นี่ไง สมัย ‘สีน้ำเงิน’ นี้ “อะไรที่ไม่เคยเห็นก็จะได้เห็น” เมื่อมีการ ‘ชง’ ให้ ปปช.เปิดสำนวนคดี ‘ซุกหุ้น’ ของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม แล้วเป็นข่าวว่า “สรุปสำนวนไปแล้ว...นายศักดิ์สยาม ไม่ได้จงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน”
อย่างนี้ก็ลือกันแซดสิว่า จะมีการหักดิบย้อนหลังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกันหรืออย่างไร เมื่อหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี คดีดังกล่าวสำเร็จไปแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๖๗ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า
“นายศักดิ์สยามมีความผิด และถูกตัดสิทธิ์ความเป็น รมว.คมนาคม ให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงนับตั้งแต่วันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๖” ซึ่งคดีนี้มี สส.๕๔ คน ยื่นคำร้องต่อสภาผู้แทนฯ ว่า รมว.คมนาคมขณะนั้น “ถือหุ้น และเป็นเจ้าของ หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น”
คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี ๒๕๖๗ ชี้ว่า “นายศักดิ์สยามมีพฤติการณ์ ‘นิติกรรมอำพราง’ ถือครองหุ้น หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ผ่านตัวแทนซึ่งเป็นลูกจ้างที่มีรายได้ไม่สอดคล้องกับมูลค่าหุ้นนับร้อยล้านบาท” กับพบด้วยว่าทั้งที่อ้างได้โอนหุ้นออกไปแล้ว
กลับพบหลักฐานว่ามีการ “สั่งการใช้เงินบริษัทซื้อเครื่องบินส่วนตัวและเบิกค่าน้ำมันรถยนต์ส่วนตัว” แล้วไฉนจู่จู่ คณะกรรมการปราบปรามทุจริตฯ ถึงได้ทะลุกลางปล้องขึ้นมาให้ประชาชีตื่นตูมกันว่า จะมีการฟอกขาวให้กับน้องชายครูใหญ่บุรีรัมย์หรือนี่
ร้อนถึง สุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาฯ ปปช.ต้องรีบแก้ต่าง ยืนยันว่าข่าวลือเรื่องลบล้างความผิดของนายศักดิ์สยามฐานจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน “ไม่เป็นความจริง” แต่ก็ “ยังไม่มีการเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่เพื่อลงมติแต่อย่างใด”
ประจวบกับมีรายงานของสำนักข่าว Next News อ้างแหล่งข่าวจากสำนักงาน ปปช. โดยฝ่ายตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินวินิจฉัยว่า นายศักดิ์สยามไม่ได้จงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน เพราะเชื่อตามที่เขาอ้าง เพิ่งทราบว่าหุ้นนั้นเป็นของตนก็ตอนโดนศาล รธน.วินิจฉัย
แหล่งข่าวยังกล่าวอีกว่า “ทราบว่าขณะนี้มีการสรุปผลการตรวจสอบเบื้องต้นเพื่อเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้ว ก็ต้องรอดูว่าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะมีมติเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร” อ้าว ไหนเลขาฯ บอกไม่มี้ ไม่มีอะไรไง
(https://www.nextnewsth.com/th/investigative/asset-declaration/69b13cef และ https://www.facebook.com/Posttoday/posts/m8CNrt5yJu)
