วันอาทิตย์, มีนาคม 15, 2569

การที่พรรคประชาชนเสนอแคนดิเดตนายกฯ เพื่อให้สภาได้โหวต ไม่ใช่ไม่มีข้อดี มี ข้อดีคือ จี้ให้แคนดิเดตแสดงวิสัยทัศน์



Tewarit Bus Maneechai 
19 hours ago
·
การเสนอแคนดิเดตนายกฯ เพื่อให้สภาได้โหวต ข้อดีสำคัญคือ การจี้ให้แคนดิเดตแสดงวิสัยทัศน์
.
จริงอยู่ที่รัฐธรรมนูญหรือข้อบังคับไม่ได้บอกให้แสดง ไม่เหมือนการเลือกประธานและรองประธานสภา และจริงอยู่ที่มันต้องมีการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาอยู่แล้ว และจริงอยู่ที่คุณอนุทินนอนมาแน่ๆ และไม่ต้องห่วง ไม่ว่ามีคนเสนอชื่อแข่งหรือไม่ การออกเสียงลงคะแนนพิจารณาให้ความเห็นชอบนายกฯ ตามข้อบังคับการประชุมที่ 137 ประกอบข้อ 56 (2) ต้อง "เรียกชื่อสมาชิกตามลำดับอักษร ให้ออกเสียงลงคะแนนเป็นรายคน" อยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงไม่ว่ากรณีใด เพียงแต่อาจเหลือคำว่า "เห็นชอบ" "ไม่เห็นชอบ" หรือ "งดออกเสียง" กรณีไม่มีใครแข่งกับคุณอนุทิน อดขานขื่อคุณอนุทิน เท่านั้น
.
หากไม่มีคนเสนอชื่อมาแข่ง พร้อมเสนอให้แสดงวิสัยทัศน์ เราอาจไม่เห็นการเสนออะไรเลยในวันที่ 19 มี.ค.นี้ สุดท้ายคือมีคนเสนอชื่อคุณอนุทิน มีผู้รับรอง แล้วก็โหวตเห็นชอบ/ไม่เห็นชอบกันเท่านั้น แต่หากมีคนมาเสนอแข่งพร้อมขอให้แสดงวิสัยทัศน์ คุณอนุทินอาจเลือกไม่แสดงก็ได้ แต่มันก็จะดูประหลาดที่อีกฝ่ายแสดง ดังนั้นมันจะเป็นการบีบให้คุณอนุทินต้องพูดบ้าง ต้องไม่ลืมว่าที่ผ่านมาคุณอนุทินไม่เคยประชันวิสัยทัศน์เลย การที่มีแคนดิเดตมาท้าทายเพื่อขอให้แสดงวิสัยทัศน์นี้ อย่างน้อยก็จะเป็นประโยชน์สำหรับการทวงคำมั่นสัญญาที่พูดในวันนั้นได้บ้าง แม้เราๆ ท่านๆ จะรู้ผลอยู่แล้วก็ตาม ส่วนการรอแถลงนโยบายรัฐสภาอันนั้นมันเป็นการแถลงฝ่ายเดียว ส่วนอีกฝ่ายก็เป็นแค่การอภิปรายตรวจสอบหรือเสนอแนะเท่านั้น มันคนละโหมดกับการแสดงวิสัยทัศน์หากได้เป็นนายกฯ

https://www.facebook.com/bus.tewarit/posts/10236075108471042?ref=embed_post
.....

พรรคประชาชน - People's Party
Yesterday
·
[ พรรคประชาชนมีมติเสนอชื่อบุคคลในวาระการเลือกนายกรัฐมนตรีและประธานสภา เดินหน้านำเสนอวิสัยทัศน์ต่อประชาชนในฐานะว่าที่แกนนำฝ่ายค้าน ยืนยันไม่มีความพยายามใดๆในการตั้งรัฐบาลแข่งหรือรวบรวมเสียงจากพรรคการเมืองอื่น ]
.
หลังเสร็จสิ้นรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ วาระสำคัญที่จะเกิดขึ้นในการประชุมสภาคือการเลือกประธานและรองประธานสภาผู้แทนราฎร ในวันที่ 15 มีนาคม และการเลือกนายกรัฐมนตรี ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามมาในไม่นาน
.
หลังจากผลการเลือกตั้งเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ พรรคประชาชนเราได้ดำเนินการตามหลักการของระบบรัฐสภา และตามคำสัญญาที่เราให้ไว้กับประชาชนตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง โดยการเคารพสิทธิของพรรคอันดับ 1 (พรรคภูมิใจไทย) ในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยที่พรรคประชาชนจะไม่เข้าร่วม
.
ณ เวลานี้ เป็นที่รับทราบกันโดยทั่วไปว่าพรรคภูมิใจไทยได้รวบรวมเสียงสนับสนุนจากพรรคการเมืองต่างๆรวมแล้วเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรที่จำเป็นต่อการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเพียงพอต่อการส่งบุคคลจากพรรคที่ร่วมกันตั้งรัฐบาลไปดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและประธานสภา
.
พรรคประชาชนเราเตรียมเดินหน้าเต็มที่ในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้าน ที่มีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ผลักดันกฎหมายและวาระต่างๆผ่านกลไกนิติบัญญัติ รวมถึงนำเสนอวิสัยทัศน์และทิศทางที่ประเทศไทยควรจะเลือกเดิน เพื่อเป็นข้อเสนอให้ผู้ที่จะมาเป็นรัฐบาลได้พิจารณา และเพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนได้ใช้เปรียบเทียบประกอบการตัดสินใจในอนาคต
.
ด้วยเหตุผลดังกล่าว พรรคประชาชนจึงมีมติเสนอชื่อบุคลากรจากพรรคประชาชนในวาระการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและในวาระการเลือกนายกรัฐมนตรีที่จะมาถึง โดยที่พรรคมิได้มีความพยายามใดๆในการตั้งรัฐบาลแข่งหรือรวบรวมเสียงจากพรรคการเมืองอื่น และโดยที่พรรคทราบอยู่แล้วว่าเป็นเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎร - หากพิจารณาจากหลักการ การเสนอชื่อใน 2 ตำแหน่งดังกล่าว มิได้ขัดกับแนวปฏิบัติที่ว่าที่แกนนำฝ่ายค้านพึงกระทำได้ในระบบรัฐสภา และยังสอดคล้องกับแนวทางของว่าที่แกนนำฝ่ายค้านในอดีตในหลายกรณี ที่มีการเสนอชื่อในลักษณะเดียวกันแม้เป็นเสียงข้างน้อยที่มิได้มีความพยายามหรือความประสงค์ในการตั้งรัฐบาลแข่ง