วันศุกร์, มีนาคม 27, 2569

วิกฤติ #น้ำมัน “ปัญหาเดียวกัน วิธีคิดแก้ปัญหาต่างกัน”


ตุ๊ดส์review
March 24
·
“ปัญหาเดียวกัน วิธีคิดแก้ปัญหาต่างกัน”

จากวิกฤติ #น้ำมัน โลก เราจะเห็นวิธีคิด ที่สะท้อนมุมมอง ทัศนคติ และแนวทางการทำงาน บน DNA ของผู้นำที่ให้ความใส่ใจต่อคุณภาพชีวิต และค่าครองชีพของประชาชนต่างกัน

รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศตรึงราคาน้ำมันและกำหนดเพดานราคาสูงสุด (Ceiling Price) เป็นเวลา 14 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค. 2569 เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี เพื่อรับมือวิกฤตราคาพลังงานพุ่งสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยตรึงเบนซินที่ 1,724 วอน/ลิตร และดีเซลที่ 1,713 วอน/ลิตร พร้อมใช้เงินสำรองชดเชย

สาระสำคัญของมาตรการตรึงราคาน้ำมันเกาหลีใต้ :

สาเหตุ : ราคาน้ำมันในกรุงโซลพุ่งสูงเกิน 1,900 วอน/ลิตร และราคาน้ำมันดิบโลกทะลุ 100 ดอลลาร์ จากผลกระทบสงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ระยะเวลาและกลไก : ตรึงราคา 14 วัน เริ่ม 13 มี.ค. 2569 โดยรัฐบาลปรับใช้กฎหมายเก่า และมีแผนปรับเพดานราคาใหม่ทุก 2 สัปดาห์ตามสถานการณ์

การชดเชย : รัฐบาลใช้เงินสำรองก้อนโตชดเชยให้บริษัทน้ำมันและปั๊มน้ำมัน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเชื้อเพลิงได้ในราคาที่เป็นธรรม

การจัดการอุปทาน : นอกเหนือจากการตรึงราคา รัฐบาลยังเตรียมดึงน้ำมันจากคลังสำรองยุทธศาสตร์ที่มีอยู่ 208-210 วัน ออกมาใช้ และเร่งหาแหล่งน้ำมันใหม่

มาตรการดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้ภาระต้นทุนพลังงานตกอยู่ที่ประชาชนโดยตรง และสกัดการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาน้ำมันของบริษัทนายทุนพลังงาน

=====

กลับมามองที่ไทย วิธีแก้ปัญหาของเราต่างออกไป
- ใช้กลไกราคาตามตลาด ตามสถานการณ์
- ไม่มีกำหนดตรึงราคา ไม่มีเพดานราคา
- หากราคาสูงกว่านี้ นายกแจ้งว่ารัฐไม่ได้ประเมินไว้ ประเมินไม่ได้
- ขอแค่ประชาชนประหยัด
- จะมีกองทุนน้ำมันช่วย เมื่อถึงวันที่เดือดร้อน พุ่งสูงสุดๆ
- สรุป : แต่ตอนนี้ "ตัวใครตัวมัน ทุกคนรับภาระของตัวเองไปก่อน"

คำถามสำคัญ : จากการแก้ปัญหาแบบไทย อาจมีผลต่อการสร้างอิทธิพลการกำหนดราคาพลังงาน ไปที่นายทุน ให้มีอิสระ และอาจฉวยโอกาสการขึ้นราคา ได้หรือไม่? ตรงนี้รัฐบาลต้องตอบประชาชน เพราะถ้าไม่คุมเพดานราคา ไม่ตรึงราคาไว้ เท่ากับอำนาจการกำหนดราคาพลังงาน ขึ้นอยู่กับผู้ค้า/ประกอบกิจการน้ำมัน ไม่ใช่รัฐ ถูกต้องหรือไม่?

คุณเข้าใจเรื่องนี้อย่างไร? มองเห็นการจัดการปัญหาที่แตกต่างกันหรือไม่?

ความใส่ใจของผู้นำ ที่มีต่อชีวิตประชาชน อาจต่างกัน?!?

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1517605129930446&set=a.808136554210644
.....


ตุ๊ดส์review
March 24
·
สรุปแผน ‘มาตรการเชิงรุก’ แก้ปัญหา วิกฤติพลังงาน by รัฐบาลเกาหลีใต้

เกาหลีใต้ประกาศมาตรการเข้มงวดเพื่อรับมือวิกฤตน้ำมันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเริ่มตั้งแต่ 25 มีนาคม 2569

รายละเอียดมาตรการของเกาหลีใต้

1) ลดการเดินทาง : ให้หน่วยงานรัฐและบริษัทขนาดใหญ่ปรับเวลาทำงานชั่วคราว เพื่อลดความแออัดของการจราจรและการใช้พลังงาน ไปจนถึง work from home

2) มาตรการจำกัดการใช้รถยนต์ : รัฐบาลเข้มงวดให้หน่วยงานภาครัฐใช้มาตรการ "จำกัดการใช้รถยนต์ 5 วันต่อสัปดาห์" (แบ่งกลุ่มตามเลขท้ายป้ายทะเบียน) โดยเน้นย้ำให้ปฏิบัติจริงและมีการตรวจสอบ

3) การควบคุมราคา (Price Cap) : พิจารณานำกฎหมายกำหนดเพดานราคาน้ำมันสูงสุดทั่วประเทศมาใช้อีกครั้งในรอบเกือบ 30 ปี เพื่อลดผลกระทบค่าครองชีพจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงเกิน 100 USD ต่อบาร์เรล

4) การปล่อยน้ำมันสำรอง : เตรียมระบายน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์จำนวน 22.46 ล้านบาร์เรล จากคลังสำรองทั้งหมดที่มีพอใช้กว่า 208 วัน

5) มาตรการทางอุตสาหกรรม : ขอความร่วมมือ (จริงๆคือสั่งการ) จาก 50 บริษัทชั้นนำที่มีการใช้น้ำมันสูงสุด จัดทำแผนประหยัดพลังงานและให้แรงจูงใจแก่ผู้ที่ทำได้ตามเป้าหมาย

6) การหาแหล่งอุปทานใหม่ : เร่งจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการนำเข้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเผชิญความไม่สงบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

7) ปรับช่วงเวลาการใช้พลังงาน :

- กำหนดให้ประชาชน หันมาใช้พลังงานช่วงกลางวันให้มากขึ้น เพื่อได้ใช้พลังงานจาก Solar Cell ทดแทนการใช้ไฟฟ้า เพื่อการประหยัดพลังงานมากขึ้น โดยการชาร์จ Battery โทรศัพท์มือถือ และรถ EV ในช่วงกลางวันที่สามารถใช้พลังงานได้อย่างเต็มที่จาก Solar cell

- เลือกช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมใช้ไฟฟ้าต่ำสุด เพื่อไม่ดึงพลังงานในช่วงเวลาเดียวกัน ให้ประชาชนให้พลังงานช่วงเวลานั้น เช่น อาบน้ำตอนเช้าตรู่ ก่อนการใช้ไฟฟ้าพร้อมกันทั้งประเทศ และการทำงานบ้าน กำหนดให้ไปทำในวันสุดสัปดาห์ เพื่อไม่ใช้ไฟตรงกับช่วงจันทร์-ศุกร์ ที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของประเทศ เช่น การดูดฝุ่น-ซักผ้า ไปอยู่ในช่วงเสาร์อาทิตย์

ระบบเตือนภัยด้านความมั่นคงทางทรัพยากรของเกาหลีใต้แบ่งเป็น 4 ระดับ ได้แก่ เฝ้าระวัง, ระวัง, เตือนภัย และร้ายแรง โดยรัฐบาลระบุว่า สถานการณ์ปัจจุบันขยับจากระดับ “ระวัง” ซึ่งเป็นขั้นที่คาดการณ์ความเสี่ยงไว้แล้ว มาสู่ระดับ “เตือนภัย” ที่ความไม่เสถียรของอุปทานเริ่มปรากฏ หากสถานการณ์เลวร้ายลง อาจมีการขยายผลมาตรการจำกัดการใช้รถยนต์สู่ภาคเอกชนด้วย

ไม่มีปลูกผัก เลี้ยงปลาไก่ ไม่ปล่อยราคาไหล ประชาชนแบกรับกันเอง


https://www.facebook.com/photo?fbid=1517651433259149&set=a.808136554210644