
อีจัน
16 hours ago
·
อิหร่านส่งคำเตือนห้ามเรือผ่านถึง 65 ครั้ง แต่...ยังผ่าน
การตัดสินใจที่ผิดปกติของเรือ Mayuree Naree
ที่ทำให้ไทยเข้าไปมีชื่อในข่าวสงคราม
บริษัทเรือควรออกมา “ขอโทษต่อประเทศไทย”
13 มี.ค. 69 อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุ ต้องพูดให้เห็นอีกมุมหนึ่ง กรณีเรือ Mayuree Naree ผ่านเข้าช่องแคบฮอร์มุซ และถูกอิหร่านโจมตี
โดยข้อความของ อาจารย์อัจฉราวดี ระบุว่า การตัดสินใจที่ผิดปกติ เป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามต่อกรณีเรือ Mayuree Naree ที่ผลักไทยเข้าไปสู่ฐานะพันธมิตรของศัตรู เป็นสิ่งที่รัฐต้องสอบสวนบริษัทเรือ หาใช่พุ่งประเด็นไปที่ฝั่งอิหร่าน ที่ส่งคำเตือนไม่ให้เดินเรือผ่านถึง 65 ครั้ง แต่เพียงอย่างเดียว
**รัฐบาลต้องระวัง ไม่ดำเนินการสุ่มเสี่ยงต่อการกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับอิหร่าน เพราะการกระทำที่ผิดปกติของเอกชนไทยเอง***
ดราม่าและความมั่งคั่งของเจ้าของบริษัทเรือ ได้รับความสนใจจากสื่อและโลกโซเชียลมากกว่าคำถามว่า "ทำไม" จึงฝ่าเข้าไป
ธรรมาภิบาลของบริษัท PSL ซึ่งเป็นเจ้าของเรือ เป็นสิ่งที่ต้องถูกยกขึ้นมาเพื่อเตือนถึงความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ เพราะในการทำธุรกิจระดับชาติ สิ่งที่องค์กรต้องคำนึงถึงให้มากคือ ชื่อของประเทศ
การตัดสินใจของ บ.PSL ที่เดินเรือฝ่าเข้าไปในพื้นที่ความเสี่ยงสูง ได้ผลักให้ประเทศไทยเข้าไปอยู่ในข่าวสงคราม และถูกมองว่าเป็นพันธมิตรของฝ่ายตรงข้ามของคู่สงคราม ส่งผลถึงชีวิตของลูกเรือ 23 คน และภาระทางการทูตของประเทศไทย
ก่อนที่เหตุการณ์เรือสินค้า Mayuree Naree จะถูกโจมตีใกล้ Strait of Hormuz กองทัพเรือไทยได้ทำหนังสือเตือนถึงสถานการณ์ตึงเครียดในน่านน้ำ ที่ส่งผลต่อการเดินเรือมาตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 และมีการออกหนังสือเตือนครั้งที่สองในวันที่ 2 มี.ค.และขนาดเรียกประชุมภาครัฐและภาคเอกชนในวันที่ 6 มี.ค. เหตุใดจึงยังฝ่าไปโดยไม่เปลี่ยนเส้นทาง
ทันทีที่เหตุการณ์เกิดขึ้น รัฐบาลไทยต้องเข้าไปดำเนินการในหลายระดับ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกเอกอัครราชทูตเข้าชี้แจง การติดตามความปลอดภัยของลูกเรือไทย และการประสานงานกับประเทศในพื้นที่
แม้เส้นทางเดินเรือดังกล่าวยังไม่ได้ถูกปิดอย่างเป็นทางการตามกฎหมายทะเลสากล การดึงดันเข้าไปในพื้นที่ความเสี่ยงสูง (High Risk Area : HRA) ทำให้ไทยถูกดึงเข้าไปอยู่ในบริบทของความขัดแย้งระดับภูมิภาค
บริษัทควรมีธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม มากกว่าการคำนวณกำไรหรือมูลค่าทรัพย์สินของผู้ถือหุ้น
หากการฝ่าเข้าไปเพราะคิดว่ามีสิทธิ์ในการเดินเรือ ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ไม่ปกติ ที่สังคมมีสิทธิ์ตั้งคำถามว่า "ทำไมจึงฝ่าฝืนคำเตือน"
บริษัทเรือควรออกมาแถลงต่อสังคม ถึงเหตุผลการตัดสินใจเดินเรือผ่านน่านน้ำ ที่เป็นยุทธศาสตร์ในการทำสงครามของอิหร่าน
รวมถึงแถลงว่า บริษัทได้ประเมินความปลอดภัยของลูกเรือและผลกระทบต่อประเทศอย่างไร เหตุการณ์นี้ยังก่อให้เกิดความตื่นตระหนก เพิ่มไฟแห่งความโกรธและความขัดแย้งในสังคมไทย
บริษัทควรออกมาแถลงและกล่าวคำขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่อประเทศไทย
ในโลกที่ธุรกิจเดินเรือ ที่แต่ละเส้นทางต้องข้ามพรมแดนไปมาภายใต้สัญชาติไทย ยังมีต้นทุนและความรับผิดชอบในการดำเนินงานที่ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้นั่นคือ “ชีวิตคน” และ “ชื่อของประเทศไทย”
https://www.facebook.com/photo/?fbid=954464417292990&set=a.257236533682452
Atukkit Sawangsuk
·
อิหร่านส่งคำเตือนห้ามเรือผ่านถึง 65 ครั้ง แต่...ยังผ่าน
การตัดสินใจที่ผิดปกติของเรือ Mayuree Naree
ที่ทำให้ไทยเข้าไปมีชื่อในข่าวสงคราม
บริษัทเรือควรออกมา “ขอโทษต่อประเทศไทย”
13 มี.ค. 69 อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุ ต้องพูดให้เห็นอีกมุมหนึ่ง กรณีเรือ Mayuree Naree ผ่านเข้าช่องแคบฮอร์มุซ และถูกอิหร่านโจมตี โดยข้อความของ อาจารย์อัจฉราวดี ระบุว่า การตัดสินใจที่ผิดปกติ เป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามต่อกรณีเรือ Mayuree Naree ที่ผลักไทยเข้าไปสู่ฐานะพันธมิตรของศัตรู เป็นสิ่งที่รัฐต้องสอบสวนบริษัทเรือ หาใช่พุ่งประเด็นไปที่ฝั่งอิหร่าน ที่ส่งคำเตือนไม่ให้เดินเรือผ่านถึง 65 ครั้ง แต่เพียงอย่างเดียว
**รัฐบาลต้องระวัง ไม่ดำเนินการสุ่มเสี่ยงต่อการกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับอิหร่าน เพราะการกระทำที่ผิดปกติของเอกชนไทยเอง***
ดราม่าและความมั่งคั่งของเจ้าของบริษัทเรือ ได้รับความสนใจจากสื่อและโลกโซเชียลมากกว่าคำถามว่า "ทำไม" จึงฝ่าเข้าไป
ธรรมาภิบาลของบริษัท PSL ซึ่งเป็นเจ้าของเรือ เป็นสิ่งที่ต้องถูกยกขึ้นมาเพื่อเตือนถึงความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ เพราะในการทำธุรกิจระดับชาติ สิ่งที่องค์กรต้องคำนึงถึงให้มากคือ ชื่อของประเทศ
การตัดสินใจของ บ.PSL ที่เดินเรือฝ่าเข้าไปในพื้นที่ความเสี่ยงสูง ได้ผลักให้ประเทศไทยเข้าไปอยู่ในข่าวสงคราม และถูกมองว่าเป็นพันธมิตรของฝ่ายตรงข้ามของคู่สงคราม ส่งผลถึงชีวิตของลูกเรือ 23 คน และภาระทางการทูตของประเทศไทย
ก่อนที่เหตุการณ์เรือสินค้า Mayuree Naree จะถูกโจมตีใกล้ Strait of Hormuz กองทัพเรือไทยได้ทำหนังสือเตือนถึงสถานการณ์ตึงเครียดในน่านน้ำ ที่ส่งผลต่อการเดินเรือมาตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 และมีการออกหนังสือเตือนครั้งที่สองในวันที่ 2 มี.ค.และขนาดเรียกประชุมภาครัฐและภาคเอกชนในวันที่ 6 มี.ค. เหตุใดจึงยังฝ่าไปโดยไม่เปลี่ยนเส้นทาง
ทันทีที่เหตุการณ์เกิดขึ้น รัฐบาลไทยต้องเข้าไปดำเนินการในหลายระดับ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกเอกอัครราชทูตเข้าชี้แจง การติดตามความปลอดภัยของลูกเรือไทย และการประสานงานกับประเทศในพื้นที่
แม้เส้นทางเดินเรือดังกล่าวยังไม่ได้ถูกปิดอย่างเป็นทางการตามกฎหมายทะเลสากล การดึงดันเข้าไปในพื้นที่ความเสี่ยงสูง (High Risk Area : HRA) ทำให้ไทยถูกดึงเข้าไปอยู่ในบริบทของความขัดแย้งระดับภูมิภาค
บริษัทควรมีธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม มากกว่าการคำนวณกำไรหรือมูลค่าทรัพย์สินของผู้ถือหุ้น
หากการฝ่าเข้าไปเพราะคิดว่ามีสิทธิ์ในการเดินเรือ ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ไม่ปกติ ที่สังคมมีสิทธิ์ตั้งคำถามว่า "ทำไมจึงฝ่าฝืนคำเตือน"
บริษัทเรือควรออกมาแถลงต่อสังคม ถึงเหตุผลการตัดสินใจเดินเรือผ่านน่านน้ำ ที่เป็นยุทธศาสตร์ในการทำสงครามของอิหร่าน
รวมถึงแถลงว่า บริษัทได้ประเมินความปลอดภัยของลูกเรือและผลกระทบต่อประเทศอย่างไร เหตุการณ์นี้ยังก่อให้เกิดความตื่นตระหนก เพิ่มไฟแห่งความโกรธและความขัดแย้งในสังคมไทย
บริษัทควรออกมาแถลงและกล่าวคำขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่อประเทศไทย
ในโลกที่ธุรกิจเดินเรือ ที่แต่ละเส้นทางต้องข้ามพรมแดนไปมาภายใต้สัญชาติไทย ยังมีต้นทุนและความรับผิดชอบในการดำเนินงานที่ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้นั่นคือ “ชีวิตคน” และ “ชื่อของประเทศไทย”
https://www.facebook.com/photo/?fbid=954464417292990&set=a.257236533682452
Atukkit Sawangsuk
7 hours ago
·
นี่ถ้าเป็นเขมรยิงหนังกะติ๊กใส่เรือไทยละก็…เมริง
ออกมาฮือให้ทิ้งบอมบ์ใส่โรงเรียนประถมพนมเปญแล้ว
·
นี่ถ้าเป็นเขมรยิงหนังกะติ๊กใส่เรือไทยละก็…เมริง
ออกมาฮือให้ทิ้งบอมบ์ใส่โรงเรียนประถมพนมเปญแล้ว