🚨BREAKING: 🇮🇷Iran launches the first wave of Ballistic Missile Retaliation. More info coming. pic.twitter.com/s3AmJbKdLW
— PLA Military Updates (@PLA_MilitaryUpd) February 28, 2026
สหรัฐฯ-อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ทรัมป์ระบุ "ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่" กำลังดำเนินการ

กลุ่มควันลอยขึ้นเหนือใจกลางกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน หลังจากการโจมตีของอิสราเอล เมื่อ28 ก.พ.
28 กุมภาพันธ์ 2026
บีบีซีไทย
สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้เปิด "ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่" ในอิหร่าน โดยอ้างว่า "เพื่อขจัดภัยคุกคาม" ต่อรัฐของตน
อิสราเอลเรียกสิ่งที่พวกเขาทำว่า "การชิงโจมตีก่อน" (pre-emptive attack) ต่ออิหร่าน
ในแถลงการณ์ของนายอิสราเอล แคตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล ได้ประกาศ "ภาวะฉุกเฉินพิเศษและถาวร" ทั่วทั้งประเทศ
"อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านก่อนเพื่อขจัดภัยคุกคามต่อรัฐอิสราเอล" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอลกล่าว
กองทัพอิสราเอลประกาศปิดสถานศึกษาและสถานที่ทำงาน ยกเว้นภาคส่วนที่จำเป็น โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-2 มี.ค. และยังสั่งปิดน่านฟ้าชั่วคราวโดยไม่อนุญาตให้เที่ยวบินพลเรือนบินผ่าน
ไม่นานหลังจากนั้น มีคำยืนยันว่าสหรัฐฯ เข้าร่วมปฏิบัติการนี้ด้วย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้โพสต์วิดีโอความยาว 8 นาทีบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเขา "ทรูธ โซเชียล" (Truth Social) ระบุว่า สหรัฐฯ ได้เปิด "ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่" (major combat operations) ในอิหร่าน โดยมีเป้าหมายเพื่อ "ป้องกันไม่ให้เผด็จการหัวรุนแรงที่ชั่วร้ายนี้มาคุกคามอเมริกา"
"เราพยายามซ้ำเล่าซ้ำเล่าที่จะทำข้อตกลง เราพยายามแล้ว" ทรัมป์กล่าว และเสริมอีกว่า "เรากำลังจะทำลายขีปนาวุธของพวกเขา และทำให้อุตสาหกรรมขีปนาวุธของพวกเขาย่อยยับจมดิน มันจะเป็นการ... กวาดล้างอย่างสิ้นซาก"
ทรัมป์ยังอ้างด้วยว่า อิหร่าน "พยายามจะฟื้นคืนโครงการนิวเคลียร์ของพวกเขาขึ้นมาใหม่ และยังคงพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลที่ตอนนี้อาจเป็นภัยคุกคามต่อเพื่อน ๆ และพันธมิตรที่ดีมาก ๆ ของเราในยุโรป กองทัพของเราที่ประจำการอยู่ในต่างประเทศ และอาจมาถึงบ้านเกิดของชาวอเมริกันได้"
เขาบอกว่าสหรัฐฯ ได้ดำเนินปฏิบัติการ "ครั้งใหญ่" เพื่อ "ป้องกันไม่ให้เผด็จการหัวรุนแรงที่ชั่วร้ายนี้มาคุกคามอเมริกา"
เสียงระเบิดดังในอย่างน้อย 5 เมืองของอิหร่าน
เสียงระเบิดดังสนั่นในกรุงเตหะราน ขณะที่อิสราเอลประกาศว่าได้เริ่มการโจมตีอิหร่านแบบ "ชิงลงมือก่อน" แล้ว

มีควันพวยพุ่งขึ้นเหนือท้องฟ้ากรุงเตหะราน ขณะที่การประท้วงเริ่มขึ้นในเมืองหลวง
สื่ออิหร่านรายงานว่า มีผู้ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น 3 ครั้งในกรุงเตหะรานในเวลาราว 08.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลา 13.15 น. ของไทย) โดยสำนักข่าวฟาร์ส (Fars News Agency) ระบุว่าพวกเขาได้รับรายงานว่ามีขีปนาวุธหลายลูกพุ่งโจมตีพื้นที่สาธารณรัฐในเมืองหลวงของอิหร่าน
บีบีซีได้รับภาพถ่ายกลุ่มควันที่ลอยเหนือกรุงเตหะราน บริเวณจัตุรัสจอมฮูรี (Jomhouri Square) และจัตุรัสฮัสซันอาบัด (Hassan Abad Square)
ต่อมา มีผู้ออกมายืนยันว่าได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดใน 5 เมืองของอิหร่าน รวมถึงอิสฟาฮาน, กอม, คาราจ, เคอร์มานชาห์, และกรุงเตหะราน เมืองหลวงของประเทศ
เวลาราว 17.00 น. ตามเวลาไทย อิหร่านกำลังเผชิญกับสภาวะถูกตัดอินเทอร์เน็ตเกือบสิ้นเชิง ตามจากรายงานของเน็ตบล็อกส์ (NetBlocks) องค์กรติดตามเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต
ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ไม่ได้อยู่ในเตหะราน และถูกนำตัวไปยังสถานที่ปลอดภัยแล้ว
ขณะที่จิยาร์ โกล ผู้สื่อข่าวบีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซียร์ ระบุว่ามีรายงานว่าสำนักงานของผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และสำนักงานประธานาธิบดีในกรุงเตหะราน ถูกโจมตีด้วย
ก่อนจะถึงวันนี้
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากอิสราเอลและอิหร่านเปิดฉากสงครามทางอากาศนาน 12 วันในเดือน มิ.ย. 2025 และเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลได้เตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าพวกเขาจะโจมตีอีกครั้งหากอิหร่านยังคงเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธต่อไป
ในเดือน ก.พ. 2026 ประธานาธิบดีทรัมป์เตือนว่าจะเกิดผลกระทบร้ายแรง หากอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลงเกี่ยวกับอนาคตโครงการนิวเคลียร์ โดยการโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการเสริมกำลังทางทหารครั้งใหญ่ในภูมิภาคที่อุดมด้วยน้ำมัน
สหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่งจัดการเจรจารอบที่ 3 ที่เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทั้ง 2 ฝ่ายกล่าวว่ามีความคืบหน้าในการจะบรรลุข้อตกลง
ทางการสหรัฐฯ ได้เพิ่มแรงกดดันต่อทางการอิหร่านให้ยอมรับข้อตกลงใหม่เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของประเทศ โดยทรัมป์กล่าวซ้ำ ๆ ว่าสหรัฐฯ "พร้อม เต็มใจ และสามารถ" ปฏิบัติการ "ด้วยความรวดเร็วและรุนแรง หากจำเป็น"
เมื่อถูกถามว่าความตึงเครียดนี้อาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางหรือไม่ ทรัมป์บอกกับนักข่าวที่สนามหญ้าหน้าทำเนียบขาวว่า "มันมีความเสี่ยงอยู่ตลอดนั่นแหละ"
"เมื่อมีสงคราม มันก็มีความเสี่ยงทุกเรื่องแหละ ทั้งเรื่องที่ดีและเรื่องที่แย่" เขากล่าวเสริม
เมื่อวันศุกร์ (27 ก.พ.) ทรัมป์เพิ่งจะบอกว่า สหรัฐฯ ยังไม่ได้ "ตัดสินใจถึงที่สุด" ว่าจะโจมตีอิหร่านหรือไม่ แต่เขาก็เริ่มว่าเขา "ไม่ยินดี" กับสิ่งที่ทั้ง 2 ฝ่ายได้เจรจาต่อรองกันเกี่ยวกับนิวเคลียร์
ทรัมป์บอกว่า อิหร่าน "ไม่เต็มใจที่จะให้เราให้สิ่งที่เราจำเป็นต้องมี" และยืนยันว่าอิหร่าน "ไม่สามารถจะมีอาวุธนิวเคลียร์ได้"
เสียงไซเรนดังขึ้นทั่วอิสราเอล
รายงานโดย ฮิวโก บาเชกา ผู้สื่อข่าวตะวันออกกลางประจำนครเยรูซาเลม
เสียงไซเรนดังขึ้นทั่วทั้งอิสราเอลเมื่อเวลาราว 08.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลา 13.15 น. ของไทย) แจ้งเตือนประชาชนว่าอาจจะมีภัยคุกคามหรือการโจมตีด้วยขีปนาวุธ
การโจมตีของอิสราเอลเกิดขึ้นในช่วงที่มีความพยายามทางการทูตระหว่างทางการสหรัฐฯ และอิหร่าน เพื่อควบคุมโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและหลีกเลี่ยงสงคราม โดยคาดว่าจะมีการเจรจาต่อรองสืบเนื่องไปจนถึงสัปดาห์หน้า
อิหร่านยอมประนีประนอมในการเจรจา แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านเพื่อกดดันให้ผู้นำยอมรับข้อตกลงนั้น จะออกมาเปิดเผยเมื่อวานว่าเขาไม่ได้ "ยินดี" นัก กับวิถีทางที่กำลังเกิดขึ้นในการเจรจา
ทรัมป์ได้สั่งการให้มีการเพิ่มกำลังทหารของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การรุกรานอิรัก ซึ่งนำโดยสหรัฐฯ ในปี 2003 แต่เขาแทบไม่ได้อธิบายเลยว่าเหตุใดจึงจำเป็นต้องมีปฏิบัติการทางการทหารในตอนนี้ ในขณะที่ก็อิหร่านยืนยันว่าจะโต้ตอบการโจมตีด้วยกำลัง
นายอิสราเอล แคตซ์ รมว.กลาโหมของอิสราเอล ระบุว่า การ "ชิงโจมตีก่อน" เพื่อ "ขจัดภัยคุกคามต่อรัฐอิสราเอล" โดยเมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว อิสราเอลได้โจมตีอิหร่าน นำไปสู่สงคราม 12 วัน ก่อนที่สหรัฐฯ จะเข้ามาร่วมกับอิสราเอลในความขัดแย้งนี้ โดยโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ต่าง ๆ ของอิหร่าน
เมื่อไม่นานมานี้ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ได้เตือนถึงสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าเป็นภัยคุกคามต่อประเทศของเขา จากขีปนาวุธของอิหร่าน และเขายังได้แสดงออกคัดค้านถึงข้อตกลงที่มุ่งเพียงเฉพาะโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเท่านั้น
อิหร่านปฏิเสธที่จะเจรจาเกี่ยวกับการจำกัดโครงการขีปนาวุธของตัวเอง รวมถึงการยุติการสนับสนุนตัวแทนในภูมิภาค ซึ่งรวมถึงกลุ่มฮามาสในกาซา กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน กองกำลังติดอาวุธในอิรัก กลุ่มฮูตีในเยเมน โดยบอกว่าการเรียกร้องเหล่านี้คือการละเมิดอำนาจอธิปไตยของประเทศ
เนทันยาฮูยกทรัมป์เป็น "เพื่อนที่ดี"

มีควันพวยพุ่งขึ้นเหนือท้องฟ้ากรุงเตหะราน ขณะที่การประท้วงเริ่มขึ้นในเมืองหลวง
สื่ออิหร่านรายงานว่า มีผู้ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น 3 ครั้งในกรุงเตหะรานในเวลาราว 08.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลา 13.15 น. ของไทย) โดยสำนักข่าวฟาร์ส (Fars News Agency) ระบุว่าพวกเขาได้รับรายงานว่ามีขีปนาวุธหลายลูกพุ่งโจมตีพื้นที่สาธารณรัฐในเมืองหลวงของอิหร่าน
บีบีซีได้รับภาพถ่ายกลุ่มควันที่ลอยเหนือกรุงเตหะราน บริเวณจัตุรัสจอมฮูรี (Jomhouri Square) และจัตุรัสฮัสซันอาบัด (Hassan Abad Square)
ต่อมา มีผู้ออกมายืนยันว่าได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดใน 5 เมืองของอิหร่าน รวมถึงอิสฟาฮาน, กอม, คาราจ, เคอร์มานชาห์, และกรุงเตหะราน เมืองหลวงของประเทศ
เวลาราว 17.00 น. ตามเวลาไทย อิหร่านกำลังเผชิญกับสภาวะถูกตัดอินเทอร์เน็ตเกือบสิ้นเชิง ตามจากรายงานของเน็ตบล็อกส์ (NetBlocks) องค์กรติดตามเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต
ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ไม่ได้อยู่ในเตหะราน และถูกนำตัวไปยังสถานที่ปลอดภัยแล้ว
ขณะที่จิยาร์ โกล ผู้สื่อข่าวบีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซียร์ ระบุว่ามีรายงานว่าสำนักงานของผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และสำนักงานประธานาธิบดีในกรุงเตหะราน ถูกโจมตีด้วย
ก่อนจะถึงวันนี้
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากอิสราเอลและอิหร่านเปิดฉากสงครามทางอากาศนาน 12 วันในเดือน มิ.ย. 2025 และเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลได้เตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าพวกเขาจะโจมตีอีกครั้งหากอิหร่านยังคงเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธต่อไป
ในเดือน ก.พ. 2026 ประธานาธิบดีทรัมป์เตือนว่าจะเกิดผลกระทบร้ายแรง หากอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลงเกี่ยวกับอนาคตโครงการนิวเคลียร์ โดยการโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการเสริมกำลังทางทหารครั้งใหญ่ในภูมิภาคที่อุดมด้วยน้ำมัน
สหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่งจัดการเจรจารอบที่ 3 ที่เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทั้ง 2 ฝ่ายกล่าวว่ามีความคืบหน้าในการจะบรรลุข้อตกลง
ทางการสหรัฐฯ ได้เพิ่มแรงกดดันต่อทางการอิหร่านให้ยอมรับข้อตกลงใหม่เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของประเทศ โดยทรัมป์กล่าวซ้ำ ๆ ว่าสหรัฐฯ "พร้อม เต็มใจ และสามารถ" ปฏิบัติการ "ด้วยความรวดเร็วและรุนแรง หากจำเป็น"
เมื่อถูกถามว่าความตึงเครียดนี้อาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางหรือไม่ ทรัมป์บอกกับนักข่าวที่สนามหญ้าหน้าทำเนียบขาวว่า "มันมีความเสี่ยงอยู่ตลอดนั่นแหละ"
"เมื่อมีสงคราม มันก็มีความเสี่ยงทุกเรื่องแหละ ทั้งเรื่องที่ดีและเรื่องที่แย่" เขากล่าวเสริม
เมื่อวันศุกร์ (27 ก.พ.) ทรัมป์เพิ่งจะบอกว่า สหรัฐฯ ยังไม่ได้ "ตัดสินใจถึงที่สุด" ว่าจะโจมตีอิหร่านหรือไม่ แต่เขาก็เริ่มว่าเขา "ไม่ยินดี" กับสิ่งที่ทั้ง 2 ฝ่ายได้เจรจาต่อรองกันเกี่ยวกับนิวเคลียร์
ทรัมป์บอกว่า อิหร่าน "ไม่เต็มใจที่จะให้เราให้สิ่งที่เราจำเป็นต้องมี" และยืนยันว่าอิหร่าน "ไม่สามารถจะมีอาวุธนิวเคลียร์ได้"
เสียงไซเรนดังขึ้นทั่วอิสราเอล
รายงานโดย ฮิวโก บาเชกา ผู้สื่อข่าวตะวันออกกลางประจำนครเยรูซาเลม
เสียงไซเรนดังขึ้นทั่วทั้งอิสราเอลเมื่อเวลาราว 08.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลา 13.15 น. ของไทย) แจ้งเตือนประชาชนว่าอาจจะมีภัยคุกคามหรือการโจมตีด้วยขีปนาวุธ
การโจมตีของอิสราเอลเกิดขึ้นในช่วงที่มีความพยายามทางการทูตระหว่างทางการสหรัฐฯ และอิหร่าน เพื่อควบคุมโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและหลีกเลี่ยงสงคราม โดยคาดว่าจะมีการเจรจาต่อรองสืบเนื่องไปจนถึงสัปดาห์หน้า
อิหร่านยอมประนีประนอมในการเจรจา แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านเพื่อกดดันให้ผู้นำยอมรับข้อตกลงนั้น จะออกมาเปิดเผยเมื่อวานว่าเขาไม่ได้ "ยินดี" นัก กับวิถีทางที่กำลังเกิดขึ้นในการเจรจา
ทรัมป์ได้สั่งการให้มีการเพิ่มกำลังทหารของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การรุกรานอิรัก ซึ่งนำโดยสหรัฐฯ ในปี 2003 แต่เขาแทบไม่ได้อธิบายเลยว่าเหตุใดจึงจำเป็นต้องมีปฏิบัติการทางการทหารในตอนนี้ ในขณะที่ก็อิหร่านยืนยันว่าจะโต้ตอบการโจมตีด้วยกำลัง
นายอิสราเอล แคตซ์ รมว.กลาโหมของอิสราเอล ระบุว่า การ "ชิงโจมตีก่อน" เพื่อ "ขจัดภัยคุกคามต่อรัฐอิสราเอล" โดยเมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว อิสราเอลได้โจมตีอิหร่าน นำไปสู่สงคราม 12 วัน ก่อนที่สหรัฐฯ จะเข้ามาร่วมกับอิสราเอลในความขัดแย้งนี้ โดยโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ต่าง ๆ ของอิหร่าน
เมื่อไม่นานมานี้ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ได้เตือนถึงสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าเป็นภัยคุกคามต่อประเทศของเขา จากขีปนาวุธของอิหร่าน และเขายังได้แสดงออกคัดค้านถึงข้อตกลงที่มุ่งเพียงเฉพาะโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเท่านั้น
อิหร่านปฏิเสธที่จะเจรจาเกี่ยวกับการจำกัดโครงการขีปนาวุธของตัวเอง รวมถึงการยุติการสนับสนุนตัวแทนในภูมิภาค ซึ่งรวมถึงกลุ่มฮามาสในกาซา กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน กองกำลังติดอาวุธในอิรัก กลุ่มฮูตีในเยเมน โดยบอกว่าการเรียกร้องเหล่านี้คือการละเมิดอำนาจอธิปไตยของประเทศ
เนทันยาฮูยกทรัมป์เป็น "เพื่อนที่ดี"
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เพิ่งออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการโจมตีอิหร่านโดยอิสราเอลร่วมกับสหรัฐฯ
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ออกแถลงการณ์ มีเนื้อหาสำคัญว่า เมื่อไม่นานมานี้ อิสราเอลและสหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการ "เพื่อขจัดภัยคุกคามที่มาจากระบอบผู้ก่อการร้ายในอิหร่าน"
เขากล่าวขอบคุณประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเขาเรียกว่า "เพื่อนที่ดี" สำหรับความเป็นผู้นำที่เป็นประวัติศาสตร์ และบอกด้วยว่า เป็นเวลา 47 ปีแล้วที่ระบอบอยาตอลเลาะห์ตะโกนโห่ร้องว่า 'ความตายสู่อิสราเอล' 'ความตายสู่อเมริกา' ปฏิบัติการร่วมนี้จะสร้างเงื่อนไขให้ประชาชนชาวอิหร่านผู้กล้าหาญกำหนดชะตากรรมของพวกเขาได้ด้วยน้ำมือของตนเอง
"ช่วงเวลานั้นมาถึงแล้วสำหรับประชาชนชาวอิหร่านทุกส่วน ทั้งชาวเปอร์เซีย ชาวเคิร์ด ชาวอาเซอรี ชาวบาโลจ และชาวแอฮ์วอซ ในการปลดแอกจากเผด็จการและนำความเสรีและสุขสงบมาสู่อิหร่าน" เนทันยาฮูระบุ
ผู้นำอิสราเอลยังเรียกร้องให้พลเมืองชาวอิสราเอล ฟังคำแนะนำจากกองบัญชาการรบส่วนหน้า (Home Front Command) โดยในปฏิบัติการ "เสียงคำรามของสิงโต" (The Roar of the Lion) ทุกคนจะต้องมีความอดทนและต้องแข็งแกร่ง ยืนหยัดด้วยกัน และสู้ไปด้วยกัน
ด้านกองกำลังป้องกันอิสราเอล หรือไอดีเอฟ (The Israel Defence Force - IDF) ระบุในแถลงการณ์ว่า "เมื่อไม่นานมานี้ IDF พบขีปนาวุธถูกยิงมาจากอิหร่านเข้ามายังดินแดนของรัฐอิสราเอล" และขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของกองบัญชาการรบส่วนหน้า
"ขณะนี้กองทัพอากาศอิสราเอลกำลังปฏิบัติการเพื่อสกัดกั้นและโจมตีภัยคุกคามหากจำเป็น เพื่อขจัดภัยนั้น" แถลงการณ์ IDF ระบุตอนหนึ่ง
เสียงระเบิดดังในเมืองหลวงบาห์เรน-กาตาร์-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
เวลา 16.11 น. ตามเวลาไทย สำนักข่าวเอเอฟพี (AFP) รายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังในกรุงมานามา เมืองหลวงของบาห์เรน
ต่อมาสำนักข่าวบาห์เรน (BNA) ของรัฐบาลบาห์เรนรายงานว่า ศูนย์สื่อสารแห่งชาติของบาห์เรนระบุว่า ศูนย์บริการของกองเรือที่ 5 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ถูก "โจมตีด้วยขีปนาวุธ" และ "รายละเอียดเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง" แต่ไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้โจมตี
บาห์เรนเป็นที่ตั้งของกองบัญชาการกองเรือที่ 5 ซึ่งมีพื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมอ่าวเปอร์เซีย ทะเลแดง ทะเลอาหรับ และบางส่วนของมหาสมุทรอินเดีย
ไม่นานหลังจากนั้น มีเสียงระเบิดและเสียงไซเรนเตือนภัยทางอากาศดังขึ้นในกรุงโดฮา เมืองหลวงของกาตาร์ เช่นกัน
กระทรวงกลาโหมของกาตาร์กล่าวว่า "ได้ตอบโต้การโจมตีหลายครั้งที่มุ่งเป้าไปยังดินแดนของประเทศได้สำเร็จ" ตามรายงานของสื่อของรัฐ
เจ้าหน้าที่กาตาร์รายหนึ่งกล่าวกับเอเอฟพีว่า ระบบป้องกันขีปนาวุธแพทริออตที่ผลิตโดยสหรัฐฯ ได้สกัดกั้นขีปนาวุธของอิหร่าน
กาตาร์เป็นที่ตั้งของฐานทัพอากาศอัลอูเดด ซึ่งเป็นฐานทัพทหารที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้
ด้านกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เปิดเผยเช่นกันว่าประเทศถูก "โจมตีอย่างโจ่งแจ้งโดยขีปนาวุธของอิหร่าน" พร้อมบอกว่า UAE ได้ตอบโต้ขีปนาวุธเหล่านั้นด้วยศักยภาพสูงและสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธได้จำนวนหนึ่ง
อย่างไรก็ดี พวกเขากล่าวว่าเศษซากที่ตกลงบนพื้นที่พลเรือนในกรุงอาบูดาบีได้สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและคร่าชีวิตพลเรือนสัญชาติเอเชียไปหนึ่งราย
กระทรวงกลาโหมของ UAE ยังประณามการโจมตีดังกล่าวว่าเป็น "การทวีความรุนแรงที่อันตราย" และเป็น "การกระทำขี้ขลาด" พร้อมเน้นย้ำว่า UAE จะ "รักษาสิทธิเต็มที่ในการตอบโต้"
ทั้งนี้ ในพื้นที่ตอนใต้ของกรุงอาบูดาบี มีกองทัพอากาศสหรัฐฯ ที่มีการปฏิบัติการในฐานทัพอากาศอัลดาฟรา (Al Dhafra) ร่วมกับกองทัพอากาศของ UAE ด้วย
องค์กรความมั่นคงสูงสุดของอิหร่านให้คำมั่นว่าจะ "ตอบโต้อย่างบดขยี้" ต่อการโจมตีของสหรัฐฯ - อิสราเอล
รายงานโดย โซรูช เนกาดารี จากบีบีซีมอนิเตอริง
สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน (SNSC) ให้คำมั่นว่าจะ "ตอบโต้อย่างบดขยี้" ภายหลังการโจมตีร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอลต่ออิหร่าน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการโจมตีนี้เกิดขึ้น "ซ้ำอีกครั้งระหว่างการเจรจาต่อรอง" กับทางการสหรัฐฯ
พวกเขาระบุด้วยว่า "ศัตรู" ประเมินผิดแล้วว่าชาวอิหร่านจะ "ยอมแพ้ต่อเรียกร้องที่ไร้เหตุผล ผ่านการกระทำที่ช่างขี้ขลาดเช่นนี้"
SNSC ระบุว่ากองทัพอิหร่านได้เริ่มมาตรการตอบโต้แล้วและให้คำมั่นว่าจะ "แจ้งข่าวให้ประชาชนที่รัก ได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง"
พวกเขายังเตือนด้วยว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลอาจโจมตีต่อในกรุงเตหะรานและในพื้นที่อื่น ๆ พร้อมขอให้พลเรือนเดินทางไปยังสถานที่ที่ปลอดภัยกว่าหากเป็นไปได้เพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย "ในขณะที่สงบสติอารมณ์"
สภาฯ ยังให้ความมั่นใจกับสาธารณชนด้วยว่ารัฐบาลได้ "เตรียมพร้อมทุกความต้องการทางสังคมไว้ล่วงหน้าแล้ว" และ "ไม่มีความกังวลใด ๆ ในการจัดสรรสินค้าที่จำเป็น" พร้อมแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการไปยังศูนย์การค้าที่มีคนพลุกพล่าน
SNSC ยังเปิดเผยด้วยว่า โรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จะปิดทำการจนกว่าจะมีประกาศให้ทราบต่อไป ส่วนธนาคารต่าง ๆ จะยังคงเปิดให้บริการ ขณะที่สำนักงานต่าง ๆ ของรัฐจะเปิดทำการโดยลดศักยภาพการทำงานลง 50% โดยหากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ จะมีการประกาศให้ทราบในช่วงเวลาที่เหมาะสม
กต. แนะคนไทยในอิสราเอล-อิหร่านออกนอกพื้นที่
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางในปัจจุบัน และมีแนวโน้มว่าความขัดแย้งอาจทวีความรุนแรงและขยายวงกว้าง ทำให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ของไทยออกเอกสารข่าว แนะนำให้คนไทยที่พำนักอยู่ในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะในอิหร่านและอิสราเอลเร่งเดินทางออกจากพื้นที่ในขณะที่สายการบินพาณิชย์ยังให้บริการอยู่ หรืออาจพิจารณาเดินทางไปพักอาศัยยังสถานที่หลบภัย (shelter) ป้องกันการโจมตีโดยขีปนาวุธได้ให้บริการอยู่โดยเร็ว
นอกจากนี้ ขอให้คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นยิ่งยวดพิจารณาการตัดสินใจเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวอย่างรอบคอบ เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันมีความไม่แน่นอนและอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว จึงขอให้ติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถืออย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ กรณีต้องการขอรับความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ หรือสายด่วน Call Center กรมการกงสุล ที่หมายเลข 0-2572-8442 ตลอด 24 ชั่วโมง
ด้านสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ แนะให้คนไทยติดตามคำสั่งของ Home Front Command (HFC) เป็นภาษาไทยในเฟซบุ๊ก "ทุกเรื่องเมืองยิว" ติ๊กตอก "สถานทูตไทยในอิสราเอล" และเว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ และหลีกเลี่ยงการออกจากที่พัก หากไม่มีเหตุจำเป็น รวมถึงศึกษาตำแหน่งที่ตั้งของห้องหลบภัย ทั้งภายในอาคารและจุดสาธารณะใกล้เคียง
https://www.bbc.com/thai/articles/cz6enzp3x86o
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ออกแถลงการณ์ มีเนื้อหาสำคัญว่า เมื่อไม่นานมานี้ อิสราเอลและสหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการ "เพื่อขจัดภัยคุกคามที่มาจากระบอบผู้ก่อการร้ายในอิหร่าน"
เขากล่าวขอบคุณประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเขาเรียกว่า "เพื่อนที่ดี" สำหรับความเป็นผู้นำที่เป็นประวัติศาสตร์ และบอกด้วยว่า เป็นเวลา 47 ปีแล้วที่ระบอบอยาตอลเลาะห์ตะโกนโห่ร้องว่า 'ความตายสู่อิสราเอล' 'ความตายสู่อเมริกา' ปฏิบัติการร่วมนี้จะสร้างเงื่อนไขให้ประชาชนชาวอิหร่านผู้กล้าหาญกำหนดชะตากรรมของพวกเขาได้ด้วยน้ำมือของตนเอง
"ช่วงเวลานั้นมาถึงแล้วสำหรับประชาชนชาวอิหร่านทุกส่วน ทั้งชาวเปอร์เซีย ชาวเคิร์ด ชาวอาเซอรี ชาวบาโลจ และชาวแอฮ์วอซ ในการปลดแอกจากเผด็จการและนำความเสรีและสุขสงบมาสู่อิหร่าน" เนทันยาฮูระบุ
ผู้นำอิสราเอลยังเรียกร้องให้พลเมืองชาวอิสราเอล ฟังคำแนะนำจากกองบัญชาการรบส่วนหน้า (Home Front Command) โดยในปฏิบัติการ "เสียงคำรามของสิงโต" (The Roar of the Lion) ทุกคนจะต้องมีความอดทนและต้องแข็งแกร่ง ยืนหยัดด้วยกัน และสู้ไปด้วยกัน
ด้านกองกำลังป้องกันอิสราเอล หรือไอดีเอฟ (The Israel Defence Force - IDF) ระบุในแถลงการณ์ว่า "เมื่อไม่นานมานี้ IDF พบขีปนาวุธถูกยิงมาจากอิหร่านเข้ามายังดินแดนของรัฐอิสราเอล" และขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของกองบัญชาการรบส่วนหน้า
"ขณะนี้กองทัพอากาศอิสราเอลกำลังปฏิบัติการเพื่อสกัดกั้นและโจมตีภัยคุกคามหากจำเป็น เพื่อขจัดภัยนั้น" แถลงการณ์ IDF ระบุตอนหนึ่ง
เสียงระเบิดดังในเมืองหลวงบาห์เรน-กาตาร์-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
เวลา 16.11 น. ตามเวลาไทย สำนักข่าวเอเอฟพี (AFP) รายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังในกรุงมานามา เมืองหลวงของบาห์เรน
ต่อมาสำนักข่าวบาห์เรน (BNA) ของรัฐบาลบาห์เรนรายงานว่า ศูนย์สื่อสารแห่งชาติของบาห์เรนระบุว่า ศูนย์บริการของกองเรือที่ 5 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ถูก "โจมตีด้วยขีปนาวุธ" และ "รายละเอียดเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง" แต่ไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้โจมตี
บาห์เรนเป็นที่ตั้งของกองบัญชาการกองเรือที่ 5 ซึ่งมีพื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมอ่าวเปอร์เซีย ทะเลแดง ทะเลอาหรับ และบางส่วนของมหาสมุทรอินเดีย
ไม่นานหลังจากนั้น มีเสียงระเบิดและเสียงไซเรนเตือนภัยทางอากาศดังขึ้นในกรุงโดฮา เมืองหลวงของกาตาร์ เช่นกัน
กระทรวงกลาโหมของกาตาร์กล่าวว่า "ได้ตอบโต้การโจมตีหลายครั้งที่มุ่งเป้าไปยังดินแดนของประเทศได้สำเร็จ" ตามรายงานของสื่อของรัฐ
เจ้าหน้าที่กาตาร์รายหนึ่งกล่าวกับเอเอฟพีว่า ระบบป้องกันขีปนาวุธแพทริออตที่ผลิตโดยสหรัฐฯ ได้สกัดกั้นขีปนาวุธของอิหร่าน
กาตาร์เป็นที่ตั้งของฐานทัพอากาศอัลอูเดด ซึ่งเป็นฐานทัพทหารที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้
ด้านกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เปิดเผยเช่นกันว่าประเทศถูก "โจมตีอย่างโจ่งแจ้งโดยขีปนาวุธของอิหร่าน" พร้อมบอกว่า UAE ได้ตอบโต้ขีปนาวุธเหล่านั้นด้วยศักยภาพสูงและสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธได้จำนวนหนึ่ง
อย่างไรก็ดี พวกเขากล่าวว่าเศษซากที่ตกลงบนพื้นที่พลเรือนในกรุงอาบูดาบีได้สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและคร่าชีวิตพลเรือนสัญชาติเอเชียไปหนึ่งราย
กระทรวงกลาโหมของ UAE ยังประณามการโจมตีดังกล่าวว่าเป็น "การทวีความรุนแรงที่อันตราย" และเป็น "การกระทำขี้ขลาด" พร้อมเน้นย้ำว่า UAE จะ "รักษาสิทธิเต็มที่ในการตอบโต้"
ทั้งนี้ ในพื้นที่ตอนใต้ของกรุงอาบูดาบี มีกองทัพอากาศสหรัฐฯ ที่มีการปฏิบัติการในฐานทัพอากาศอัลดาฟรา (Al Dhafra) ร่วมกับกองทัพอากาศของ UAE ด้วย
องค์กรความมั่นคงสูงสุดของอิหร่านให้คำมั่นว่าจะ "ตอบโต้อย่างบดขยี้" ต่อการโจมตีของสหรัฐฯ - อิสราเอล
รายงานโดย โซรูช เนกาดารี จากบีบีซีมอนิเตอริง
สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน (SNSC) ให้คำมั่นว่าจะ "ตอบโต้อย่างบดขยี้" ภายหลังการโจมตีร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอลต่ออิหร่าน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการโจมตีนี้เกิดขึ้น "ซ้ำอีกครั้งระหว่างการเจรจาต่อรอง" กับทางการสหรัฐฯ
พวกเขาระบุด้วยว่า "ศัตรู" ประเมินผิดแล้วว่าชาวอิหร่านจะ "ยอมแพ้ต่อเรียกร้องที่ไร้เหตุผล ผ่านการกระทำที่ช่างขี้ขลาดเช่นนี้"
SNSC ระบุว่ากองทัพอิหร่านได้เริ่มมาตรการตอบโต้แล้วและให้คำมั่นว่าจะ "แจ้งข่าวให้ประชาชนที่รัก ได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง"
พวกเขายังเตือนด้วยว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลอาจโจมตีต่อในกรุงเตหะรานและในพื้นที่อื่น ๆ พร้อมขอให้พลเรือนเดินทางไปยังสถานที่ที่ปลอดภัยกว่าหากเป็นไปได้เพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย "ในขณะที่สงบสติอารมณ์"
สภาฯ ยังให้ความมั่นใจกับสาธารณชนด้วยว่ารัฐบาลได้ "เตรียมพร้อมทุกความต้องการทางสังคมไว้ล่วงหน้าแล้ว" และ "ไม่มีความกังวลใด ๆ ในการจัดสรรสินค้าที่จำเป็น" พร้อมแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการไปยังศูนย์การค้าที่มีคนพลุกพล่าน
SNSC ยังเปิดเผยด้วยว่า โรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จะปิดทำการจนกว่าจะมีประกาศให้ทราบต่อไป ส่วนธนาคารต่าง ๆ จะยังคงเปิดให้บริการ ขณะที่สำนักงานต่าง ๆ ของรัฐจะเปิดทำการโดยลดศักยภาพการทำงานลง 50% โดยหากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ จะมีการประกาศให้ทราบในช่วงเวลาที่เหมาะสม
กต. แนะคนไทยในอิสราเอล-อิหร่านออกนอกพื้นที่
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางในปัจจุบัน และมีแนวโน้มว่าความขัดแย้งอาจทวีความรุนแรงและขยายวงกว้าง ทำให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ของไทยออกเอกสารข่าว แนะนำให้คนไทยที่พำนักอยู่ในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะในอิหร่านและอิสราเอลเร่งเดินทางออกจากพื้นที่ในขณะที่สายการบินพาณิชย์ยังให้บริการอยู่ หรืออาจพิจารณาเดินทางไปพักอาศัยยังสถานที่หลบภัย (shelter) ป้องกันการโจมตีโดยขีปนาวุธได้ให้บริการอยู่โดยเร็ว
นอกจากนี้ ขอให้คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นยิ่งยวดพิจารณาการตัดสินใจเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวอย่างรอบคอบ เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันมีความไม่แน่นอนและอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว จึงขอให้ติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถืออย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ กรณีต้องการขอรับความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ หรือสายด่วน Call Center กรมการกงสุล ที่หมายเลข 0-2572-8442 ตลอด 24 ชั่วโมง
ด้านสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ แนะให้คนไทยติดตามคำสั่งของ Home Front Command (HFC) เป็นภาษาไทยในเฟซบุ๊ก "ทุกเรื่องเมืองยิว" ติ๊กตอก "สถานทูตไทยในอิสราเอล" และเว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ และหลีกเลี่ยงการออกจากที่พัก หากไม่มีเหตุจำเป็น รวมถึงศึกษาตำแหน่งที่ตั้งของห้องหลบภัย ทั้งภายในอาคารและจุดสาธารณะใกล้เคียง
https://www.bbc.com/thai/articles/cz6enzp3x86o

