
ภัทราพร ตั๊นงาม
ชวนอ่านจาก รูป.. ที่ เลขาฯ กกต. โพสต์ไว้ ตอนเช้านี้ นะคะ ( เฉพาะที่เราแคปรูปมาลงนะคะ / ส่วนโพสต์ เป็นความเห็นของเรา นักข่าวค่ะ) https://www.facebook.com/share/p/1AXsQjZnmo/
ชวนอ่านจาก รูป.. ที่ เลขาฯ กกต. โพสต์ไว้ ตอนเช้านี้ นะคะ ( เฉพาะที่เราแคปรูปมาลงนะคะ / ส่วนโพสต์ เป็นความเห็นของเรา นักข่าวค่ะ) https://www.facebook.com/share/p/1AXsQjZnmo/
ภัทราพร ตั๊นงาม
18 hours ago
·
"Barcode-OR code" เจ้าปัญหา..!! เครื่องมือความปลอดภัยของรัฐ ? หรือ "กับดัก"' ที่ทำลายกำแพงความเป็นส่วนตัวประชาชน?
- เช้านี้.. ได้อ่านโพสต์ของ นาย"แสวง บุญมี" เลขาธิการ" กกต. ชี้แจง ปมร้อน Barcode แต่เช้า ชวนทุกท่านไปอ่านกันก่อน ตามรูปที่ลง..แล้วกลับมาคุยกันว่า คิดเห็นกันเช่นไรค่ะ..??
- ส่วนตัวเห็นว่า โพสต์ของ เลขาฯ กกต.วันนี้ ต้องการเน้นย้ำหลักการว่า Barcode คือเครื่องมือหลักสากล ทาง "ความปลอดภัย" ไม่ใช่เครื่องมือ "ละเมิดสิทธิ" / "ถ่ายรูป Barcode ไป ก็ไม่รู้ว่าใครเลือกใคร"
- ย้ำชัด อยู่บนหลักพื้นฐานสิทธิมนุษยชนสากล (ตามปฏิญญา UDHR ของ UN) / หลัก "เสรีและเป็นธรรม" (Free & Fair)
- ไฮไลท์เด็ด เลขาฯ อยู่ที่จะบอกว่า Barcode ช่วยให้รู้ว่า "บัตร" ใบนั้นๆ มาจากหน่วยเลือกตั้งไหน / ใคร ? เป็นคนจ่ายบัตร และหากมีการทำผิดกฎหมาย เช่น กปน. แอบถ่ายรูปบัตร กกต. จะตามตัวได้ทันทีว่าคือใคร ..เป็นมาตรการความปลอดภัยและป้องกันการทุจริต
- ในหลักการ เลขาฯ กกต.พยายาม จะบอกว่า การรักษาความลับไม่ได้อยู่ที่ตัวบัตรอย่างเดียว แต่อยู่ที่ "กระบวนการเก็บ" บัตรที่ลงคะแนนแล้ว / ต้นขั้วบัตร / บัญชีรายชื่อ --> เก็บแยกถุง แยกหีบ ใช้คนดูแลรับผิดชอบ คนละชุดกัน จาก กปน. -> อนุอำเภอ -> จังหวัด เพื่อป้องกันการสมรู้ร่วมคิด
- แต่หากมีความผิดเกิดขึ้น ..มันคือ .."ความผิดของบุคคล" ไม่ใช่ "ความผิดของระบบ"
เนื้อหา...เลขาฯ กกต. ไปในทำนองนั้น ที่เราเข้าใจ
*****************
จากนี้..ด้านล่าง เป็น "ข้อสังเกต" ของเรา..
- ตัดฉับ ไปสภาพความเป็นจริง หน้างาน หน้าหน่วยเลือกตั้ง2569 ที่มีเรื่องร้องเรียน - มีคลิป - ภาพ ความผิดปกติในการนับคะแนน- ขานคะแนน- เขียนคะแนน - พฤติกรรม กปน. / การขนส่งหีบบัตร ขึ้นฟีดโซเชียลให้ได้สังคมกังขากันไม่น้อย
- ทีนี้ ถ้าว่ากันด้วย ประเด็น"จุดเสี่ยง" Barcode / QR code ในเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัว (Privacy) ที่ดูสวนทางกับการบริหารจัดการของรัฐ.. เมื่อความลับอาจไม่ลับจริง
@ ทฤษฎีความโปร่งใส ของ กกต. vs ความจริงหน้างาน ที่ ปชช.- สื่อฯ พบ
แม้ระบบจะถูกออกแบบมาให้ดูเหมือนจะดี แต่ภาพที่ปรากฏบนโซเชียล ทั้งคลิป-ภาพ พฤติกรรม กปน. / ข้อกังขาการนับคะแนน - ขานคะแนน - เขียนคะแนน - การขนส่งหีบบัตร กลายเป็น "รอยด่าง" ที่ทำให้สังคมกังขาว่า "ความใสสะอาดที่แท้จริงมีอยู่จริงหรือไม่?"
@ กับดัก Barcode / QR code อ้างความเข้มข้นระบบของรัฐ แต่เป็น "ความเสี่ยง" ของประชาชน
แม้ประชาชนทั่วไปจะสแกน Barcode ตรวจสอบกันเองไม่ได้ แต่ในเชิงโครงสร้าง นี่คือ "Digital Trace" (ร่องรอยดิจิทัล) ชั้นดี หาก "ผู้กุมอำนาจ" ตั้งใจจะเจาะข้อมูล ซึ่งการมี Barcode บนต้นขั้วบัตร เทียบกับบัตรเลือกตั้ง คือการ "ทำลายกำแพงความลับ" ในการใช้สิทธิของประชาชนอย่างสิ้นเชิง
@ ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง.. เมื่อ "รัฐ" อยากรู้ "ใคร" เลือก "ใคร"
ประเด็นที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ว่า "เพื่อนบ้านคุณ" อยากรู้ว่า "คุณเลือกใคร" / แต่คือการที่ "กลไกรัฐ" / "อำนาจรัฐ" จะเข้าถึงฐานข้อมูลได้หากต้องการ การตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ที่รัฐอ้างว่าใช้เพื่อความถูกต้อง อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการ "เช็กบิล" หรือตรวจสอบความภักดีทางการเมืองได้ง่ายขึ้นมหาศาล ถ้าคิดจะทำ
@ ช่องว่างของความรับผิดชอบ
คำกล่าวที่ว่า "หากเกิดปัญหา เป็นความผิดเฉพาะตัวบุคคลของเจ้าหน้าที่" เป็นเพียงการผลักภาระ เพราะในความเป็นจริง ความปลอดภัยของข้อมูลจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ "ระบบ" ตั้งแต่ต้นทางยันปลายทางต้องไร้ที่ติ (Flawless) แต่ภาพจำจากการเลือกตั้ง2569 ครั้งนี้ กลับเต็มไปด้วย "ข้อกังขา" สะท้อน วิกฤตความเชื่อมั่น (Trust Crisis) ในยุค Data Privacy
หมายเหตุ : (การเลือกตั้ง 2569 ของไทย เมื่อ 8 ก.พ.69 บัตรเขียว+ ชมพู / รวมถึง 1 ก.พ.ที่เลือกตั้งล่วงหน้า / และ ช่วงปลาย ม.ค.69 การเลือกตั้ง นอกราชอาณาจักร ที่กลุ่มคนไทยต่างประเทศ ได้เริ่มต้นใช้สิทธิก่อนคนไทยในไทย และส่งบัตรมานับคะแนนในไทย ก่อนปิดหีบ 8 ก.พ.69 รวมอยู่ในการเลือกตั้ง 2569 เช่นกัน และรวมถึงการออกเสียง "ประชามติ" บัตรเหลือง)
***********
คำถาม-ข้อสังเกตถัดไป....คือ.. แล้วความเสี่ยง ถ้าข้อมูล Barcode /QR code ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง หลุดไปถึง สแกมเมอร์ หรือ บริษัท หรือ ใครที่คิดไม่ดี จะเกิดความเสี่ยงใดมากที่สุดกับ ประชาชน..?
- เสี่ยงที่น่ากังวลที่สุด คือ
1. การทำ "Social Engineering" แบบระบุเป้าหมายแม่นยำ (Hyper-Targeting) ซึ่งสแกมเมอร์ไม่ได้ต้องการแค่เบอร์โทรศัพท์ แต่ต้องการ "บริบท" เพื่อหลอกให้เชื่อ
ความเสี่ยง ...หาก Barcode นั้นเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ (ชื่อ-นามสกุล, เลขบัตรประชาชน, ที่อยู่) สแกมเมอร์สามารถโทรหาคุณ หรือ กลุ่มเสี่ยงที่จะถูกหลอกได้ง่ายๆ โดยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ (กปน. หรือ กกต.) ผลกระทบ ประชาชนจะหลงเชื่อได้ง่ายมาก เพราะข้อมูลที่คนร้ายถืออยู่นั้น "เป็นความลับที่มีแต่รัฐที่รู้"
2. การขายข้อมูลเพื่อ "Segment" ทางการเมืองและธุรกิจ ภาคเอกชน หรือกลุ่มทุน / การเมือง อาจนำข้อมูลนี้ไปใช้ในทางที่ละเมิดสิทธิ
ซึ่งความเสี่ยง..หากมีการจับคู่ Barcode กับ "ผลการลงคะแนน" (ในกรณีที่หลุดทั้งระบบ) ข้อมูลนี้จะกลายเป็น "Sensitive Data" ขั้นสูงสุด
ผลกระทบของประชาชน.. คุณอาจถูกทำ Digital Profiling ว่ามีแนวคิดทางการเมืองแบบไหน เพื่อส่งโฆษณาชวนเชื่อ (Propaganda) มาถล่มหน้าฟีด หรือในกรณีเลวร้าย ข้อมูลนี้อาจถูกใช้เป็นเกณฑ์ "ลับ" ในการรับเข้าทำงานหรือคัดกรองบุคคลในองค์กรบางแห่ง
3. การเชื่อมโยงฐานข้อมูล (Database Linking) .. นี่คือฝันร้ายของความเป็นส่วนตัว ความเสี่ยงคือข้อมูลจาก Barcode เลือกตั้งอาจถูกนำไป Cross-check กับข้อมูลหลุดจากแหล่งอื่น (เช่น ข้อมูลช้อปปิ้งออนไลน์, ข้อมูลธนาคาร)
ผลกระทบที่เสี่ยงคือ กลายเป็น "แฟ้มประวัติอาชญากรไซเบอร์" ที่สมบูรณ์แบบ คนร้ายจะรู้ทั้ง รายได้, ที่อยู่, ไลฟ์สไตล์ และ "อุดมการณ์" ซึ่งทำให้การข่มขู่หรือกรรโชกทรัพย์ (Blackmail) มีโอกาสเข้าถึงและจัดการทำได้ง่ายขึ้น
......
เอาน่ะ ..คงไม่เกิดล่ะมั้งงง ระบบออกแบบมาดี ขนาด เลขา กกต. ยังการันตีเอง


แต่อย่าลืมว่า..ความเสี่ยงที่ "น่ากลัวที่สุด" ถ้าข้อมูลหลุดได้ คือ "การสูญเสียอำนาจในการปกปิดความเป็นส่วนตัวต่อรัฐและมิจฉาชีพอย่างถาวร" เพราะรหัสประจำตัวประชาชนเปลี่ยนไม่ได้ และรหัส Barcode ที่ผูกกับสิทธิเลือกตั้งครั้งนี้จะกลายเป็นตราบาปดิจิทัลที่ระบุว่า "คุณคือใคร"
"Barcode-OR code" เจ้าปัญหา..!! เครื่องมือความปลอดภัยของรัฐ ? หรือ "กับดัก"' ที่ทำลายกำแพงความเป็นส่วนตัวประชาชน?
กลับไปที่คำถาม ที่ถามไว้..ชวนทุกท่านอ่านแล้ว...คิดเห็นกันเช่นไรคะ..??
#holiday #family #emotional #เลือกตั้ง69 #เลือกตั้ง2569
https://www.facebook.com/phattraporn.tpbs/posts/pfbid0cTbfGgKv6AMosRnhBo6bSbqgLnyuTjK7f2TM5fTrQRtKcvvUhur43PhNiTbJhxxsl

·
"Barcode-OR code" เจ้าปัญหา..!! เครื่องมือความปลอดภัยของรัฐ ? หรือ "กับดัก"' ที่ทำลายกำแพงความเป็นส่วนตัวประชาชน?
- เช้านี้.. ได้อ่านโพสต์ของ นาย"แสวง บุญมี" เลขาธิการ" กกต. ชี้แจง ปมร้อน Barcode แต่เช้า ชวนทุกท่านไปอ่านกันก่อน ตามรูปที่ลง..แล้วกลับมาคุยกันว่า คิดเห็นกันเช่นไรค่ะ..??
- ส่วนตัวเห็นว่า โพสต์ของ เลขาฯ กกต.วันนี้ ต้องการเน้นย้ำหลักการว่า Barcode คือเครื่องมือหลักสากล ทาง "ความปลอดภัย" ไม่ใช่เครื่องมือ "ละเมิดสิทธิ" / "ถ่ายรูป Barcode ไป ก็ไม่รู้ว่าใครเลือกใคร"
- ย้ำชัด อยู่บนหลักพื้นฐานสิทธิมนุษยชนสากล (ตามปฏิญญา UDHR ของ UN) / หลัก "เสรีและเป็นธรรม" (Free & Fair)
- ไฮไลท์เด็ด เลขาฯ อยู่ที่จะบอกว่า Barcode ช่วยให้รู้ว่า "บัตร" ใบนั้นๆ มาจากหน่วยเลือกตั้งไหน / ใคร ? เป็นคนจ่ายบัตร และหากมีการทำผิดกฎหมาย เช่น กปน. แอบถ่ายรูปบัตร กกต. จะตามตัวได้ทันทีว่าคือใคร ..เป็นมาตรการความปลอดภัยและป้องกันการทุจริต
- ในหลักการ เลขาฯ กกต.พยายาม จะบอกว่า การรักษาความลับไม่ได้อยู่ที่ตัวบัตรอย่างเดียว แต่อยู่ที่ "กระบวนการเก็บ" บัตรที่ลงคะแนนแล้ว / ต้นขั้วบัตร / บัญชีรายชื่อ --> เก็บแยกถุง แยกหีบ ใช้คนดูแลรับผิดชอบ คนละชุดกัน จาก กปน. -> อนุอำเภอ -> จังหวัด เพื่อป้องกันการสมรู้ร่วมคิด
- แต่หากมีความผิดเกิดขึ้น ..มันคือ .."ความผิดของบุคคล" ไม่ใช่ "ความผิดของระบบ"
เนื้อหา...เลขาฯ กกต. ไปในทำนองนั้น ที่เราเข้าใจ
*****************
จากนี้..ด้านล่าง เป็น "ข้อสังเกต" ของเรา..
- ตัดฉับ ไปสภาพความเป็นจริง หน้างาน หน้าหน่วยเลือกตั้ง2569 ที่มีเรื่องร้องเรียน - มีคลิป - ภาพ ความผิดปกติในการนับคะแนน- ขานคะแนน- เขียนคะแนน - พฤติกรรม กปน. / การขนส่งหีบบัตร ขึ้นฟีดโซเชียลให้ได้สังคมกังขากันไม่น้อย
- ทีนี้ ถ้าว่ากันด้วย ประเด็น"จุดเสี่ยง" Barcode / QR code ในเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัว (Privacy) ที่ดูสวนทางกับการบริหารจัดการของรัฐ.. เมื่อความลับอาจไม่ลับจริง
@ ทฤษฎีความโปร่งใส ของ กกต. vs ความจริงหน้างาน ที่ ปชช.- สื่อฯ พบ
แม้ระบบจะถูกออกแบบมาให้ดูเหมือนจะดี แต่ภาพที่ปรากฏบนโซเชียล ทั้งคลิป-ภาพ พฤติกรรม กปน. / ข้อกังขาการนับคะแนน - ขานคะแนน - เขียนคะแนน - การขนส่งหีบบัตร กลายเป็น "รอยด่าง" ที่ทำให้สังคมกังขาว่า "ความใสสะอาดที่แท้จริงมีอยู่จริงหรือไม่?"
@ กับดัก Barcode / QR code อ้างความเข้มข้นระบบของรัฐ แต่เป็น "ความเสี่ยง" ของประชาชน
แม้ประชาชนทั่วไปจะสแกน Barcode ตรวจสอบกันเองไม่ได้ แต่ในเชิงโครงสร้าง นี่คือ "Digital Trace" (ร่องรอยดิจิทัล) ชั้นดี หาก "ผู้กุมอำนาจ" ตั้งใจจะเจาะข้อมูล ซึ่งการมี Barcode บนต้นขั้วบัตร เทียบกับบัตรเลือกตั้ง คือการ "ทำลายกำแพงความลับ" ในการใช้สิทธิของประชาชนอย่างสิ้นเชิง
@ ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง.. เมื่อ "รัฐ" อยากรู้ "ใคร" เลือก "ใคร"
ประเด็นที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ว่า "เพื่อนบ้านคุณ" อยากรู้ว่า "คุณเลือกใคร" / แต่คือการที่ "กลไกรัฐ" / "อำนาจรัฐ" จะเข้าถึงฐานข้อมูลได้หากต้องการ การตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ที่รัฐอ้างว่าใช้เพื่อความถูกต้อง อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการ "เช็กบิล" หรือตรวจสอบความภักดีทางการเมืองได้ง่ายขึ้นมหาศาล ถ้าคิดจะทำ
@ ช่องว่างของความรับผิดชอบ
คำกล่าวที่ว่า "หากเกิดปัญหา เป็นความผิดเฉพาะตัวบุคคลของเจ้าหน้าที่" เป็นเพียงการผลักภาระ เพราะในความเป็นจริง ความปลอดภัยของข้อมูลจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ "ระบบ" ตั้งแต่ต้นทางยันปลายทางต้องไร้ที่ติ (Flawless) แต่ภาพจำจากการเลือกตั้ง2569 ครั้งนี้ กลับเต็มไปด้วย "ข้อกังขา" สะท้อน วิกฤตความเชื่อมั่น (Trust Crisis) ในยุค Data Privacy
หมายเหตุ : (การเลือกตั้ง 2569 ของไทย เมื่อ 8 ก.พ.69 บัตรเขียว+ ชมพู / รวมถึง 1 ก.พ.ที่เลือกตั้งล่วงหน้า / และ ช่วงปลาย ม.ค.69 การเลือกตั้ง นอกราชอาณาจักร ที่กลุ่มคนไทยต่างประเทศ ได้เริ่มต้นใช้สิทธิก่อนคนไทยในไทย และส่งบัตรมานับคะแนนในไทย ก่อนปิดหีบ 8 ก.พ.69 รวมอยู่ในการเลือกตั้ง 2569 เช่นกัน และรวมถึงการออกเสียง "ประชามติ" บัตรเหลือง)
***********
คำถาม-ข้อสังเกตถัดไป....คือ.. แล้วความเสี่ยง ถ้าข้อมูล Barcode /QR code ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง หลุดไปถึง สแกมเมอร์ หรือ บริษัท หรือ ใครที่คิดไม่ดี จะเกิดความเสี่ยงใดมากที่สุดกับ ประชาชน..?
- เสี่ยงที่น่ากังวลที่สุด คือ
1. การทำ "Social Engineering" แบบระบุเป้าหมายแม่นยำ (Hyper-Targeting) ซึ่งสแกมเมอร์ไม่ได้ต้องการแค่เบอร์โทรศัพท์ แต่ต้องการ "บริบท" เพื่อหลอกให้เชื่อ
ความเสี่ยง ...หาก Barcode นั้นเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ (ชื่อ-นามสกุล, เลขบัตรประชาชน, ที่อยู่) สแกมเมอร์สามารถโทรหาคุณ หรือ กลุ่มเสี่ยงที่จะถูกหลอกได้ง่ายๆ โดยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ (กปน. หรือ กกต.) ผลกระทบ ประชาชนจะหลงเชื่อได้ง่ายมาก เพราะข้อมูลที่คนร้ายถืออยู่นั้น "เป็นความลับที่มีแต่รัฐที่รู้"
2. การขายข้อมูลเพื่อ "Segment" ทางการเมืองและธุรกิจ ภาคเอกชน หรือกลุ่มทุน / การเมือง อาจนำข้อมูลนี้ไปใช้ในทางที่ละเมิดสิทธิ
ซึ่งความเสี่ยง..หากมีการจับคู่ Barcode กับ "ผลการลงคะแนน" (ในกรณีที่หลุดทั้งระบบ) ข้อมูลนี้จะกลายเป็น "Sensitive Data" ขั้นสูงสุด
ผลกระทบของประชาชน.. คุณอาจถูกทำ Digital Profiling ว่ามีแนวคิดทางการเมืองแบบไหน เพื่อส่งโฆษณาชวนเชื่อ (Propaganda) มาถล่มหน้าฟีด หรือในกรณีเลวร้าย ข้อมูลนี้อาจถูกใช้เป็นเกณฑ์ "ลับ" ในการรับเข้าทำงานหรือคัดกรองบุคคลในองค์กรบางแห่ง
3. การเชื่อมโยงฐานข้อมูล (Database Linking) .. นี่คือฝันร้ายของความเป็นส่วนตัว ความเสี่ยงคือข้อมูลจาก Barcode เลือกตั้งอาจถูกนำไป Cross-check กับข้อมูลหลุดจากแหล่งอื่น (เช่น ข้อมูลช้อปปิ้งออนไลน์, ข้อมูลธนาคาร)
ผลกระทบที่เสี่ยงคือ กลายเป็น "แฟ้มประวัติอาชญากรไซเบอร์" ที่สมบูรณ์แบบ คนร้ายจะรู้ทั้ง รายได้, ที่อยู่, ไลฟ์สไตล์ และ "อุดมการณ์" ซึ่งทำให้การข่มขู่หรือกรรโชกทรัพย์ (Blackmail) มีโอกาสเข้าถึงและจัดการทำได้ง่ายขึ้น
......
เอาน่ะ ..คงไม่เกิดล่ะมั้งงง ระบบออกแบบมาดี ขนาด เลขา กกต. ยังการันตีเอง



แต่อย่าลืมว่า..ความเสี่ยงที่ "น่ากลัวที่สุด" ถ้าข้อมูลหลุดได้ คือ "การสูญเสียอำนาจในการปกปิดความเป็นส่วนตัวต่อรัฐและมิจฉาชีพอย่างถาวร" เพราะรหัสประจำตัวประชาชนเปลี่ยนไม่ได้ และรหัส Barcode ที่ผูกกับสิทธิเลือกตั้งครั้งนี้จะกลายเป็นตราบาปดิจิทัลที่ระบุว่า "คุณคือใคร"
"Barcode-OR code" เจ้าปัญหา..!! เครื่องมือความปลอดภัยของรัฐ ? หรือ "กับดัก"' ที่ทำลายกำแพงความเป็นส่วนตัวประชาชน?
กลับไปที่คำถาม ที่ถามไว้..ชวนทุกท่านอ่านแล้ว...คิดเห็นกันเช่นไรคะ..??
#holiday #family #emotional #เลือกตั้ง69 #เลือกตั้ง2569
https://www.facebook.com/phattraporn.tpbs/posts/pfbid0cTbfGgKv6AMosRnhBo6bSbqgLnyuTjK7f2TM5fTrQRtKcvvUhur43PhNiTbJhxxsl



