
The Thaiger - ไลฟ์สไตล์ บันเทิง
Yesterday
·
พฤทธิกร สาระกุล หรือ “โจ้” เกิดเมษายน 2525 ชาวบ้านโนนสะอาด อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด ลูกหลานชาวนา แต่โดดเด่นด้านการเรียนตั้งแต่วัยเด็ก จบมัธยมจากโรงเรียนศรีธวัชวิทยาลัยด้วยเกรดเฉลี่ยสูงถึง 3.95 อันดับ 1 ของรุ่น ก่อนสอบเข้าเรียนฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และสำเร็จการศึกษาเป็นบัณฑิตสายวิทย์
.
เส้นทางงานเริ่มจาก “ครูโจ้” สอนวิทยาศาสตร์-ฟิสิกส์ ที่โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ธวัชบุรี ต่อมาผันตัวทำงานเอกชนกับบริษัทสัญชาติสิงคโปร์ในสมุทรปราการ แล้วโยกมาอยู่เขตลาดกระบัง กทม.
.
เจ้าตัวนิยามตนเองว่าเป็น “ผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต” เรียนต่อผ่าน มสธ. ได้ปริญญาตรีเพิ่มหลายสาขา เช่น เทคโนโลยีการพิมพ์ และเทคโนโลยีสารสนเทศธุรกิจ พร้อมสะสมสัมฤทธิบัตรหลายแขนง ตั้งแต่อาชีวอนามัย เศรษฐศาสตร์ จนถึงการเกษตร มีแนวคิดยึดเหตุผล วิทยาศาสตร์ ต่อต้านความงมงาย และมีจุดยืนทางสังคม-การเมืองแบบก้าวหน้า เคยเกี่ยวข้องกับงานการเมืองสายก้าวหน้า
.
10 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก มีคำพิพากษาในคดีที่ 2 ต่อ พฤทธิกร สาระกุล หรือ “โจ้” อดีตทีมงานคณะก้าวหน้า ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการโพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ช่วงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 – 27 มีนาคม 2565
.
ศาลเห็นว่า จำเลยกระทำความผิดจริง เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น และแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ เข้าข่ายความผิดต่อความมั่นคง ให้ลงโทษ 10 กระทง กระทงละ 3 ปี รวมจำคุก 30 ปี และให้รับโทษ ต่อจากคดีเดิม ที่ศาลเคยพิพากษาไปแล้ว
.
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ศาลอาญามีคำพิพากษาในคดีแรก สั่งจำคุกพฤทธิกร 30 ปี ก่อนลดโทษเหลือ 20 ปี จากการโพสต์ข้อความอีก 10 ข้อความ ทำให้เมื่อรวมโทษจาก 2 คดี จำเลยถูกลงโทษจำคุก รวม 50 ปี
.
ทั้งนี้ จำเลยหลบหนีระหว่างพิจารณาคดี ศาลจึงอ่านคำพิพากษาลับหลัง และมีคำสั่ง ออกหมายจับ เพื่อนำตัวมารับโทษตามคำพิพากษา โดยคดีนี้มี อานนท์ นำภา เป็นทนายความ ซึ่งเดินทางจากเรือนจำมาฟังคำพิพากษา
.
คดีของพฤทธิกรถือเป็นหนึ่งในคดีมาตรา 112 ที่มีโทษจำคุกสูงสุดรายหนึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากการดำเนินคดีรวม 20 ข้อความ แยกเป็นคดีละ 10 ข้อความ และขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามตัวมาบังคับคดีตามกฎหมาย.
https://www.facebook.com/photo/?fbid=906810368911681&set=a.255817717344286
10 ก.พ. 2569 ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดี 112 ของ “พฤทธิกร สาระกุล” (ต้นไผ่) จากกรณีถูกกล่าวหาว่าใช้บัญชีทวิตเตอร์ “Guillotine Activists for Democracy” โพสต์เนื้อหาพาดพิงพระมหากษัตริย์ รวมจำนวน 10 ข้อความ ในช่วงปี 64-65
— TLHR / ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (@TLHR2014) February 10, 2026
พิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112… pic.twitter.com/uXa2cJ9zfi
ศาลอาญาพิพากษาจำคุก “ต้นไผ่” 30 ปี คดี #มาตรา112 อีกคดี รวมโทษในสองคดีสูงถึง 50 ปี
— TLHR / ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (@TLHR2014) February 10, 2026
วันที่ 10 ก.พ. 2569 ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดีของ พฤทธิกร สาระกุล หรือ “ต้นไผ่” อดีตพนักงานบริษัท วัย 43 ปี ซึ่งถูกฟ้องในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และข้อหาตาม… pic.twitter.com/LI5joWtJwg
TLHR / ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
@TLHR2014
·Feb 10
ศาลอาญาพิพากษาจำคุก “ต้นไผ่” 30 ปี คดี #มาตรา112 อีกคดี รวมโทษในสองคดีสูงถึง 50 ปี
วันที่ 10 ก.พ. 2569 ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดีของ พฤทธิกร สาระกุล หรือ “ต้นไผ่” อดีตพนักงานบริษัท วัย 43 ปี ซึ่งถูกฟ้องในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) กรณีถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ “Guillotine Activists for Democracy” โพสต์เนื้อหาพาดพิงพระมหากษัตริย์ รวมจำนวน 10 ข้อความ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2564 - มีนาคม 2565
ศาลอาญาพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี รวม 10 กระทง รวมจำคุก 30 ปี แม้ยังไม่ได้ตัวจำเลยมาศาลในวันนี้ โดยศาลให้เหตุผลว่าได้อ่านคำพิพากษาให้ผู้รับมอบอำนาจจำเลยฟังแล้ว จึงถือว่าจำเลยได้ฟังคำพิพากษาตามกฎหมายแล้ว
สำหรับ ‘ต้นไผ่’ ถูกแจ้งข้อกล่าวหาคดี ม.112 รวมทั้งหมด 2 คดี จากการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กและทวิตข้อความในทวิตเตอร์รวมทั้งหมด 20 ข้อความ แยกเป็นคดีละ 10 ข้อความ ซึ่งทั้งสองคดีมีเจ้าหน้าที่สันติบาลที่ติดตามประเด็นเรื่องสถาบันกษัตริย์เป็นผู้กล่าวหา โดยคดีแรก ศาลมีคำพิพากษาไปเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2568 พิพากษาว่าจำเลยมีความผิด ลงโทษจำคุกรวม 30 ปี ก่อนลดโทษให้ 1 ใน 3 คงเหลือโทษจำคุกรวม 20 ปี
ทำให้เมื่อรวมโทษจำคุกในสองคดี ต้นไผ้ถูกศาลลงโทษจำคุกรวม 50 ปี นับได้ว่าเป็นผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 ที่ถูกลงโทษสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์อีกรายหนึ่ง
อ่านเนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์ : https://tlhr2014.com/archives/81627