วันพฤหัสบดี, กุมภาพันธ์ 26, 2569

พิสูจน์แล้ว “ดร.เรือบิน” เผย บาร์โค้ดย้อนลำดับบัตร หวั่นคนรู้ช่องโหว่ ใช้ข้อมูลเป็น Big Data วางแผนการเมืองในอนาคต ด้าน “สมชัย” เตรียมจัดเลือกตั้งจำลอง ถอดรหัสบาร์โค้ด จ่อเชิญทูต เป็นพยาน



“ดร.เรือบิน” เผยพิสูจน์แล้ว บาร์โค้ดย้อนลำดับบัตร หวั่นถูกใช้ข้อมูล Big Data วางแผนการเมือง

25 ก.พ. 2569
ไทยรัฐออนไลน์

พิสูจน์แล้ว “ดร.เรือบิน” เผย บาร์โค้ดย้อนลำดับบัตร หวั่นคนรู้ช่องโหว่ ใช้ข้อมูลเป็น Big Data วางแผนการเมืองในอนาคต ด้าน “สมชัย” เตรียมจัดเลือกตั้งจำลอง ถอดรหัสบาร์โค้ด จ่อเชิญทูต เป็นพยาน

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย จัดประชุมองค์กรประชาธิปไตย นักวิชาการ และเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง 69 ร่วมกำหนดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเพื่อตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง การตรวจสอบ กกต. ข้อเสนอ และแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปฏิรูปองค์กรอิสระ



โดยนายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ดร.เรือบิน ผอ.ดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวถึงวิธีการตรวจสอบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด ที่สามารถย้อนกลับไปหาบุคคลที่ใช้สิทธิสามารถทำได้ ว่า จากการตั้งกล้องบันทึกภาพในวันเลือกตั้งใหม่ ที่ กทม. เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ตลอดทั้งวัน จากนั้นใช้ AI ช่วยคำนวณคาดเดาการเลือกของบุคคลที่มาใช้สิทธิในช่วงนับคะแนนถ่ายบัตรสีเขียวและชมพูทุกใบ ซึ่งหากนำมาเปรียบกับภาพในช่วงเริ่มใช้สิทธิจะเห็นคนที่ลงชื่อคนที่ 1 และคนลำดับต่อๆ ไป ก็จะสามารถจับคู่คนที่มาใช้สิทธิให้ตรงกับลำดับบาร์โค้ดได้ ก็สามารถพิสูจน์ทราบได้ว่าบัตรใบไหน เป็นของบุคคลที่มาใช้สิทธิคนที่เท่าไหร่
ดังนั้นจากการออกแบบกระบวนการ ทำให้ผู้ตั้งใจทุจริตการเลือกตั้งสามารถตรวจสอบได้ว่าการซื้อเสียงนั้นเกิดผลสำเร็จหรือไม่ แม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ถูกต้องใกล้เคียง 100% และหากผู้มีอำนาจได้ข้อมูลนี้ไป สั่งการบุคคลในองค์กรอิสระและหน่วยงานราชการอาจนำข้อมูลที่มีสร้างเป็น Big Data เพื่อวางแผนจัดการให้เกิดผลสำเร็จทางการเมืองในอนาคตได้



นายธรรม์ธีร์ ยังเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปน่าจะไม่มีเรื่องบาร์โค้ด หรือคิวอาร์โค้ดแล้ว แต่ในเมื่อมีแล้ว กกต. อ้างว่าใช้เพื่อตรวจสอบบัตรปลอมบัตรเขย่ง ถ้าวันนี้เราลองนับใหม่ทั่วประเทศ ก็จะทราบว่ามีคะแนนคลาดเคลื่อนไปเท่าไหร่

ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า จากการสังเกตทำให้รู้ว่าบัตรสีเขียวที่มีคิวอาร์โค้ดซึ่งสะท้อนกลับไปไปยังเล่ม โดยที่แต่ละเล่มมีบัตรเลือกตั้ง 20 ใบ ใช้คิวอาร์โค้ดเดียวกันหมด หากเป็นเช่นนี้จริงไม่น่าเป็นปัญหาในการล่วงรู้ถึงการออกเสียงของผู้มีสิทธิแต่ละคน เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ คิวอาร์โค้ดไม่ได้สะท้อนกับเล่มแต่ไปสะท้อนถึงบัตรเลือกตั้งแต่ละใบ



ในขณะที่บัตรสีชมพูมีบาร์โค้ดด้านล่างซึ่งสามารถสแกนจากมือถือและสะท้อนไปยังรหัส 9 หลักของใบเลือกตั้งแต่ละใบได้ จึงพิสูจน์ได้ว่าไม่จำเป็นต้องมีของวิเศษ 3 อย่าง คือ บัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตร บัญชีรายชื่อ แต่แค่สังเกตการณ์หน้าหน่วยก็สามารถบอกได้แล้ว ซึ่งง่ายมาก และเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่จะทำให้เห็น

โดยในวันพุธที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น. จะสาธิตการจัดเลือกตั้งจำลอง โดยใช้บัตรเลือกตั้งจำลอง ซึ่งจะมีรูปร่างคล้ายบัตรเลือกตั้งของ กกต. โดยจะให้ตัวแทนสื่อมวลชน 10 คน เข้าไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในคูหาและให้ถ่ายรูปเก็บไว้กับตัว ไม่ต้องเปิดเผยให้ใครรู้ หลังจากการเลือกเสร็จสิ้นจะให้ทีมตรวจสอบ เป็นทีมผู้เชี่ยวชาญ 5 ทีม และทีมประชาชน 5 ทีม ประกอบด้วย ทีมนักศึกษามหาวิทยาลัย 1 ทีม ทีมมัธยม 1 ทีม ทีมประถม 1 ทีม และประชาชนทั่วไป 2 ทีม ซึ่งจะใช้วิธีถอดรหัสของตัวเอง อุปกรณ์ต้องนำมาเอง โดยจะให้เวลา 30 นาที ในการถอดรหัสว่าบัตรแต่ละใบเป็นของผู้สื่อข่าวคนใด เพื่อให้คนไทยรู้ว่าการออกแบบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดอยู่ด้าน

ล่างไม่ว่าจะมีต้นขั้วหรือไม่ก็สามารถบอกได้ว่าใครเลือกใคร ประชุมรัฐสภา โดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา จะส่งหนังสือเชิญอัครราชทูตของแต่ละประเทศ และนักวิชาการ มาให้ความเห็นว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นความลับ และมาเป็นสักขีพยานในการจำลองครั้งนี้ด้วย

โดยนายสมชัย กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการจำลองการเลือกตั้งเพื่อพิสูจน์ว่าการออกแบบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดเป็นการออกแบบที่ไม่ได้เรื่อง โดยไม่ได้สนใจว่าหากมีการส่งเรื่องนี้ไปถึงศาลแล้วจะวินิจฉัยออกมาอย่างไร

https://www.thairath.co.th/news/politic/2916444