นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ที่จริงๆ หมดวาระไปนานแล้ว แต่ยังต้องนั่งแช่อยู่ไม่มีกำหนดลุก เพราะบ้านนี้เมืองนี้หาคนมาทำแทนไม่ได้ ซ้ำที่พวก สว.สีน้ำเงินจอมฮั้วส่งเข้ามาฝังไว้ใหม่ๆ ก็เป็นผู้ชำนาญงานเฉพาะด้าน เช่นอธิบดีกรมทางหลวงเสียนี่
ก็เลยต้องให้คนเก่าคนแก่ออกมาพบสื่อมวลชน แถลงแก้ผ้าเอาหน้ารอดเสียบ้าง คราวนี้เลือกไปที่รีสอร์ทหรูจังหวัดกระบี่โน่น ลมเย็นชิลๆ ยอมรับละว่า ภาพลักษณ์ ในสายตาประชาชนทั่วไปเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยจะจอย นักแล้ว แต่ทำไงได้ พวกเรา ๙ คน ล้วนเป็นตลาการทั้งนั้น
แต่ละคนใช้ดุลพินิจของตนอย่างเป็นอิสระ “ถือว่ามีวุฒิภาวะพอ” แม้คำวินิจฉัยที่ออกมาไม่น้อยครั้ง “ท้าทายกับมุมมองนักวิชาการ (และ) กระแสสังคม” แต่มันก็ต้องออกมาได้ทางใดทางหนึ่ง “สุดท้ายก็ต้องเลือกข้าง” อ่า “ระหว่างข้างผิดกับข้างถูก” ไง
นั่นเป้นคำตอบที่ไม่สอดสร้อยกับคำถามที่ว่า “ศาลรัฐธรรมนูญอาจเป็นเครื่องมือหนึ่งในการใช้ระบบนิติรัฐทำร้ายฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ และภาพลักษณ์ในความเป็นกลางจำเป็นต้องกู้คืนหรือไม่” เท่าไรนัก Pavin Chachavalpongpun ถึงได้บอกว่า
มัน “สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างความชอบธรรมให้กับองค์กร ในสภาวะที่เผชิญกับวิกฤตศรัทธาอย่างรุนแรง” หนำซ้ำยังไม่รู้สึก สุมไฟเข้าไปอีก เมื่อหันไปตำหนิสังคมว่า “วุฒิภาวะยังสูงไม่พอ” ซึ่งทั่นหมายถึง “กติกาของการเข้าสู่อำนาจ (และ) การลงจากอำนาจ” น่ะ
อันนี้ ‘ปวิน’ วิจารณ์ในสถานะ “ดิชั้นก็ ‘ศาสตราจารย์’ เหมือนกันค่ะ” ว่า ตลก. รธน.เค้าทำตัวเป็น ‘ผู้เล่น’ ทางการเมืองรายหนึ่ง “ที่มีอำนาจชี้ขาดเหนือสถาบันที่มาจากการเลือกตั้งอย่างเบ็ดเสร็จ โดยปราศจากการตรวจสอบถ่วงดุลที่เหมาะสม”
ดังนั้น “ต้องเริ่มจากการตรวจสอบ ‘วุฒิภาวะทางนิติธรรม’ ของตัวสถาบันตุลาการเอง ว่าได้ทำหน้าที่ปกป้องเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือกำลังปกป้องสถานภาพทางอำนาจของกลุ่มการเมืองบางกลุ่มกันแน่”
(https://www.facebook.com/pavinchachavalpongpun/posts/FfcZrZiB และ https://www.thairath.co.th/news/politic/2923532)
