
ตี้ วรรณวลี - Tee Wanwalee
Yesterday
เท่าที่ทราบ มีเด็กบางคนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์รถถูกเผาด้วยซ้ำ
เนื่องจากน้องเดินทางออกจากม็อบไปกินข้าว
ก่อนเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น หลังจากนั้น
ได้กลับไปในม็อบอีกครั้ง แต่รถก็ได้ถูกเผาไปแล้ว
ทำให้ตนเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์นี้ใดๆ
น้องได้ชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ โดยเจ้าหน้าที่สามารถดูกล้องวงจรปิดตามระยะเวลานั้นได้ ว่าน้องได้ออกไปก่อนรถจะถูกเผา แต่สุดท้ายยังถูกฝากขัง
ตัวเจ้าหน้าที่เองก็ไม่มีสิ่งใดมายืนยัน หรือกล่าวหาน้อง
แม้แต่ภาพถ่ายสักใบ แต่น้องก็ยังคงถูกยัดคดี
และถูกฝากขังในวันนี้
ตัวน้องยืนยันว่าจะดำเนินการแจ้งความกลับเพราะการฝากขัง ทำให้น้องเสียหาย และสูญเสียรายได้ รวมถึงเป็นการยัดคดีมั่วซั่วจนเดือดร้อน
"หากผู้พิทักสันติราษ ทำงานเช่นนี้
กฎหมายจะศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร"
น้องอายุ 20 กล่าว...

ปล.น้องยังคงถามหาหลักฐานจากเจ้าหน้าที่จนถึงตอนนี้ แต่ไม่ได้รับคำตอบใดๆ เหตุใดน้องถึงต้องเข้าเรือนจำไปก่อน ทั้งๆที่ตนไม่ได้ทำ
บ้านเมืองเป็นระบบกล่าวหา ความยุติธรรมไม่มีอยู่จริง
หากกฎหมายอยู่ในมือคนเหล่านี้

ปล. ถ้าจะมาบอกว่ากล้องวงจรปิดพัง ขอโทษนะ
จะพังทั้งเส้นจนถึงร้านข้าวเลยหร๋อ อันนี้ก็ตลก
แล้วคดีอื่นๆที่ตามไปจับเขายันบ้านเนี้ย
ก็ตามจากกล้องวงจรปิดที่ติดตามถนนไม่ใช่รึไง
ทำไมหลักฐานยืนยันความบริสุทธิของน้องถึงจะใช้กล้องตัวเดียวกับที่เจ้าหน้าที่เอาไว้ตามคุกคาม และตามจับคนอื่นไม่ได้ !
ตี้ วรรณวลี - Tee Wanwalee
Yesterday
ในจำนวนที่ถูกฝากขังมีคนที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ในช่วงเวลาที่รถถูกเผาด้วย
แต่ก็ถูกยัดคดี โดยเจ้าหน้าที่เองก็ไม่มีหลักฐานใด
เพียงแต่กล่าวหาไว้ก่อน จนน้องต้องเข้าเรือนจำ
น้องพูดอย่างหนักแน่นว่า จะดำเนินการแจ้งกลับ!
และยืนยันว่าขอแค่เจ้าหน้าที่เปิดกล้องตามถนน
จะพบว่าน้องออกจากพื้นที่ก่อนรถถูกเผา
อย่าอ้างกล้องเสีย เพราะที่ผ่านมาตามสืบ ตามคุกคาม ตามจับ ก็ใช้กล้องวงจรปิด มันจะมาเสียในวันที่น้องใช้เป็นหลักฐานว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง
มันคงจะแปลกๆไปหน่อยนะ

ตี้ วรรณวลี - Tee Wanwalee
3h
เมื่อสักครู่ได้คลิปเสียงสนทนาระหว่างเจ้ป้อกกี้ กับ เจ้าหน้าที่ ในวันที่น้องๆ #ทะลุแก๊ส เดินทางไปรายงานตัวที่สโมสรตำรวจ ก่อนน้องๆจะเข้าเรือนจำ
โดยในคลิปทั้งหมดจะระบุว่า
เจ้เป็นบุคคลไว้วางใจ และกำลังคุยกับน้องเรื่องเอกสารดำเนินคดีแจ้งความกลับเจ้าหน้าที่ดังนี้
1. เเจ้งความเท็จ (เจ้าหน้าที่แจ้งความเท็จ)
2.ใช้อำนาจหน้าที่ให้ผู้อื่นรับโทษที่ไม่ได้กระทำ
เหตุการณ์ต่อมาจากคลิปเสียง เจ้ป้อกกี้ก็ถูกเจ้าหน้าที่บังคับให้ออกจากสโมสรตำรวจ และต้องแยกกับน้อง ทั้งๆที่เป็นบุคคลไว้วางใจ
โดยบางตอนของคลิปเสียง
เจ้าหน้าที่ไล่ให้ไปแจ้งความที่ สน.
เพราะไม่รับเรื่องแจ้งความในสโมสรตำรวจ
แต่ก็ไม่ยอมปล่อยให้น้องออกไปดำเนินการแจ้งความด้วยตัวเอง (ถือเป็นการใช้อำนาจกีดกันหรือไม่?)
วันนั้นน้องได้ยืนยันว่าน้องจะขอแจ้งความเจ้าหน้าที่กลับ เพราะสิ่งนี้เป็นการแจ้งความเท็จ แต่ถูกกีดกัน"น้องยังคงยืนยันชัดเจนขอแค่เจ้าหน้าที่เปิดกล้องวงจรปิดตรงถนน จะพบว่าน้องออกมากินข้าว
ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุดังกล่าว"
และจากคลิปเสียง เจ้าหน้าที่บอกให้ไปแจ้งที่ สน.ซึ่งน้องออกไปแจ้งไม่ได้
เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ที่สโมสรตำรวจ
และถูกฝากขังในเวลาต่อมา
ทำให้เข้าใจได้ว่าเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจ
พยายามกีดกันไม่ให้น้องแจ้งความดำเนินคดีกับตน
โดยทำทุกทางให้น้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำก่อนจะใช้สิทธิแจ้งความกลับ

แสดงว่าเขาก็รู้ดีว่าสิ่งที่เขาทำมันผิด เขาจึงกลัว
และรีบใช้อำนาจของตนฝากขังเด็กที่ไม่รู้เรื่อง
ปล. เดี๋ยวหนูจะอัพลงทางเพจขอเวลาใส่ซับทั้งภาษาไทยและอังกฤษเพื่อเผยแพร่ครับ
สิ่งนี้อาจทำให้หนูโดน พรบ.คอมได้ แต่ถ้าแลกกับความยุติธรรมและอนาคตของน้อง หนูยอม
แม้จะต้องเสียอะไรก็ตาม หนูจะไม่ปล่อยให้เขาเหลิงอำนาจเช่นนี้ เจอกัน
