วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 10, 2569

ConforAll-Vote62 ประกาศชัยชนะประชามติรัฐธรรมนูญ พร้อมเปิดความผิดปกติ "บัตรเขย่ง-นับคะแนนพลาด" เรียกร้อง กกต. เร่งเผยคะแนนดิบรายเขตโดยด่วน

https://www.facebook.com/iLawClub/posts/pfbid0gqqSxcESchauhy9iRmnfPJmgs898BVkuMZFqPqUvaXHW2LSSbLe7nhPLhA2sfYQcl?ref=embed_post

iLaw 
6 hours ago
·
ConforAll-Vote62 ประกาศชัยชนะประชามติรัฐธรรมนูญ พร้อมเปิดความผิดปกติ "บัตรเขย่ง-นับคะแนนพลาด" เรียกร้อง กกต. เร่งเผยคะแนนดิบรายเขตโดยด่วน
.
9 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำการอาคาร ALL RISE (iLaw) เครือข่ายประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ (ConforAll) และเครือข่ายสังเกตการณ์การเลือกตั้ง Vote62 แถลงสรุปข้อเท็จจริงและข้อเรียกร้องหลังวันออกเสียงประชามติและเลือกตั้ง หลังเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่รายงานความคืบหน้าการนับคะแนนผลการเลือกตั้งและประชามติ ไปแล้ว 94%
.
การที่เสียงประชามติ “เห็นชอบ” ให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มากกว่าประชาชนที่ออกเสียง “ไม่เห็นชอบ” ประมาณเท่าตัว ถือเป็นชัยชนะที่ประชาชนประกาศผ่านคูหาว่าต้องการเปลี่ยนโครงสร้างที่เป็นอยู่ และต้องการมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตด้วยตัวเอง เชื่อว่าเมื่อประกาศคะแนนทั้งหมด 100% แล้วจะมีคะแนนเห็นชอบในรอบนี้มากกว่า 20 ล้านเสียง ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายของการรณรงค์
.
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในความเป็นจริงมีคนที่ต้องการออกเสียง “เห็นชอบ” มากกว่านี้ แต่คะแนนที่ประกาศออกมายังไม่ครบถ้วน และยังไม่อาจยืนยันได้ว่าถูกต้องทั้งหมด และจำนวนคนที่ลงทะเบียนเพื่อออกเสียงประชามตินอกเขตก็มีน้อยกว่าคนที่ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตกว่า 800,000 คน และในวันออกเสียงประชามติยังพบเรื่องร้องเรียนว่า เจ้าหน้าที่กปน. ไม่ช่วยแนะนำให้ประชาชนรับบัตรใบที่สาม หรือแม้แต่แนะนำให้ประชาชนกาไม่เห็นชอบ ในหลายเขตเลือกตั้ง ซึ่งท่ามกลางอุปสรรคมากมายในการออกเสียงต้องขอชื่นชมประชาชนอาสาสมัครจำนวนมากที่มาช่วยกันทำกิจกรรมรณรงค์จนผ่านการทำประชามติครั้งนี้ไปได้
.
ความผิดปกติพบบัตรเขย่งในการเลือกตั้ง-ประชามติ 2569
.
ข้อมูลโดยสรุปจากระบบของเว็บไซต์ vote62.com มีอาสาสมัครจับตาเลือกตั้งช่วยกันรายงานข้อมูลจาก 16,993 หน่วยเลือกตั้ง โดยตลอดวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีประชาชนรายงานสิ่งผิดปกติมาราว 4,993 เรื่อง
.
จากการรายงานความผิดปกติของอาสาสมัครจับตาในการเลือกตั้งครั้งนี้พบว่า มีรายงานว่าปัญหาหลักคือการที่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยไม่ได้ให้เซ็นชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและประชามติ, การนับคะแนนผิด, จำนวนบัตรลงคะแนนมีมากกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ, บางหน่วยเลือกตั้งไม่ยอมให้มีการนับคะแนนใหม่หลังพบความผิดปกติ, รวมไปถึงการที่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้สังเกตการณ์ ซึ่งแตกต่างจากการเลือกตั้งในปี 2566 ที่ปัญหาหลักเป็นการวินิจฉัยบัตรดีบัตรเสีย
.
กรณีตัวอย่างที่พบจำนวนบัตรลงคะแนนมีมากกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ เช่น ในกรณีของจังหวัดเชียงใหม่ เขต 1 คะแนนของผู้สมัคร สส. ทั้ง 12 พรรค รวมกันทั้งสิ้น 93,571 คะแนน ขณะที่จำนวนผู้มาใช้สิทธิ 89,928 คน (แบ่งเป็น บัตรดี 81,664 ใบ บัตรเสีย 2,306 ใบ และบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 5,958 ใบ) นั่นคือ มีความต่างระหว่างจำนวนคะแนนกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ 3,643 ใบ ขณะที่มีรายงานจากอาสา Vote62 จากจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมือง แขวงฟ้าฮ่าม เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 3 ลานจอดรถหน้าอาคารสำนักงานเทศบาลตำบลฟ้าฮ่าม (หลังใหม่) มีรายงานความผิดปกติการนับคะแนนกระดานประชามติ ว่ามีคะแนนไม่ตรงกัน (ระหว่างกระดานขีดคะแนน และรายงานรวมคะแนน A4), บัตรเขย่ง (จำนวนบัตรที่ใช้ไม่เท่ากับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ) และรวมคะแนนผิด โดยมีรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่ไม่ให้ถ่ายภาพ/วิดีโอระหว่างนับคะแนน, เจ้าหน้าที่ไม่แสดงบัตรเลือกตั้งเมื่อพบบัตรเสีย, เจ้าหน้าที่ไม่ปิดประกาศใบรายงานผลการนับคะแนน และเจ้าหน้าที่เก็บใบรายงานผลการนับคะแนนเร็วเกินไป ถ่ายไม่ทัน
.
การรายงานผลคะแนนของ กกต. ช้า ติดขัด ซ้ำรอยการเลือกตั้ง 62
.
การรายงานผลเมื่อคืนนี้(8 ก.พ.) ผ่านเว็บไซต์ของ กกต. พบปัญหาซ้ำรอยปี 2562 หลังระบบรายงานผลคะแนนช้าและคะแนนค้างนานกว่า 55 นาที ในช่วงเวลา 19.30 น. โดยไร้คำชี้แจงชัดเจนจาก กกต. และในกระบวนการนี้คะแนนที่นับเสร็จแล้ว ถูกส่งจากหน้าหน่วยแล้วจะไปกองอยู่ที่ใดที่หนึ่งก่อนที่จะถูกรายงานสู่สาธารณะ และยังปรากฏข้อมูลที่คะแนนของผู้สมัครบางคนถูกปรับลด แปลว่ามีระบบการ “จัดการ” คะแนนก่อนปล่อยออกสู่สายตาประชาชน นอกจากนี้ยังพบปัญหา "บัตรเขย่ง" ในหลายเขตที่คะแนนสูงกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ ตอกย้ำความผิดพลาดในการจัดการข้อมูล และยิ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อความโปร่งใสของ กกต. ในการเลือกตั้งครั้งนี้
.
ประชาชนมาใช้สิทธิน้อย หลัง กกต. ไม่ประชาสัมพันธ์
.
การเลือกตั้งในปี 2566 เป็นการเลือกตั้งที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้วยจำนวนราว 39 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 75.71 แต่ในการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จากข้อมูลที่ปรากฏร้อยละ 94 มีผู้มาใช้สิทธิเลือกส.ส.เขตเพียง 36 ล้านคน ส.ส. บัญชีรายชื่อ 34 ล้านคน และออกเสียงประชามติประมาณเพียง 34 ล้านคน หากตัวเลขนี้ถูกต้อง ค่อนข้างแน่ชัดว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง จะน้อยกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา และน้อยที่สุดในการเลือกตั้ง 5 ครั้งล่าสุด
.
ประสบการณ์ที่ทีมงานจากเครือข่ายภาคประชาชนได้ทำการลงพื้นที่รณรงค์ทั่วประเทศพบว่า ประชาชนจำนวนมากยังไม่รับทราบหรือเข้าถึงข้อมูล ทั้งเนื้อหา คำถาม และสาระสำคัญของการทำประชามติรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นความล้มเหลวในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลความเข้าใจในเรื่องการออกเสียงประชามติที่ยังขาดการเข้าถึงประชาชนอย่างเห็นได้ชัด แม้ในช่วงโค้งสุดท้ายจะมีคนตระหนักรู้และเข้าใจมากขึ้น แต่ก็อาจจะยังขาดการถกเถียง พูดคุยและทำความเข้าใจเนื่องด้วยเวลาที่จำกัด
.
เรียกร้องให้ กกต เผยคะแนน 100% รายหน่วย ทุกเขต โดยเร็ว
.
หลังจากผ่านเวลาปิดหีบลงคะแนนมามากกว่า 24 ชั่วโมงแล้ว ยังพบปัญหาข้อสงสัยและคาใจเกี่ยวกับการนับคะแนนและรายงานผลคะแนนเป็นจำนวนมาก จึงขอเรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยคะแนนดิบเลือกตั้งและประชามติ รายหน่วย ทุกเขต โดยเร็วเท่าที่จะเร็วได้ เพื่อการตรวจสอบคะแนนเลือกตั้งให้โปร่งใสที่สุด จนกว่าจะได้เห็นความโปร่งใสและคะแนนรายหน่วยทั้งหมด เราก็ยังไม่อาจสรุปและเชื่อถือผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการที่ประกาศมาแล้วตอนนี้ได้
.
ข้อเสนอจากภาคประชาชน
.
การออกเสียงประชามติพร้อมการเลือกตั้งที่ผ่านไป ทำให้เราได้เห็นปัญหาในระดับ “กติกา” ที่ไม่อำนวยความสะดวกต่อประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียง ไม่เปิดช่องให้สามารถจัดการออกเสียงล่วงหน้านอกเขตได้ทั้งที่กฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติได้กำหนดให้สามารถออกเสียงผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบไปรษณีย์ หรือระบบอื่นๆ ได้ อีกทั้งการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต-ประชามตินอกเขตวันจริงที่เปิดให้ลงทะเบียน 2 ระบบแยกจากกัน และยังเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนออกเสียงประชามติได้เพียง 3 วัน ทำให้จำนวนผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตน้อยกว่าผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตกว่า 800,000 คน
.
เนื่องจากกระบวนการเดินหน้าสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีการออกเสียงประชามติอีก 1 หรือ 2 ครั้ง จึงขอเรียกร้องให้ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาแก้ไขกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการออกเสียงประชามติในประเด็นต่างๆ ประกอบด้วย
แก้ไขกฎหมายให้การออกเสียงประชามติสามารถออกเสียงล่วงหน้านอกเขตได้ เช่นเดียวกับการเลือกตั้ง สส. รวมทั้งเปิดให้ลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงนอกเขต ในจังหวัดเดียวกับที่มีสิทธิออกเสียงประชามติได้
เปิดช่องให้ประชาชนลงทะเบียนเพื่อออกเสียงประชามตินอกเขตในระบบเดียวกันกับการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และสามารถขยายวันลงทะเบียนได้หากเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัยเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาการลงทะเบียนประชามติครั้งนี้
เปิดช่องให้ประชาชนสามารถรับบัตรออกเสียงประชามติพร้อมกับบัตรลงคะแนนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในกรณีการออกเสียงประชามติพร้อมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือการเลือกตั้งท้องถิ่นที่เกิดขึ้นทั่วราชอาณาจักร และ
เปิดเผยผลการรวมคะแนนการออกเสียงประชามติรายหน่วยบนเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เช่นเดียวกับที่กำหนดไว้ในระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นต้น
.
ขั้นตอนต่อไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่
.
ในวันนี้ประชาชนส่วนใหญ่ได้มีมติ "เห็นชอบ" ในการจัดทำประชามติครั้งที่ 1 เป็นการเปิดประตูสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญ โดยตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญยังเหลือการทำประชามติอีก 2 ครั้ง จนกว่าจะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่
.
ภายหลังจากการจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ เราหวังว่ารัฐบาลและพรรคการเมืองจะเริ่มเดินหน้าร่วมกันเสนอร่างแก้ไขมาตรา 256 ที่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนเลือกตั้งผู้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เปิดกว้างในการวางกรอบเนื้อหา และเบิกทางให้ประชาชนได้เป็นคนตัดสินใจเองว่าจะรับหรือไม่รับเนื้อหาในรัฐธรรมนูญใหม่ ไม่ใช่ต้องรอคอยการอนุญาตจากวุฒิสภาดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน อันเป็นอุปสรรคหลักที่ทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้อำนาจในฐานะเจ้าของประเทศได้จริง และเพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ตอบโจทย์เจ้าของอำนาจอย่างประชาชน ไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่เปิดช่องให้เกิดการกินรวบอำนาจอยู่ที่ใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ดังที่เกิดจากรัฐธรรมนูญ 60
.
รัฐธรรมนูญ 2560 คือกติกาใหญ่ที่ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมในการร่างและทำให้การเมืองอยู่นอกสายตาประชาชนมาเป็นเวลาเกือบ 9 ปี และวันนี้ประชาชนเสียงส่วนเห็นพ้องต้องกันแล้วว่าเรา เห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ทางกลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ (conforall) จึงต้องการเสนอว่า กระบวนการถัดไปในการแก้ไขมาตรา 256 เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รัฐสภาต้องเปิดทางให้ประชาชนได้เลือกตั้งผู้ร่างรัฐธรรมนูญ 100% เท่านั้น เปิดโอกาสความเป็นไปได้ให้คนธรรมดาได้เสนอตัวเป็นผู้ร่าง ให้คนธรรมดาได้เลือกตั้งบนการแข่งขันที่เสรี เป็นธรรม และอยู่ในสายตาประชาชน
.
รัฐสภาต้องเริ่มสร้างความมั่นใจว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะตอบโจทย์ประชาชนได้ด้วยการให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นทาง หากสุดท้ายรัฐสภาเลือกที่จะตัดโอกาสไม่ให้ประชาชนได้เลือกตั้งผู้ร่างรัฐธรรมนูญ กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ(conforall) ก็อาจพิจารณาลงมติ “ไม่เห็นชอบ” ในการทำประชามติครั้งต่อไป เพราะเราไม่มั่นใจว่าผู้ร่างที่เราไม่ได้ร่วมเลือก จะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีเนื้อหาที่ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนแข็งแรง และอำนาจของประชาชนกลับมาเข้มแข็งได้หรือไม่
.
ผลการจัดทำประชามติในครั้งนี้พิสูจน์แล้วว่าการออกเสียงของคนธรรมดาในครั้งนี้ สะท้อนว่าประชาชนยังมีความหวัง และการเปลี่ยนแปลงสามารถเกิดขึ้นได้ด้วยประชาชน แม้จะไม่ได้เลือกพรรคการเมืองเดียวกัน และมีอุดมการณ์ความเชื่อที่แตกต่างกัน แต่การแลกเปลี่ยนออกเสียงกันอย่างเสมอหน้า จะเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อได้อย่างโอบรับคนทุกกลุ่ม ประชาธิปไตยจะไม่ใช่แค่ชื่อระบอบ แต่จะเกิดขึ้นได้จริง ถึงเวลาให้คนธรรมดากำหนดประเทศ ประชาชนพร้อมแล้ว