
ลักพาตัวเองมาเล่า
11 hours ago
·
ใครจะไปเชื่อ ว่าช่วงหนึ่งเคยมีเทรนด์ย้ายประเทศกันแบบระดับที่มีกลุ่มโยกย้ายสายสะโพกขึ้นมา และมีคนเข้ากลุ่มรวมล้านกว่าคน
ทุกคนมารวมกันด้วยเป้าหมายเดียว คือการย้ายออกจากประเทศไทย
แล้วตอนนี้ล่ะ? ย้ายประเทศยังมีอยู่มั้ย?
อยากมาเล่าให้ฟัง อย่างน้อยในมุมมองของผมในฐานะหัวเรือทีมออสเตรเลียจ๋า ๆ ตอนนั้น
1. ปี 2019-2021 เป็นปีที่มืดมนของประเทศไทย
เราเจอกับโควิดระบาดและภัยธรรมชาติในระดับมหันตภัย ต่อให้คุณเชียร์สีไหน ก็คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ณ ตอนนั้น การทำงานของรัฐบาล ล้มเหลวและไร้ประสิทธิภาพอย่างชัดเจน
... 33,989 ราย ม.
... คือจำนวนผู้เสียชีวิต จาก ‘โรคหวัดกระจอก’ นิยามโดย รมต. สาธารณสุขในเวลานั้น
ปัญหาต้นเหตุก็ป้องกันไม่ได้ ปลายเหตุก็แก้ไขไม่ได้ ยังไม่รวมกับการบริหารประเทศที่ไม่มีทีท่าว่าจะพัฒนาไปทางไหนเลย ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ในวัย ‘สร้างอนาคต‘ จึงรู้สึกสิ้นหวัง
2. แต่ถึงอย่างนั้น แสงแห่งความหวังสุดท้ายก็ยังจะพอเหลืออยู่บ้าง
พรรคอนาคตใหม่ เข้ามาด้วยอุดมการณ์อยากเปลี่ยนแปลงประเทศ
แม้ว่าจะโดนแรงต้านจากกลุ่มที่ยึดมั่นในหลักการบริหารแบบเดิมบ้าง แต่ในที่สุด กลุ่มคนที่โกรธแค้นกับการโดนละเลยจากภาครัฐและเบื่อหน่ายจากสงครามเหลืองแดงมาตลอด ก็จะมีตัวแทนเข้าไปทำงานในสภาสักที
3. ในห้วงเวลาที่ประเทศไทยแบ่งเป็นสองฝั่ง หากเรามองให้กว้างขึ้นมาอีก จะพบว่ามีคนที่ไม่อิน ไม่ฝักใฝ่ในสงครามการเมืองระหว่างเสื้อเหลืองกับแดงเท่าไหร่
4. ถ้าคุณอายุต่ำกว่า 35 ปีนั่นหมายความว่า
ปี 2005-2006 เกิดรัฐประหาร เสื้อเหลืองเริ่มมามีบทบาท ตอนนั้นคุณอายุต่ำกว่า 15 ปี
ปี 2008 ปิดสนามบิน เสื้อแดงเข้ามามีบทบาท ตอนนั้นคุณอายุต่ำกว่า 18 ปี
ปี 2010-11 สลายการชุมนุม (แบบนองเลือด) ยิ่งลักษณ์ชนะเลือกตั้ง ตอนนั้นคุณอายุต่ำกว่า 20 ปี
ปี 2013-2014 ปิดกรุงเทพ รัฐประหารอีกครั้ง และก็ลากยาวมาเรื่อย ๆ
5. คนกลุ่มนี้ โตมากับการเมืองแตกแยกตั้งแต่ยังไม่เป็นวัยรุ่น และเจอรัฐประหารตอนที่กำลังเริ่มชีวิตวัยผู้ใหญ่
วัยผู้ใหญ่ที่ต้องสร้างตัวและใช้เงิน ประเทศและเศรษฐกิจกลับหยุดนิ่ง เพราะความขัดแย้งทางการเมืองที่ตัวเองไม่เคยมีส่วนร่วม แต่กลับต้องพยายามดำเนินชีวิตท่ามกลางซากปรักหักพังที่ตัวเองก็ไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงต้นตอ
หลาย ๆ คนจึงรู้สึกเก็บกดมาโดยตลอด
ความเหลืออดเหลือทนมาระเบิดเอาตอนที่ที่ได้เห็นว่าพรรคอนาคตใหม่ที่ดูเหมือนจะเป็นความหวังให้ได้ ต้องโดนยุบเพราะกติกาการเมืองประหลาด ๆ ที่คิดให้ตายยังไงก็ไม่เข้าใจ
และตะปูตอกฝาโลง คือการที่สุดท้ายเหลืองและแดงกลับมาจับมือกัน เพื่อแท็กทีมป้องกันไม่ให้ส้ม ขึ้นมามีสิทธิ์มีเสียงในฐานะรัฐบาล
ชัดเจนแล้ว ว่านี่คือเกมการเมืองที่ผู้เล่นคือ ประชาชน vs ผู้มีอำนาจ
6. วัยเด็กที่หมดไปกับการเปิดทีวีและเห็นสงครามต่อสู้ระหว่างแดงเหลือง กลายเป็นปาหี่ไปโดยปริยายทันทีที่ผลประโยชน์มันลงตัว
เราคิดกันในใจเกือบทุกคนเลยว่า ... “แล้วมึงจะตีกันเล่นใหญ่ทำขลำอะไรรรรร!!!”
"นี่มันชีวิตกูนะเว้ย! ทั้งชีวิตวัยเด็กวัยรุ่นของกู โดนพวกมึงขโมยไป!"
คนที่เสียชีวิตตอนสลายการชุมนุม ก็ไม่ถูกยกย่องเหมือนแต่ก่อน เพราะสุดท้าย หัวหน้าของสองฝ่ายกลับฮั้วกันเพื่อต่อต้านอุดมการณ์ของผู้เสียสละที่เรียกร้องให้ประชาชนมีเสียงในวันนั้น
7. ปี 2021 ... กลุ่มเฟสบุคย้ายประเทศก็เกิดขึ้นมา พร้อมกับปรากฎการณ์คนแย่งกันเข้ากลุ่มเป็นหลายแสนคน
เราทุกคนที่มีความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเป็นทุนเดิม บวกกับความโกรธแค้นของการถูกมัดมือชกให้อยู่ในประเทศที่ไร้ทางเลือก พรรคที่ดูเป็นผู้เป็นคนที่สุดก็โดนยุบไปแบบงง ๆ ...
... ทางออกที่ ‘เลือกได้‘ มากที่สุด ... คือการย้ายประเทศ
ไอเดียคือ ต่อให้ย้ายประเทศมันจะยาก แต่มันพอมีโอกาส
ถ้าทำได้ อย่างน้อยก็จะได้อยู่ในประเทศที่ประชาชนก็พอจะมีสิทธิ์เสียงบ้าง มันดูคุ้มกว่าที่จะอยู่ในประเทศไทยแบบไร้ความหวัง เพราะตอนนั้นคสช.ที่ทำรัฐประหารเข้ามา รวมถึงพวกพ้องตั้งแต่รัฐบาลยันตำรวจทหารไม่มีทีท่าว่าจะออกหรือเปลี่ยนแปลงได้เลย
ตัวผมเองยอมรับเลยว่าเป็นสายเชียร์คนย้ายประเทศ ให้ทั้งข้อมูล ให้ทั้ง motivation ให้มันเป็นกลางมากสุด
การย้ายประเทศเพื่อได้สัญชาติน่ะเป็นเกมระยะยาวระดับ 5 ปีขึ้นไป ถึงจะเพิ่งเห็นรูปเห็นร่างว่ามีโอกาส (ยกเว้นเจอแฟนออสซี่ทำวีให้)
8. เวลาผ่านมาจนถึงปี 2026 ตอนนี้ ผมเห็นในกลุ่มว่ามีคนถามอยู่นะ ว่าทีมย้ายประเทศตอนนั้นเป็นยังไงกันบ้าง
ขอตอบจากในมุมของประเทศออสเตรเลียที่เคยเห็นมา น่าจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่
[a] กลุ่มที่ทำสำเร็จแล้ว คือมีวีซ่าถาวร เป็น PR / Citizen แล้ว ภายใน 5 ปี ไม่ว่าจะด้วยหนทางไหนก็คือเก่งมาก ๆ (บางคนในประเทศอื่น 3 ปีก็ได้สัญชาติเลย บ้าเลือดมาก)
เพิ่มเติมให้เห็นภาพนิด คือถ้าอยากย้ายประเทศ นอกจากได้แฟนเป็นคนที่นู่น ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้ครับ
[วีซ่านักเรียน] > [วีซ่าทำงาน] > [หาธุรกิจที่สปอนเซอร์ให้ได้] > [เซ็นสัญญาทำงาน] > [อยู่ต่อจนได้ PR]
กระบวนการพวกนี้ใช้เวลาอย่างต่ำ 5 ปีถ้าเก่งมากจริง ๆ ครับ บางรายกินเวลา 10 ปี ไม่มีน้อยกว่านั้น หมายความว่าถ้าอยากย้ายเต็มตัวจริง ๆ ก็เตรียม 1 ทศวรรศของชีวิตเพื่อภารกิจนี้ได้เลย
[b] กลุ่มสอง ยังลุยอยู่ เพราะพอไปอยู่แล้วรู้สึกชอบ ไม่อยากกลับ (อย่างน้อยในตอนนี้)
เพราะออสเตรเลียมีหลายอย่างที่ประเทศไทยยังให้ไม่ได้ เช่นอากาศที่โคตรดีแทบจะตลอด ทำงานหาเงินง่าย ทำอะไรก็ได้เงิน ใช้ภาษาอังกฤษไม่คล่องมากก็พออยู่ไหว เพราะที่นั่นคนในเมืองไม่ได้พูดอิ้งเก่งกันทุกคน
หลาย ๆ คนมีลูก ก็ย้ายเพราะอนาคตลูก นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะต่อสู้เพื่อสัญชาติ
[c] กลุ่มสาม คือย้ายกลับไทยมาแล้ว บางคนกลับเพราะไม่ชอบ บางคนกลับเพราะอิ่มตัว ได้รับประสบการณ์ที่มองหาอย่างเต็มที่แล้ว เก่งขึ้นแล้ว
ตอนนี้เห็นได้ชัดว่า 5 ปีหลังจากเทรนด์ย้ายประเทศผ่านไป เมืองใหญ่ ๆ อย่างเมลเบิร์น ซิดนีย์ บริสเบน ตอนนี้นักเรียนไทยน้อยลงมาก หลาย ๆ กิจการที่เน้นขายนักเรียนไทยก็เงียบเหงาลง
ข้อมูลจาก Home Affairs บอกว่า จำนวนผู้ถือ Student visa สัญชาติไทยที่อยู่ในออสฯ จากปี 2024 เทียบกับ 2025 ลดลง 20%
คนไทยกลับไทยปีก่อนเยอะขึ้น และปีนี้คาดว่าจะกลับเพิ่มกันอีก
จากที่คุยมา หลายคนบอกว่าไม่อยากทำงานใช้แรงงานในออสเตรเลียไปตลอด กลับไทยมาเริ่มต้นใหม่ดีกว่า ค่าเงินก็ไม่ได้ต่างกันมากแล้ว ส่วนสาย Professional งานออฟฟิซ ก็มีกลับบ้างถ้างานสามารถทำ Work From Home ได้
ยุคขุดทอง คือมาหาเงินให้เยอะ ๆ แล้วกลับไทยเอาเงินไปต่อยอด โดยใช้ความได้เปรียบของ AUD เริ่มไม่ได้ผล เพราะค่าเงินไทยแข็งตัวขึ้น จาก $1 เมื่อก่อนได้ 30บาท ตอนนี้เหลือแค่ 20บาทแค่นั้นเอง
9. ถ้าถามว่า "หมดหวังกับประเทศไทยอยู่ไหม?"
เชื่อว่าหลายคนที่อยากย้ายออกไปตอนนั้น ไม่ได้ย้ายเพราะเกลียดประเทศไทย แต่เพราะโกรธที่ความหวังถูกทำลายและอนาคตโดนขโมยไปแบบหน้าด้าน ๆ มากกว่า
สิ่งหนึ่งที่กล้าตอบคือ ตอนนี้ ประเทศไทยไม่เหมือนกับตอน 5 ปีก่อนแล้ว
ในเชิงของโครงสร้าง ยังเหมือนเดิม แต่วิธีการที่ผู้คนพูดถึงการเมือง นั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
10. ช่วงเวลาที่ผ่านมา เราได้เห็นแล้วจริง ๆ ว่า พรรคอนาคตใหม่ - ก้าวไกล - ประชาชน เติบโตขึ้นทั้งเรื่องจำนวนคนสนับสนุนและยุทธวิธีการต่อสู้ในสภา
และที่สำคัญ ยังคงความไม่ซื้อเสียง และทำตามกติกาที่บิดเบี้ยวได้อย่างแข็งขันขนาดนี้ ยอมใจจริง ๆ
ลึก ๆ แล้ว เชื่อว่าขุมของความ 'กล้ากลับไทย' ของหลาย ๆ คน คือการที่พรรคส้มพยายามพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า "ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ" แบบไม่เกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น
11. สื่ิอหลายสำนักทั้งใหม่และเก่า ก็ต่างกล้าจับประเด็นที่ไม่เคยกล้าจับมาพูดมากขึ้น เอาไฟส่องด้านมืดที่เคยถูกพยายามปกปิดไว้มาตลอด
บวกกับมีอินฟลูหลายคนที่กล้าออกมาพูดเรื่องนี้มากขึ้น เพจ วิเคราะห์บอลจริงจัง เขียนเรื่องการเมืองทีไร เฟสบุคแตกทุกครั้ง ผู้คนก็มีความตระหนักรู้มากขึ้น
การปะทะกันของประชาชนก็ไม่ได้รุนแรงเหมือนแต่ก่อนที่แบ่งฟากกันอย่างชัดเจน ไม่รู้ว่าผมรู้สึกไปเองมั้ย แต่หลาย ๆ คนเองก็เริ่มสัมผัสได้แล้วว่าพวกพ้องที่ยึดอำนาจกันมา ใช้คำว่าพัฒนาประเทศเป็นแค่หน้ากาก แต่ในเนื้อแท้จริง ๆ คือโกงกันระเนระนาด
12. สุดท้าย เมื่อกระแสผ่านพ้นไป เป้าหมายของการย้ายประเทศหลังจากนี้ จะไม่ใช่แค่เพราะโกรธหรือสิ้นหวังอีกแล้ว แต่จะเป็นเรื่องของการ 'หาทางเลือกให้ตัวเอง ในสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ ที่แตกต่าง'
ย้ายเพราะความมีหวัง ไม่ใช่เพราะความสิ้นหวัง
13. การต่อสู้ของประชาชนในประเทศไทยยังไม่จบ แค่เลือกตั้งล่วงหน้า ยังมีตุกติกกันขนาดนี้
แต่สิ่งหนึ่งที่วางใจได้คือ พวกเราประชาชนเริ่มเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น ล่าสุดก็มีโพสต์ที่เหลืองกลายมาเป็นส้ม ที่เขียนได้สมบูรณ์แบบ
พรรคประชาชน ไม่ได้เป็นแค่พรรคการเมืองแล้วล่ะ แต่เป็นเหมือนกลุ่มที่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่ามีตัวแทน คอยมาฟาดฟันในเรื่องที่เราไม่เคยกล้าเรียกร้องมาก่อน และเรื่องเหล่านั้นมันส่งผลกระทบกับชีวิตประจำวันของพวกเราทั้งสิ้น
ความอดทนของคนไทยเราสูงมากครับ และตอนนี้ มีแกนนำมาแสดงให้เห็นแล้วว่า ความอดทนนั้นใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ด้วยการกัดไม่ปล่อย ไม่ใช่แค่อดทนไปวัน ๆ อีกต่อไปแล้ว
14. ในที่สุด หากพรรคประชาชนชนะแล้วโดนข้อหาอะไรให้ไม่ได้เป็นรัฐบาลอีกครั้ง ...
... เราก็พร้อมจะอดทนต่อไป เพียงแต่ครั้งนี้ อดทนพร้อมความเชื่อมากขึ้น ถึงจุดนี้ จะมาไม้ไหนก็คงไม่ประหลาดใจแล้วล่ะ
รอวันนั้นไม่ไหวแล้วครับ วันที่ชาวต่างชาติจะมองเข้ามาในประเทศเรา แล้วคิดเหมือนกับที่คนย้ายประเทศเมื่อ 5 ปีก่อนคิด
"กูไม่ไหวแล้ว กูจะย้ายไปออสเตรเลีย" ... แต่เปลี่ยนเป็น ...
... "กูเบื่อประเทศกูว่ะ กูจะหาทางทำยังไงก็ได้ให้ไปอยู่ประเทศไทย"
ไม่ใช่มาแค่ตอนเกษียณ แต่มาตอนยังไฟแรง มาพร้อมทักษะ ความรู้ และพลังเต็มเปี่ยมในการพร้อมใช้ชีวิต มีแต่คนเก่ง ๆ อยากย้ายมาทำงาน มาใช้ชีวิต มาทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น คิดดูว่าบ้านเราจะพุ่งไปแรงขนาดไหน ถ้าเกิดปรากฎการณ์แบบนั้นจริง ๆ
ประเทศไทยมีข้อดีที่ประเทศอื่นไม่มีเยอะมาก เหลือแค่มีผู้นำที่ฉลาดและเด็ดขาดมากพอ ที่จะนำวัตถุดิบชั้นเลิศต่าง ๆ มาปรุงให้เป็นเมนูที่ทั้งโลกจะมองข้ามไม่ได้อีกต่อไป
ขอให้ทุกท่านดูแลสุขภาพ เพื่อจะอยู่ดูวันนั้น วันที่ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศอย่างแท้จริงครับ
--
ทุกคนล่ะครับ ย้ายเพราะอะไร? ยังอยู่ที่ประเทศนั้น ๆ มั้ย? และถ้าในอนาตตประเทศไทยดีขึ้น จะกลับมามั้ย คอมเมนต์คุยกันครับ
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1484219070370977&set=a.471030141689880