วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 17, 2569

“แฮชแท็กตัวย่อ” รหัสลับแห่งความโกรธ แชร์ความรู้สึก



จาก #ผนงรจตกม สู่ “กินก๋วยเตี๋ยวหกคน” ปรากฏการณ์ตัวย่อบนโลกโซเชียล ทำไมคนรุ่นใหม่ ไม่เคยหยุดสร้างภาษาใหม่ ไม่ต้องแปล แต่แชร์ความรู้สึกร่วมกันได้

16 ก.พ. 69
ณัฐนนท์ เจริญชัย
Thairath Plus

Summary
  • การใช้แฮชแท็กตัวย่อ เช่น #ผนงรจตกม และ #กกตหค ไม่ใช่แค่เทรนด์คนรุ่นใหม่ แต่เป็นเครื่องมือทางการเมืองที่สร้างขึ้นเพื่อหลบการเซนเซอร์ของปัญญาประดิษฐ์ เลี่ยงข้อกฎหมายที่เข้มงวด และใช้ระบายความอัดอั้นตันใจต่อรัฐได้อย่างปลอดภัย
  • ภาษาด่าทอได้กลายเป็นมีมที่ซับซ้อนขึ้น อย่างกรณี "กินก๋วยเตี๋ยวหกคน" แสดงให้เห็นว่าภาษาสามารถดิ้นได้และทรงพลังพอที่จะขับเคลื่อนคนจากหน้าจอไปสู่การประท้วงในโลกจริง
  • การใช้ตัวย่อทำหน้าที่คัดกรองคนและสร้างชุมชนทางการเมืองที่มีความเข้าใจร่วมกัน ผู้ที่แปลรหัสออกจะรู้สึกถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทันที พิสูจน์ว่ามนุษย์จะสรรหาวิธีสร้างภาษาใหม่เพื่อสื่อสารกันได้เสมอ
การใช้ “แฮชแท็กตัวย่อ” (Acronym Hashtags) อาจดูเหมือนรหัสลับ แต่ความจริงกลับทรงพลังจนเขย่าโลกออนไลน์ได้ในเวลาอันสั้น

จาก #ผนงรจตกม ที่ผุดขึ้นในบริบทการเมืองร้อนแรงปี 2563 มาจนถึง #กกตหค ในการเลือกตั้ง 2569 ต่อยอดกลายเป็นวลี “กินก๋วยเตี๋ยวหกคน” เรากำลังเห็นวิวัฒนาการของภาษาในฐานะเครื่องมือทางการเมือง ภายใต้ข้อจำกัดทั้งกฎหมาย เทคโนโลยี และอำนาจรัฐ

นี่คือสิ่งที่อาจเรียกได้ว่า “Digital Language Activism” หรือการเคลื่อนไหวผ่านภาษาบนแพลตฟอร์มดิจิทัล

รหัสลับแห่งความโกรธ กับโจทย์เติมคำในช่องว่าง

เมื่อป้ายผ้า #ผนงรจตกม ปรากฏในขบวนล้อการเมือง งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74 มันคือพยัญชนะไม่กี่ตัว ไม่มีสระ ไม่มีคำอธิบาย แต่กลับสื่อสารได้กว้างขวางและรวดเร็ว เข้าใจได้ทั้งกับผู้คนบนสนามศุภชลาศัย และในภาพข่าวหลายสำนักอีกหลายวันต่อมา

เทียบเคียงกรณีต่างประเทศก็มีแฮชแท็ก #BLM หรือ Black Lives Matter บน Facebook ตั้งแต่ปี 2013 แล้วเริ่มเป็นกระแสประท้วงความรุนแรงของตำรวจที่เลือกปฏิบัติด้วยชนชาติสีผิวหลายครั้ง จนจุดติดเป็นการชุมนุมเคลื่อนไหวระดับโลก

ตัวย่อเหล่านี้จึงทำหน้าที่เป็นเหมือน Catharsis หรือพื้นที่สำหรับระบายความอัดอั้นตันใจที่ประชาชนมีต่อโครงสร้างอำนาจรัฐ ซึ่งผู้อ่านก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกจากตัวย่อเหล่านี้ ไม่น้อยไปกว่าประโยคเต็ม ดังนั้น ยิ่งตัวย่อถูกส่งต่อมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสะท้อนถึงมวลความไม่พอใจที่ถูกกดทับไว้ในสังคมมากเท่านั้น

เมื่อ กกต. กลายเป็น “กินก๋วยเตี๋ยว”

วิวัฒนาการของตัวย่อเดินทางมาถึงแฮชแท็ก #กกตหค ซึ่งสะท้อนความไม่พอใจต่อการจัดการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ความน่าสนใจไม่ได้หยุดอยู่แค่คำเต็มที่หยาบคาย แต่มันถูกบิดผันกลายเป็นวลี “กินก๋วยเตี๋ยวหกคน” จากกรณีเว็บไซต์ผลการนับคะแนนของสำนักงาน กกต. ฉะเชิงเทรา ปรากฏรายงานว่ามีภาพชามก๋วยเตี๋ยว 1 ชามถูกอัพโหลดอยู่ในไดรฟ์ ดังนั้น ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่คำเต็มที่หลายคนเข้าใจตรงกัน แต่อยู่ที่การสร้างความสามารถในการสร้างสรรค์ภาษา และหลีกเลี่ยงการถูกฟ้องร้องได้จากกฎหมายที่เข้มงวด

นอกจากนี้ กลุ่มพลเมืองอิสระได้นัดกันไปกินก๋วยเตี๋ยวประท้วงที่หน้าหอศิลป์ฯ กทม. และสำนักงาน กกต. เชียงใหม่ หรือแม้กระทั่งยังมีการแต่งเพลงเกี่ยวกับก๋วยเตี๋ยวเพื่อเสียดสีโดยเฉพาะ ทำให้เห็นว่าภาษาไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในยอดแชร์ แต่มันสามารถผลักดันให้เกิดการเคลื่อนไหวได้ในโลกจริงด้วย

ใช้ตัวย่อหลบเอไอ ไม่ต้องแปล แต่เข้าใจกันได้เอง

อุปสรรคของการแสดงความเห็นทางการเมืองไม่ได้มีแค่กฎหมาย แต่อีกผู้คุมกฎออนไลน์คืออัลกอริทึม ที่แพลตฟอร์มสามารถตรวจจับคำหยาบและคำต้องห้าม แล้วลดการมองเห็นหรือลบโพสต์ได้โดยอัตโนมัติ

การใช้ตัวย่อหรือสร้างคำใหม่ จึงเป็นเทคนิคหลบเลี่ยงระบบ AI ที่มักตั้งอยู่บนฐานข้อมูลคำ ทำให้ข้อความยังคงไหลเวียนในเครือข่ายได้ โดยเฉพาะในโครงสร้างของแพลตฟอร์มอย่าง X ซึ่งเน้นความเร็วและความกระชับ ตัวย่อ 4-6 ตัวอักษรคือสูตรสำเร็จของความไวรัล ยิ่งแฮชแท็กสั้น พิมพ์ง่าย จำง่าย ยิ่งมีโอกาสติดเทรนด์ได้รวดเร็ว

ภาษาแบบนี้จึงเป็นการสร้างชุมชนทางการเมืองย่อย ๆ ผูกพันกันผ่านความเข้าใจ เพราะการที่ใครสักคนเห็น #กกตหค แล้วเข้าใจได้ทันที คือการส่งสัญญาณว่า เราไม่พอใจในเรื่องเดียวกัน และกำลังอยู่ในวงสนทนาเดียวกัน

ความนิยมของตัวย่อจึงอาจไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่เมื่อธรรมชาติของมันที่เก็บเนื้อหาทุกอย่างไว้ในแฮชแท็กเดียวกันแบบ #ผนงรจตกม ในอดีต ก็จะยิ่งเกิดการผลิตซ้ำในอนาคตได้เรื่อย ๆ เพื่อแชร์ภาพความผิดปกติของระบบ บอกเล่าประสบการณ์ที่ตนเองพบเจอ และเสนอทางออกที่น่าจะดีกว่านี้ได้ให้กับสังคม

และแม้จะมีข้อจำกัดด้วยโครงสร้างรัฐและกฎหมายแตกต่างตามแต่ละยุคสมัย คนรุ่นใหม่ก็ไม่เคยหยุดหาวิธีสื่อสาร แต่จะสร้างภาษาใหม่ขึ้นมาเองได้อยู่เสมอ

อ้างอิง Black Lives Matter

Diana Dobrin (2020). The Hashtag in Digital Activism: A Cultural Revolution https://www.researchgate.net/publication/345339213_The_Hashtag_in_Digital_Activism_A_Cultural_Revolution

#ThairathPlus #ไทยรัฐพลัส #เลือกตั้ง69 #เลือกตั้ง2569 #เลือกอีกสักตั้ง

https://plus.thairath.co.th/topic/politics&society/106016