รัฐมนตรี ‘บ้านใหญ่’ ในรัฐบาลอนุทินคนหนึ่งซึ่งฉ่ำไปด้วยพฤติกรรม ‘ฟ้องปิดปาก’ เพื่อปกปิดการทุจริต และความชั่วร้ายเบื้องหลังของตน ไม่ให้ฉาวโฉ่ต่อสาธารณะ คงเอ่ยชื่อได้ไม่กระดากปากว่าคือ สุชาติ ชมกลิ่น ณ เมืองชลฯ
เมื่อวันก่อน โกวิท โพธิสาร บรรณาธิการของสำนักข่าว The Isaan Record เปิดเผยว่าเขาได้รับหมายศาลคำฟ้องเรียกค่าเสียหาย ๑๐๐ ล้านบาทจากอดีต รมว.แรงงาน ปัจจุบันว่าการคมนาคม ซึ่งเป็นข่าวน่าฉงนเพราะก่อนหน้านั้นก็มีข่าวฟ้อง สนข.เดียวกัน
ข่าวนั้นเป็นการฟ้องต่อบรรณาธิการบริหาร หทัยรัตน์ พหลทัพ จากการรายงานเรื่องการเรียกสินบน ฉ้อโกง และทำการ ‘ค้ามนุษย์’ คนงานเก็บผลไม้แบรี่ส์ในฟินแลนด์ โดยมีหน่วยงานของฟินแลนด์ยืนยันว่า มีรัฐมนตรีไทยสองคนเป็นตัวการ
ครั้งนั้นคำฟ้องของสุชาติซึ่งเรียกค่าเสียหาย ๕๐ ล้านบาท อ้างว่า “เนื้อหาในโพสต์ของหทัยรัตน์ทำให้คนทั่วไปอ่านแล้วสามารถเข้าใจได้ว่า นักการเมืองไทยที่ว่านั้นหมายถึงตนได้กระทำการรับสินบนและค้ามนุษย์” ในวงเงินทั้งสิ้น ๓๖ ล้านบาท
แต่ทางฝ่ายอิสานเร็คคอร์ดชี้แจงว่า “เห็นได้ชัดว่านี่เป็นอีกครั้งที่การฟ้องปิดปากถูกนำมาใช้” แต่หลังจากนั้น เมื่อ ๒๒ มีนา “สุชาติออกมาเปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ทนายความถ้อนฟ้องหทัยรัตน์แล้ว” แล้วอีก ๓ วันต่อมา ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ทนายของสุชาติก็ยืนยันเช่นนั้น
พร้อมย้ำว่า “จะให้แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวหากทำซ้ำอีกก็จะดำเนินคดีอาญาให้เด็ดขาด” หากแต่ “กรณีนี้เกิดขึ้นมาแล้วกว่า ๒ ปี และยังอยู่ในกระบวนการของ ป.ป.ช. เมื่อฝ่ายกฎหมายตรวจสอบคำชี้แจงของสื่อแล้ว เห็นว่าเป็นการเสนอข่าวตามขั้นตอนขององค์กรอิสระ จึงให้ถอนฟ้อง”
แต่ไฉนกลับมีหมายศาลไปถึงโกวิทอีกราย อีกทั้งเมื่อสำนักข่าวประชาไทเขียนรายงานสรุปเรื่องราวเมื่อ ๓๐ มีนา หทัยรัตน์แจ้งว่า ยังไม่ได้รับแจ้งจากศาล หรือมีเอกสารการถอนฟ้องไปถึงเธอแต่อย่างไร ทำให้เห็นอัตตวิสัยทางการเมืองไทยอย่างหนึ่ง
ที่มักใช้แท้คติค SLAPP (Strategic Lawsuit Against Public Participation) ฟ้องปิดปาก หากมีการตอบโต้ก็จะออกมาแถลงโป้ปดเพื่อเอาตัวรอดไปเป็นครั้งคราว หากผู้เสียหายนิ่งเฉย มีน้ำอดน้ำทน คดีก็จะดำเนินต่อไปจนเป็นผลร้ายแก่ผู้ถูกตบจนได้
เช่นนี้จึงเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่ เมื่อ ๒๕ มีนา “หทัยรัตน์เดินทางไปที่รัฐสภายื่นข้อเรียกร้องต่อ สส.และ สว. ที่นอกจากจะมีเรื่องขอให้ตรวจสอบการเรียกรับสินบนแล้ว ยังเรียกร้องให้ความสำคัญในการปกป้องสิทธิในการรับรู้ข่าวสารของประชาชน” ด้วย
