วันเสาร์, มกราคม 17, 2569

คนแบบนี้ยังจะกล้ามาขอเป็นนายก


ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
14 hours ago
·
หลังจากในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา มีประชาชนทยอยได้รับหมายเรียกจาก สภ.เมืองพะเยา ไปแจ้งข้อกล่าวหาหมิ่นประมาท ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นักการเมืองจากพรรคกล้าธรรม กรณีคอมเมนต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา โดย ร.อ.ธรรมนัส เอง ระบุว่ากับผู้สื่อข่าวว่ามีการดำเนินคดีลักษณะนี้ที่พะเยาไม่ต่ำกว่า 270 คดี
.
สถานการณ์ดังกล่าว ไม่ใช่กรณีที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่พบว่าในการทำงานทางการเมืองของ ร.อ.ธรรมนัส ในช่วงราว 8 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ช่วงการเลือกตั้งปลายยุค คสช. ปี 2562 มีการใช้ “กฎหมาย” ดำเนินการในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการแจ้งความทางไกลในพื้นที่จังหวัดพะเยา ทำให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องเดินทางไปต่อสู้คดี หรือการมุ่งดำเนินการต่อนักการเมืองคู่แข่ง หรือประชาชนที่วิพากษ์วิจารณ์ประวัติหรือการทำงาน โดยในกรณีล่าสุดนี้ อาจมีจำนวนผู้ถูกดำเนินคดีมากกว่าในช่วงอื่น ๆ
.
ชวนทบทวนสถานการณ์การใช้กฎหมายในลักษณะที่เกิดขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา ในรายงาน >> https://tlhr2014.com/archives/81078
.....

ย้อนทบทวนรอบ 8 ปี “ธรรมนัส” มอบอำนาจไปกล่าวหาคดีหมิ่นประมาท ‘ประชาชน-คู่แข่งทางการเมือง’ ต่อเนื่อง

16/01/2569 admin010 รายงาน/ประมวลคดี/ประมวลสถานการณ์, ปักหมุดเรื่องเด่น

หลังจากในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา มีประชาชนทยอยได้รับหมายเรียกจาก สภ.เมืองพะเยา ไปแจ้งข้อกล่าวหาหมิ่นประมาท ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นักการเมืองจากพรรคกล้าธรรม กรณีคอมเมนต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา โดย ร.อ.ธรรมนัส เอง ระบุว่ากับผู้สื่อข่าวว่ามีการดำเนินคดีลักษณะนี้ที่พะเยาไม่ต่ำกว่า 270 คดี

สถานการณ์ดังกล่าว ไม่ใช่กรณีที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่พบว่าในการทำงานทางการเมืองของ ร.อ.ธรรมนัส ในช่วงราว 8 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ช่วงการเลือกตั้งปลายยุค คสช. ปี 2562 มีการใช้ “กฎหมาย” ดำเนินการในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการแจ้งความทางไกลในพื้นที่จังหวัดพะเยา ทำให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องเดินทางไปต่อสู้คดี หรือการมุ่งดำเนินการต่อนักการเมืองคู่แข่ง หรือประชาชนที่วิพากษ์วิจารณ์ประวัติหรือการทำงาน โดยในกรณีล่าสุดนี้ อาจมีจำนวนผู้ถูกดำเนินคดีมากกว่าในช่วงอื่น ๆ

ชวนทบทวนสถานการณ์การใช้กฎหมายในลักษณะที่เกิดขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา

.
เลือกตั้ง 2562: นิสิต ม.พะเยา ถูกตำรวจเรียกไปสอบปากคำ เหตุธรรมนัสมอบอำนาจแจ้งความ สุดท้ายไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา แต่ตำรวจของดวิจารณ์

ย้อนกลับไปในช่วงก่อนการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือของพรรคพลังประชารัฐ และลงสมัครเลือกตั้ง สส. เขต 1 จังหวัดพะเยา เคยมอบอำนาจแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนหลายรายที่ สภ.เมืองพะเยา จากกรณีโพสต์เฟซบุ๊กและคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับผู้สมัคร สส. ของพรรคพลังประชารัฐในเพจสาธารณะ

ทางศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนไม่ทราบจำนวนทั้งหมดของประชาชนที่ถูกแจ้งความ แต่พบกรณีของนิสิตมหาวิทยาลัยพะเยา ในขณะนั้น ซึ่งเข้าไปแสดงความคิดเห็นในเชิงตั้งคำถามในโพสต์ของผู้สมัคร สส. ในพื้นที่พะเยา ได้ถูก ผู้กำกับการ สภ.เมืองพะเยา ในขณะนั้น ติดต่อนัดหมายให้เข้าพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยระบุเพียงเรื่องการที่เขาไปแสดงความคิดเห็นในเพจเฟซบุ๊กทางการเมือง และได้มีผู้มาแจ้งความร้องทุกข์เอาไว้ แต่ไม่ได้มีการออกหมายเรียกใด

ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2562 นิสิตรายดังกล่าวได้เดินทางเข้าพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพะเยา ทางตำรวจได้ระบุว่าก่อนหน้านี้มีทนายความที่ได้รับมอบอำนาจจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ จึงจะสอบปากคำนิสิตรายนี้เบื้องต้นไว้ แต่ไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา

ต่อมาทางผู้กำกับการ สภ.เมืองพะเยา ยังได้มาพูดคุยให้นิสิตรายนี้หยุดการโพสต์ลักษณะวิพากษ์วิจารณ์หรือโจมตีพรรคพลังประชารัฐ พร้อมทั้งระบุว่าหากผู้ถูกแจ้งความหยุดโพสต์ ทางผู้แจ้งความจะทำการถอนการแจ้งความร้องทุกข์ แต่หากยังโพสต์วิจารณ์ ก็จะมีการดำเนินคดีกับผู้ถูกแจ้งความต่อไป

นิสิตมหาวิทยาลัยพะเยารายนี้ยังเปิดเผยอีกว่านอกจากตนเองแล้ว ตำรวจยังระบุว่ามีประชาชนที่ถูกผู้รับมอบอำนาจจาก ร.อ.ธรรมนัส เข้าแจ้งความในลักษณะเดียวกันอีกราว 3-4 ราย แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าทั้งหมดเป็นใครบ้าง ทราบเพียงว่าเกิดจากการกระทำลักษณะเดียวกัน คือมีการโพสต์หรือแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์พรรคพลังประชารัฐในขณะหาเสียงเลือกตั้ง

.
มอบอำนาจแจ้งความ “วิโรจน์” หมิ่นประมาทที่พะเยา ผ่านไปสองวัน ถอนแจ้งความ

ในช่วงปลายปี 2562 หลังจากการเลือกตั้ง และ ร.อ.ธรรมนัส ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขาได้มอบอำนาจให้ อาทิตย์ มานัสสา เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ซึ่งขณะนั้นเป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง ฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ที่ สภ.เมืองพะเยา

การแจ้งความดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 2562 จากกรณีวิโรจน์ทวีตข้อความเกี่ยวกับโครงการ “หมอนยางประชารัฐ” ว่าไม่สามารถพยุงราคายางพาราได้ พร้อมกับมีภาพประกอบเป็น ร.อ.ธรรมนัส

ถัดจากนั้น เพียงสองวัน คือวันที่ 26 ธ.ค. 2562 รายงานข่าวระบุว่าผู้รับมอบอำนาจได้ไปถอนการแจ้งความดังกล่าว ทำให้ไม่มีการดำเนินการทางคดีต่อ

ทั้งนี้ การมอบอำนาจแจ้งความร้องทุกข์ของ ร.อ.ธรรมนัส หากเป็นในพื้นที่จังหวัดพะเยาต่อมา จะพบว่าเป็นการมอบอำนาจให้ อาทิตย์ มานัสสา ดำเนินการมาจนถึงปัจจุบัน

จากการตรวจสอบพบว่าผู้รับมอบอำนาจรายนี้ เคยดำรงตำแหน่งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สันโค้ง อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา และต่อมาเป็นกรรมการมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า โดยเคยมีประวัติถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดกรณีอนุมัติให้ราษฎรกลุ่มอาชีพและกลุ่มเกษตรกรกู้ยืมเงินโครงการกู้ยืมเงินกองทุนเศรษฐกิจชุมชนโดยมิชอบ

ต่อมาเมื่อปี 2563 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 พิพากษาว่าอาทิตย์มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 จำคุก 2 ปี ปรับ 20,000 บาท แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี

.
ปี 2563 มอบอำนาจแจ้งความ สส.ณัฐชา-ธีรัจชัย ที่พะเยา เหตุอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตำรวจเรียกตัว แต่ไม่แจ้งข้อหา

ต่อมาในปี 2563 ร.อ.ธรรมนัส ได้มอบอำนาจให้ อาทิตย์ มานัสสา ไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองพะเยา อีกครั้ง ต่อ ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ซึ่งขณะนั้นเป็น สส. และโฆษกพรรคก้าวไกล และธีรัจชัย พันธุมาศ ขณะนั้นเป็น สส. พรรคก้าวไกล ในข้อหร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เนื่องจากเนื้อหาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2563 เรื่องคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ และต่อมาตำรวจพะเยาได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาทั้งสองคน

จนวันที่ 28 ก.ย. 2563 ณัฐชา ได้เดินทางไปยัง สภ.เมืองพะเยา โดยรายงานข่าวระบุว่าทางตำรวจยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา แต่ระบุว่าเป็นการเรียกมาให้ข้อมูลและชี้แจง ซึ่งหลังจากที่ได้ชี้แจงแล้วทางเจ้าหน้าที่จะพิจารณาว่าจะแจ้งข้อหาใดหรือไม่ต่อไป

หลังจากนั้น ไม่มีรายงานความคืบหน้าในกรณีนี้อีก

.
ปี 2564 เตรียมมอบอำนาจแจ้งความ “ชัยธวัช-เพจก้าวไกล” แต่ยกเลิกก่อน

ในช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2564 สื่อมวลชนได้รายงานข่าว ร.อ.ธรรมนัส รมช.เกษตรและสหกรณ์ และในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐในขณะนั้น ได้มอบหมายทีมทนายความเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับ ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล รวมถึงเพจเฟซบุ๊คของพรรคก้าวไกล ฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ที่ สน.นางเลิ้ง จากกรณีโพสต์เฟซบุ๊กเนื้อหาเกี่ยวกับ “โจรอุ้มโจร”

ต่อมา สื่อมวลชนรายงานว่า ร.อ.ธรรมนัส ได้ยกเลิกการมอบหมายทนายความให้แจ้งความดำเนินคดีดังกล่าวแล้ว โดยไม่ได้ระบุสาเหตุ

.
ปี 2566-67 ขณะเป็น รมต.เกษตรฯ มอบอำนาจแจ้งความอีกหลายคดี

ในช่วงปี 2566-67 ยังมีรายงานข่าวกรณี ร.อ.ธรรมนัส มอบอำนาจให้ทนายความไปแจ้งความดำเนินคดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาอีกหลายกรณี ทั้งที่ สน.นางเลิ้ง หรือที่จังหวัดพะเยา

ในช่วงเดือนพฤศจิกายนปี 2566 ขณะ ร.อ.ธรรมนัส เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบอำนาจให้ธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษากฎหมาย และขณะนั้นถูกแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี (ปัจจุบันถูกแต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมือง ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี) เข้าแจ้งความดำเนินคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาต่อเพจเครือข่ายเพื่อนตำรวจ ที่ลงข้อความเกี่ยวกับสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย และระบุว่าทำให้กรมปศุสัตว์และกรมประมง อยู่ภายใต้สังกัดของกระทรวงได้รับความเสียหาย

เดือนมีนาคมปี 2567 ร.อ.ธรรมนัส มอบอำนาจให้ อาทิตย์ มานัสสา ไปแจ้งความดำเนินคดี สนธิญา สวัสดี ที่ สภ.ดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และ/หรือ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ กรณีให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน กรณีได้ยื่นหนังสือถึงประธานวุฒิสภา ให้พิจารณาวินิจฉัยในการเปิดอภิปราย เพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ผู้กล่าวหาอ้างว่าสนธิญาไม่มีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ยืนยันการกระทำความผิดตามที่กล่าวอ้าง เป็นเพียงการกล่าวอ้างขึ้นมาลอย ๆ

ในเดือนกันยายน 2567 ร.อ.ธรรมนัส มอบอำนาจให้ ธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ไปแจ้งความเอาผิด วรงค์ เดชกิจวิกรม, เจษฎ์ โทณะวณิก และ บุญยอด สุขถิ่นไทย ในข้อหาหมิ่นประมาท ที่ สน.นางเลิ้ง กรณีออกมาวิพากษ์วิจารณ์การลงพื้นที่น้ำท่วมของ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่าทำตัวไม่เหมาะสม เสี่ยงแทรกแซงข้าราชการและฝ่ายบริหาร

กรณีเหล่านี้ ไม่ได้มีรายงานความคืบหน้าในสื่อมวลชนต่อมา

.
2568 มอบอำนาจแจ้งความประชาชนที่พะเยากว่า 270 คดี

สถานการณ์ล่าสุดตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 จากกรณีการอภิปรายในสภาของรังสิมันต์ โรม ถึงการดำเนินคดีจากการอภิปรายเรื่องสแกมเมอร์และธุรกิจสีเทา ทำให้เกิดการคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นของประชาชนบนโลกออนไลน์ และ ร.อ.ธรรมนัส ได้มอบอำนาจให้ อาทิตย์ มานัสสา ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองพะเยา โดยระบุว่ามีการดำเนินคดีประมาณ 270 คดี ในจำนวนนี้เป็นประชาชนที่ไปแสดงความคิดเห็นท้ายข่าวก็มีการดำเนินคดีกว่า 100 คดี

นอกจากประชาชนทั่วไปที่ทยอยไปรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งทางศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับแจ้งข้อมูลอย่างน้อย 9 คดีแล้ว ยังพบว่ามีกรณีของ สมภพ รัตนวลี หรือ “ติ่งข่าว” ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวเวิร์คพอยท์ทีวี ซึ่งเป็นสื่อมวลชน ที่ได้รับหมายเรียกไปแจ้งข้อกล่าวหาในกรณีนี้ด้วย

รวมทั้งกรณีของ รังสิมันต์ โรม นักการเมืองพรรคประชาชนเอง ก็ได้รับหมายนัดของศาลจังหวัดพะเยา ไปไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 26 ม.ค. 2569 กรณี ร.อ.ธรรมนัส มอบอำนาจไปฟ้องคดีหมิ่นประมาทและหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาต่อศาลโดยตรง

สถานการณ์การใช้กฎหมายหมิ่นประมาทในลักษณะนี้ ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีแนวโน้มขยายตัว จนกระทบต่อการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชน ทำให้ยังต้องติดตามการแก้ไขปัญหาของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมต่อไป

https://tlhr2014.com/archives/81078