วันอังคาร, มีนาคม 25, 2568

การเมืองไทยวันนี้ ศาลในวันนี้ ศาล “ตีความ” ตามความเห็นตัวเอง หรือตามใบสั่ง ?


Pipob Udomittipong
9 hours ago
·
ไม่รู้ว่าควรร้องไห้หรือหัวเราะก่อนดี ศาลตัดสินจำเลยทั้ง 3 คนว่าผิดตาม #มาตรา112 จำคุกคนละ 3 ปี แต่เห็นว่าจำเลยอายุน้อย กลับตัวเป็นพลเมืองดีได้ จึงรอการลงโทษไว้ห้าปี แต่ศาลก็ตีความว่า #มาตรา112 “ครอบคลุมไปถึงพระมหากษัตริย์พระองค์ก่อนด้วย ไม่ใช่แค่พระองค์ที่ครองราชย์อยู่เท่านั้น” เพราะ “ประชาชนชาวไทยเคารพสักการะพระมหากษัตริย์มาตั้งแต่โบราณ”

ก็ไม่รู้ว่าเกี่ยวกันยังไง?

ส่วนในเนื้อหาการปราศรัย จำเลยทั้งสามแทบไม่ได้พูดในทางดูหมิ่นต่อ K องค์ปัจจุบันเลย “ตี้ จำเลยที่หนึ่ง กล่าวปราศรัยในทำนองว่า ในอดีตที่มีการสู้รบ ประวัติศาสตร์มักระลึกถึงแต่ K ไม่ได้ให้ความสำคัญกับราษฎรที่ล้มตายในการสู้รบเหล่านั้น ศาลเห็นว่าการกล่าวเช่นนี้ ทำให้ประชาชนที่ฟังเข้าใจว่า K ทรงไม่นำทัพออกไปสู้รบ

คำปราศรัยของบิ๊ก จำเลยที่สอง มองว่า ร.5 ทรงเลิกทาสแล้ว แต่ประชาชนยังคงถูกกดขี่ ทำให้โง่และกลัว ไม่กล้าทวงสิทธิที่ตัวเองมี ทำให้เข้าใจว่า รัชกาลที่ห้าไม่ได้ตั้งใจล้มเลิกระบบทาสอย่างแท้จริง ศาลมองว่า “แม้ว่าจะเป็นการกล่าวถึง K พระองค์ก่อนก็ย่อมส่งผลถึง K พระองค์ปัจจุบันด้วย”

ส่วนคำปราศรัยของจำเลยที่สาม เบนจา เกี่ยวกับการเปลี่ยนวันชาติ จากวันเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นวันพ่อ ศาลเห็นว่าการจัดงาน 5 ธันวาคมของทุกปีเกิดขึ้นตั้งแต่สมัย ร.9 ซึ่งรัฐบาลและประชาชนเป็นผู้จัด ไม่ใช่ ร.10 สิบ คำปราศรัยของเบนจาจึงเป็นการใส่ความต่อ ร.10 ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดงานวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี

ผมเห็นว่าศาล “ตีความ” ตามความเห็นตัวเองหมด ตั้งแต่การตีความตัวบท ไปจนถึงการตีตวามสิ่งที่จำเลยพูด เขาว่าศาลต้องตีความกม.ให้เคร่งครัด ไม่ใช่หรือ?
https://www.ilaw.or.th/articles/51715

https://www.facebook.com/photo/?fbid=10162301826686649&set=a.10150096728651649