
Matichon Online - มติชนออนไลน์
9 hours ago
·
ที่ปรึกษาฮิวแมนไรท์ เผยข่าวดี น.ร.ไม่ถูกส่งกลับแล้ว ยันได้อยู่ไทย เรียนหนังสือต่อ
https://www.matichon.co.th/local/education/news_5343732

Matichon Online - มติชนออนไลน์
13 hours ago
·
2 ส.ส.ปชน. ยันละเมิดแน่ อนุสัญญาสิทธิเด็ก ส่งน.ร.กลับเขมร อธิบดีอัยการออกโรงช่วย ให้ทักเฟซฯได้เลย
อ่านข่าวต่อใน

Matichon Online - มติชนออนไลน์
13 hours ago
·
2 ส.ส.ปชน. ยันละเมิดแน่ อนุสัญญาสิทธิเด็ก ส่งน.ร.กลับเขมร อธิบดีอัยการออกโรงช่วย ให้ทักเฟซฯได้เลย
อ่านข่าวต่อใน
13 hours ago
·
แถลงการณ์:
แสดงความห่วงใยต่อกรณีการส่งเด็กสัญชาติกัมพูชาที่ใช้ชีวิตและเติบโตในประเทศไทยกลับประเทศ
โดย เครือข่ายเพื่อนเยาวชนภาคอีสานและภาคี
ในช่วงที่ผ่านมา มีข่าวการส่งตัวเด็กสัญชาติกัมพูชา ซึ่งมาเติบโตในประเทศไทยพร้อมกับแม่กลับไปยังประเทศกัมพูชา กรณีดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจและก่อให้เกิดเสียงสะท้อนหลากหลาย ทั้งในด้านสิทธิมนุษยชน ความเป็นธรรม และทัศนคติต่อเพื่อนบ้านต่างชาติพันธุ์
เครือข่ายเยาวชนภาคอีสานและภาคี ใคร่ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่าย—หน่วยงานของรัฐ ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป—ยึดมั่นในหลักการของ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC) ที่ประเทศไทยเป็นภาคี โดยเฉพาะหลักการสำคัญคือ “ประโยชน์สูงสุดของเด็ก” เด็กทุกคน ไม่ว่าสัญชาติใด ล้วนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียม และสมควรได้รับการคุ้มครองโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ
สิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง คือกระแสความเห็นในสังคมที่เต็มไปด้วย ถ้อยคำเกลียดชังและการเหยียดเชื้อชาติ หากปล่อยให้แพร่กระจายโดยไร้การยับยั้ง อาจบ่มเพาะความรุนแรงและแตกแยกทางสังคมได้ ประวัติศาสตร์ได้เตือนเราชัดเจนแล้วว่า ความเกลียดชังที่ถูกปลุกปั่น สามารถนำไปสู่โศกนาฏกรรมใหญ่หลวง เช่น การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวทุตซี่ในรวันดา ซึ่งเริ่มจากการสร้างวาทกรรมดูหมิ่นและเหยียดเชื้อชาติ
ดังนั้น เครือข่ายเยาวชนภาคอีสานและภาคี ขอยืนยันจุดยืนว่า
1. เด็กทุกคนควรได้รับการคุ้มครองและปฏิบัติอย่างเป็นธรรม โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชนสากล
2. ปฏิเสธการใช้วาทกรรมแห่งความเกลียดชัง ไม่ส่งเสริมการสื่อสารที่สร้างการดูถูกหรือเหยียดเชื้อชาติ
3. สร้างพื้นที่แห่งความเข้าใจและความเป็นเพื่อนมนุษย์ ที่ให้ความสำคัญกับอนาคตของเด็กมากกว่าความแตกต่างทางสัญชาติ
เด็กคืออนาคตของโลก ไม่ว่าเขาจะถือสัญชาติใด เราทุกคนต่างมีหน้าที่ร่วมกันในการปกป้อง ดูแล และมอบอนาคตที่ปลอดภัยและสงบสุขแก่พวกเขา
28 สิงหาคม 2568
____________________________________
รายชื่อองค์กรร่วมแถลงการณ์แนบท้าย
แดกศิลป์ อาร์ต สเปซ
สวนนิเวศเกษตรศิลป์
กลุ่มไม้ขีดไฟ
มูลนิธิพัฒนาอีสาน
สถาบันเยาวชนสืบสานภูมิปัญญา
เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน (ขสย.)
กลุ่มรักษ์เขาชะเมา
กลุ่มดีจังสุรินทร์เหลา
ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว
มูลนิธิขวัญชุมชน สุรินทร์
เครือข่ายนิเวศน์วัฒนธรรมชุมชนอีสาน
กลุ่มรุ้งอรุณ องค์กรสาธารณประโยชน์ ลำปาง/Rainbow Dream Group
สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย RSAT- Rainbow Sky Association of Thailand
เครือข่ายประชาชนขจัดการเลือกปฏิบัติ (People's Movement to Eliminate Discrimination : MovED)
มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
กลุ่ม ONE DAY วันเรียนรู้
มูลนิธิสื่อชาวบ้าน (มะขามป้อม)
สำนักข่าวเด็กและเยาวชน พะเยา(องค์กรสาธารณประโยชน์)
มูลนิธิวาย ไอ วาย
มูลนิธิชุมชนอีสานและครอบครัวยิ้ม
สมชีวตาลัย(สวนปู่สม)
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1072676121669285&set=a.491254416478128

The Active
11 hours ago
·
“ผศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล” คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ความเห็น กรณีการจับกุมเด็กนักเรียนชาวกัมพูชา อายุ 13 ปี ที่โรงเรียนใน จ.สุรินทร์ โดยสรุปความคืบหน้าในหลายประเด็น โดยตั้งข้อสังเกต ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการผิดอนุสัญญาสิทธิเด็กอย่างรุนแรง
.
พร้อมมองว่า การที่ตำรวจไปจับกุมเด็กโดยไม่มีหมายจับ ไม่ได้มีเหตุทำผิดซึ่งหน้า หรือหลบหนี อีกทั้งไปจับในโรงเรียน ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพราะประเทศไทย เป็นภาคีอนุสัญญาสิทธิเด็ก ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวง พม. ได้ทำ MOU กับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ในการจะไม่จับกุม และส่งเด็กที่ไม่มีสัญชาติไทยออกไปนอกประเทศ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสม
.
.
อ่านเนื้อหาเพิ่มใน
·
แถลงการณ์:
แสดงความห่วงใยต่อกรณีการส่งเด็กสัญชาติกัมพูชาที่ใช้ชีวิตและเติบโตในประเทศไทยกลับประเทศ
โดย เครือข่ายเพื่อนเยาวชนภาคอีสานและภาคี
ในช่วงที่ผ่านมา มีข่าวการส่งตัวเด็กสัญชาติกัมพูชา ซึ่งมาเติบโตในประเทศไทยพร้อมกับแม่กลับไปยังประเทศกัมพูชา กรณีดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจและก่อให้เกิดเสียงสะท้อนหลากหลาย ทั้งในด้านสิทธิมนุษยชน ความเป็นธรรม และทัศนคติต่อเพื่อนบ้านต่างชาติพันธุ์
เครือข่ายเยาวชนภาคอีสานและภาคี ใคร่ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่าย—หน่วยงานของรัฐ ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป—ยึดมั่นในหลักการของ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC) ที่ประเทศไทยเป็นภาคี โดยเฉพาะหลักการสำคัญคือ “ประโยชน์สูงสุดของเด็ก” เด็กทุกคน ไม่ว่าสัญชาติใด ล้วนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียม และสมควรได้รับการคุ้มครองโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ
สิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง คือกระแสความเห็นในสังคมที่เต็มไปด้วย ถ้อยคำเกลียดชังและการเหยียดเชื้อชาติ หากปล่อยให้แพร่กระจายโดยไร้การยับยั้ง อาจบ่มเพาะความรุนแรงและแตกแยกทางสังคมได้ ประวัติศาสตร์ได้เตือนเราชัดเจนแล้วว่า ความเกลียดชังที่ถูกปลุกปั่น สามารถนำไปสู่โศกนาฏกรรมใหญ่หลวง เช่น การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวทุตซี่ในรวันดา ซึ่งเริ่มจากการสร้างวาทกรรมดูหมิ่นและเหยียดเชื้อชาติ
ดังนั้น เครือข่ายเยาวชนภาคอีสานและภาคี ขอยืนยันจุดยืนว่า
1. เด็กทุกคนควรได้รับการคุ้มครองและปฏิบัติอย่างเป็นธรรม โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชนสากล
2. ปฏิเสธการใช้วาทกรรมแห่งความเกลียดชัง ไม่ส่งเสริมการสื่อสารที่สร้างการดูถูกหรือเหยียดเชื้อชาติ
3. สร้างพื้นที่แห่งความเข้าใจและความเป็นเพื่อนมนุษย์ ที่ให้ความสำคัญกับอนาคตของเด็กมากกว่าความแตกต่างทางสัญชาติ
เด็กคืออนาคตของโลก ไม่ว่าเขาจะถือสัญชาติใด เราทุกคนต่างมีหน้าที่ร่วมกันในการปกป้อง ดูแล และมอบอนาคตที่ปลอดภัยและสงบสุขแก่พวกเขา
28 สิงหาคม 2568
____________________________________
รายชื่อองค์กรร่วมแถลงการณ์แนบท้าย
แดกศิลป์ อาร์ต สเปซ
สวนนิเวศเกษตรศิลป์
กลุ่มไม้ขีดไฟ
มูลนิธิพัฒนาอีสาน
สถาบันเยาวชนสืบสานภูมิปัญญา
เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน (ขสย.)
กลุ่มรักษ์เขาชะเมา
กลุ่มดีจังสุรินทร์เหลา
ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว
มูลนิธิขวัญชุมชน สุรินทร์
เครือข่ายนิเวศน์วัฒนธรรมชุมชนอีสาน
กลุ่มรุ้งอรุณ องค์กรสาธารณประโยชน์ ลำปาง/Rainbow Dream Group
สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย RSAT- Rainbow Sky Association of Thailand
เครือข่ายประชาชนขจัดการเลือกปฏิบัติ (People's Movement to Eliminate Discrimination : MovED)
มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
กลุ่ม ONE DAY วันเรียนรู้
มูลนิธิสื่อชาวบ้าน (มะขามป้อม)
สำนักข่าวเด็กและเยาวชน พะเยา(องค์กรสาธารณประโยชน์)
มูลนิธิวาย ไอ วาย
มูลนิธิชุมชนอีสานและครอบครัวยิ้ม
สมชีวตาลัย(สวนปู่สม)
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1072676121669285&set=a.491254416478128

The Active
11 hours ago
·
“ผศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล” คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ความเห็น กรณีการจับกุมเด็กนักเรียนชาวกัมพูชา อายุ 13 ปี ที่โรงเรียนใน จ.สุรินทร์ โดยสรุปความคืบหน้าในหลายประเด็น โดยตั้งข้อสังเกต ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการผิดอนุสัญญาสิทธิเด็กอย่างรุนแรง
.
พร้อมมองว่า การที่ตำรวจไปจับกุมเด็กโดยไม่มีหมายจับ ไม่ได้มีเหตุทำผิดซึ่งหน้า หรือหลบหนี อีกทั้งไปจับในโรงเรียน ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพราะประเทศไทย เป็นภาคีอนุสัญญาสิทธิเด็ก ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวง พม. ได้ทำ MOU กับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ในการจะไม่จับกุม และส่งเด็กที่ไม่มีสัญชาติไทยออกไปนอกประเทศ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสม
.
.
