วันอาทิตย์, มกราคม 18, 2569

เรื่อง stock ข้าวบ่งบอกฐานทางความคิดทางเศรษฐกิจได้ดี ว่าแต่ละแนวคิดให้คุณค่ากับอะไร... กาแฟไทยจะไม่มีทางได้ส่งไป Blue Bottle, Trader Joe's, Whole Foods, และอื่นๆ ถ้ามีกฎเกณฑ์อะไรมากดทับ กำหนดโวลุมห้ามรายเล็ก หรือเจ้าใหม่ๆ


Fuadi Pitsuwan
14 hours ago
·
เรื่อง stock ข้าวบ่งบอกฐานทางความคิดทางเศรษฐกิจได้ดี ว่าแต่ละแนวคิดให้คุณค่ากับอะไร จริงๆดีแล้วที่คิดต่างกัน ชัดดี จริงๆแล้วไม่มีใครผิด ใครถูก มองคนละมุม ให้คุณค่ากับผู้ประกอบการ และตลาดในแบบที่แตกต่างกัน ซึ่งตรงนี้สะท้อนปรัญชาทางเศรษฐกิจ และการเมืองที่ต่างกัน ที่ทำให้กลายเป็นมุมมองทางด้านนโยบายที่ต่างกัน...

แต่อยากชี้ให้เห็นด้วยว่า...ผมจะไม่มีทางได้ส่งกาแฟไทยไป Blue Bottle, Trader Joe's, Whole Foods, the Barn, Counter Culture (US Barista Champion 2016), Equator (Roaster Magazine's Macro Roaster of the Year 2010), Ozone (World Barista Champion 2017), Rosso (Canada Brewers Cup 2023), Mostra (Roast Magazine's Micro Roaster of the Year 2020, US Roaster Champion 2022), 3fe (Ireland Barista Champion x 3), Flight (NZ Barista Champion 2021)... and beyond ถ้ามีกฎเกณฑ์อะไรมากดทับ กำหนดโวลุมห้ามรายเล็ก หรือเจ้าใหม่ๆสามารถเริ่มส่งออกได้ และเรียนรู้ และเติบโตจากความพยายาม ซึ่งโครงสร้างเหล่านี้ถ้ามี (กาแฟมีปัญหาอื่นๆ) จะทำให้การพัฒนาของตลาดกาแฟให้ไปเป็น specialty products ที่หนีจากความเป็น commodity ได้ยากขึ้นไปอีก

ตอนนี้มีความพยายามอย่างมากจากหลายกลุ่มที่จะผลักดัน ข้าวไทย สายพันธ์ุต่างๆ จากพื้นที่ต่างๆ เป็น Single Origin เป็น specialty คล้ายๆกับโลกของกาแฟ เพื่อ "ปลดแอก" ข้าวจากตลาด commodity ที่เป็น fungible goods (หรือตลาดที่บอกว่าข้าวที่ไหนๆ ก็ทดแทนกันได้ เพราะว่าเป็นข้าวเหมือนกัน และแข่งกันที่ราคาเป็นหลัก ไม่ใช่คุณภาพ หรือ perceived value ที่จะเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวไทย)

ถ้าใครอยากศึกษา หรือเรียนรู้ถึงความพยายามของคนทำข้าว ที่มากหน้าหลายตา อยากให้มางาน Thailand Rice Fest ที่จัดเป็นประจำทุกปี จะเห็นความพยายามอย่างมาก และเราจะสำเร็จได้....ก็ต่อเมื่อเรามีรัฐมนตรีพาณิชย์ที่เข้าใจความพยายามของพวกเรา และให้คุณค่ากับคนที่พยายามสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรที่เคยถูกกดให้เป็นแค่ commodity เสียก่อน และกฎเกณฑ์บังคับ minimum volume ในการส่งออกจะทำให้ความพยายามของพวกเราสำเร็จได้ช้าลง หรือยากขึ้น

ย้ำอีกทีว่าไม่มี "ผิด" หรือ "ถูก" ...ขึ้นอยู่กับมองมุมไหน ให้คุณค่ากับอะไร ตลาดลักษณะไหนมากกว่ากัน เราเองน่าจะต้องมองให้ทะลุผ่านวาทกรรมให้เห็นถึงก้นบึ้งของฐานความคิดทางเศรษฐกิจและการเมืองของทั้งสองฝ่าย และถามตัวเองว่าเราอยากเห็นอะไร และก็เลือกไปตามที่เชื่อ ตามสิ่งที่อยากเห็น

(IMHO อยากให้ไตร่ตรองกันให้ดี ว่าเราอยากเห็นภาคเกษตรแบบไหน อยากเห็นความหลากมิติ ความซับซ้อน การมีทางเลือกมากขึ้น "ไหม" ?)
 
https://www.facebook.com/photo/?fbid=10105706148000475&set=a.714720187865