วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2569

คุณกาเบอร์ไหน…มันรู้หมด! 👁️ บัตรเลือกตั้งที่มี ‘บาร์โค้ด’ คือหลักฐานว่า การเลือกตั้งนี้ไม่เป็นความลับ ภัชริ นิจสิริภัช สมาชิกพรรคไทยสร้างไทย เรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งกับสมุดเช็คของธนาคาร อธิบายว่าทำไมการลงคะแนนเสียงถึงไม่เป็นความลับอีกแล้ว

ภาพจาก Chaiwat Sathawornwichit
https://x.com/ChaiwatPublic/status/2022840963677458559


Prachachat - ประชาชาติ
17 hours ago
·
โครงสร้างความลับสิ้นสุดลงแล้ว - มองหาก กกต. เลือกฟ้องประชาชน นั่นเท่ากับเปิดประตูให้ศาลเข้ามาตรวจสอบ 'ความลับ' ของ กกต. เอง
_____________

ภัชริ นิจสิริภัช สมาชิกพรรคไทยสร้างไทย เปรียบเทียบเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งกับสมุดเช็คของธนาคาร อธิบายว่าทำไมการลงคะแนนเสียงถึงไม่เป็นความลับอีกแล้ว

ภัชริ ระบุว่า "เรื่องหมายเลขบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เอาแบบเข้าใจง่าย เปรียบเทียบ

ธนาคาร = กกต

สมุดเช็ค = บัตรเลือกตั้ง

ต้นขั้ว มีหมายเลขรันตามจำนวนเช็ค 642
ตัวเช็ค มีหมายเลขที่ตรงกับต้นขั้ว 642

จำนวนเงินในเช็ค = กาให้พรรคไหน หรือ ใคร ??

คนเขียนเช็ครู้แน่นอนว่า จำนวนเท่าไหร่ แต่คนอื่นไม่รู้

คนที่รู้แน่ คือ ธนาคาร เพราะรู้หมายเลขเช็ค ตามหมายเลขที่รันจึง "ตรวจสอบย้อนหลังได้" (Traceability)

สุดท้ายคือ ความลับจำนวนเงินหมดสภาพ เพราะอย่างน้อยก็มี ธนาคารรู้แน่นอน (กกต)

รธน 60 หมวด 7 มาตรา 85 วรรคแรก ระบุชัด ”ตรงและลับ“ (ไม่ได้ระบุเว้นให้ใคร)

เอาแค่นี้แหละว่า….ถึงจะเก็บรักษายังไง ไม่ให้ใครรู้อย่างไร จะค้นวิธีไหน ยุ่งยากแค่ไหน ”โครงสร้างทางความลับ“ สิ้นสุดแล้ว แปลว่า "ไม่ใช่บัตรนิรนาม" อีกต่อไป

ซึ่งขัดรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุดชัดเจน แทบไม่ต้องตีความอะไรเลย

อธิบายขนาดนี้ ถ้าใครไม่เข้าใจ ก็ไม่รู้ยังไงแล้ว"

___________

การฟ้องร้องต่อประชาชน

เขาระบุต่อด้วยว่า การฟ้องประชาชนเท่ากับเป็นการเปิดประตูให้ศาลเข้ามาตรวจสอบ 'ความลับ' ของ กกต. เอง

ถ้า กกต. เลือกที่จะฟ้อง ก็ต้องพร้อมที่จะเปิดเผย "หลังบ้าน" ทั้งหมดต่อศาลและพยานผู้เชี่ยวชาญ

ซึ่งหากมีความไม่โปร่งใสซ่อนอยู่จริง การฟ้องครั้งนี้อาจกลายเป็นบูมเมอแรงที่ย้อนกลับไปทำลายสถานะ และ งบประมาณของ กกต. ที่ใช้ในการเลือกตั้ง 7800 ล้านบาท (ยอมแลกก็ลองดู)

เพราะตามประมวลกฎหมายอาญา การติชมการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานของรัฐเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ ไม่ถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

ประชาชนมีสิทธิตรวจสอบ และ ตั้งคำถามต่อความโปร่งใสของการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ

ซึ่งการตั้งข้อสังเกตว่าระบบนี้อาจทำให้ "การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ" เป็นการแสดงความคิดเห็นเพื่อรักษาผลประโยชน์ของระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้มีเจตนาบิดเบือนเพื่อสร้างความปั่นป่วนใดๆ เลย

ตัวอย่าง

กกต. อ้างว่าบาร์โค้ดมีไว้กันบัตรปลอม/บัตรเขย่ง จำเลยย่อมมีสิทธิขอเรียกดู รายงานผลการตรวจนับคะแนน (ส.ส. 5/18) ของหน่วยที่มีปัญหาบัตรเขย่งมาเปรียบเทียบ

หากพบว่ามีบัตรเกิน (บัตรงอก) ในหน่วยที่ใช้บาร์โค้ดแล้ว แต่ระบบกลับตรวจจับไม่ได้ หรือ กกต. ตอบไม่ได้ว่าบัตรเหล่านั้นมาได้อย่างไร จะเป็นการย้อนแย้งกับข้ออ้าง

ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา จะร้องศาลขอหลักฐานทั้งหมดจากหน่วยเลือกตั้งที่มีบัตรเกินจำนวนคนมาใช้สิทธิ์ เพื่อพิสูจน์ความจริง

จำเลยมีสิทธิขอให้ศาลออกหมายเรียกเอกสารหรือวัตถุจากหน่วยงานราชการ (ในที่นี้คือ กกต.) เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาคดี โดยสามารถเรียกข้อมูลที่ "เกี่ยวข้องกับประเด็นแห่งคดี" ได้ เช่น

1. Log File หรือ Source Code เพื่อพิสูจน์ว่าบาร์โค้ดนั้นสแกนแล้วแสดงข้อมูลอะไรบ้าง

2. รายงานผลการนับคะแนน (ส.ส. 5/18) เพื่อเทียบกับจำนวนบัตรที่ใช้ไป

3. สัญญาการจ้างพิมพ์บัตร เพื่อดูข้อกำหนด (TOR) ว่ามีการสั่งให้รันเลขให้ตรงกับต้นขั้วจริงหรือไม่

จำเลยสามารถขอให้ศาลเรียกผู้เชี่ยวชาญด้าน IT หรือด้านการรักษาความปลอดภัยข้อมูล (Cybersecurity) มาวิเคราะห์ QR Code และ Barcode บนบัตรต่อหน้าศาลได้ เพื่อพิสูจน์ว่ามัน "ระบุตัวตน" ได้จริงตามที่ตั้งข้อสังเกตหรือไม่

ถ้า กกต. อ้างว่าเป็นความลับราชการหรือความมั่นคง แต่ในคดีอาญาที่ประชาชนถูกฟ้อง ศาลมักจะให้ความสำคัญกับ "สิทธิในการได้รับความเป็นธรรม" ของจำเลย หากเอกสารนั้นเป็นกุญแจสำคัญที่จะพิสูจน์ว่าจำเลยไม่ได้พูดเท็จ

ถ้าทั้งหมด กกต. ไม่สามารถส่งให้ได้ หรือส่งมาแล้วพบว่าเป็นความจริงตามที่ประชาชนโพสต์

1. คดีอาญาจะหลุดทันที เพราะพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่ "ข้อมูลเท็จ"

2. สถานะ กกต. จะวิกฤต เพราะเท่ากับยอมรับกลางศาลว่า "การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ" ซึ่งจะนำไปสู่การฟ้องโมฆะและ ม.157

กกต. อยากแลกก็ลองฟ้องประชาชนได้…บันเทิงแน่นอน

_____________________

ที่มา : https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=3585438228261119&id=100003849315766

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1337408485089235&set=a.359549299541830