เอิ่ม ผู้ลี้ภัย ๑๑๒ แซะพรรคส้มซะแล้ว Nithiwat Wannasiri ผู้ลี้ภัยในประเทศฝรั่งเศสจากคดีอาญามาตรา ๑๑๒ โพสต์เมื่อวันก่อน “อิส้มเอาอีกแล้ว ออกกฎหมายป้องกันผู้ลี้ภัยการเมืองได้กลับบ้าน 555” แล้วยังแขวะผู้ลี้ภัยอีกคน “สงสารตาเจียมเลย”
กฎหมายที่ว่าเป็นข้อเสนอแก้ไขเพิ่มเติมกลไกในประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๕ เรื่องการนับอายุความในคดี ซึ่งระบุอายุความในคดีต่างๆ ไว้ตามพิกัดโทษ เช่นโทษประหาร จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก ๒๐ ปี ให้มีอายุความ ๒๐ ปี แล้วลดหลั่นลงไป
โดยปกติการขาดอายุความคดีตามมาตรา ๙๕ มีสองส่วน คือวรรคแรก ถ้าไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้ภายในเวลาอายุความที่กำหนด ให้ถือว่าคดีขาดอายุความ ส่วนวรรคสอง ในกรณีนำตัวผู้กระทำความผิดมาฟ้องได้แล้ว
แต่หลบหนีไปกลางคัน หรือวิกลจริต ในส่วนนี้ที่พรรคประชาชนเสนอแก้ไขมาตรา ๙๕/๑ ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพิ่มกรณีที่ “ถ้าได้ยื่นฟ้องแล้ว แต่ไม่สามารถนำตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลได้ เนื่องจากหลบหนีและศาลสั่งงดการพิจารณาคดีไว้”
ให้ “อายุความสะดุดหยุดลงนับแต่วันที่หลบหนี หรือวันที่ศาลสั่งงดการพิจารณา ซึ่งจะบังคับใช้กับคดีอาญาที่พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนแล้ว และคดีอาญาที่พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแล้วด้วย” ทั้งนี้ผู้มีอำนาจสั่งให้อายุความสะดุดหยุดลง ได้แก่
“พนักงานอัยการ พนักงานสอบสวน หรือผู้เสียหายในคดีซึ่งเป็นโจทก์” โดยต้องมีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของการที่ผู้กระทำผิดหลบหนีประกอบคำสั่งนั้นด้วย ส่วนคดีที่อยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนหรืออัยการสั่งฟ้องแล้ว ให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องได้
‘ไอลอว์’ รายงานข่าวนี้โดยยกตัวอย่าง ‘คดีตากใบ’ ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐใช้กำลังสลายการชุมนุมและขนย้ายผู้ถูกจับกุม เป็นเหตุให้เสียชีวิต ๘๕ ราย ศาลดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่น และร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นจนเป็นเหตุถึงแก่ความตาย”
จำเลยตั้งทนายไปร่วมการไต่สวน แต่ไม่มีใครไปศาล แม้ศาลออกหมายจับฐานหลบหนี ตำรวจก็ไม่สามารถจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้จนกระทั่งหมดอายุความ ๒๐ ปี เมื่อ ๒๕ ตุลา ๒๕๖๗ จำเลยเหล่านั้น “ก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระเสรี”
แต่ถ้าข้อเสนอของพรรคประชาชนบรรจุอยู่ในกฎหมายนั้นแล้ว ในคดีตากใบทราบว่าจำเลยหลบหนีเมื่อวันที่ ๑๒ กันยา ๖๗ ถ้าผู้เสียหายร้องต่อศาล “ให้สั่งงดพิจารณาคดีชั่วคราว” ไว้ได้ อายุความจะสะดุดหยุดชงัก จนเมื่อกลับมาเริ่มคดีใหม่ ก็ยังมีอายุความเหลืออยู่อีก ๔๓ วัน
อนึ่ง นิธิวัต วรรณศิริ หรือ ‘จอมไฟเย็น’ นั้นได้รับสถานะผู้ลี้ภัยจากรัฐบาลฝรั่งเศสมาตั้งแต่ มิถุนา ๖๓ เขาเคยกล่าวหลังจากชนะคดีถูกลอบทำร้ายในฝรั่งเศสว่า “ได้รับการดูแลเหมือนพลเมืองฝรั่งเศสทั่วไป...หลังเกิดเหตุ...พาไปส่งตรวจร่างกาย ทุกอย่างฟรีทั้งหมด”
(https://prachatai.com/journal/2022/01/96856 และ https://www.ilaw.or.th/articles/57746=IwY2xjawRs)
