วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 20, 2569

ประเทศไทยกับมายาคติของทางสายกลาง นักวิชาการ มองว่า "ทางสายกลาง" หรือสถานะรายได้ปานกลางของไทย ไม่ใช่แค่จุดพักชั่วคราว แต่กลายเป็น "กับดักถาวร" ตราบใดที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง การกระจายอำนาจและรายได้ให้เป็นธรรมกว่านี้ การเมืองที่วนเวียนอยู่กับรัฐประหารและการปกป้องผลประโยชน์ของชนชั้นนำ จะทำให้ไทยไม่สามารถก้าวไปเป็นประเทศพัฒนาแล้วได้จริง


Nat Luengnaruemitchai
21 hours ago
·
ประเทศไทยกับมายาคติของทางสายกลาง

ศาสตราจารย์ Pietro Masina ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เขียนถึงทำไมประเทศไทยถึงติดอยู่ใน "กับดักรายได้ปานกลาง" (Middle Income Trap) และทำไมชนชั้นกลางของไทยถึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นพลังขับเคลื่อนประชาธิปไตยและการพัฒนาอย่างที่ทฤษฎีตะวันตกมักเชื่อกัน

ผมได้ลองสรุปประเด็นสำคัญจากบทความและแนวคิดหลักของ Masina มีดังนี้ครับ

1. มายาคติเรื่อง "ชนชั้นกลาง" (The Myth of the Middle Class)

• ความเชื่อทั่วไป: ทฤษฎีการพัฒนาของตะวันตกมักเชื่อว่า เมื่อประเทศหนึ่งร่ำรวยขึ้นและมี "ชนชั้นกลาง" มากขึ้น ชนชั้นกลางเหล่านี้จะเรียกร้องประชาธิปไตย เสรีภาพ และผลักดันให้เกิดนวัตกรรมทางเศรษฐกิจ

• ความเป็นจริงในไทย: Masina ชี้ให้เห็นว่าชนชั้นกลางในไทย (โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ) กลับมีพฤติกรรมทางการเมืองที่ต่างออกไป แทนที่จะสนับสนุนประชาธิปไตย พวกเขากลับมักสนับสนุนรัฐประหารหรืออำนาจนิยม (เช่น การรัฐประหารปี 2006 และ 2014) เพื่อปกป้องสถานะของตนเองจากการขยายตัวของกลุ่มการเมืองรากหญ้า (เช่น กลุ่มคนเสื้อแดงหรือขั้วอำนาจทางการเมืองฝ่ายตรงข้าม)

• ผลลัพธ์: การที่ชนชั้นกลางจับมือกับชนชั้นนำ (Elites) และกองทัพ ทำให้โครงสร้างทางการเมืองแช่แข็ง และไม่เกิดการปฏิรูปที่จำเป็นต่อการก้าวข้ามไปสู่ประเทศรายได้สูง

2. กับดักรายได้ปานกลางที่ "สร้างขึ้นเอง" (Self-inflicted Trap)

• ปัญหาเศรษฐกิจของไทยไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากโครงสร้างอำนาจ

• โมเดลที่หมดอายุ: ไทยเติบโตมาด้วยการเป็นฐานการผลิตสินค้าราคาถูกและรับการลงทุนจากต่างชาติ (FDI) แต่ตอนนี้ไทยสูญเสียความได้เปรียบเรื่องค่าแรงให้เวียดนามหรือกัมพูชา ในขณะเดียวกันก็ไม่มีเทคโนโลยีขั้นสูงพอที่จะแข่งกับเกาหลีใต้หรือไต้หวัน

• ขาดการยกระดับ: รัฐและกลุ่มทุนขนาดใหญ่ของไทยพอใจกับการกินบุญเก่า ไม่มีการลงทุนด้านการศึกษา (Education) และการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างจริงจัง ทำให้ไทยติดอยู่ตรงกลาง ไม่สามารถขยับไปผลิตสินค้าที่มีมูลค่าสูงได้

3. ปัญหาความเหลื่อมล้ำและกลุ่มทุนผูกขาด

• เศรษฐกิจไทยถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มทุนใหญ่ (Conglomerates) ไม่กี่ตระกูล ซึ่งมีอำนาจผูกขาดสูง ทำให้ธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (SMEs) เติบโตยาก

• ความเหลื่อมล้ำที่สูงมากทำให้ "กำลังซื้อภายในประเทศ" ไม่เข้มแข็งพอที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ทำให้ไทยต้องพึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยวมากเกินไป จนเมื่อโลกเปลี่ยน ไทยจึงเปราะบาง

4. บทสรุป

Masina มองว่า "ทางสายกลาง" หรือสถานะรายได้ปานกลางของไทย ไม่ใช่แค่จุดพักชั่วคราว แต่กลายเป็น "กับดักถาวร" ตราบใดที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง "สัญญาประชาคม" (Social Contract) ใหม่ ที่จะกระจายอำนาจและรายได้ให้เป็นธรรมกว่านี้ การเมืองที่วนเวียนอยู่กับรัฐประหารและการปกป้องผลประโยชน์ของชนชั้นนำ จะทำให้ไทยไม่สามารถก้าวไปเป็นประเทศพัฒนาแล้วได้จริง

สรุปในสรุป คือ เขาพยายามบอกว่า ประเทศไทยเราติดกับดักเพราะการเมืองที่ชนชั้นกลางเลือกเข้าข้างชนชั้นนำ แทนที่จะผลักดันประชาธิปไตยและการกระจายรายได้ ซึ่งส่งผลให้โครงสร้างเศรษฐกิจล้าหลังและไปต่อไม่ได้ครับ ไม่ต้องไปโทษคนอื่นครับ

https://www.facebook.com/photo/?fbid=10162005931331751&set=a.10150779118116751