
The Reporters
Yesterday
·
UPDATE: รศ.ดร.อนุสรณ์ เสนอจัดตั้ง ’คลังสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์‘ มีระบบการสำรอง 3 ชั้นแบบญี่ปุ่นเพื่อรับมือวิกฤตใหญ่ขาดแคลนน้ำมัน ต้องกระจายความเสี่ยงแหล่งพลังงานโดยด่วน
วันนี้ (25 มี.ค. 69) รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคประชาชน และ อดีตประธานกรรมการตรวจสอบและกรรมการ บมจ.บางจากปิโตรเลียม (บมจ บางจากคอร์เปอร์เรชัน) ได้กล่าวอภิปรายใน ญัตติด่วน “การแก้ปัญหาวิกฤติน้ำมัน” ว่า ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ถือว่า รัฐบาลยังขาดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการวิกฤติน้ำมันครั้งนี้ ขาดความโปร่งใสเรื่องข้อมูล ประชาชนไม่เชื่อมั่นศรัทธา มีข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ขาดการทำงานเชิงรุกและมองไปข้างหน้า ยังไม่เห็นการเตรียมการสำหรับสถานการณ์วิกฤติที่ย่ำแย่ลงอีก ปล่อยให้เกิดพฤติกรรมเก็งกำไร กักตุนน้ำมันจนกระทั่งก่อให้เกิดการสะดุดของการไหลเวียนน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมัน สร้างความเดือดร้อนลำบากให้ประชาชนจำนวนมาก การอุดหนุนชดเชยราคาที่ผิดผลาด ทำให้เกิดน้ำมันสองตลาด สองราคา ราคาต่างกันมาก ยิ่งทำให้สถานีบริการน้ำมัน มีน้ำมันไม่เพียงพอสำหรับประชาชน เพราะอุตสาหกรรมก็ไปแย่งเติมน้ำมันหน้าปั๊มน้ำมัน การอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล 20 กว่าบาทต่อลิตร แทนที่จะตกถึงประชาชนผู้ใช้น้ำมันเจ้าของเงิน กลายเป็น การอุดหนุนธุรกิจขนาดใหญ่ อุดหนุนประเทศเพื่อนบ้านจากการลักลอบส่งออก วิกฤติเพิ่งจะเริ่มเฟสแรก ความล้มเหลวและไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลก็ปรากฎแล้ว
นโยบายพลังงานต้องเดินหน้า 4 แผนหลักควบคู่กันไป แผนพัฒนากำลังไฟฟ้าและความมั่นคงทางพลังงาน แผนอนุรักษ์พลังงานและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก แผนลดก๊าซเรือนกระจาก การอนุรักษ์พลังงานด้วยการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการประหยัดพลังงานเป็นทางรอดสำหรับวิกฤติน้ำมันครั้งนี้ เนื่องจากไทยมีพลังงานสำรองต่ำและพึ่งพาการนำเข้าสูงมาก การลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนอย่างพลังงานแสงอาทิตย์ และ ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar PV) มีความสำคัญต่อความมั่นคงทางด้านพลังงานของไทยเฉพาะหน้า เราต้องหาแหล่งน้ำมันดิบ และ ก๊าซ LNG ใหม่ ชดเชยน้ำมันและก๊าซที่ผ่านช่องแคบฮอร์มูซจากตะวันออกลาง ที่นำเข้ามากถึง 43% ของการนำเข้าน้ำมันทั้งหมด การหาแหล่งน้ำมันใหม่ๆต้องเร่งดำเนินการและต้องไปแย่งชิงกับประเทศอื่นๆที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคประชาชน และ อดีตประธานกรรมการตรวจสอบและกรรมการ บมจ บางจากปิโตรเลียม (บมจ บางจากคอร์เปอร์เรชัน) กล่าวต่อว่า เมื่อประเมินสถานการณ์สงครามอิหร่านที่มีการทำลายโครงสร้างพื้นฐานในการผลิตและส่งออกพลังงานจำนวนมากในตะวันออกกลาง ภาวะน้ำมันแพงและขาดแคลนจะอยู่กับเราอีกนาน ในบางช่วงเวลา อาจไม่สามารถนำเข้าน้ำมันดิบได้ตามเป้าหมาย ฉะนั้น การศึกษาเพื่อจัดตั้ง “คลังสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์” ในประเทศไทยมีความสำคัญ และ ขอเสนอให้มีการจัดตั้ง “คลังสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์” เพื่อรับมือกับปัญหาวิกฤติน้ำมันที่ยืดเยื้อและลากยากอย่างแน่นอน โดยสภาผู้แทนราษฎรสามารถจัดตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการจัดตั้ง “คลังสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์”
หากวิกฤติน้ำมันยังดำรงอยู่อีก 2 เดือน 3 เดือน หรือ 1 ปี คนไทยต้องมีน้ำมันใช้ รถฉุกเฉินต้องวิ่งไปส่งผู้ป่วยได้ เด็กๆ ไม่ต้องออกจากโรงเรียนจากวิกฤติเศรษฐกิจ เรือประมงออกหาปลาได้ รถขนส่งยังขนส่งสินค้าได้ เครื่องบินไม่ต้องหยุดบิน ไทย และ ญี่ปุ่น เหมือนกันในแง่เป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน และอาศัยพลังงานจากตะวันออกกลางในสัดส่วนที่สูงมาก แต่ต่างกันตรงนี้ ญี่ปุ่นเตรียมพร้อมรับมือวิกฤติน้ำมันและวิกฤติเศรษฐกิจได้ดีกว่าไทยแน่นอน เพราะ
ญี่ปุ่นมีสำรองน้ำมัน 254 วันด้วยการมีระบบการสำรอง 3 ชั้น ชั้นที่หนึ่ง ในส่วนของรัฐ มีองค์กรอิสระของรัฐดูแลตรงนี้ เป็นคลังน้ำมันที่มีคลังกระจายอยู่ทั่วประเทศ ชั้นที่สอง ในส่วนของเอกชน กฎหมายระบุให้บริษัทน้ำมันเอกชนสำรองน้ำมันไว้ประมาณ 70-100 วัน ชั้นที่สาม ผู้ขายน้ำมันในตะวันออกกลางทำสัญญากับรัฐบาลญี่ปุ่นว่าจะเก็บน้ำมันสำรองไว้ประมาณ 10 วัน
นี่คือ ตัวอย่างของประเทศญี่ปุ่นที่รับมือวิกฤติน้ำมัน วิกฤติเศรษฐกิจโลก มีระบบ กลไกและแผนงานในการรับมือได้เป็นอย่างดี มีผู้นำ มีนักการเมือง มีข้าราชการที่เห็นแก่ประโยชน์สังคมโดยรวม ผนึกกำลังกันเพื่อฝ่าวิกฤติไปให้ได้ รัฐสภาต้องทำหน้าที่ในการแสวงหาทางออกและบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชนเต็มศักยภาพ เราจะร่วมพลิกฟื้นสถานการณ์และฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน วิกฤติครั้งนี้จะเป็น บททดสอบที่สำคัญของรัฐบาลและสังคมไทย
#TheReporters #เดอะรีพอร์ตเตอร์
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1320554566933242&set=a.534942252161148