
ดร.นันทนา นันทวโรภาส
6 hours ago
·
การเลือกตั้งที่ "สกปรก" จะนำไปสู่รัฐบาลที่ "สะอาด" ได้อย่างไร ?
เลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุด ซื้อเสียงมากที่สุด เละเทะที่สุด โกงมากที่สุด
แล้วผลการเลือกตั้งก็ออกมาอย่างที่เห็น
ในระหว่างการหาเสียง ข่าวเงินเทา ที่เตรียมมาเพื่อการซื้อเสียง ดังกระหึ่ม ว่ากันว่าจัดมาหลายหมื่นล้าน แต่ กกต.จับไม่ได้แม้แต่รายเดียว ชาวบ้านเค้าปิดกันให้แซ่ดว่าครั้งนี้หัวละ 2-7 พันบาท กกต.ไม่เคยรู้อะไรเลย !
พอปิดหีบเลือกตั้ง บรรดา กปน. ก็เริ่มออกอาการ มีทั้งเอาถุงดำคลุมกล้องวงจรปิด ไล่ผู้สังเกตการณ์ให้พ้นจากบริเวณการนับคะแนน ขีดคะแนนโดยไม่โชว์บัตรเลือกตั้ง คะแนนของผู้สมัคร สูงกว่าบัตรดี นับคะแนนผิดแบบจงใจ กปน.นำบัตรมากาเองเตรียมหย่อนลงหีบเอง ปิดกล่องโดยไม่ติดเคเบิ้ลไทร์ และไม่มีการเซ็นชื่อลงบนแถบปิดกล่อง ไฟดับนับคะแนนกันมืดๆ แต่พัดลมหมุนติ้ว เอาใบรวมคะแนนทิ้งในถังขยะ รายงานผลคะแนนช้ามาก (จนบัดนี้ยังไม่ครบ 100%) แถมคะแนนขึ้นๆลงๆ และที่หนักสุดคือ เว็ปไซด์กกต. รายงานจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกสส.แบบเขต กับสส.แบบบัญชีรายชื่อ ไม่เท่ากัน ทั้งๆที่ทุกคนจะได้บัตรเลือกตั้งสองใบ เหมือนกัน แล้วทำไมจำนวนรวมมันจึงไม่เท่ากัน อีกทั้งตัวเลขผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ที่กกต.ประกาศว่าออกมาเพียง 65% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าครั้งก่อนถึง 10% หรือประมาณ 5.5ล้านเสียง ซึ่งเป็นสถิติที่ต่ำที่สุดในรอบ 30 ปี เลยทีเดียว ประชาชนตื่นตัวมากขึ้น แต่มาใช้สิทธิ์น้อยลง มันจริงหรือ ประชาชนอยากรู้ว่า กว่าห้าล้านเสียงนั้นหายไปไหน ฯลฯ
ทั้งหมดนี้คือพิรุธที่ส่อแสดงให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากลในการเลือกตั้ง จนนำไปสู่การประท้วง ให้มีการนับคะแนนใหม่ ในหลายพื้นที่ จนถึงขนาดต้องระดมผู้คนออกมาช่วยกันพิทักษ์หีบเลือกตั้งกัน โดยขณะนี้ได้มีการร้องเรียนความไม่ปกติในการเลือกตั้งไปยังกกต.แล้วกว่า 5,000 กรณี
นี่คือการปล้นเสียงของประชาชน ด้วยการ “โกง” เลือกตั้ง อย่างอุกอาจ
ทุกสายตากำลังจับจ้องไปที่กกต. ที่ตกเป็นจำเลยของสังคม
กกต.กำลังเผชิญกับวิกฤติศรัทธา อย่างรุนแรง จากผลงานและการสื่อสาร ที่ล้มเหลวในทุกมิติ แต่ไม่มีกกต.คนใดใน 7 คนออกมาแสดงความรับผิดชอบเลย มีเพียงเลขาธิการที่ “รับจบ”อยู่คนเดียว สร้างความไม่พอใจแก่ประชาชน จนกลายเป็นสำนวน “อย่ามาแหวง”
“การเลือกตั้ง” เป็นกระบวนการสำคัญที่สุด ของระบอบประชาธิปไตย เป็น “โอกาสเดียว” ที่ประชาชน จะได้กำหนด รัฐบาล นายกรัฐมนตรี และสภาผู้แทนราษฎร
ดังนั้น กระบวนการเลือกตั้งจะต้องเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใส ตรงไปตรงมา เพื่อสร้างกระบวนการอันชอบธรรมในการได้มาซึ่งรัฐบาล ตามฉันทามติของประชาชนเสียงข้างมาก
แต่หากกระบวนการเลือกตั้ง มีความมัวหมอง ย่อมสั่นคลอน ความศรัทธาที่ประชาชนพึงมีต่อรัฐบาล เพราะไม่เชื่อใจในกลไกการเลือกตั้ง
เพื่อฟื้นคืนศรัทธาของประชาชน กกต.จะต้องเร่งจัดให้มีการนับคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งที่ไม่ปกติ เขตที่มีการร้องเรียนทั่วทั้งประเทศ หรืออาจต้องจัดให้มีการ "เลือกตั้งใหม่" เพื่อให้เกิด “ความชอบธรรม” ทั้งกระบวนการ
ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน เรียกร้อง ต่อสู้ อย่าปล่อยให้คนโกงเลือกตั้งมา “สวมสิทธิ์” เป็นผู้แทนของเรา
#นับใหม่ทั้งประเทศ #เลือกตั้งสกปรก #สวนันทนา
https://www.facebook.com/dr.nantana/posts/25816259704707530
https://x.com/Dr_Nantana/status/2021585406333161650
·
การเลือกตั้งที่ "สกปรก" จะนำไปสู่รัฐบาลที่ "สะอาด" ได้อย่างไร ?
เลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุด ซื้อเสียงมากที่สุด เละเทะที่สุด โกงมากที่สุด
แล้วผลการเลือกตั้งก็ออกมาอย่างที่เห็น
ในระหว่างการหาเสียง ข่าวเงินเทา ที่เตรียมมาเพื่อการซื้อเสียง ดังกระหึ่ม ว่ากันว่าจัดมาหลายหมื่นล้าน แต่ กกต.จับไม่ได้แม้แต่รายเดียว ชาวบ้านเค้าปิดกันให้แซ่ดว่าครั้งนี้หัวละ 2-7 พันบาท กกต.ไม่เคยรู้อะไรเลย !
พอปิดหีบเลือกตั้ง บรรดา กปน. ก็เริ่มออกอาการ มีทั้งเอาถุงดำคลุมกล้องวงจรปิด ไล่ผู้สังเกตการณ์ให้พ้นจากบริเวณการนับคะแนน ขีดคะแนนโดยไม่โชว์บัตรเลือกตั้ง คะแนนของผู้สมัคร สูงกว่าบัตรดี นับคะแนนผิดแบบจงใจ กปน.นำบัตรมากาเองเตรียมหย่อนลงหีบเอง ปิดกล่องโดยไม่ติดเคเบิ้ลไทร์ และไม่มีการเซ็นชื่อลงบนแถบปิดกล่อง ไฟดับนับคะแนนกันมืดๆ แต่พัดลมหมุนติ้ว เอาใบรวมคะแนนทิ้งในถังขยะ รายงานผลคะแนนช้ามาก (จนบัดนี้ยังไม่ครบ 100%) แถมคะแนนขึ้นๆลงๆ และที่หนักสุดคือ เว็ปไซด์กกต. รายงานจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกสส.แบบเขต กับสส.แบบบัญชีรายชื่อ ไม่เท่ากัน ทั้งๆที่ทุกคนจะได้บัตรเลือกตั้งสองใบ เหมือนกัน แล้วทำไมจำนวนรวมมันจึงไม่เท่ากัน อีกทั้งตัวเลขผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ที่กกต.ประกาศว่าออกมาเพียง 65% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าครั้งก่อนถึง 10% หรือประมาณ 5.5ล้านเสียง ซึ่งเป็นสถิติที่ต่ำที่สุดในรอบ 30 ปี เลยทีเดียว ประชาชนตื่นตัวมากขึ้น แต่มาใช้สิทธิ์น้อยลง มันจริงหรือ ประชาชนอยากรู้ว่า กว่าห้าล้านเสียงนั้นหายไปไหน ฯลฯ
ทั้งหมดนี้คือพิรุธที่ส่อแสดงให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากลในการเลือกตั้ง จนนำไปสู่การประท้วง ให้มีการนับคะแนนใหม่ ในหลายพื้นที่ จนถึงขนาดต้องระดมผู้คนออกมาช่วยกันพิทักษ์หีบเลือกตั้งกัน โดยขณะนี้ได้มีการร้องเรียนความไม่ปกติในการเลือกตั้งไปยังกกต.แล้วกว่า 5,000 กรณี
นี่คือการปล้นเสียงของประชาชน ด้วยการ “โกง” เลือกตั้ง อย่างอุกอาจ
ทุกสายตากำลังจับจ้องไปที่กกต. ที่ตกเป็นจำเลยของสังคม
กกต.กำลังเผชิญกับวิกฤติศรัทธา อย่างรุนแรง จากผลงานและการสื่อสาร ที่ล้มเหลวในทุกมิติ แต่ไม่มีกกต.คนใดใน 7 คนออกมาแสดงความรับผิดชอบเลย มีเพียงเลขาธิการที่ “รับจบ”อยู่คนเดียว สร้างความไม่พอใจแก่ประชาชน จนกลายเป็นสำนวน “อย่ามาแหวง”
“การเลือกตั้ง” เป็นกระบวนการสำคัญที่สุด ของระบอบประชาธิปไตย เป็น “โอกาสเดียว” ที่ประชาชน จะได้กำหนด รัฐบาล นายกรัฐมนตรี และสภาผู้แทนราษฎร
ดังนั้น กระบวนการเลือกตั้งจะต้องเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใส ตรงไปตรงมา เพื่อสร้างกระบวนการอันชอบธรรมในการได้มาซึ่งรัฐบาล ตามฉันทามติของประชาชนเสียงข้างมาก
แต่หากกระบวนการเลือกตั้ง มีความมัวหมอง ย่อมสั่นคลอน ความศรัทธาที่ประชาชนพึงมีต่อรัฐบาล เพราะไม่เชื่อใจในกลไกการเลือกตั้ง
เพื่อฟื้นคืนศรัทธาของประชาชน กกต.จะต้องเร่งจัดให้มีการนับคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งที่ไม่ปกติ เขตที่มีการร้องเรียนทั่วทั้งประเทศ หรืออาจต้องจัดให้มีการ "เลือกตั้งใหม่" เพื่อให้เกิด “ความชอบธรรม” ทั้งกระบวนการ
ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน เรียกร้อง ต่อสู้ อย่าปล่อยให้คนโกงเลือกตั้งมา “สวมสิทธิ์” เป็นผู้แทนของเรา
#นับใหม่ทั้งประเทศ #เลือกตั้งสกปรก #สวนันทนา
https://www.facebook.com/dr.nantana/posts/25816259704707530
https://x.com/Dr_Nantana/status/2021585406333161650