"อันนา" ยื่นหนังสือคณะกรรมการสิทธิฯ กรณีพบว่ามีชื่อในเอกสารของกองทัพว่าเป็น High Value Target จากการอภิปรายของสส.ชัยพล ซึ่งทำให้หลายอย่างกระจ่าง เพราะโดนโจมตีมาตลอดก่อนหน้า ตั้งคำถาม กองทัพเป็นอะไรทำไมต้องใส่ชื่อเยาวชนไปเป็น HVT งง High Value แบบใดห์ กูสูงยังไม่ถึง 160 เลย 😆 pic.twitter.com/UIoIOtnKT5
— dei #saveขนุน #หยุดคุมขัง (@webdevxp) March 27, 2025
https://x.com/webdevxp/status/1905185820165968235
Album 27 มี.ค. 68 อันนา อันนานนท์ ยื่นหนังสือกรณี กลุ่มเป้าหมาย High Va
ไข่แมวชีส added 16 new photos.
6 hours ago
·
‘อันนา’ นักกิจกรรมเยาวชน ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ กสม. ตรวจสอบการละเมิดสิทธิ หลังพบเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญจากการโจมตีของกลุ่ม IO พร้อมถามกองทัพว่าเหตุใดจึงนำเยาวชนมาอยู่ในบัญชีความมั่นคงได้
27 มี.ค. 2568 เวลา 15.30 น. ที่อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อันนา อันนานนท์ นักกิจกรรมเยาวชน เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้น กรณีทราบว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกโจมตีและใส่ความจากขบวนการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ “ไอโอ” สืบเนื่องจากที่ ชยพล สท้อนดี ส.ส.พรรคประชาชน ได้อภิปรายในญัตติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2568 ที่ผ่านมา
การอภิปรายดังกล่าวของชยพล เปิดเผยถึงปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (Information Operation : IO) ของกองทัพ ว่าถึงแม้จะไม่ได้อยู่ในรัฐบาลทหารแล้ว แต่ปฏิบัติการนี้ก็ยังคงมีการดำเนินต่อในช่วงรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งรวมไปถึงรัฐบาลของ แพทองธาร ชินวัตร หรือ “อุ๊งอิ๊ง” เองก็ตาม
ตอนหนึ่งของการอภิปราย ปรากฎภาพการจัดกลุ่มเป้าหมายที่ถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องเป็น HVT หรือ High Value Targets ซึ่งหมายถึง กลุ่มเป้าหมายที่มีความสำคัญและมีผลกระทบต่อสถาบันฯ สูง รวมทั้งหมด 48 รายชื่อ แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มรับทุนต่างชาติ, กลุ่มจุดประเด็นในสังคม, กลุ่มสร้างกระแสชี้นำแนวคิดเยาวชน, กลุ่มแพร่กระจายข้อมูลข่าวสาร และสุดท้ายกลุ่มนักวิชาการ และ NGOs
สำหรับการยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในวันนี้มี อันนา อันนานนท์ ผู้ได้รับผลกระทบ ตามที่ปรากฏว่าเป็นหนึ่งในรายชื่อของกลุ่มสร้างกระแสชี้นำแนวคิดเยาวชน เข้ายื่นหนังสือร้องเรียน พร้อมเอกสารประกอบ เพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้น โดยมี วสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นตัวแทนออกมารับหนังสือและพูดคุยกับอันนา
.
ภายหลังการยื่นหนังสือ อันนา ได้ให้สัมถาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ตนมายื่นหนังสือจากประเด็นที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา ที่มีการกล่าวถึงการจัดทำบัญชีบุคคลเฝ้าระวัง ทำชุดข้อมูลโจมตีนักกิจกรรม ซึ่งคนที่ถูกโจมตีก็มีหลายคน ทั้งนักการเมือง นักกิจกรรมเยาวชน นักกิจกรรม เลยเป็นเหตุให้วันนี้มายื่นหนังสือที่ กสม.
โดยคาดหวังให้ กสม. ตรวจสอบการละเมิดสิทธิรวมถึงให้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้หยุดการละเมิดสิทธิ โดยตนจะติดตามผลการตรวจสอบละเมิดสิทธิ และหน่วยงานที่ได้รับข้อเสนอแนะจาก กสม. ว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรหรือไม่
จริง ๆ แล้วมีกรณีที่คล้ายคลึงกันเรื่องบัญชีบุคคลเฝ้าระวัง ซึ่ง กสม. ได้ออกข้อเสนอแนะมาแล้ว แต่ตนก็ยังไม่ทราบชัดเจนว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการดำเนินการแล้วหรือไม่
“ในฐานะที่เป็นหนึ่งในรายชื่อ อยากจะสื่อสารไปถึงหน่วยงานความมั่นคงว่า ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงนำเยาวชนคนหนึ่งมาไว้ในบัญชีความมั่นคง ที่ระบุว่าเป็น High Value Target ซึ่งตนแค่มีสองมือแและกระดาษประมาณ 100 หน้า และก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะไปเป็น High Value ได้อย่างไรเพราะสูงไม่ถึง 160 ซม. ด้วยซ้ำ” อันนากล่าว
จากการประกาศรายชื่ออกมาทำให้ตนทราบข้อเท็จจริง เพราะถ้าไม่มีการประกาศออกมา ก็จะไม่รู้เลยว่ามีการจัดทำลิสต์ข้อมูล และมีที่มาที่ไปอย่างไร ก่อนหน้านี้ตนทราบว่าถูกโจมตีมาโดยตลอด ทั้งการใช้คำพูดรุนแรงและเสียหาย ตนพบเห็นการโจมตีเป็นข้อความและรูปภาพครั้งแรกในช่วงเดือนธันวาคม ก็แปลกใจว่าทำไมถึงพิมพ์ทั้งชื่อ นามสกุล และใช้คำคล้ายคลึงกัน ในกลุ่มคนที่คล้ายกัน แต่หลังจากมีการเปิดเผยดังกล่าวก็ทำให้เข้าใจว่าทำไมจึงเป็นเช่นนี้
อันนาระบุว่า นอกจากการยื่นหนังสือในวันนี้ เบื้องต้นจะรอติดตามผลจาก กสม.ก่อน ส่วนหน่วยงานอื่น ๆ อาจจะมีการยื่นในวาระถัดไป ซึ่งตนอยากถามกลับไปทางกองทัพว่าเหตุใดถึงนำรายชื่อเยาวชนมาติดอยู่รายชื่อในลักษณะนี้ได้
ตนอยากให้แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ติดตามตรวจสอบด้วยว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร เพราะทราบว่าท่านเป็นอีกคนหนึ่งที่ถูกกล่าวหาโจมตี และกล่าวทิ้งท้ายว่า “ถ้าคุณถูกทำข้อมูล IO เราคือเพื่อนกัน”
.
.
อย่างไรก็ตาม ในหนังสือที่อันนายื่นต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ระบุรายละเอียดดังนี้
“เรียน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
เรื่อง การจัดทำบัญชีที่จัดทำคล้ายคลึงกับบัญชีบุคคลเฝ้าระวังและการจัดทำข้อมูลที่โจมตีนักกิจกรรมอย่างเป็นระบบ
ข้าพเจ้าได้ทราบผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี โดยการอภิปรายของ สส. ชยพล สท้อนดี ภายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และการเผยแพร่ไฟล์ข้อมูลผ่านเพจเฟซบุ๊ค ชยพล สท้อนดี - Chayaphon Satondee ว่ามีการจัดทำบัญชีกลุ่มเป้าหมายที่มีความสำคัญและส่งผลกระทบต่อสถานการณ์สูง (High Value Targets) และมีการจัดทำชุดข้อมูลเพื่อใช้โจมตีบุคคลที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าวอย่างเป็นระบบ
โดยจากการอภิปรายและการเปิดเผยเอกสารในภายหลัง ได้มีการอ้างถึงหน่วยงานรัฐหลายหน่วยงานได้แก่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.), ศูนย์ปฏิบัติการร่วมของทหารและตำรวจ (ศปก.ร่วมฯ), คณะทำงานความมั่นคงพิเศษ ทบ.
ในระหว่างการอภิปรายและการเผยแพร่สารในภายหลัง ได้มีการระบุถึง การจัดทำบัญชีกลุ่มเป้าหมายที่มีความสำคัญและส่งผลกระทบต่อสถานการณ์สูงนั้น หรือ High Value Target โดยมีการนำทั้งนักกิจกรรมเยาวชน นักกิจกรรมทางการเมือง นักวิชาการ นักการเมือง และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร อีกทั้งจากการอภิปรายของ สส. ชยพล สท้อนดี ภายในที่ที่ประชุมสภา ประกอบกับการเผยแพร่ไฟล์ข้อมูล มีการอ้างถึงการจัดทำข้อมูลโจมตีนักกิจกรรมอย่างเป็นระบบโดยระบุว่า ได้มีการปฏิบัติการ Direct Counter Measure (DCM) คือการพุ่งเป้าหมายไปยังกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งมี High Value Target (HVT) หรือกลุ่มเป้าหมายที่มีความสำคัญและมีผลกระทบกับสถาบันสูง
โดยข้าพเจ้า (อันนา อันนานนท์) ซึ่งเป็นนักกิจกรรมเยาวชนซึ่งขับเคลื่อนประเด็นสิทธิทางการเมืองและสิทธิเด็ก ได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในกรณีที่ข้าพเจ้ามีรายชื่ออยู่ในบัญชีบุคคลเฝ้าระวังในขณะที่ข้าพเจ้าอายุ 16 ปี และในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ซึ่งมีรายละเอียดยืนยันข้อเท็จจริงว่ามีการจัดทำบัญชีรายชื่อดังกล่าวขึ้นโดยหน่วยงานกองกำกับการสืบสวน 4 กองกำกับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล และการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ในระยะเวลาต่อมาข้าพเจ้าได้ทราบจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยการอภิปรายของ สส. ชยพล สท้อนดี ภายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และการเผยแพร่ไฟล์ข้อมูลผ่านเพจเฟซบุ๊ค สส. ชยพล สท้อนดี ว่ามีการจัดทำบัญชีรายชื่อคล้ายคลึงกับบัญชีรายชื่อบุคคลเฝ้าระวัง โดยในบัญชีรายชื่อดังกล่าวได้ปรากฏภาพของข้าพเจ้าร่วมด้วย และการจัดทำ High Value Target นั้นมีความคล้ายครึ่งกับการจัดทำบัญชีบุคคลเฝ้าระวังด้วยเหตุการณ์แสดงออกทางการเมือง โดยจากการอภิปรายนั้นปรากฏว่ามีการติดตามและบันทึกข้อมูลส่วนตัวของกลุ่มบุคคล ทั้งการติดตามทางกายภาพและการติดตามผ่านทางพื้นที่ออนไลน์
อีกทั้งการอภิปรายและการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวได้มีการเปิดเผยว่า ได้มีการจัดทำชุดข้อมูลเพื่อโจมตีข้าพเจ้าระหว่างวันที่ 17 - 23 สิงหาคม พ.ศ. 2567 และ 19 - 25 ตุลาคม พ.ศ. 2567 โดยข้าพเจ้าได้พบเห็นโพสต์ที่มีเนื้อหาโจมตีข้าพเจ้าผ่านทางสื่อออนไลน์ระหว่างเดือนธันวาคม แต่ได้ทราบว่าการโจมตีดังกล่าวถูกจัดทำขึ้นอย่างเป็นระบบผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจและการเผยแพร่ข้อมูล
โดยในเนื้อหาที่ถูกหยิบยกมาโจมตีข้าพเจ้ารวมถึงกรณีที่ข้าพเจ้าเรียกร้องความเป็นธรรมในกรณีการละเมิดสิทมนุษยชนที่ข้าพเจ้าพบเจอระหว่างเป็นเด็ก (กรณีรายงานผลการตรวจสอบที่ 27 / 2566)
การกระทำดังกล่าวเป็นการเลือกปฏิบัติตาม 1. ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ 2 ระบุว่า ทุกคนย่อมมีสิทธิและอิสรภาพบรรดาที่กำหนดไว้ในปฏิญญานี้ โดยปราศจากความแตกต่างไม่ว่าชนิดใด ๆ ดังเช่น เชื้อชาติ ผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมืองหรือทางอื่น เผ่าพันธุ์แห่งชาติ หรือสังคม ทรัพย์สิน กำเนิด หรือสถานะอื่น ๆ
อนึ่งจะไม่มีความแตกต่างใด ๆ ตามมูลฐานแห่งสถานะทางการเมือง ทางการศาล หรือทางการระหว่างประเทศของประเทศหรือดินแดนที่บุคคลสังกัด ไม่ว่าดินแดนนี้จะเป็นเอกราช อยู่ในความพิทักษ์มิได้ปกครองตนเอง หรืออยู่ภายใต้การจำกัดอธิปไตยใด ๆ ทั้งสิ้น
2.กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อ 2 ระบุว่า รัฐภาคีแต่ละรัฐแห่งกติกานี้รับที่จะเคารพและประกันแก่ปัจเจกบุคคลทั้งปวงภายในดินแดนของตน และภายใต้เขตอานาจของตนในสิทธิทั้งหลายที่รับรองไว้ในกติกานี้ โดยปราศจากการแบ่งแยกใดๆ อาทิ เชื้อชาติ ผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมืองหรือความคิดเห็นอื่นใด เผ่าพันธุ์แห่งชาติหรือสังคม ทรัพย์สิน กำเนิด หรือสถานะอื่นๆ
การจัดทำบัญชีรายชื่อดังกล่าวมีมูลเหตุมาจากความคิดทางการเมือง โดยกลุ่มบุคคลที่มีความคิดเห็นสนับสนุนสิทธิทางการเมืองและสิทธิพลเมือง กลุ่มบุคคลที่สนับสนุนแนวคิดการปฏิรูปกองทัพ มักจะจะตกเป็นกลุ่มที่ถูกจัดทำบัญชีรายชื่อ และเป็นกลุ่มที่ถูกโจมตีอย่างเป็นระบบ
อีกทั้งการกระทำดังกล่าวยังเป็นการละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัวตาม 1. ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ 12 ระบุว่า บุคคลใด ๆ จะถูกแทรกสอดโดยพลการ ในความเป็นอยู่ส่วนตัวในครอบครัวในเคหสถานหรือในการสื่อสาร หรือจะถูกลบหลู่ในเกียรติยศ และชื่อเสียงไม่ได้ ทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองของกฎหมายต่อการแทรกสอด หรือการลบหลู่ดังกล่าวนั้น
การจัดทำบัญชีรายชื่อดังกล่าวมีการติดตามและบันทึกทั้งการเคลื่อนไหวทางกายภาพและการเคลื่อนไหวทางพื้นที่ออนไลน์อย่างเป็นระบบ การกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัวและเป็นการเลือกปฏิบัติต่อข้าพเจ้า จึงทำให้ข้าพเจ้ายื่นเรื่องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเพื่อขอตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และจัดทำข้อเสนอแนะต่อหน่วยงาน
อันนา อันนานนท์”
ไข่แมวชีส added 16 new photos.
6 hours ago
·
‘อันนา’ นักกิจกรรมเยาวชน ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ กสม. ตรวจสอบการละเมิดสิทธิ หลังพบเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญจากการโจมตีของกลุ่ม IO พร้อมถามกองทัพว่าเหตุใดจึงนำเยาวชนมาอยู่ในบัญชีความมั่นคงได้
27 มี.ค. 2568 เวลา 15.30 น. ที่อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อันนา อันนานนท์ นักกิจกรรมเยาวชน เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้น กรณีทราบว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกโจมตีและใส่ความจากขบวนการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ “ไอโอ” สืบเนื่องจากที่ ชยพล สท้อนดี ส.ส.พรรคประชาชน ได้อภิปรายในญัตติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2568 ที่ผ่านมา
การอภิปรายดังกล่าวของชยพล เปิดเผยถึงปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (Information Operation : IO) ของกองทัพ ว่าถึงแม้จะไม่ได้อยู่ในรัฐบาลทหารแล้ว แต่ปฏิบัติการนี้ก็ยังคงมีการดำเนินต่อในช่วงรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งรวมไปถึงรัฐบาลของ แพทองธาร ชินวัตร หรือ “อุ๊งอิ๊ง” เองก็ตาม
ตอนหนึ่งของการอภิปราย ปรากฎภาพการจัดกลุ่มเป้าหมายที่ถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องเป็น HVT หรือ High Value Targets ซึ่งหมายถึง กลุ่มเป้าหมายที่มีความสำคัญและมีผลกระทบต่อสถาบันฯ สูง รวมทั้งหมด 48 รายชื่อ แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มรับทุนต่างชาติ, กลุ่มจุดประเด็นในสังคม, กลุ่มสร้างกระแสชี้นำแนวคิดเยาวชน, กลุ่มแพร่กระจายข้อมูลข่าวสาร และสุดท้ายกลุ่มนักวิชาการ และ NGOs
สำหรับการยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในวันนี้มี อันนา อันนานนท์ ผู้ได้รับผลกระทบ ตามที่ปรากฏว่าเป็นหนึ่งในรายชื่อของกลุ่มสร้างกระแสชี้นำแนวคิดเยาวชน เข้ายื่นหนังสือร้องเรียน พร้อมเอกสารประกอบ เพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้น โดยมี วสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นตัวแทนออกมารับหนังสือและพูดคุยกับอันนา
.
ภายหลังการยื่นหนังสือ อันนา ได้ให้สัมถาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ตนมายื่นหนังสือจากประเด็นที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา ที่มีการกล่าวถึงการจัดทำบัญชีบุคคลเฝ้าระวัง ทำชุดข้อมูลโจมตีนักกิจกรรม ซึ่งคนที่ถูกโจมตีก็มีหลายคน ทั้งนักการเมือง นักกิจกรรมเยาวชน นักกิจกรรม เลยเป็นเหตุให้วันนี้มายื่นหนังสือที่ กสม.
โดยคาดหวังให้ กสม. ตรวจสอบการละเมิดสิทธิรวมถึงให้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้หยุดการละเมิดสิทธิ โดยตนจะติดตามผลการตรวจสอบละเมิดสิทธิ และหน่วยงานที่ได้รับข้อเสนอแนะจาก กสม. ว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรหรือไม่
จริง ๆ แล้วมีกรณีที่คล้ายคลึงกันเรื่องบัญชีบุคคลเฝ้าระวัง ซึ่ง กสม. ได้ออกข้อเสนอแนะมาแล้ว แต่ตนก็ยังไม่ทราบชัดเจนว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการดำเนินการแล้วหรือไม่
“ในฐานะที่เป็นหนึ่งในรายชื่อ อยากจะสื่อสารไปถึงหน่วยงานความมั่นคงว่า ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงนำเยาวชนคนหนึ่งมาไว้ในบัญชีความมั่นคง ที่ระบุว่าเป็น High Value Target ซึ่งตนแค่มีสองมือแและกระดาษประมาณ 100 หน้า และก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะไปเป็น High Value ได้อย่างไรเพราะสูงไม่ถึง 160 ซม. ด้วยซ้ำ” อันนากล่าว
จากการประกาศรายชื่ออกมาทำให้ตนทราบข้อเท็จจริง เพราะถ้าไม่มีการประกาศออกมา ก็จะไม่รู้เลยว่ามีการจัดทำลิสต์ข้อมูล และมีที่มาที่ไปอย่างไร ก่อนหน้านี้ตนทราบว่าถูกโจมตีมาโดยตลอด ทั้งการใช้คำพูดรุนแรงและเสียหาย ตนพบเห็นการโจมตีเป็นข้อความและรูปภาพครั้งแรกในช่วงเดือนธันวาคม ก็แปลกใจว่าทำไมถึงพิมพ์ทั้งชื่อ นามสกุล และใช้คำคล้ายคลึงกัน ในกลุ่มคนที่คล้ายกัน แต่หลังจากมีการเปิดเผยดังกล่าวก็ทำให้เข้าใจว่าทำไมจึงเป็นเช่นนี้
อันนาระบุว่า นอกจากการยื่นหนังสือในวันนี้ เบื้องต้นจะรอติดตามผลจาก กสม.ก่อน ส่วนหน่วยงานอื่น ๆ อาจจะมีการยื่นในวาระถัดไป ซึ่งตนอยากถามกลับไปทางกองทัพว่าเหตุใดถึงนำรายชื่อเยาวชนมาติดอยู่รายชื่อในลักษณะนี้ได้
ตนอยากให้แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ติดตามตรวจสอบด้วยว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร เพราะทราบว่าท่านเป็นอีกคนหนึ่งที่ถูกกล่าวหาโจมตี และกล่าวทิ้งท้ายว่า “ถ้าคุณถูกทำข้อมูล IO เราคือเพื่อนกัน”
.
.
อย่างไรก็ตาม ในหนังสือที่อันนายื่นต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ระบุรายละเอียดดังนี้
“เรียน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
เรื่อง การจัดทำบัญชีที่จัดทำคล้ายคลึงกับบัญชีบุคคลเฝ้าระวังและการจัดทำข้อมูลที่โจมตีนักกิจกรรมอย่างเป็นระบบ
ข้าพเจ้าได้ทราบผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี โดยการอภิปรายของ สส. ชยพล สท้อนดี ภายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และการเผยแพร่ไฟล์ข้อมูลผ่านเพจเฟซบุ๊ค ชยพล สท้อนดี - Chayaphon Satondee ว่ามีการจัดทำบัญชีกลุ่มเป้าหมายที่มีความสำคัญและส่งผลกระทบต่อสถานการณ์สูง (High Value Targets) และมีการจัดทำชุดข้อมูลเพื่อใช้โจมตีบุคคลที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าวอย่างเป็นระบบ
โดยจากการอภิปรายและการเปิดเผยเอกสารในภายหลัง ได้มีการอ้างถึงหน่วยงานรัฐหลายหน่วยงานได้แก่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.), ศูนย์ปฏิบัติการร่วมของทหารและตำรวจ (ศปก.ร่วมฯ), คณะทำงานความมั่นคงพิเศษ ทบ.
ในระหว่างการอภิปรายและการเผยแพร่สารในภายหลัง ได้มีการระบุถึง การจัดทำบัญชีกลุ่มเป้าหมายที่มีความสำคัญและส่งผลกระทบต่อสถานการณ์สูงนั้น หรือ High Value Target โดยมีการนำทั้งนักกิจกรรมเยาวชน นักกิจกรรมทางการเมือง นักวิชาการ นักการเมือง และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร อีกทั้งจากการอภิปรายของ สส. ชยพล สท้อนดี ภายในที่ที่ประชุมสภา ประกอบกับการเผยแพร่ไฟล์ข้อมูล มีการอ้างถึงการจัดทำข้อมูลโจมตีนักกิจกรรมอย่างเป็นระบบโดยระบุว่า ได้มีการปฏิบัติการ Direct Counter Measure (DCM) คือการพุ่งเป้าหมายไปยังกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งมี High Value Target (HVT) หรือกลุ่มเป้าหมายที่มีความสำคัญและมีผลกระทบกับสถาบันสูง
โดยข้าพเจ้า (อันนา อันนานนท์) ซึ่งเป็นนักกิจกรรมเยาวชนซึ่งขับเคลื่อนประเด็นสิทธิทางการเมืองและสิทธิเด็ก ได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในกรณีที่ข้าพเจ้ามีรายชื่ออยู่ในบัญชีบุคคลเฝ้าระวังในขณะที่ข้าพเจ้าอายุ 16 ปี และในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ซึ่งมีรายละเอียดยืนยันข้อเท็จจริงว่ามีการจัดทำบัญชีรายชื่อดังกล่าวขึ้นโดยหน่วยงานกองกำกับการสืบสวน 4 กองกำกับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล และการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ในระยะเวลาต่อมาข้าพเจ้าได้ทราบจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยการอภิปรายของ สส. ชยพล สท้อนดี ภายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และการเผยแพร่ไฟล์ข้อมูลผ่านเพจเฟซบุ๊ค สส. ชยพล สท้อนดี ว่ามีการจัดทำบัญชีรายชื่อคล้ายคลึงกับบัญชีรายชื่อบุคคลเฝ้าระวัง โดยในบัญชีรายชื่อดังกล่าวได้ปรากฏภาพของข้าพเจ้าร่วมด้วย และการจัดทำ High Value Target นั้นมีความคล้ายครึ่งกับการจัดทำบัญชีบุคคลเฝ้าระวังด้วยเหตุการณ์แสดงออกทางการเมือง โดยจากการอภิปรายนั้นปรากฏว่ามีการติดตามและบันทึกข้อมูลส่วนตัวของกลุ่มบุคคล ทั้งการติดตามทางกายภาพและการติดตามผ่านทางพื้นที่ออนไลน์
อีกทั้งการอภิปรายและการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวได้มีการเปิดเผยว่า ได้มีการจัดทำชุดข้อมูลเพื่อโจมตีข้าพเจ้าระหว่างวันที่ 17 - 23 สิงหาคม พ.ศ. 2567 และ 19 - 25 ตุลาคม พ.ศ. 2567 โดยข้าพเจ้าได้พบเห็นโพสต์ที่มีเนื้อหาโจมตีข้าพเจ้าผ่านทางสื่อออนไลน์ระหว่างเดือนธันวาคม แต่ได้ทราบว่าการโจมตีดังกล่าวถูกจัดทำขึ้นอย่างเป็นระบบผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจและการเผยแพร่ข้อมูล
โดยในเนื้อหาที่ถูกหยิบยกมาโจมตีข้าพเจ้ารวมถึงกรณีที่ข้าพเจ้าเรียกร้องความเป็นธรรมในกรณีการละเมิดสิทมนุษยชนที่ข้าพเจ้าพบเจอระหว่างเป็นเด็ก (กรณีรายงานผลการตรวจสอบที่ 27 / 2566)
การกระทำดังกล่าวเป็นการเลือกปฏิบัติตาม 1. ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ 2 ระบุว่า ทุกคนย่อมมีสิทธิและอิสรภาพบรรดาที่กำหนดไว้ในปฏิญญานี้ โดยปราศจากความแตกต่างไม่ว่าชนิดใด ๆ ดังเช่น เชื้อชาติ ผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมืองหรือทางอื่น เผ่าพันธุ์แห่งชาติ หรือสังคม ทรัพย์สิน กำเนิด หรือสถานะอื่น ๆ
อนึ่งจะไม่มีความแตกต่างใด ๆ ตามมูลฐานแห่งสถานะทางการเมือง ทางการศาล หรือทางการระหว่างประเทศของประเทศหรือดินแดนที่บุคคลสังกัด ไม่ว่าดินแดนนี้จะเป็นเอกราช อยู่ในความพิทักษ์มิได้ปกครองตนเอง หรืออยู่ภายใต้การจำกัดอธิปไตยใด ๆ ทั้งสิ้น
2.กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อ 2 ระบุว่า รัฐภาคีแต่ละรัฐแห่งกติกานี้รับที่จะเคารพและประกันแก่ปัจเจกบุคคลทั้งปวงภายในดินแดนของตน และภายใต้เขตอานาจของตนในสิทธิทั้งหลายที่รับรองไว้ในกติกานี้ โดยปราศจากการแบ่งแยกใดๆ อาทิ เชื้อชาติ ผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมืองหรือความคิดเห็นอื่นใด เผ่าพันธุ์แห่งชาติหรือสังคม ทรัพย์สิน กำเนิด หรือสถานะอื่นๆ
การจัดทำบัญชีรายชื่อดังกล่าวมีมูลเหตุมาจากความคิดทางการเมือง โดยกลุ่มบุคคลที่มีความคิดเห็นสนับสนุนสิทธิทางการเมืองและสิทธิพลเมือง กลุ่มบุคคลที่สนับสนุนแนวคิดการปฏิรูปกองทัพ มักจะจะตกเป็นกลุ่มที่ถูกจัดทำบัญชีรายชื่อ และเป็นกลุ่มที่ถูกโจมตีอย่างเป็นระบบ
อีกทั้งการกระทำดังกล่าวยังเป็นการละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัวตาม 1. ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ 12 ระบุว่า บุคคลใด ๆ จะถูกแทรกสอดโดยพลการ ในความเป็นอยู่ส่วนตัวในครอบครัวในเคหสถานหรือในการสื่อสาร หรือจะถูกลบหลู่ในเกียรติยศ และชื่อเสียงไม่ได้ ทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองของกฎหมายต่อการแทรกสอด หรือการลบหลู่ดังกล่าวนั้น
การจัดทำบัญชีรายชื่อดังกล่าวมีการติดตามและบันทึกทั้งการเคลื่อนไหวทางกายภาพและการเคลื่อนไหวทางพื้นที่ออนไลน์อย่างเป็นระบบ การกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัวและเป็นการเลือกปฏิบัติต่อข้าพเจ้า จึงทำให้ข้าพเจ้ายื่นเรื่องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเพื่อขอตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และจัดทำข้อเสนอแนะต่อหน่วยงาน
อันนา อันนานนท์”
https://www.facebook.com/eggcatcheese/posts/972935508321338
https://x.com/webdevxp/status/1905185820165968235