วันจันทร์, มีนาคม 24, 2568

ทั่นประธานฯ ก้อไม่น่าจะต้องทำตัวเป็นองครักษ์ปกป้อง ‘อุ๊งอิ๊ง’ ตักเตือน วิโรจน์ ลักขณาฯ ถึงสี่ครั้งว่าอภิปรายซ้ำซาก เขาให้รายละเอียดชัดเจนว่า “หนีภาษี” ผิดจริยธรรม

อันที่จริงการอภิปรายอย่างตอกย้ำหลายครั้งว่า แพทองธาร ชินวัตร “หนีภาษี” ผิดจริยธรรมไม่สมควรเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่เห็นจะน่าเป็นเรื่องผิดระเบียบหรือมารยาทอย่างใด จนทำให้ประธานสภาฯ ต้องกระโจนมาทำหน้าที่องครักษ์ ตักเตือน วิโรจน์ ลักษณาฯ ถึงสี่ครั้ง

ยิ่งที่พวก I-bag พยายามโจมตีว่า ส.ส.พรรคซ่มไม่ให้เกียรตินายกฯ เรียกแต่ชื่อเฉยๆ ยิ่งเหลวไหลไปใหญ่ ขอแนะนำให้ย้อนไปอ่านรายงานข่าวของ โมโนที่เขียนละเอียดแต่กระชับ ว่าวิโรจน์ยกข้อเท็จจริงต่างๆ มาย้ำความไม่ไว้วางใจได้ดีทีเดียว แต่ยาวหน่อยนะ

ไฮไล้ท์อยู่ที่ถ้อยคำที่ว่า “ต้องสงสัยว่ามีการใช้ตั๋ว PN เป็นเครื่องมือในการทำนิติกรรมอำพราง ทำธุรกรรมการซื้อปลอม ตบตาการได้หุ้นจากการให้เป็นการซื้อหุ้น เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีการรับให้ ที่ต้องจ่ายให้กับแผ่นดิน” นี่ละตรงเป้า

ท่วงทีและกิริยาของวิโรจน์ก็คงห่ามห้าวตามบุคคลิคของเขา จะให้นุ่มนวมเหมือน ลุงป้อม ก็ใช่ที่ เพื่อจะได้ให้นายกฯ ลุกขึ้นสวนทันควันว่าที่ผู้อาวุโสสาธยายอย่างอ้อยอิ่งเป็นเวลา ๑๐ นาฑีนั้น “ไม่เป็นความจริง” ค่ะ เป็นการย้อนเกล็ดผู้เฒ่า คสช.จากเมื่อปี ๖๔

วิโรจน์พูดถึงอะไรบ้าง ไม่ฟังไม่อ่านเดี๋ยวจะเป็นแบบนักกลอนที่เปลี่ยนชื่อมาเป็น นังแบก เพราะคนที่ตั้งชื่อเดิมให้เป็นอดีตสลิ่มที่หันมากินส้ม ต้องโพสต์ถี่ยิบ แก้ตัวติดๆ กันหลายวัน จุดใหญ่ใจความของวิโรจน์อยู่ที่ การหนีภาษี ๒๑๘ ล้าน

ก็คือการ “ซื้อหุ้นจากพี่สาว พี่ชาย ลุง ป้าสะใภ้ และแม่ แบบ ซื้อเชื่อแล้วออกตั๋ว PN แทนการจ่ายเงิน” ตั๋วแบบนี้มีดีตรงที่ไม่ต้องจ่ายสด ไม่มีกำหนดจ่ายคืน จนกว่าผู้ขายจะทวง ซึ่งวิโรจน์บอกว่าจริงๆ แล้วเป็นการให้โดยเสน่หา ที่ต้องเสียภาษีทั้งผู้รับและผู้ให้

ทั้งนี้ “ประมวลรัษฎากรในส่วนของ ภาษีการรับให้ผ่านเมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๘ และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙” ซึ่งถ้าผู้ให้เป็นบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส ไม่ต้องเสียภาษีถ้าต่ำกว่า ๒๐ ล้าน เกินนั้นเสีย ๕%

แต่ถ้าไม่ใช่ดีเอ็นเอเดียวกัน ได้แค่ ๑๐ ล้าน เกินกว่านั้นต้องเสียภาษี ๕% ของแพทองธารจึงหันไปใช้วิธี พีเอ็นเพราะตั๋ว ๙ ใบ มูลค่าสูงถึง ๔,๔๓๔.๕ ล้านบาท ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย ไม่ต้องเสียภาษีทั้งผู้ให้/ผู้รับ ส่วนถ้อยคำเสียดแทง

“เป็นพฤติกรรมที่เอารัดเอาเปรียบประชาชน เอาเปรียบสังคม เม้มผลประโยชน์ของชาติ บ่อนทำลายการพัฒนาประเทศ” อะไรเทือกนั้น ก็เป็นโวหารสำนวนให้เกิดความเร้าใจเป็นธรรมดาของการ “ไม่ไว้วางใจ” จะให้อวยพรประสบความสำเร็จ แบบลุงป้อมได้ไง

(https://www.facebook.com/Mono29News/posts/F2PBKDLq22 และแนะให้ดูบทวิพากษ์ (ล่วงหน้า) ของ สุรพศ ทวีศักดิ์ ที่นี่ด้วย https://www.facebook.com/suraphotthaweesak/posts/heBJ7MB7)