
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
9 hours ago
·
“เก็ท โสภณ” เขียนวิจารณ์การทำงาน กกต. ทำให้การเลือกตั้งอยู่ในสภาวะไม่ปลอดภัย
.
.
เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569 “เก็ท” โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง นักกิจกรรมกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ และผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 ที่ถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้เขียนบทความสื่อสารมุมมองภายหลังการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการทำงานคณะกรรมการเลือกตั้งที่ทำให้เกิดคำถามต่อความโปร่งใสของกระบวนการจัดการเลือกตั้ง
.
เก็ทยังได้ฝากข้อความผ่านทนายความ ถึงประชาชนที่ไปติดตามคดีของเขาเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2569 คดี #ม็อบ2พฤษภา64 กรณีการชุมนุมที่หน้าศาลอาญา ซึ่งมีนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แต่ไม่ได้เบิกตัวเขากับ “อารีฟ” วีรภาพ ไปศาล ก่อนศาลได้เลื่อนอ่านคำพิพากษาออกไปเป็นวันที่ 24 มี.ค. 2569
.
“อยากขอบคุณมวลชนที่ไปให้การซัพพอร์ตผมที่ศาล เราตั้งใจเต็มที่ว่าจะไปเจอแม่ด้วย เจอมวลชนด้วย เพราะมวลชนคอยซัพพอร์ตเราตลอดเวลา ขอบคุณประชาชนมาก ๆ ที่ไปรอกัน
.
“อีกอย่างที่ผมประทับใจก็คือ พอคนที่ไปสังเกตการณ์รู้ว่าศาลได้เลื่อนนัดออกไป คนส่วนหนึ่งก็รีบเดินทางมาที่เรือนจำพร้อมกับแม่ ด้วยความที่มวลชนเหล่านั้นไม่ใช่ผู้ที่มีรายชื่อ 10 คน ที่เยี่ยมผมได้ มวลชนก็เลยเข้ามาไม่ได้ แต่เราก็ได้โบกมือกันข้ามกระจก เป็นความประทับใจของผมมาก ๆ เลย ขอบคุณ ที่เดินเคียงข้างกันเสมอมา”
.
————————————–
.
ประเทศเรากำลังถูกฉุดรั้งให้ร่นถอยโดย กกต.
.
นับตั้งแต่การเลือกตั้งล่วงหน้า ถึงวันเลือกตั้งและลงประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จนมาถึงวันนี้ “กกต.” องค์กรอิสระที่ถูกพรางตัวให้เป็นคนกลาง กลับสร้างปัญหาระดับชาติอย่างใหญ่หลวง ทั้งข้อสงสัยเรื่องคะแนนบัตรเลือกตั้งสองใบที่ไม่เท่ากัน, การไม่นับคะแนนอย่างเปิดเผย, การเปลี่ยนบัตรดีเป็นบัตรเสีย พอประชาชนไปจับตาการทำงาน ไปตรวจสอบ ก็แจ้งจับเขา
.
เรื่องเก่ายังไม่วายเรื่องใหม่ก็เข้ามา นั่นก็คือ คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด ที่ทำให้สามารถตรวจสอบกลับไปได้ว่าใครเลือกอะไร กกต. ออกมายอมรับหน้าตาเฉยว่า เรื่องตรวจสอบกลับไปได้เป็นเรื่องจริง แต่ขอให้ประชาชนไว้ใจว่าปลอดภัย จะไม่มีใครตรวจสอบแน่นอน เค้าพูดออกมาได้ยังไง? จะให้เชื่อถือได้อย่างไร?
.
ประเด็นที่ทำให้การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นไม่ชอบธรรม เพราะเป็นการละเมิดหลักการเลือกตั้งโดยลับ ซึ่งตามหลักการดังกล่าว ในการเลือกตั้ง ต้องมีแค่ผู้ใช้สิทธิ์เท่านั้นที่ทราบว่าตัวเองเลือกอะไร แม้แต่ผู้รับผิดชอบจัดการเลือกตั้งก็รู้ไม่ได้
.
หลักการเลือกตั้งโดยลับ มีเพื่อคุ้มครองผู้ออกเสียงให้ไม่ต้องกังวลกับผลใด ๆ ที่จะตามมา จากการออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เมื่อ กกต. ละเมิดหลักการดังกล่าว ก็ย่อมทำให้ผู้ไปใช้สิทธิ์ทุกคนอยู่ในสภาวะไม่ปลอดภัย กลุ่มอำนาจต่าง ๆ สามารถเข้าคุกคามผู้ลงคะแนนได้ เรื่องนี้เป็นการทุจริตครั้งใหญ่ ที่ผิดตั้งแต่กฎหมายอาญา กฎหมายรัฐธรรมนูญ ไปถึงหลักการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย
.
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงขอเรียกร้องสามประการ ได้แก่ 1. การเลือกตั้งครั้งนี้ต้องเป็นโมฆะ 2. ต้องทำลายบัตรเลือกตั้งโดยด่วนที่สุด และ 3. กกต.ต้องถูกดำเนินคดี
.
ในเรื่อง กกต. เราควรพิจารณาสองด้าน ด้านแรก ตำแหน่งของเขานั้นได้มาอย่างไร กกต. เป็นองค์กรที่มาจากการคัดสรรผ่านกระบวนการสืบทอดอำนาจ เช่นกันกับศาลรัฐธรรมนูญ ด้านที่สอง กลุ่มอำนาจใดที่ได้ผลประโยชน์จากความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งครั้งนี้
.
ผมได้ทราบข่าวว่า มีนักวิชาการอนุรักษ์นิยม เริ่มทำตัวเป็นฤาษีแปลงสาร แปลงนิยาม ของหลักการเลือกตั้งโดยลับ อย่างไรก็ตาม หลักการดังกล่าว เข้าใจได้โดยง่ายว่า คนที่ไปเลือกตั้งเท่านั้นที่จะรู้ว่าตนเลือกอะไร ต้องไม่มีใครคนอื่นรู้ได้ และต้องไม่มีช่องว่างเปิดโอกาสให้คนอื่นรู้
.
นิยามมันก็มีเท่านี้ เข้าใจไม่ยาก หากเราปล่อยผ่านครั้งนี้ การใช้สิทธิเสรีภาพในประเทศนี้ก็จะยิ่งอยู่ในสภาวะไม่ปลอดภัย ใครจะอยากไปเลือกตั้งรอบหน้า ประชาชนต้องอยู่อย่างหวาดระแวง ประเทศเราจะยิ่งล้าหลัง ถูกปกครองด้วยความมืดและความกลัวมากกว่าเดิม
.
มีเหตุผลมากมายที่ใช้เป็นข้ออ้างให้วันนี้ไม่สู้ ถ้าสู้แล้วติดคุกจะทำยังไง ถ้าโดนคุกคามใครช่วยเหลือ ผมอยากชวนให้คิดถึงชีวิต อนาคตที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ สังคมเรา ถูกปกคลุมด้วยการปกครองแบบสืบทอดอำนาจมานานเท่าใด หากเราไม่สู้วันนี้การเลือกตั้งครั้งหน้า มหกรรมการโกงก็จะจะยิ่งขยายกว้างและยิ่งเข้มข้นขึ้น ลูกหลานเราก็จะจมปรักกับสังคมที่ล้าหลังและรอวันล่มจม เมื่อพูดถึงตรงนี้เหมือนมีเหตุผลมากมายให้เราไม่สู้ แต่ก็มีเหตุผลที่หนักแน่นอีกมากมายเช่นกันที่ทำให้เราต้องสู้ในวันนี้
.
สุดท้ายนี้ ผมอยากให้กำลังใจคนที่ออกมาสู้ ให้กำลังใจหลาย ๆ คน ที่ถูกดำเนินคดีจากการไปตรวจสอบการทำงานของ กกต. แม้ กกต. จะดำเนินการในทางกฎหมาย แต่ในเชิงหลักการพวกคุณทำถูกแล้ว เมื่อคุณถูกละเมิดสิทธิก็ต้องออกมาปกป้องสิทธิของตนเอง
.
ถ้าเกิดพวกคุณเดินผ่านมาอ่านจดหมายฉบับนี้ ก็ขอให้รู้ไว้ว่าพวกคุณไม่ได้ลุกขึ้นยืนอย่างโดดเดี่ยว
.
กกตหคชญ. (กินก๋วยเตี๋ยวหกคนชามใหญ่)
“เก็ท” โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง
.
.
อ่านบนเว็บไซต์ https://tlhr2014.com/archives/82010https://www.facebook.com/photo/?fbid=1325129946124139&set=a.656922399611567