วันพฤหัสบดี, กุมภาพันธ์ 19, 2569

ฟังความสองด้าน เลือกตั้ง 8 ก.พ. ควรเป็นโมฆะหรือไม่ ?


ฟังความสองด้าน เลือกตั้ง 8 ก.พ. ควรเป็นโมฆะหรือไม่ ?

ท่ามกลางกระแสเรียกร้องจากบางส่วนของสังคมให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะจากข้อผิดพลาดของ กกต. มีความเคลื่อนไหวทางกฎหมายจากหลายฝ่าย

นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่มสำรอง ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อให้บัตรเลือกตั้ง สส. ที่ใช้ไปแล้วถูกนับเป็นบัตรเสีย พร้อมเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด และขอให้ศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้มีการรับรองผลการเลือกตั้ง

ขณะเดียวกัน ตัวแทนนิสิตนักศึกษาจากสถาบันการศึกษา 9 แห่งร่วมกับทนายความยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางในประเด็นความไม่ชอบด้วยกฎหมายของบัตรเลือกตั้ง ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่ามีมูล ก็อาจนำไปสู่คำสั่งให้จัดการเลือกตั้งใหม่ได้

นอกจากนี้ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคทางเลือกใหม่ ได้ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยชี้ว่าบัตรเลือกตั้งขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นช่องทางที่สามารถนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญได้

อย่างไรก็ดี ผศ.สุทธิชัย งามชื่นสุวรรณ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยชี้ว่าควรระมัดระวังในการเรียกร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

ผศ.สุทธิชัย ระบุว่า แม้จะไม่เห็นด้วยกับการทำงานของ กกต. และยอมรับว่ากรณีบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดเป็นการขัดต่อหลักการเลือกตั้งโดยลับอย่างชัดเจน แต่การจะวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ต้องพิจารณาว่าการละเมิดนั้นส่งผล "บิดเบือนเจตจำนงของประชาชน" หรือไม่

"การเลือกตั้งจะเป็นโมฆะได้ขึ้นอยู่กับว่าการละเมิดหลักการพื้นฐานว่าด้วยการเลือกตั้งนั้นถึงขนาดเป็นการบิดเบือนเจตจำนงของประชาชนที่แสดงออกผ่านการเลือกตั้งหรือไม่ เช่น มีหลักฐานชัดเจนว่า กกต. กับพรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งมีการฮั้วกันจนนำไปสู่ผลการเลือกตั้งที่ไม่เป็นไปตามเจตจำนงของประชาชน ซึ่งจากข้อเท็จจริงที่ปรากฎผมยังเห็นว่าการละเมิดหลักการเลือกตั้งโดยลับที่เกิดขึ้นนั้นยังไม่ถึงขนาดที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ" ผศ.สุทธิชัย ระบุ

นักวิชาการนิติศาสตร์จาก ม.สงขลานครินทร์ กล่าวว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญปี 2549 ที่สั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะเพียงเพราะคูหาหันออกด้านนอกขัดต่อหลักการลับ "ไม่ควรที่จะถูกถือเป็นบรรทัดฐาน"

"การตัดสินคดีที่ไม่ยึดอยูบนหลักการในวันนั้น (โดยหวังเพียงแค่ผลในทางการเมือง) จะกลับมาเป็นเข็มทิ่มแทงศาลรัฐธรรมนูญเสียเองในวันนี้... สิ่งสำคัญสำหรับฝ่ายประชาธิปไตยก็คือเราไม่ควร endorse (รับรอง) ว่าการตัดสินของศาลในปี 49 เป็นเรื่องที่ถูกต้องในเชิงหลักการ"

คณบดีคณะนิติศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ กล่าวอีกว่าการเลือกตั้งคือเครื่องมือสำคัญของประชาชนในการส่งผ่านอำนาจ หากยอมให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้โดยง่าย จะเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ไม่ดีต่อระบอบประชาธิปไตยในระยะยาว เพราะในอนาคตฝ่ายตรงข้ามก็อาจใช้เงื่อนไขเล็กน้อยมาล้มผลการเลือกตั้งได้เช่นกัน

เขาเสนอว่าไม่ควรล้มกระดานเลือกตั้ง แต่ควรใช้มาตรการทางกฎหมายลงโทษผู้กระทำผิด คือ กกต. ทั้งความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งและกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวมถึงใช้กลไกการนับคะแนนใหม่หรือเลือกตั้งใหม่เฉพาะในเขตที่มีปัญหาตามที่กฎหมายเปิดช่องไว้

ด้านเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แสดงจุดยืนสอดคล้องกัน โดยไม่เห็นด้วยกับการร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และระบุว่าบทเรียนจากปี 2549 และ 2557 ชี้ให้เห็นว่าการล้มกระดานจะทำให้เสียงของประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิด้วยเจตนาบริสุทธิ์กลายเป็นศูนย์ และเป็นการเพิ่มอำนาจให้องค์กรตุลาการมากเกินความจำเป็น

นอกจากนี้ยังเสนอในทำนองคล้ายกับ ผศ.สุทธิชัย ว่าควรมีการแก้ไขโดยจำกัดวง เช่น การสั่งนับคะแนนใหม่หรือการตัดวงจรการตรวจสอบย้อนกลับด้วยการทำลายกุญแจเชื่อมโยงข้อมูลบาร์โค้ดแทนการทำให้บัตรเสีย และหากจำเป็นต้องจัดเลือกตั้งใหม่ ก็ควรทำเฉพาะส่วนที่มีปัญหา


ตัวแทนเครือข่าย 9 สถาบันการศึกษา นำโดยนายธีรภัทร ศุภพิทักษ์ไพบูลย์ ผู้ประสานงานธรรมศาสตร์และการชุมนุม (หมวกเขียว) พร้อมด้วย นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความ (ชายใส่สูท) เดินทางมายังศาลปกครองกลาง เพื่อยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลปกครอง

ในอีกด้านหนึ่ รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แสดงความเห็นโต้แย้งโดยมองว่าแม้จะเห็นด้วยว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2549 ไม่ควรเป็นบรรทัดฐาน แต่บริบทในครั้งนี้ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

รศ.ดร.พวงทอง ชี้ว่าเสียงเรียกร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะในครั้งนี้ ไม่ได้มาจากผู้มีอำนาจที่ต้องการล้มกระดานเหมือนในอดีต แต่มาจากประชาชนที่โกรธแค้นจากการถูกละเมิดสิทธิและการทำงานที่บกพร่องของ กกต.

"เสียงเรียกร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะในครั้งนี้ คือการประกาศว่าประชาชนตัวเล็ก ๆ ให้คุณค่ากับเสียงของตนเอง... หาใช่เป็นความพยายามที่จะลดความศักดิ์สิทธิ์ของการเลือกตั้งเลย" รศ.ดร.พวงทอง กล่าว

https://www.bbc.com/thai/articles/cvg312q9pwvo