คนอเมริกันไม่ทนแล้ว ชุมนุมขับไล่ทรั้มป์ กันหลายเมือง (ประมาณ ตี2-3 ของเวลาไทย)#หยุดสงคราม#StopWAR pic.twitter.com/b9NkjvHI30
— เฉียนเฉี่ยน (@zsar14940693) March 29, 2026
ความหมายของเหตุการณ์เมื่อวานนี้ No Kings Day
เมื่อวานนี้ วันที่ 28 มีนาคม 2026 เป็นวันเริ่มต้นการประท้วง "No Kings" ครั้งที่สาม (เรียกอีกอย่างว่า No Kings 3 หรือ No Kings Day 3.0) การเคลื่อนไหวนี้กลายเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์อเมริกาในวันเดียว และส่งผลกระทบไปทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ
ความหมายแฝงและแรงผลักดันหลักของเหตุการณ์เมื่อวานนี้ ได้แก่:
1. การระดมมวลชนต่อต้านนโยบายภายในประเทศ
สโลแกน "ไร้กษัตริย์" — "ไม่มีบัลลังก์ ไม่มีมงกุฎ ไม่มีกษัตริย์" — เป็นการท้าทายโดยตรงต่อสิ่งที่ผู้จัดเรียกว่า "การใช้อำนาจเกินขอบเขต" ของรัฐบาลทรัมป์ชุดที่สอง จำนวนผู้เข้าร่วมเมื่อวานนี้คาดการณ์ไว้ที่กว่า 9 ล้านคน ใน 3,100 กิจกรรมทั่วทั้ง 50 รัฐของสหรัฐอเมริกา ข้อเรียกร้องสำคัญ ได้แก่:
การบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง: การเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้รับแรงผลักดันอย่างมากจากการเสียชีวิตของนักกิจกรรม เรเน่ กู๊ด และอเล็กซ์ เพรตติ ในเดือนมกราคม ซึ่งเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ ICE ส่งผลให้เกิดเสียงเรียกร้องให้ยุบ ICE อย่างกว้างขวาง
การขยายอำนาจของประธานาธิบดี: ผู้ประท้วงมุ่งเป้าไปที่การทุจริตที่พวกเขามองเห็น และการใช้หน่วยงานของรัฐบาลกลางเพื่อการแก้แค้นทางการเมือง
2. ความรู้สึกต่อต้านสงคราม (สงครามอิหร่านปี 2026)
ในขณะที่การชุมนุม "No Kings" ก่อนหน้านี้มุ่งเน้นไปที่ประเด็นภายในประเทศ การประท้วงเมื่อวานนี้ส่วนใหญ่เน้นไปที่การต่อต้านสงครามที่กำลังดำเนินอยู่กับอิหร่าน
ผู้ประท้วงในเมืองใหญ่ๆ เช่น วอชิงตัน ดี.ซี. นิวยอร์ก และชิคาโก เรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันทีและวิพากษ์วิจารณ์การมีส่วนร่วมที่ "ไร้เหตุผล" ของกองทัพ
บุคคลทางการเมือง เช่น วุฒิสมาชิกเบอร์นี แซนเดอร์ส ใช้เวทีนี้เพื่อเปรียบเทียบกับสงครามเวียดนามและอิรัก โดยกล่าวหาว่าประชาชนกำลังถูกหลอกลวงเกี่ยวกับการปฏิบัติการในปัจจุบัน
3. ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม
การเดินขบวน "วันต่อต้านกษัตริย์" มีขนาดใหญ่มาก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการเดินทางอย่างมาก:
โครงสร้างพื้นฐาน: เมืองต่างๆ เช่น ฟิลาเดลเฟียและชิคาโก มีการปิดถนนเป็นช่วงๆ และมีการเปลี่ยนเส้นทางขนส่งสาธารณะครั้งใหญ่เพื่อรองรับฝูงชน
ความสามัคคีของแรงงาน: ต่อเนื่องจากเหตุการณ์ประท้วงหยุดงานทั่วไปในมินนิโซตาเมื่อต้นปีนี้ เหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 มีนาคม แสดงให้เห็นถึงการประสานงานระดับสูงระหว่างองค์กรพัฒนาเอกชน เช่น Indivisible และสหภาพแรงงาน เช่น AFL-CIO
4. ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันระหว่างประเทศและ "ความเข้มแข็งของประชาธิปไตย"
ขบวนการ "No Kings" ได้แพร่กระจายออกไปนอกพรมแดนสหรัฐฯ โดยมีการชุมนุมแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในเมืองต่างๆ เช่น โตเกียว ลอนดอน ปารีส และลิสบอน
5. นัยทางการเมืองในอนาคต
ผู้จัดงานมองว่าเมื่อวานนี้เป็น "ก้าวแรก" ไปสู่การระดมพล เป้าหมายสูงสุดของหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องคือการใช้ประโยชน์จากแรงผลักดันนี้สำหรับการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมาถึงในเดือนพฤศจิกายนปี 2026
(Google Gemini)
ทรัมป์เต้นโชว์ชาวโลกอย่างยิ้มแย้ม เพื่อโชว์ว่าสหรัฐกำลังเป็นผู้ชนะสงคราม และทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของสหรัฐ
— ทันโลกกับ Trader KP (@TraderKP_TH) March 28, 2026
(หลังการกล่าวแถลงที่ทำเนียบขาว) pic.twitter.com/Vx2cNG6MVA