
Atukkit Sawangsuk
9 hours ago
·
ตั้งแต่ข้ามขั้วตระบัดสัตย์ จนร่วมรัฐบาลหนู
ตรรกะประชาธิปไตยของเพื่อไทยก็เพี้ยนหนัก
ฮั้ว สว. เขากระโดง หากประชาชนต้องการให้เรามีอำนาจเต็มก็คงมอบเสียงให้เราอย่างถล่มทลาย แต่เมื่อผลออกมาเช่นนี้ ก็สะท้อนว่าเรื่องนี้อาจไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก
:
อ้าว แล้วไง คุณไม่ได้เป็นผู้แทนของคน 5 ล้านที่เลือกเข้ามาเหรอ
คุณจะบอกว่าเสียงส่วนใหญ่ชี้ขาดในการเลือกตั้ง เท่ากับโยนเสียงส่วนน้อยทิ้งหมด โยนเรื่องทุจริตมิชอบทิ้งหมด
พรรคเพื่อไทยไม่เน้นเรื่องฮั้ว สว. เขากระโดงแล้ว เพราะประชาชนไม่เลือกเรา
พรรคส้มก็อย่ามาโวยเรื่องประกันสังคมซื้อตึกซื้อที่ดินร้าง ประชาชนชี้ขาดแล้ว เพราะเลือกให้ภูมิใจไทยชนะถล่มทลาย
ฯลฯ
ทีตอนตัวเองเป็นพรรคอันดับสองแล้วตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว กลับอ้างเงินหมื่นดิจิตอลเป็นสัญญาประชาคม ทั้งที่คนไม่ได้เลือกถล่มทลาย
:
อันที่จริงครั้งนี้พรรคเพื่อไทยไม่ได้ผิดคำสัญญาอะไรเลยนะ เพราะไม่ได้สัญญาว่าจะไม่โหวตอนุทิน แต่ความตกต่ำทำให้จำเป็นต้องร่วมรัฐบาลแล้วก็หาคำอธิบาย Voters ข้างๆคูๆ
https://www.facebook.com/photo?fbid=25953689457619538&set=a.117209745027530
...
Atukkit Sawangsuk
6 hours ago
·
จากรับเงินหมากาเพื่อไทยสู่โรแมนติไซส์ซื้อเสียง
ทุกพรรคมาจากเลือกตั้ง (ฉะนั้นเราข้ามขั้วได้)
ประชาธิปไตยต้องเคารพเสียงประชาชน (ฉะนั้นเราจึงเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคอันดับหนึ่ง โดยไม่ต้องคำนึงถึงจุดยืนที่เคยเล่นงานกันเอาเป็นเอาตาย)
:
ยุคไล่ทักษิณ มันมีข้อหาคนจนคนชนบท โง่ ถูกซื้อ
ในความเป็นจริง พรรคไทยรักไทยตอนก่อตั้งมีทั้ง สส.นกแล คนหน้าใหม่ของตัวเอง และบ้านใหญ่ที่ให้เสนาะรวบรวมมา
แล้วเอาชนะด้วยนโยบาย กองทุนหมู่บ้าน 30 บาท Otop ด้วยความนิยมในตัวคุณทักษิณ
แม้ สส.บ้านใหญ่ยังใช้ระบบอุปถัมภ์
:
หลังรัฐประหาร หลังปี 53 เพื่อไทยยังเป็นธงนำการเมืองอุดมการณ์ต้านรัฐประหารตุลาการภิวัตน์
เลือกตั้ง 54 จึงชนะถล่มทลาย เพราะคนหน่ายอภิสิทธิ์ไม่มีฝีมือ คนเสื้อแดงลุกฮือทวงความยุติธรรม
ตอนนั้นยังมีคำขวัญ "รับเงินหมากาเพื่อไทย" พรรคหมาที่ซื้อเสียงหงายท้องเกือบทั้งภาคอีสาน
:
พรรคเพื่อไทยจึงไม่ได้ชนะเพราะซื้อเสียง
พรรคเพื่อไทยมีนักการเมืองระบบอุปถัมภ์แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้ชนะ
ระหว่างการต่อสู้กับรัฐประหาร กับม็อบเสื้อเหลืองนกหวีด "3 แสนเสียง" งี่เง่า
ก็ดีเฟนด์กันอยู่ว่า การเมืองระบบอุปถัมภ์ไม่ใช่การใช้เงินซื้อเสียงอย่างเดียว และที่สำคัญคือชนะด้วยนโยบาย ด้วยเครดิตฝีมือทักษิณ และด้วยการเป็นพรรคที่ยืนตรงข้ามรัฐประหาร
หากการเมืองมันต่อสู้กันด้วยนโยบาย ด้วยฝีมือ ด้วยอุดมการณ์ ระบบอุปถัมภ์การซื้อเสียงก็จะลดความสำคัญลง
:
แต่พอเกิดพรรคส้มที่ไม่ซื้อเสียงจริงๆ ชนะในจังหวะที่สังคมระเบิดความอัดอั้น
พวกแบกก็ตาร้อน การเมืองดัดจริต ไม่ใช่การเมืองเรียล การเมืองเรียลต้องยอมรับความเป็นจริงของสังคมอุปถัมภ์ ดีเฟนด์การซื้อเสียงว่าอย่าดูถูกชาวบ้าน เห็นคนไม่เท่ากัน
พอข้ามขั้วไปตั้งรัฐบาลกับภูมิใจไทย รวมไทยสร้างชาติ พลังประชารัฐ ก็หาคำอธิบาย ทุกพรรคมาจากเลือกตั้งเหมือนกัน
ไม่ว่าจะซื้อเสียง สกปรก สืบทอดอำนาจ
เอาคำว่ามาจากเลือกตั้ง ไปกลบเจตจำนงจุดยืนทางการเมือง (ที่เพื่อไทยเคยมี) มาจากเลือกตั้ง เป็นของวิเศษสุดเหนือทุกอย่าง ไม่ต้องคำนึงถึงคุณภาพนักการเมือง ไม่งั้น=เห็นคนไม่เท่ากัน
ด่าซื้อเสียงกลายเป็นไม่ยอมรับ 1 คน 1 เสียง ไม่ว่าจะได้มาอย่างไรเราต้องยอมรับ
เอาความหวาดผวาม็อบเหลืองนกหวีดมาปลุกผี ว่าสักวันส้มจะปลุกม็อบเรียกหารัฐประหาร ทั้งที่ส้มมันต่อต้านรัฐประหาร ถูกกระทำโดยชนชั้นนำรัฐพันลึกหนักกว่าเสียอีก
:
พอเพื่อไทยตกต่ำหมดหนทางไปต้องร่วมรัฐบาล ทั้งที่เคยเฉดหัวอนุทิน วันนี้ต้องซมซานไปแนบตัก
ก็พากันหาคำอธิบาย ต้องเคารพเสียงประชาชน อ้างเสียงข้างมากเลือกภูมิใจไทยแล้ว ต้องร่วมรัฐบาล
แล้วเสียงที่เลือกเพื่อไทยเขาอยากให้ร่วมกับภูมิใจไทยหรือ
ไม่ว่าอะไรนะ รู้ละ เพื่อไทยหมดหนทาง แต่ข้ออ้างมันบิดเบือน
คอยดูว่าพอร่วมรัฐบาลกันแล้วพวกนี้ก็จะแบกภูมิใจไทย
รัฐบาลได้เสียงข้างมาก ฉันทานุมัติจากประชาชน จะทำอะไรก็ต้องได้ อย่าคัดค้าน นักวิชาการ นักสิทธิมนุษยชน นักเศรษฐศาสตร์ ก็ 1 คน 1 เสียงเท่ากันกับชาวบ้านบุรีรัมย์ ต้องยอมรับอำนาจจากเลือกตั้ง ให้รัฐบาลทำงานไป รอเลือกตั้งใหม่ 4 ปี
นั่นไม่ใช่หลักการประชาธิปไตย รัฐบาลที่แม้ได้อำนาจโดยชอบธรรม แต่ใช้อำนาจไม่ชอบธรรม ทุจริตฉ้อฉล ประชาชนมีสิทธิด่าทอต่อต้าน ยิ่งได้อำนาจมาแบบกระดำกระด่าง ก็มีสิทธิรังเกียจเดียดฉันท์ ดูแคลน
·
จากรับเงินหมากาเพื่อไทยสู่โรแมนติไซส์ซื้อเสียง
ทุกพรรคมาจากเลือกตั้ง (ฉะนั้นเราข้ามขั้วได้)
ประชาธิปไตยต้องเคารพเสียงประชาชน (ฉะนั้นเราจึงเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคอันดับหนึ่ง โดยไม่ต้องคำนึงถึงจุดยืนที่เคยเล่นงานกันเอาเป็นเอาตาย)
:
ยุคไล่ทักษิณ มันมีข้อหาคนจนคนชนบท โง่ ถูกซื้อ
ในความเป็นจริง พรรคไทยรักไทยตอนก่อตั้งมีทั้ง สส.นกแล คนหน้าใหม่ของตัวเอง และบ้านใหญ่ที่ให้เสนาะรวบรวมมา
แล้วเอาชนะด้วยนโยบาย กองทุนหมู่บ้าน 30 บาท Otop ด้วยความนิยมในตัวคุณทักษิณ
แม้ สส.บ้านใหญ่ยังใช้ระบบอุปถัมภ์
:
หลังรัฐประหาร หลังปี 53 เพื่อไทยยังเป็นธงนำการเมืองอุดมการณ์ต้านรัฐประหารตุลาการภิวัตน์
เลือกตั้ง 54 จึงชนะถล่มทลาย เพราะคนหน่ายอภิสิทธิ์ไม่มีฝีมือ คนเสื้อแดงลุกฮือทวงความยุติธรรม
ตอนนั้นยังมีคำขวัญ "รับเงินหมากาเพื่อไทย" พรรคหมาที่ซื้อเสียงหงายท้องเกือบทั้งภาคอีสาน
:
พรรคเพื่อไทยจึงไม่ได้ชนะเพราะซื้อเสียง
พรรคเพื่อไทยมีนักการเมืองระบบอุปถัมภ์แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้ชนะ
ระหว่างการต่อสู้กับรัฐประหาร กับม็อบเสื้อเหลืองนกหวีด "3 แสนเสียง" งี่เง่า
ก็ดีเฟนด์กันอยู่ว่า การเมืองระบบอุปถัมภ์ไม่ใช่การใช้เงินซื้อเสียงอย่างเดียว และที่สำคัญคือชนะด้วยนโยบาย ด้วยเครดิตฝีมือทักษิณ และด้วยการเป็นพรรคที่ยืนตรงข้ามรัฐประหาร
หากการเมืองมันต่อสู้กันด้วยนโยบาย ด้วยฝีมือ ด้วยอุดมการณ์ ระบบอุปถัมภ์การซื้อเสียงก็จะลดความสำคัญลง
:
แต่พอเกิดพรรคส้มที่ไม่ซื้อเสียงจริงๆ ชนะในจังหวะที่สังคมระเบิดความอัดอั้น
พวกแบกก็ตาร้อน การเมืองดัดจริต ไม่ใช่การเมืองเรียล การเมืองเรียลต้องยอมรับความเป็นจริงของสังคมอุปถัมภ์ ดีเฟนด์การซื้อเสียงว่าอย่าดูถูกชาวบ้าน เห็นคนไม่เท่ากัน
พอข้ามขั้วไปตั้งรัฐบาลกับภูมิใจไทย รวมไทยสร้างชาติ พลังประชารัฐ ก็หาคำอธิบาย ทุกพรรคมาจากเลือกตั้งเหมือนกัน
ไม่ว่าจะซื้อเสียง สกปรก สืบทอดอำนาจ
เอาคำว่ามาจากเลือกตั้ง ไปกลบเจตจำนงจุดยืนทางการเมือง (ที่เพื่อไทยเคยมี) มาจากเลือกตั้ง เป็นของวิเศษสุดเหนือทุกอย่าง ไม่ต้องคำนึงถึงคุณภาพนักการเมือง ไม่งั้น=เห็นคนไม่เท่ากัน
ด่าซื้อเสียงกลายเป็นไม่ยอมรับ 1 คน 1 เสียง ไม่ว่าจะได้มาอย่างไรเราต้องยอมรับ
เอาความหวาดผวาม็อบเหลืองนกหวีดมาปลุกผี ว่าสักวันส้มจะปลุกม็อบเรียกหารัฐประหาร ทั้งที่ส้มมันต่อต้านรัฐประหาร ถูกกระทำโดยชนชั้นนำรัฐพันลึกหนักกว่าเสียอีก
:
พอเพื่อไทยตกต่ำหมดหนทางไปต้องร่วมรัฐบาล ทั้งที่เคยเฉดหัวอนุทิน วันนี้ต้องซมซานไปแนบตัก
ก็พากันหาคำอธิบาย ต้องเคารพเสียงประชาชน อ้างเสียงข้างมากเลือกภูมิใจไทยแล้ว ต้องร่วมรัฐบาล
แล้วเสียงที่เลือกเพื่อไทยเขาอยากให้ร่วมกับภูมิใจไทยหรือ
ไม่ว่าอะไรนะ รู้ละ เพื่อไทยหมดหนทาง แต่ข้ออ้างมันบิดเบือน
คอยดูว่าพอร่วมรัฐบาลกันแล้วพวกนี้ก็จะแบกภูมิใจไทย
รัฐบาลได้เสียงข้างมาก ฉันทานุมัติจากประชาชน จะทำอะไรก็ต้องได้ อย่าคัดค้าน นักวิชาการ นักสิทธิมนุษยชน นักเศรษฐศาสตร์ ก็ 1 คน 1 เสียงเท่ากันกับชาวบ้านบุรีรัมย์ ต้องยอมรับอำนาจจากเลือกตั้ง ให้รัฐบาลทำงานไป รอเลือกตั้งใหม่ 4 ปี
นั่นไม่ใช่หลักการประชาธิปไตย รัฐบาลที่แม้ได้อำนาจโดยชอบธรรม แต่ใช้อำนาจไม่ชอบธรรม ทุจริตฉ้อฉล ประชาชนมีสิทธิด่าทอต่อต้าน ยิ่งได้อำนาจมาแบบกระดำกระด่าง ก็มีสิทธิรังเกียจเดียดฉันท์ ดูแคลน