
Kitti Ruangphunglhuang
February 3
·
อวสาน "การเมืองไดโนเสาร์" เมื่อโมเดลหาแดกแบบเดิมกำลังถูก Disrupt
ความหงุดหงิดของประชาชนที่มีต่อนักการเมืองรุ่นเก่า ไม่ได้เกิดจากเรื่อง "อายุ" เพียงอย่างเดียว แต่มันคือเรื่องของ "Productivity" ครับ ในขณะที่โลกหมุนไปสู่ยุคที่ทุกอย่างต้องวัดผลได้ มีประสิทธิภาพ และโปร่งใส แต่นักการเมืองไทยยังใช้ "ทรัพยากรของรัฐ" เหมือนเป็นกระเป๋าเงินส่วนตัวหรือเครื่องมือไว้รักษาบารมี นี่คือเหตุผลว่าทำไมภาพลักษณ์ของพวกเขาถึงดู "ขวางโลก" และควรพิจารณาการไปทำมาหาแดกอย่างอื่นได้แล้ว
นักการเมืองยุคเก่าหลายคนเติบโตมาจากการเป็น "ตัวกลาง" ระหว่างงบประมาณรัฐกับท้องถิ่น วิธีการคือดึงงบลงพื้นที่ผ่านโครงการก่อสร้าง หรือโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่บริษัทเครือญาติหรือพรรคพวกได้รับผลประโยชน์
งบประมาณส่วนใหญ่ของท้องถิ่นมักหมดไปกับโครงการที่ "มองเห็นด้วยตา" เช่น การราดถนนซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือเสาไฟประดับราคาแพง แทนที่จะลงไปที่ Software หรือการพัฒนาทักษะคน
หากคนกลุ่มนี้ไป "ทำมาหาแดกอย่างอื่น" โดยไม่มีอำนาจรัฐหนุนหลัง พวกเขาจะพบความจริงที่ว่าโลกธุรกิจปัจจุบันตัดสินกันที่ นวัตกรรม ใครที่ถนัดแต่การ "กินหัวคิว" จะอยู่รอดได้ยากมากในตลาดเสรีจริงๆ
พฤติกรรมที่จังไรที่สุดของนักการเมืองยุคเก่าคือการทำตัวเป็น "เจ้าชีวิต" ประชาชน
การไปงานสังคมเพื่อโชว์พาว หรือการฝากฝังลูกหลานเข้าทำงานในหน่วยงานรัฐ สิ่งเหล่านี้คือการทำลายล้างระบบที่ผลักดันให้คนเก่งได้ดี
เมื่อคนเก่งที่ไม่มีเส้นสายมองไม่เห็นอนาคต พวกเขาก็ไหลออกนอกประเทศ (Brain Drain) ทิ้งให้ประเทศบริหารโดยกลุ่มคนที่เน้นความสัมพันธ์มากกว่าความสามารถ
ในโลกที่ต้องการความเร็วและการตัดสินใจบนฐานข้อมูล (Data-driven) การใช้ "ระบบพรรคพวก" คือการฉุดรั้งประเทศให้ถอยหลัง ถ้าพวกเขาเปลี่ยนไปทำธุรกิจอาชีพสุจริตที่ต้องแข่งกับคนทั่วโลก อาจจะไม่ได้เรื่องก็ได้
นักการเมืองยุคเก่ามีชุดความคิดว่า "อาชีพนักการเมืองคืออาชีพที่มีเกียรติเหนือผู้อื่น" แต่ในความเป็นจริงคือ "งานบริการสาธารณะ"
เรามักเห็นนักการเมืองพวกที่ว่าออกอาการโกรธจัดเมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์ หรือมองว่าประชาชน "อกตัญญู" ทั้งที่เงินที่พวกเขาใช้ ไม่ใช่เงินของพวกเขา
นักการเมืองรุ่นเก่าควรเริ่มหาอาชีพอื่นเพราะการไม่แยกแยะระหว่าง "บุญคุณส่วนตัว" กับ "หน้าที่ทางราชการ" ได้ คือการไม่ผ่านคุณสมบัติอย่างแรงในปี 2026 นี้
คำว่า "เหี้-" อาจหมายถึงการที่ระบบการเมืองถูกใช้เพื่อพวกพ้องตัวเองจนเสียหายไปทั้งระบบ
การที่คนกลุ่มนี้ควรไปทำมาหาแดกอย่างอื่น ไม่ใช่แค่การไล่ส่ง แต่มันคือการ Set Zero ให้การเมืองไทยเป็นเรื่องของ "ความสามารถ" มากกว่า "บารมี"
หากไทยต้องการหลุดจากกับดักรายได้ปานกลาง เราต้องหลุดจาก "กับดักนักการเมืองยุคเก่า" ให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรกครับ
https://www.facebook.com/photo/?fbid=4290886771192792&set=a.1731540177127477