
พรรคประชาชน - People's Party
11 hours ago
·

.
ทุกคนที่เคยติดตามข่าวสารบ้านเมืองย่อมเคยได้ยินชื่อ “อัลไพน์” และ “เขากระโดง” มาไม่น้อยกว่าหลายสิบครั้ง เพราะนี่คือหนึ่งในมหากาพย์ข้อพิพาทเรื่องที่ดินที่เกี่ยวพันกับผลประโยชน์ของนักการเมืองและตระกูลการเมืองใหญ่ของประเทศนี้ เป็นเรื่องราวที่ยังไม่จบไม่สิ้น ต่อเนื่อง และยาวนานข้ามหลายทศวรรษมาจนตอนนี้
.
ฝั่งหนึ่งเป็นอดีตพรรคฝ่ายค้าน อีกฝั่งหนึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลตลอดกาล ที่เข้าได้กับทุกคนตราบที่ผลประโยชน์ลงตัว และเมื่อเวลานี้ผลประโยชน์ของทั้งสองฝั่งต่างลงตัวจากการ “ดีลแลกประเทศ” ที่ทำให้ทั้งสองฝั่งได้มาร่วมหัวจมท้ายเป็นรัฐบาลเดียวกันในเวลานี้แล้ว
.
มหากาพย์นี้จึงกำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่งตำนาน สู่การดีลอย่างต่อเนื่องเพื่อแลกผลประโยชน์ของประเทศไปเป็นผลประโยชน์ของสองตระกูลการเมืองใหญ่
.
ซึ่งจุลพงศ์ อยู่เกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้อภิปรายให้เห็นไว้อย่างน่าสนใจ
.

.
เรื่องสนามกอล์ฟอัลไพน์ไม่ใช่เรื่องเก่าแม้จะเกิดมานานแล้ว และยังคงเป็นปัญหายังคาราซังมาจนทุกวันนี้ก็เพราะมีการช่วยเหลือเอื้อประโยชน์กันเพื่อไม่ให้ที่ธรณีสงฆ์กลับไปเป็นของวัด โดยนายกรัฐมนตรีและบุคคลในครอบครัวมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน
.
เมื่อปลายปี 2512 ยายเนื่อม ชำนาญชาติศักดา ได้ทำพินัยกรรม ยกที่ดินจำนวนสองแปลง กว่า 900 ไร่ ตั้งอยู่ใน อ.คลองหลวง จ.ธัญบุรี ในสมัยนั้น ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดธรรมิการามวรวิหาร จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อยายเนื่อมถึงแก่กรรมลงเมื่อเดือนพฤษภาคม 2515 ที่ดินสองแปลงจึงตกเป็นของวัดธรรมิการามวรวิหารทันที
.
แต่หลังจากนั้น มีอดีตนักการเมืองสองคนคือ นาย พ. และนาย ว. ไปวิ่งเต้นกับพระที่วัดธรรมิการามวรวิหาร ให้ที่ดินทั้งสองแปลงมาเป็นของพวกตนเพื่อทำธุรกิจ ผู้จัดการมรดก 3 คนถูกชักชวนให้ขายที่ดินมรดกยายเนื่อมให้แก่พวกตน แต่ทั้ง 3 คนไม่ยอม 2 คนถูกกดดันจนต้องลาออกจากการเป็นผู้จัดการมรดก และอีกคนหนึ่งเสียชีวิตลง
.
เนื่องจากที่ดินมรดกของยายเนื่อมที่ยกให้วัดมีเนื้อที่มากกว่า 900 ไร่ ตามประมวลกฎหมายที่ดินวัดจะรับโอนที่ดินเกิน 50 ไร่ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเสียก่อน ซึ่งโดยปกติแล้วก็ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมาโดยตลอด
.
แต่เมื่อวัดธรรมิการามวรวิหารขออนุญาตมายังกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ณ ขณะนั้น คือนาย ส. ซึ่งเป็นพี่ชายของนาย ว. รีบลงนามไม่อนุญาตให้วัดธรรมิการามวรวิหารรับโอนที่ดินมรดกของยายเนื่อมทันที เมื่อไม่ได้รับอนุญาตให้รับโอนที่ดิน วัดจึงหาทางจำหน่ายที่ดินมรดกยายเนื่อมที่อยู่ใน จ.ปทุมธานีออกไป เพื่อไม่ให้วัดต้องมีภาระดูแล
.
จากนั้นภรรยาของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนาย ส. และพรรคพวกกลุ่มหนึ่ง ก็ได้เป็นผู้รับซื้อที่ดินมรดกในนามของบริษัท อัลไพน์ กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ตคลับ จำกัด ขณะเดียวกัน มูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัยซึ่งได้รับการจดทะเบียนจัดตั้งในปี 2533 รับเป็นผู้จัดการมรดกของยายเนื่อมแทนผู้จัดการมรดกคนเดิม 3 คนก่อนหน้านี้ และในวันเดียวกันนั้น มูลนิธิฯ ก็ได้จดทะเบียนโอนขายที่ดินให้กับบริษัทอัลไพน์ เพื่อทำสนามกอล์ฟในราคารวมกว่า 140 ล้านบาท
.
ในตอนนั้น บริษัท อัลไพน์ กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ตคลับ จำกัด มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 4 คน คือ นาย พ., นาง อ. ภรรยาอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนาย ส. ที่ไม่อนุญาตให้วัดได้รับโอนที่ดิน, นาย ว. น้องชายของอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนาย ช.
.
จนกระทั่งถึงปี 2541 ที่ดินแปลงนี้ก็ถูกเปลี่ยนมือมาเป็นของทักษิณ ชินวัตร โดยเข้ามาซื้อหุ้นในบริษัทจากผู้ถือหุ้นเดิมที่เป็นกลุ่มคนของอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนาย ส. โดยทักษิณเองก็เคยยอมรับกลางรายการทีวีรายการหนึ่งเมื่อเดือนเมษายน 2542 ว่าตอนไปซื้อสนามกอล์ฟอัลไพน์มา จ่ายเงินไปเกือบ 500 ล้านบาท มีที่ดินอยู่เกือบ 500 ไร่ โดยอ้างว่าเป็นการซื้อทางธุรกิจ ในฐานะคนรู้จักกัน และยังอ้างว่าไม่ได้มีบุญคุณกับนาย ส. ที่นาย ส. มาเสนอขายให้เพราะบังเอิญเป็นคนรู้จักกันเท่านั้น
.
หลังจากที่ทักษิณซื้อบริษัทอัลไพน์จากนาย ส. ได้ไม่นาน ก็มีการตั้งพรรคไทยรักไทยขึ้นมาในปี 2543 ซึ่งนาย ส. ก็ได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยพร้อมคนของมุ้ง “วังน้ำเย็น” โดยนาย ส. ก็ยังได้ตำแหน่งเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคไทยรักไทย และเมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งในปี 2544 นาง อ. ภรรยาของนาย ส. ที่เคยเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทอัลไพน์ ก็ได้เป็นรัฐมนตรีใน ครม. ทักษิณด้วย
.
โดยในช่วงแรกทักษิณไม่ได้ถือหุ้นไว้เอง แต่ซุกหุ้นไว้กับคนใช้ คนขับรถ และยามที่บ้าน แต่ละคนถือหุ้นจำนวนเท่ากันคนละ 24 ล้านกว่าหุ้น แต่ละคนถือหุ้นมูลค่า 166 ล้านบาท รวมกัน 500 ล้านบาท แต่หลังจากที่ทักษิณถูกเปิดโปงเรื่องซุกหุ้น จนโดน ป.ป.ช. ฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ ทักษิณก็ได้โอนหุ้นจากนอมินีทั้งสามคนให้กับแพทองธาร, พี่สาวนายก และมารดา คนละเท่าๆ กันในปี 2544
.
ในเวลาเดียวกันนั้น มีอดีตนักการเมืองฝ่ายค้านคนหนึ่งไปร้องเรียนต่อกรมการศาสนาให้ตรวจสอบว่า ที่ธรณีสงฆ์ถูกโอนไปเป็นที่ดินของเอกชนได้อย่างไร กรมการศาสนาจึงส่งหนังสือถามไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา ปรากฏว่าที่ประชุมใหญ่คณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นตอบมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2544 ว่าที่ดินสนามกอล์ฟของบริษัทอัลไพน์เป็นที่ดินมรดกของยายเนื่อม ซึ่งได้ระบุในพินัยกรรมว่าให้ที่ดินตกเป็นของวัดเมื่อเสียชีวิตลง ผู้จัดการมรดกจะโอนที่ดินมรดกนั้นให้บุคคลอื่นไม่ได้ นอกจากต้องโอนให้วัดธรรมิการามวรวิหารที่เป็นผู้รับมรดกตามพินัยกรรมของยายเนื่อมเท่านั้น
.
หลังจากคณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นทางกฎหมายตอบมา กรมการศาสนาจึงได้มีหนังสือแจ้งไปยังกรมที่ดินเพื่อให้ดำเนินการเพิกถอนนิติกรรมการโอนขายที่ดินระหว่างมูลนิธิและบริษัทอัลไพน์ เมื่อกรมที่ดินได้รับแจ้งจากกรมการศาสนา ก็ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยผลการสอบสวนมีมติให้เพิกถอนการโอน
.
จากนั้นในเดือนธันวาคม 2544 อธิบดีกรมที่ดินจึงสั่งให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ธรณีสงฆ์ที่โอนให้แก่บริษัทอัลไพน์ แต่บริษัทอัลไพนก็ยื่นอุทธรณ์ไม่ยอมคืนที่ดิน กระทรวงมหาดไทยในรัฐบาลไทยรักไทยก็รับลูก โดยมี ยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทยในเวลานั้น ใช้อำนาจเพิกถอนคำสั่งของอธิบดีกรมที่ดิน แต่หลังจากนั้นยงยุทธก็โดน ป.ป.ช. ฟ้องเป็นคดีอาญาในข้อหาใช้อำนาจโดยทุจริต พร้อมกับโดนลงโทษผิดวินัยร้ายแรงถึงขั้นปลดออกจากราชการย้อนหลัง
.
จากไทม์ไลน์ข้างต้น จะเห็นได้ว่าจากการตรวจสอบจนถึงที่สุด เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าที่ธรณีสงฆ์ในนามของบริษัทอัลไพน์ ที่ครอบครัวชินวัตรถือครองมาตั้งแต่ปี 2544 ต้องถูกคืนให้กับวัด แต่ตั้งแต่ยุคของรัฐบาลทักษิณในตอนนั้นมาจนถึงรัฐบาลแพทองธารในเวลานี้ กลับยังคงมีความพยายามยึดถือที่ดินของวัดเอาไว้ให้ถึงที่สุด
.
ซึ่งในปี 2563 แพทองธารซึ่งมีอายุสามสิบกว่าปีแล้ว นอกจากจะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่คนหนึ่งในบริษัท อัลไพน์แล้ว ยังเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท ที่มีอำนาจเต็มในการตัดสินใจในบริษัทแล้วด้วย ควรจะต้องคืนที่ดินให้วัดไปเสีย จะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้
.
เพราะตั้งแต่ปี 2563 มาจนถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2567 ที่แพทองธารได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ผู้สอบบัญชีของบริษัทอัลไพน์ได้ทำบันทึกในหมายเหตุประกอบงบการเงินมาทุกปี ว่าที่ดินดังกล่าวมีปัญหามาโดยตลอด ดังนั้น แพทองธารจึงต้องรู้ดีรู้อยู่แก่ใจว่าเป็นที่ธรณีสงฆ์ แต่ก็ยังอยากฮุบที่ดินไว้เป็นของตัวและครอบครัว
.
แต่ในที่สุดเรื่องนี้ก็ได้ถูกนำมาเป็นเครื่องมือในการต่อรองแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มการเมืองในรัฐบาลชุดนี้ หลังจากที่ล่าสุดมีคำสั่งอธิบดีกรมที่ดินให้คำสั่งที่เพิกถอนการโอนที่ดินแก่บริษัทอัลไพน์กลับมามีผล โดยที่กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทยก็คิดค่าเสียหายรอท่าไว้แล้ว แต่เรื่องยังไม่ทันได้ดำเนินการอย่างไร ก็มีข่าวออกมาว่ากำลังมีการต่อรองกันระหว่างที่ดินอัลไพน์ กับที่ดินเขากระโดงของตระกูลชิดชอบ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นเจ้ากระทรวงมหาดไทยอยู่ในเวลานี้
.

.
ในปี 2548 มีชาวบ้านร้องเรียนว่ามีนักการเมืองครอบครองที่ดินทับที่รถไฟ การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงได้ทำหนังสือถึงกรมที่ดินเพื่อขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดินสองแปลงใน ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ใกล้กับสนามฟุตบอลและสนามแข่งรถ ก่อนจะมีการออกโฉนด ชัย ชิดชอบ เคยทำสัญญาอาศัยบนที่ผืนนี้กับการรถไฟในปี 2513 และยอมรับว่าที่ดินนี้กรรมสิทธิ์เป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย
.
หลังจากที่กรมที่ดินรับเรื่องมาจากการรถไฟแห่งประเทศไทยในปี 2548 กรมที่ดินจึงได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนคณะหนึ่งขึ้นมาในปี 2550 แต่เมื่อมีการตั้งรัฐบาลในค่ายทหายโดยอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยมีบิดาของอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในเวลานั้น ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาอีกคณะ จนมาถึงเดือนมีนาคม 2552 ผลการสอบก็ออกมาให้ไม่เพิกถอนโฉนดที่ดินและยุติเรื่อง เพราะการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่จัดส่งแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวเขตที่ดินของรถไฟปี 2462 ให้คณะกรรมการสอบสวนของกรมที่ดินเพื่อประกอบการพิจารณา โดยที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในเวลานั้นคือ โสภณ ซารัมย์ สังกัดพรรคภูมิใจไทย
.
ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน มีตัวแทนจากสหภาพรถไฟไปยื่น ป.ป.ช. เพื่อให้ไต่สวนเกี่ยวกับที่ดินสองแปลงนี้ โดย ป.ป.ช. ใช้เวลาถึง 3 ปีในการพิจารณาไต่สวนเรื่องจนถึงปี 2554 ป.ป.ช. เห็นว่าต้องมีการเพิกถอนที่ดินทั้งสองแปลงกลับเป็นไปของการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นหน้าที่ของกรมที่ดินต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนและอธิบดีต้องสั่งเพิกถอนโฉนดเสียก่อน จึงจะคืนที่ดินให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทยได้
.
แต่กรมที่ดินในเวลานั้นก็ยังไม่ยอมทำตาม ป.ป.ช. ไม่ยอมตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเพิกถอนโฉนด แต่กลับส่งหนังสือไปสอบถามอัยการสูงสุดว่าจะต้องทำอย่างไร อัยการสูงสุดก็ตอบกลับมาว่าให้ไปแจ้งการรถไฟแห่งประเทศไทยในฐานะผู้เสียหาย ให้ไปฟ้องศาลเอาที่ดินคืน แต่การรถไฟแห่งประเทศไทยก็ยังไม่ฟ้องเสียที
.
จนมาถึงการรถไฟแห่งประเทศไทยในยุครัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย นาย ศ. การรถไฟแห่งประเทศไทยก็ยังไม่ฟ้องเพิกถอนโฉนดที่ดิน 2 แปลงนี้ แต่กลับไปฟ้องศาลปกครองให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อให้กรมที่ดินเพิกถอนโฉนดที่ดินทั้งหมดในพื้นที่เขากระโดงอีกรอบ
.
จากทั้งคำพิพากษาศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ และศาลปกครองที่ผ่านมา เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าที่ดินเขากระโดงเป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย
.
แต่นายกรัฐมนตรีก็ยังปล่อยปละละเลยไม่สั่งการให้เอาที่ดินของรัฐคืนมา เดี๋ยวการรถไฟแห่งประเทศไทยก็ไปร้องกรมที่ดิน เดี๋ยวกรมที่ดินก็ตั้งคณะกรรมการแล้วสรุปว่าไม่เพิกถอน ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยไปฟ้องศาลเอาเอง เดี๋ยวรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ออกมาแถลงโต้การรถไฟแห่งประเทศไทย เดี๋ยวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็มาขู่ฟ้องมาตรา 157 กับกรมที่ดิน การรถไฟแห่งประเทศไทยก็ไม่ยอมฟ้องเสียทีแต่กลับไปฟ้องศาลปกครองให้กรมที่ดินตั้งคณะกรรมการขึ้นมาใหม่
.
คำถามคือที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีแพทองธารได้สั่งการอะไรไปบ้างให้มีการแก้ปัญหา คำตอบคือไม่มีการทำอะไรเลย ขนาด ป.ป.ช. ชี้มูลออกมาแล้วว่า มีที่ดิน 2 แปลงของตระกูลชิดชอบในเขตที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทยที่บริเวณเขากระโดงมีการออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อัยการสูงสุดก็เคยมีความเห็นแล้วว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยในฐานะผู้เสียหายสามารถใช้สิทธิฟ้องศาลปกครองเพื่อขอเพิกถอนโฉนดที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมายได้ทันที ไม่ต้องผ่านกระบวนการของกรมที่ดินอีกแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ นายกรัฐมนตรีก็ยังไม่สั่งให้การรถไฟแห่งประเทศไทยไปฟ้องเอาที่ดิน 2 แปลงนี้คืนมาจากตระกูลชิดชอบ
.
เรื่องนี้แม้แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทวี สอดส่อง ในเวลานั้นที่เป็นฝ่ายค้านก็ยังเคยพูดถึงในการอภิปราย ว่ากรมที่ดินในสังกัดกระทรวงมหาดไทยทำผิดพลาดที่ดึงเรื่องไว้ไม่ยอมทำอะไร และยังย้ำด้วยว่าที่ดินเป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย และกระทรวงคมนาคมฟ้องเพิกถอนโฉนด
.

.
คำถามคือการรถไฟแห่งประเทศไทยตั้งแต่ยุคยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนถึงยุคแพทองธาร ชินวัตร ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมาจากพรรคเพื่อไทย ทำไมถึงไม่ฟ้องที่ดินของตระกูลชิดชอบทั้ง 2 แปลงนี้เสียที ทั้งที่เพียงแค่การรถไฟแห่งประเทศไทยในสังกัดกระทรวงคมนาคมไปฟ้องขับไล่เจ้าของที่ดิน 2 แปลง และเพิกถอนโฉนดเอาที่คืนมาก็ทำได้แล้ว?
.
นั่นก็เป็นเพราะที่ดินอัลไพน์ของแพทองธารและทักษิณ ถูกจับเป็นตัวประกันไว้ต่อรอง เรียกว่าถ้ากระทรวงคมนาคมโดยพรรคเพื่อไทยฟันเขากระโดง กระทรวงมหาดไทยโดยพรรคภูมิใจไทยก็จะฟันอัลไพน์ด้วย
.
ทำให้เห็นว่านายกรัฐมนตรีเห็นแก่ประโยชน์ของตนและของครอบครัว มากกว่าจะรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของคำพิพากษาศาลและมากกว่าผลประโยชน์ส่วนร่วม และที่เป็นแบบนี้ได้ก็เพราะฝ่ายหนึ่งก็จะฮุบที่วัด อีกฝ่ายหนึ่งก็จะฮุบที่หลวง เมื่อมีชนักกันทั้งคู่ สุดท้ายจึงกลายเป็นการแบ่งผลประโยชน์กัน
.
และเมื่ออดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณได้เอ่ยออกมาแล้ว ว่าถ้าจะเอาที่ดินอัลไพน์คืน กรมที่ดินต้องชดเชยความเสียหายที่รับโอนไปไม่ถูกต้อง หรือถ้าเป็นของวัด วัดจะชดเชยความเสียหายหรือวัดจะให้เช่าต่อ ก็มีแค่นั้น “ถ้าจะเอาคืนก็ต้องจ่ายค่าชดเชยมา” กระบวนการทั้งหมดจึงกำลังจะเดินหน้าไปสู่เส้นทางเช่นนั้น
.
รองปลัดกระทรวงมหาดไทยที่มีอำนาจในเรื่องนี้ รับลูกโดยมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งเก่าของยงยุทธ และยังมีคำสั่งด้วยว่าให้กรมที่ดินพิจารณาเพื่อดำเนินการเพิกถอนการโอนที่ดินระหว่างมูลนิธิมหามกุฎกับบริษัทอัลไพน์ และเพิกถอนโฉนดที่ดินอีกหลายแปลงที่ถูกแยกออกโฉนดในภายหลัง ซึ่งตอนนี้กรมที่ดินก็ทยอยเพิกถอนโฉนดที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ยังไม่ครบทุกแปลง โดยเมื่อครบแล้วก็จะได้เริ่มคืนที่ดินทั้งหมดเป็นที่ธรณีสงฆ์ให้วัดธรรมิการามวรวิหารต่อไป
.
กรมที่ดินได้ทำการประเมินค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเพิกถอนการโอนที่ดิน มีมูลค่าความเสียหายราวกว่า 7,700 ล้านบาท โดยกรมที่ดินระบุว่าคนที่อาจต้องจ่ายค่าเสียหายคือหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่กรมที่ดิน และบริษัทอัลไพน์ เพราะบริษัทอาจจะต้องจ่ายให้คนซื้อที่ดินจากบริษัท
.
โดยในเรื่องสิทธิของการฟ้องแพ่ง มีการระบุว่าผู้อุทธรณ์และผู้เสียหายสามารถใช้สิทธิฟ้องทางแพ่งกับกรมที่ดินได้ หรือจะยื่นขอรับค่าเสียหายหรือสินไหมทดแทนโดยตรงกับกระทรวงมหาดไทยหรือกรมที่ดินตาม พ.ร.บ.รับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ปี 2539 ก็ได้ ซึ่งเป็นฟาสต์แทร็กที่จะทำให้กระทรวงมหาดไทยหรือกรมที่ดินสามารถนำมาอ้างเพื่อชดใช้ค่าเสียหายให้กับแพทองธารและครอบครัวได้ หากจะต้องคืนที่ธรณีสงฆ์ให้กับวัด
.
ทั้งที่จริงแล้วทั้งแพทองธารและบุคคลในครอบครัวไม่เคยเป็นผู้เสียหายจริง เพราะได้ถือครองที่ธรณีสงฆ์ที่ถือไม่ได้ตามกฎหมาย และแพทองธารเองก็รู้ดีว่าที่ดินอัลไพน์มีปัญหาทางกฎหมายเพราะเป็นที่ธรณีสงฆ์มาตลอด แพทองธารและครอบครัวจึงไม่มีสิทธิไปเรียกร้องค่าเสียหายจากกรมที่ดิน
.

.
กรณีที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์และที่ดินเขากระโดงเป็นมหากาพย์ของการทำลายหลักนิติธรรมมานับหลายสิบปี และมีการใช้อำนาจทางการเมืองเปลี่ยนผิดเป็นถูกมาจนถึงปัจจุบัน แลกกับความย่อยยับของการบังคับใช้กฎหมายและความศักดิ์สิทธิ์ของคำพิพากษาศาลยุติธรรมทุกระดับ ศาลตัดสินออกมาแล้วก็ยังใช้อำนาจทางการเมืองเพื่อต่อรองกันไม่ให้มีการบังคับตามคำพิพากษา
.
เมื่อแพทองธารมาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วแทนที่จะสั่งแก้ไขให้ถูกต้อง กลับก็ยังรู้เห็นเป็นใจเรื่อยมา และที่ร้ายกว่านั้นคือยังจงใจเพิกเฉยให้หน่วยงานของรัฐละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและคำพิพากษาของศาลมาโดยตลอด และยังต้องการที่จะเอาเงินภาษีมาจ่ายเป็นค่าเสียหายให้แก่ตนเองและบุคคลในครอบครัว
.
ในวันที่ประชาชนนับล้านคนทั่วประเทศไม่มีซึ่งความมั่นคงในที่ดิน เต็มไปด้วยข้อพิพาทกับหน่วยงานรัฐ สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำในเรื่องของที่ดิน กลับถูกโฟกัสอยู่ที่ที่ดินใหญ่ของสองตระกูลใหญ่ในพรรคร่วมรัฐบาล
.
ในยามที่ปัญหาที่ดินของประเทศของประชาชนยังคงเป็นเรื่องคาราคาซังที่ควรต้องถูกแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน เหตุใดสมาธิของรัฐบาลกลับถูกนำไปเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับคนสองตระกูลใหญ่มากกว่าของประชาชน?
.
คำตอบนั้นเอาเข้าจริงเป็นคำตอบเรียบง่ายมาก เพราะว่าประชาชนและประเทศไม่เคยอยู่ในสมการของรัฐบาลชุดนี้
.
ไม่เช่นนั้น “ดีลแลกประเทศ” นี้คงไม่เกิดขึ้นตั้งแต่แรก
.
#อภิปรายไม่ไว้วางใจ #ดีลแลกประเทศ
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=122144705054480817&id=61564424510198&set=a.122093105408480817
"จุลพงศ์" ขยี้ปมอัลไพน์ - ที่ดินเขากระโดง ชี้แค่ละครแบ่งผลประโยชน์กับภูมิใจไทย | 24 มี.ค. 68
Thai PBS
Mar 24, 2025
นายจุลพงศ์ อยู่เกษ สส.พรรคประชาชน อภิปรายไม่ไว้วางใจกรณีที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ และที่ดินเขากระโดง โดยย้ำประเด็นเรื่องมรดกที่ดินอันไพน์ของนายกรัฐมนตรี ว่าเป็นที่ธรณีสงฆ์ ไม่สามารถซื้อขายได้ และครอบครัวตระกูลชินวัตรไม่ยอมคืนที่ดินให้กับวัด แต่ใช้อำนาจฝ่าฝืนความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา จนเรื่องเข้าสู่คดีฟ้องร้อง
และท้ายที่สุดตระกูลชินวัตรได้รับประโยชน์โดยไม่ถูกเพิกถอนรายการจดทะเบียน ตามคำสั่งของอธิบดีกรมที่ดิน และชี้ว่านายกรัฐมนตรีต้องทราบดีว่าที่ดินบริษัทอัลไพน์มีปัญหา จะต้องคืนที่ดินให้กับวัด แต่จนถึงทุกวันนี้ตอนนี้ กลับพบว่ามีขบวนการที่จะทำให้ที่ดินเป็นของตนเองแล้วในท้ายที่สุดถูกนำมาเป็นเกมการต่อรองกับคนในรัฐบาลปัจจุบันกับกรณีที่ดินเขากระโดง จนเกิดปัญหาไม่ลงรอยในพรรคร่วมรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย
.....
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=122144705054480817&id=61564424510198&set=a.122093105408480817
https://www.youtube.com/watch?v=kUloybRTFco