
ดร.สุรชาติ ชี้ผลกระทบต่อโลก - เศรษฐกิจ หลังปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน การเปลี่ยนระบอบ-ผู้นำ ไม่ง่าย จุดจบความขัดแย้งที่ยังอึมครึม
01 มี.ค. 2569
The Nation
1 มีนาคม 2569 ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสนอบทความเกี่ยวกับ สงครามความร่วมมือระหว่าง สหรัฐและอิสราเอล โจมตีอิหร่าน เรื่อง รอสงครามใหญ่ ! เอาไว้อย่างหน้าสนใจ โดยมีการวิเคราะห์ เกี่ยวกับผลกระทบต่อโลก ระบุว่า
“วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ เป็นวันที่ให้คำตอบที่ถูกถามกันมาตลอดในช่วงนี้ว่า ผู้นำสหรัฐจะเปิดสงครามกับอิหร่านหรือไม่ ?
เนื่องจากก่อนหน้านี้ เราเห็นการวางกำลังขนาดใหญ่ในภูมิภาค โดยเฉพาะการส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 กองเรือเข้าสู่พื้นที่ และตามมาด้วยการกดดันของทำเนียบขาวให้อิหร่านยุติโครงการนิวเคลียร์ของตน อันนำไปสู่การเจรจาระหว่าง 2 ประเทศ แต่แล้วในที่สุด การโจมตีก็เกิดขึ้นจริง … ไม่ใช่การโจมตีของสหรัฐฝ่ายเดียว หากเป็นปฏิบัติการร่วมระหว่าง “สหรัฐ-อิสราเอล”
01 มี.ค. 2569
The Nation
1 มีนาคม 2569 ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสนอบทความเกี่ยวกับ สงครามความร่วมมือระหว่าง สหรัฐและอิสราเอล โจมตีอิหร่าน เรื่อง รอสงครามใหญ่ ! เอาไว้อย่างหน้าสนใจ โดยมีการวิเคราะห์ เกี่ยวกับผลกระทบต่อโลก ระบุว่า
“วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ เป็นวันที่ให้คำตอบที่ถูกถามกันมาตลอดในช่วงนี้ว่า ผู้นำสหรัฐจะเปิดสงครามกับอิหร่านหรือไม่ ?
เนื่องจากก่อนหน้านี้ เราเห็นการวางกำลังขนาดใหญ่ในภูมิภาค โดยเฉพาะการส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 กองเรือเข้าสู่พื้นที่ และตามมาด้วยการกดดันของทำเนียบขาวให้อิหร่านยุติโครงการนิวเคลียร์ของตน อันนำไปสู่การเจรจาระหว่าง 2 ประเทศ แต่แล้วในที่สุด การโจมตีก็เกิดขึ้นจริง … ไม่ใช่การโจมตีของสหรัฐฝ่ายเดียว หากเป็นปฏิบัติการร่วมระหว่าง “สหรัฐ-อิสราเอล”

ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข
การสังหารและการเปลี่ยนระบอบ
สหรัฐและอิสราเอลกำหนดเวลาการสังหารอย่างชัดเจน ในเวลาที่ “อยาตุลเลาะห์ อาลี คามาเนอี” ผู้นำสูงสุดอิหร่าน จัดการประชุมกับผู้นำระดับสูงอีก 2 คนคือ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (Ali Shamkhani) และผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (Mohammad Pakpour- IRGC) และเสนาธิการกองทัพอิหร่าน
การโจมตีครั้งนี้ สามารถสังหารผู้นำสูงสุดพร้อมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลอิหร่านครั้งใหญ่ได้ในคราวเดียวกัน และเป็นความหวังอย่างมากว่า การเสียชีวิตในครั้งนี้ จะนำไปสู่ “การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง” (regime change) ในแบบที่สหรัฐเคยทำมาแล้วในอัฟกานิสถาน อิรัก และล่าสุดคือในเวเนซุเอลา แต่ก็คงต้องยอมรับว่าการกระทำเช่นนั้น ไม่ง่ายทั้งหมด
แน่นอนว่า สหรัฐและอิสราเอลหวังว่า การเสียชีวิตครั้งนี้ระบอบการปกครองแบบศาสนจักร จะเปลี่ยนเป็น “ระบอบนิยมตะวันตก” และมีท่าทีไปในนิยมทางตะวันตกมากขึ้น หรือไม่เป็นระบอบการปกครองที่ต่อต้านตะวันตก และอิสราเอล
การจะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองได้จริงอาจมีนัยถึงการส่งกำลังรบเข้าควบคุมสถานการณ์ในประเทศเป้าหมาย และยังต้องส่งคณะที่ปรึกษาเข้าไปช่วยจัดการในการปกครองประเทศดังกล่าวด้วย
ดังที่ปรากฏให้เห็นในกรณีของอิรัก และอัฟกานิสถานมาแล้ว แต่ก็กลายเป็นปัญหาและพันธะกับสหรัฐอย่างมาก และทรัมป์เองได้หาเสียงอย่างชัดเจนที่จะไม่ดำเนินนโยบายในทิศทางเช่นนั้นอีก
กรณีเช่นนี้ทำให้เกิดคำถามอย่างมากว่า สิ่งที่เป็นผลสืบเนื่องจากปฏิบัติการของทรัมป์ในครั้งนี้ จะส่งผลอย่างไรกับการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะเกิดขึ้นในการเมืองอเมริกันในช่วงปลายปีนี้ ทรัมป์จะสร้างกระแสชาตินิยมใดเพียงใดจากการโจมตีต่ออิหร่าน จนกลายเป็นคะแนนเสียงจากคนในสังคมอเมริกันได้หรือไม่
การสังหารผู้นำสูงสุดอย่างเดียว และหวังว่าจะเกิดปรากฏการณ์ “การลุกฮือของมวลชน” ในแบบอาหรับสปริงในปี 2010-2011 ก็อาจจะไม่ง่ายเช่นนั้น และถ้าเปลี่ยนระบอบได้จริง และผู้นำคนใหม่ของประเทศมาจากการสนับสนุนของสหรัฐและอิสราเอลแล้ว ผู้นำคนนั้น ก็อาจจะประสบกับแรงต้านภายใน และอาจกลายเป็นปัญหา “ความนิยมทางการเมือง” ได้ในระยะยาว … ชาวอิหร่านจำนวนมากอาจไม่พอใจกับความเข้มงวดของระบอบเดิม แต่พวกเขาก็อาจไม่ชอบอเมริกาและอิสราเอลด้วย
นอกจากนี้ หากสนับสนุนบุตรชายของพระเจ้าชาห์แห่งอิหร่านให้กลับมาเป็นผู้นำรัฐบาล ก็ไม่ชัดเจนว่า สังคมอิหร่านยุคปัจจุบันจะยอมรับหรือไม่ แต่ทรัมป์ได้กล่าวกับสื่อว่า เขามีคนอยู่ในใจแล้ว … เขามองคนไว้แล้ว
ดังนั้น จึงน่าติดตามว่าการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจะเป็นเช่นไร จะกลายเป็น “กับดักทางทหาร” ให้สหรัฐต้องเข้ามามีปัญหา เช่น ในกรณีของอิรัก และอัฟกานิสถานหรือไม่ และการเปลี่ยนระบอบครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือระหว่างสหรัฐกับอิสราเอลแล้ว ก็อาจจะเป็น “สินค้าทางการเมือง” ที่ขายได้ยากในโลกอาหรับ แม้จะมีชาติพันธมิตรของสหรัฐบางประเทศให้การสนับสนุนอยู่บ้างก็ตาม
ผลกระทบต่อโลก
สิ่งที่ต้องติดตามอย่างมากในอีกประการคือ ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐและอิสราเอลในการโจมตีอิหร่านนั้น ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญกับเวทีโลกอย่างแน่นอน ดังต่อไปนี้
การโจมตีที่เกิดขึ้นจะกระทบกับเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจของภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สงครามในตะวันออกกลางจะส่งผลต่อราคาพลังงาน ทั้งในกรณีของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ดังที่เห็นชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา คนจะยิ่งแสวงหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ซึ่งเท่ากับยิ่งผลักดันให้ราคาทองคำสูงขึ้นไปอีก สภาวะเช่นนี้จะกระทบต่อปัญหาค่าครองชีพในประเทศต่างๆ
การขนส่งทางทะเล ไม่ว่าจะเป็นในทะเลแดง หรือในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ จะมีปัญหา
การสู้รบทำให้ต้องประกาศปิดน่านฟ้า และการเปลี่ยนเส้นทางการบิน ซึ่งจะส่งผลค่าใช้จ่ายของสายการบินเพิ่มมากขึ้น
การเมืองโลกมีความตึงเครียดเพิ่มมากขึ้น และอาจมีผลที่คาดเดาไม่ได้ตามมาในอนาคต
จีนและรัสเซียจะมีบทบาทอย่างไรในกรณีนี้ เพราะอิหร่านเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดของ 2 มหาอำนาจนั้น
ผลสืบเนื่องที่สำคัญ
ปฏิบัติการเช่นนี้จะทำให้ทรัมป์และพรรครีพับลีกันมีคะแนนเสียงเพิ่มขึ้นในการเลือกตั้งกลางเทอมหรือไม่
ในทำนองเดียวกัน การโจมตีอิหร่านจะเป็นคะแนนเสียงให้แก่นายกฯ เนทันยาฮู ในการเมืองอิสราเอลหรือไม่
สุดท้ายนี้ ไม่มีใครคาดเดาได้ว่า ความขัดแย้งชุดนี้จะคลี่คลายไปอย่างไร แต่ก็อาจจะไม่จบลงอย่างง่ายดายในแบบที่ผู้นำอเมริกันและอิสราเอลคาดหวังไว้ … ปัญหาอิหร่านไม่ง่ายแบบเวเนซุเอลาอย่างแน่นอน ซึ่งคงต้องติดตามดูกันต่อไปในอนาคต
ในอีกด้าน ประเทศไทยจะเตรียมตัวรับความผันผวนของโลกอย่างไร หรือผู้นำไทยไม่คิดอย่างอื่น นอกจากหาเสียงกับกระแสชาตินิยมในปัญหาไทย-กัมพูชาต่อไป เพราะโลกของไทยมีแต่ปัญหากัมพูชาเท่านั้น
https://www.nationtv.tv/news/foreign/378974219