
‘ทางโล่งที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ’ | ปราปต์ บุนปาน
20.03.2026
มติชนสุดสัปดาห์
ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน
พรรคภูมิใจไทยกำลังเดินไปบน “ทางโล่งสะดวก” ในกระบวนการจัดตั้ง “รัฐบาลอนุทิน 2”
การโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร/ประธานรัฐสภา และการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีล้วนดำเนินไปอย่างราบรื่นไม่มีปัญหา
ขั้นตอนต่อไปคือการประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งก่อนหน้านี้ สังคมก็ได้เห็นรายชื่อว่าที่รัฐมนตรีกันเกือบจะครบทั้งคณะแล้ว
ที่สำคัญกว่าเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล คือ “มลทิน-รอยด่างพร้อย” ต่างๆ ที่เคยแปดเปื้อนแผ้วพานพรรคภูมิใจไทย-เครือข่ายสีน้ำเงิน ก็ดูเหมือนจะค่อยๆ ถูกเคลียร์หรือชำระล้างไปทีละเรื่องสองเรื่อง
ดังแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นกับคดีฮั้ว ส.ว. คดีเรื่องการถือครองหุ้นของ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” และอาจรวมถึงคดีที่ดินเขากระโดง
เหลือแค่กรณี กกต. พิมพ์บาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งล่าสุด ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับเรื่องไว้วินิจฉัยว่าประเด็นดังกล่าวชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ที่พอจะทำให้เกิด “ความเสียวทางการเมือง” อยู่บ้าง
แต่หากถามคอการเมืองจำนวนมาก ส่วนใหญ่ก็คงเชื่อกันว่า “รัฐบาลอนุทิน 2” จะอยู่รอดปลอดภัยจากกรณีนี้ แล้วได้เดินหน้าบริหารราชการแผ่นดินต่อไป แบบมีเสถียรภาพเต็มร้อย

อนุทิน ชาญวีรกูล
แม้ “หนทางโล่งสะดวก” ข้างต้น จะมีปัจจัยแง่บวกมาหนุนเสริมมากมาย ทว่า เส้นทางสายนี้กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสียทีเดียว
เพราะมี “ขวากหนาม” เป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้อย่างสงครามสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล กับอิหร่าน ซึ่งนำไปสู่สถานการณ์วิกฤตพลังงาน ณ ปัจจุบัน
ถ้ายังมองโลกในแง่ดี วิกฤตที่เกิดขึ้นก็อาจนำไปสู่โอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ และใหญ่ๆ เช่น โอกาสในการดึงต่างชาติที่ย้ายฐานจากภูมิภาคตะวันออกกลาง (ซึ่งมีปัญหาด้านความมั่นคงและความปลอดภัย) เข้ามาลงทุนในบ้านเรา หรือโอกาสในการหันไปพึ่งพาพลังงานทางเลือกและพลังงานสะอาดมากขึ้น
ดังที่ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ของ “รัฐบาลอนุทิน 1-2” เพิ่งแสดงวิสัยทัศน์เอาไว้อย่างน่าสนใจ ในงานสัมมนา “Prachachat Exclusive Forum 2026 : The-Long-Game #เกมธุรกิจฆ่าไม่ตาย” ที่จัดโดยหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสภาวะฉุกละหุกวุ่นวายตอนนี้ ประเด็นที่คนธรรมดาทั่วไปยังไม่มั่นใจ ไม่แน่ใจ ก็คือ นี่เป็นเพียงปัญหาความตื่นตระหนกตกใจไปเองของผู้บริโภคชาวไทย รวมทั้งปัญหาเรื่องการขนส่งกระจายน้ำมัน หรือเป็นอาการป่วยไข้อันเกิดจากปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่ฝังรากลึกมายาวนานกว่านั้น
หากเป็นปัญหาอย่างหลัง นี่ก็จะเป็นงานยากขึ้นไปอีกของรัฐบาล

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
ผู้รู้บางส่วนพยายามเตือนมาตลอดว่า ปัญหาสภาพเศรษฐกิจไทยที่ซึมยาวมานานหลายปีแล้วนั้น มีจุดใหญ่ใจความสำคัญอยู่ตรงการที่ “คนข้างล่าง” ไม่มีเงินในกระเป๋า
แน่นอนว่า หลายคนคงไม่อยากให้วิกฤตน้ำมันเที่ยวนี้กลายเป็น “จุดระเบิด” ที่ทำให้ประชากรหรือเศรษฐกิจระดับฐานรากของประเทศต้องพังทลายลง เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น “คนรวยข้างบน” ก็จะอยู่กันไม่ได้ด้วย
หรือหากเชื่อเรื่อง “ทฤษฎีกบต้ม” เราๆ ท่านๆ ก็คงจะไม่อยากมีชะตากรรมเป็นกบที่ถูกต้มสุกแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว (จริงๆ อาจพอรู้อยู่แต่หลอกตัวเองกันเรื่อยมา) ในสภาวการณ์เช่นนี้
โจทย์ท้าทายของ “รัฐบาลอนุทิน 2” จึงอยู่ที่ว่า รัฐบาลจะนำเอา “ความเข้มแข็งในทางการเมือง” ของตนเอง มาช่วยค้ำยันนำพา “เศรษฐกิจ-สังคม-ประชาชนไทย” ให้รอดพ้นจากวิกฤตได้อย่างไร?
https://www.matichon.co.th/weekly/featured/article_887500