู้สึกของผู้คนในสังคม

ยืนยันว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คสช. เข้ามาแก้ปัญหาให้กับประเทศด้วยความตั้งใจและบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้มีเจตนาที่จะเข้ามาทำอะไรในเรื่องที่ไม่ดีให้สังคมประเทศชาติ

โดยขอสังคมได้พิจารณาอย่างเป็นธรรมและตรงไปตรงมา โดยเฉพาะตลอด 5 ปีที่ผ่านมายืนยันว่า บ้านเมืองเรามีพัฒนาที่ดีขึ้นในหลายๆ ด้าน ซึ่งสามารถพิสูจน์ให้เห็นและสัมผัสได้จริง

...


นี่คือสิ่งที่ "กองทัพ" จะต้องระวัง
และต้องไม่ลืมว่า "กองทัพ" ไม่ใช่ "ทหารการเมือง คสช."

เป็นคำเตือน คำขู่ หรือคำโง่ ก็เชิญอ่านกันเอาเอง !!


หยุดโหนคนดีเถิดพี่ชาย หากคนดีมักง่ายไม่ต่างสัตว์ หยุดโหนทีว่าเจ้าคือเจ้ารัฐ หากยังหยัดในประชาธิปไตย





สูงสุดคือราษฎร คนหาบคอนนอนเสื่อเหงื่อหลั่ง
แปรภาษีเลี้ยงเวียงวัง
ให้ข้าวน้ำทั้งราชการ

ราษฎรคืออธิปไตย
มิใช่คนชี้เหนือชาวบ้าน
มิใช่ของปฏิปักษ์ดักดาน
และไม่ใช่ของทหารหัวเกรียน

คำสรรเสริญหากจะมี
ก็ควรที่จะเปลี่ยน
มายกย่องผองชนคนเพียร
ที่ส่งทหารให้เรียนจนติดดาว

ที่ต่ำคือเผด็จการบ้านโต
ยโสโอหังดั่งเป็นข่าว
ต่ำสุดคือปืนยื่นยาว
กดหัวชาวไทยอย่างไร้ยาง

เป็นหมาก็หมาเห่าเจ้าของ
เป็นแมวก็มองจ้องปลาย่าง
เป็นรั้วก็รั้วอันเลือนลาง
เป็นบ่างคอยยุแต่ปฏิวัติ

หยุดโหนคนดีเถิดพี่ชาย
หากคนดีมักง่ายไม่ต่างสัตว์
หยุดโหนทีว่าเจ้าคือเจ้ารัฐ
หากยังหยัดในประชาธิปไตย

เสียงจากที่สูงเป็นคะแนน
ส่งผู้แทนเข้าสภาหน้าใส
เสียงจากที่ต่ำจัญไร
จงออกไป ! ออกไป ! ออกไปได้แล้ว


อานนท์ นำภา

28 มีนาคม 2562


"พรรคพลังประชารัฐไม่ควรแห่ขอบคุณประชาชนหรอกครับ ควรไปแห่ขอบคุณ กกต. มากกว่า" 4 วันมี #บัตรเกิดใหม่ในหีบ 4,493,145 ใบ





The Economist : After an ineptly rigged election, Thailand’s junta will cling to power





To the spoiler, victory

After an ineptly rigged election, Thailand’s junta will cling to power

The opposition says it has a parliamentary majority, but is unlikely to form a government


Mar 28th 2019
The Economist Print Edition


“We have received a mandate from the people,” declared Sudarat Keyuraphan, a leader of the Pheu Thai party. She was introducing a slate of seven parties that she said had won a narrow majority in the lower house of parliament in the election held on March 24th. Parties linked to Thaksin Shinawatra, a former prime minister ousted in a military coup, have won every election in the past 20 years. Pheu Thai, his current vehicle, seems to have won more seats than any other this time, too. But the results also mark a victory for the military junta running the country, which rigged the process to reduce Pheu Thai’s showing and will probably deny it the chance to form a government.

Initial results suggest Pheu Thai won 137 of the 500 seats in the lower house. That is more than any other party, but a far lower share than in previous elections. The system of proportional representation the generals used hurt Pheu Thai. So did official harassment of its activists, the banning of an allied party and rules that made it difficult to campaign via social media and barred all but the tiniest political gatherings until December.

These same distortions helped Palang Pracharat, a party founded last year to support the generals, win perhaps 116 seats overall. But Future Forward, another party opposed to the generals, is set to become the third-biggest. Meanwhile, the Democrats, the country’s oldest party and Pheu Thai’s fiercest foe, performed abysmally. They lost their stronghold of Bangkok. Their leader, a former prime minister, resigned. The net result is a chamber that is fairly evenly divided, for the moment, between friends and foes of the junta.

The junta’s position, however, is stronger than it looks. For one thing, the Election Commission has until May 9th to certify the final results. Its boss already raised eyebrows on election night by saying that he would have to halt the count just hours after it had started because he did not “have a calculator with me now”. Mr Thaksin scoffed that turnout in one district exceeded 200%. Elsewhere the number of ballots appeared greater than that of voters. The Thai for “election commission busted” has been trending on Twitter. The suspicions of manipulation matter since the Election Commission has released only provisional voting data from the country’s 350 constituencies, on which the allocation of a further 150 party-list seats depends. The parties have made their own projections of the result, but the commission could yet declare a different outcome.

It also has the power to investigate violations of campaign rules. If it considers them grave enough, it can order candidates disqualified (a red card) or the election to be re-conducted in certain constituencies (a yellow card). That provides an easy way to erode Pheu Thai’s alliance. “From now on we’ll see so-called red and yellow cards,” predicts Ms Sudarat. Pheu Thai will not be the only target. The commission recently threatened to bring proceedings against Future Forward for being subject to “outside influence”—a usefully vague no-no. Its leader, Thanathorn Juangroongruangkit, faces personal legal troubles, too. He is on trial for comments he made in footage streamed on Facebook, in which he suggested that the junta was trying to win defections from hostile political parties.

Bangkok will bubble with intrigue until the seat numbers held by each side seem more secure. Rumours abound that the six mps of one of Ms Sudarat’s allies, the New Economy Party, will defect, wiping out her claimed majority of five at a stroke. There are lots of smaller, biddable parties, who could help shore up either side. Pheu Thai is said to have offered the post of prime minister to Anutin Charnvirakul, the leader of the Bhumjaithai party, with a projected 51 seats, if he were to join its block.

But securing the post of prime minister involves overcoming the junta’s biggest advantage. The constitution the generals pushed through in 2016 awards the job of picking the prime minister to a joint sitting of the lower house and the 250-member Senate. All the senators are appointed by the junta. That means that the incumbent prime minister and junta leader, Prayuth Chan-ocha, would only need 126 votes in the lower house to keep his job. A rival candidate, meanwhile, would need 376 votes in the lower house—a daunting target.

But if the parliamentary arithmetic all but assures Mr Prayuth’s return to office, it also makes his job extremely difficult. The sweeping powers that the junta has enjoyed since seizing power in 2014 will lapse once a new cabinet is installed. Mr Prayuth will then need to persuade a majority of the lower house to back whatever plans his government may have. Even if Pheu Thai’s claimed majority evaporates, it is clear that the lower house will be difficult to manage. Mr Prayuth’s career in the army and as a coup leader has not given him a lot of experience of horse-trading with politicians.

Even with unfettered authority, the generals have not done a good job of running the country. True to form, their preparations for the election appear to have been half-baked. Finding excuses to lock up or disqualify lots of the new mps would be to dismantle the democratic façade currently under construction. But if the democratic front still holds a majority of the seats in the lower house when the Election Commission releases the final results on May 9th, instability looms. Thailand’s junta, it seems, cannot organise a rigged election in a dictatorship.


This article appeared in the Asia section of the print edition under the headline "To the spoiler, victory"


วันพฤหัสบดี, มีนาคม 28, 2562

คสช.ขอเผือกด้วยเรื่องจัดตั้งรัฐบาล อ้าง 'กระทบความสงบเรียบร้อย' คนละพรรคเรื่องเดียวกัน ศิโรตน์ คล้ามไพบูลย์ ซัด "มารยาททราม"


มีหลายคนตอบโต้ ธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ อย่างแสบสันต์ ที่จาบจ้วงคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดทนายกฯ พรรคเพื่อไทย ในการแถลงว่าร่วมกับอีก ๖ พรรคฝ่ายประชาธิปไตยขัดขวางการสืบทอดอำนาจของ คสช. และเดินหน้าไปสู่การจัดตั้งรัฐบาล

หนึ่งในนั้น ธนวัฒน์ วงศ์ไชย นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักกิจกรรมต่อต้านเผด็จการที่เคยมีบทบาทเคียงคู่กับ เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ดูจะแจงไว้ละเอียดกว่าเพื่อน “ก่อนจะด่าคุณหญิงสุดารัตน์ ช่วยหันไปมองแคนดิเดทนายกฯ พรรคของคุณด้วยครับ

นอกจากจะยังไม่ได้เป็น ส.ส.แล้ว ยังไม่ได้ลงสมัครเป็น ส.ส.อีก เจ้าหน้าที่รัฐก็ไม่ได้เป็น เขาดีเบทกันก็ไม่มา” เนื่องเพราะวาทะของรองโฆษกฯ บริภาษณ์ว่าหญิงหน่อยไม่ได้รับเลือกเป็น ส.ส. (พลาดบัญชีรายชื่อ) ยังจะมาเสนอตัวเป็นนายกฯ
 
“น่าจะสำรวมมากกว่านี้” รายละเอียดที่ธนวัฒน์ย้อนให้ ธนกรหน้าหงายยังไม่พอ หากย้อนไปยังประเด็นที่พรรคพลังประชารัฐพยายามอ้างคะแนนเสียงทั้งประเทศ หรือ ‘ป็อปปูลาร์โหวต’ เพื่อตั้งรัฐบาลเอง โดยที่มีเสียงวุฒิสมาชิก ๒๕๐ คน ซึ่ง คสช. ตั้งเอง รออนุมัติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี

ศิโรตน์ คล้ามไพบูลย์ ผู้ดำเนินรายการข่าวที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งซัดแรงว่าเป็น “ความประพฤติของพรรคที่ไร้มารยาท ก็เหมือนคนมารยาททราม ต่อให้กฎหมายลงโทษไม่ได้ คนที่เห็นก็รู้ว่าเป็นคนมารยาทต่ำ ไม่มีใครอบรม พ่อแม่ไม่สั่งสอน ไม่มีความคิด”

เขาอธิบายประเพณีการเมืองไทยที่ผ่านมา ๓๐ ปี “การวัดว่าใครได้เสียงข้างมากที่สุด” วัดกันที่จำนวนผู้แทนในสภา “ไม่ใช่บิดเบือนว่าเอาจำนวนคนลงคะแนนทั้งประเทศเป็นตัวตั้ง เพราะนั่นเป็นระบบนายกทางตรงซึ่งเราไม่ได้ใช้”

เหตุผลสำคัญที่เขาอ้างน่าฟัง “อีกอย่างเสียงส่วนนี้ก็ถูกใช้นับเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อไปแล้ว จะเอามาอ้างเพื่อตั้งรัฐบาลซ้ำอีกได้อย่างไร” ลงท้ายเขาอัดกลับแรงกว่าเก่าว่านี่ “ก็คือพรรคที่หื่นกระหายอำนาจ จนทำทุกวิถีทางโดยปราศจากยางอาย”

 
นักวิชาการอีกคนหนึ่ง รศ.อัษฎางค์ ปาณิกบุตร ให้ความเห็นต่อปมที่พรรคพลังประชารัฐพยายามช่วงชิงการตั้งรัฐบาลจากพรรคที่ได้ ส.ส.มากที่สุด ว่าเรื่องนี้เถียงกันจนได้ข้อสรุปมาเป็นศตวรรษแล้ว “ผมไม่รู้พวกนี้เรียนที่ไหน จะได้ไม่ให้ลูกหลานไปเรียน”

เป็นที่รู้กันว่าพลังประชารัฐตอนนี้คาดว่าจะมีเสียงในสภาอยู่ที่ ๑๑๘ บวกกับพรรค รปช.ของสุเทพ เทือกสุบรรณ แน่ๆ อีก ๕ เสียง ยังต้องการอีก ๓ เสียงเพื่อเมื่อรวมกับ สว. ๒๕๐ เสียงแล้วได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

มันไปเข้าไคล้กับที่ @DuangritBunnag ทวี้ตไว้ “ให้คอยดู สาเหตุเดียวที่ยังไม่ประกาศชื่อ สว.ตอนนี้ ก็เพราะรอ ส.ส. สอบตกฝ่าย พปชร. จะได้ไปเป็น สว. กันเพียบ ไม่ต้องเชื่อแต่ขอดักคอไว้ก่อน ถ้าเกิดขึ้นจริงจะบัดซบมาก ประเทศนี้”

หรือจะเป็นอย่างที่ อุตตม สาวยานนท์ หัวหน้า พปชร. อ้างว่า “ตัวเลขเปลี่ยนได้ทุกวัน การคำนวณยังไม่สิ้นสุด” ซึ่งน่าจะหาได้ไม่ยากในช่วงที่ กกต. ยังอุบคะแนนที่นับหมดแล้วแต่ไม่ยอมเปิดจนกว่าจะถึงวันสุดท้าย ๙

แต่การตั้งรัฐบาลคนละเรื่องกันดังที่ศิโรตน์ว่าไว้ ว่าธรรมเนียมปฏิบัติต้องให้พรรคเสียงข้างมากเป็นคนฟอร์ม ซึ่งจะอ้างจำนวน สว.ก็ไม่ได้เพราะยังไม่มีการโหวตเสียงสองสภา แม้แต่รายชื่อ สว. ก็ยังไม่ได้มีการประกาศออกมา

พลังประชารัฐจึงเลี่ยงบาลีไปอ้างจำนวนคะแนนเสียงทั้งประเทศตอนนี้ ๗,๙๓๘,๙๓๗ คะแนน มากกว่าพรรคเพื่อไทยอยู่ ๕ แสนคะแนนกว่าๆ
 
ข้อนั้นก็มีคนมาเถียงให้เห็นได้ว่า พลังประชารัฐส่งผู้สมัคร ส.ส. ๓๕๐ เขต เพื่อไทยส่งแค่ ๒๕๐ เขต หากนำเอาทฤษฎีจัดสรรปันส่วนในการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อมาใช้ ก็ต้องคิดคะแนนเฉลี่ยของจำนวนบัตรคะแนนที่แต่ละพรรคได้

ฉะนี้ @minminjung4 คำนวณออกมาได้ว่า พลังประชารัฐได้คะแนนเฉลี่ยต่อ ๑ เขตเลือกตั้ง ๒๒,๖๘๓ คะแนน ขณะที่เพื่อไทยจะได้ ๒๙,๖๙๐ คะแนน เขาว่า “ดูเอาเถอะ ใครชนะ” ตรรกะอย่างนี้พวก คสช. ไม่ยอมฟังหรอก
 
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. เอาเชียว ออกมาแถลงเรื่องความสงบเรียบร้อยจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ให้ “เดินหน้าประเทศไปตามกรอบ” แล้วก็วกไปเข้าเรื่องที่อยากเผือก “กรณีมีพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองใดๆ ที่กำลังพยายามแสวงหา จับกลุ่ม จับขั้วทางการเมือง”

แขวะเข้าไปถึงกรณี ๗ พรรคร่วมลงนามสัตยาบันกันจนได้ “ไม่ควรให้สังคมมองว่าเป็นการชี้นำให้เกิดความแตกแยก จนอาจไปมีผลกระทบต่อบรรยากาศของความสงบเรียบร้อย” เห็นมีคอมเม้นต์แบบว่าถ่มมาก็ถุยกลับหลายราย

“การที่กองทัพยึดอำนาจและแทรกแซงการเมืองต่างหาก ที่สร้างความขัดแย้งและเป็นสาเหตุของความไม่สงบ” นี่จาก @watanamuangsook 

อ่านเอลิซาเบธ บลันท์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีและผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งหลายครั้งในทวีปแอฟริกา รวบรวม 6 สัญญาณที่อาจบ่งบอกได้ว่ามีการโกงการเลือกตั้ง (เฮ๊ย บ้านกรูมีครบ)




อ่าน เอลิซาเบธ บลันท์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีและผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งหลายครั้งในทวีปแอฟริกา รวบรวม 6 สัญญาณที่อาจบ่งบอกได้ว่ามีการโกงการเลือกตั้ง
1. จำนวนผู้ใช้สิทธิมากเกินไป
2. จำนวนผู้ใช้สิทธิมากในบางพื้นที่
3. มีบัตรเสียเป็นจำนวนมาก
4. จำนวนผู้ใช้สิทธิมากกว่าจำนวนบัตรเลือกตั้ง
5. ผลคะแนนที่ไม่ตรงกัน
6. การประกาศผลที่ล่าช้า


อ่านรายละเอียดในลิงค์ข่าว บีบีซี

"ถ้ากองทัพยังมายุ่งกับการเมือง อยู่อย่างนี้ บ้านเมืองคงไปลำบาก" ชมบทสัมภาษณ์ ทักษิณ ชินวัตร BBC Thai ทักษิณ ยังพูดถึงข้อกล่าวหา "ดึงฟ้าต่ำ"







Exclusive | ทักษิณ ชินวัตร "เราไม่เคยคิดดึงฟ้าต่ำ" - BBC News ไทย

BBC News ไทย
Published on Mar 26, 2019


"ผมเป็นเพื่อนกับท่านมาสามสิบปี ตั้งแต่สมัยท่านยังอยู่กับปีเตอร์ เจนเซ่น และก็คบกัน ท่านให้เกียรติกับผมเหมือนเป็นเพื่อนคนหนึ่ง เป็นลักษณะใกล้ชิดกันเหมือนเพื่อน ผมรู้อุปนิสัยท่านดีว่าขยัน ชอบทำงาน และอยากเห็นบ้านเมืองดี" อดีตนายกรัฐมนตรีวัย 69 ปี ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยที่โรงแรมแห่งหนึ่งบนฝั่งเกาลูนของเกาะฮ่องกง

แม้นคนจำนวนมากเชื่อว่าตัวเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังการเสนอชื่อทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ เป็นผู้สมัครในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) จนเป็นต้นเหตุให้พรรคถูกยุบโดยศาลรัฐธรรมนูญ แต่ ทักษิณ ระบุว่า "ไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้อง" กับกระบวนการเสนอชื่อ อ่านบทสัมภาษณ์ทั้งหมด https://bbc.in/2JK9Juo


เรื่องเกี่ยวข้อง...

ทักษิณ ชินวัตร : “ท่านอยากทรงเสียสละที่จะมาทำงานให้บ้านเมือง”
BBC Thai


ตรรกะที่บอกว่า จะเลือกใคร สุดท้ายก็เหมือนเดิม ต้องทำมาหากินอยู่ดี แหกตาดูบ้าง - ผลการเลือกตั้ง 2562 : นักวิเคราะห์ชี้ต่างชาติชะลอการลงทุน ผลเลือกตั้งล่าช้า ได้รัฐบาลผสม เสถียรภาพน้อย






สิ่งที่อนุทินคิดหนักที่สุดตอนนี้ คือ ที่พูดไปแล้ว จะทำไงดีวะ?