IMF เตือนดัง สงครามอิหร่าน เสี่ยงลามเศรษฐกิจโลก | Highlights กรุงเทพธุรกิจ INSIGHT
Mar 4, 2026
IMF ส่งสัญญาณเตือนว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจกลายเป็นความเสี่ยงใหม่ต่อเศรษฐกิจโลก โดย Dan Katz รองผู้อำนวยการ IMF ระบุว่า ระดับผลกระทบจะขึ้นอยู่กับ “ระยะเวลาของสงครามและความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค” โดยเฉพาะทิศทางราคาพลังงาน หากปรับขึ้นต่อเนื่องอาจกดดันเงินเฟ้อและชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจ พร้อมบีบให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องดำเนินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวังมากขึ้น แม้ก่อนเกิดความตึงเครียดครั้งล่าสุด IMF จะคาดว่าเศรษฐกิจโลกปี 2026 ยังเติบโตได้ราว 3.3% จากแรงหนุนการลงทุนด้าน AI และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แต่สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่แน่นอนอาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป
https://www.youtube.com/watch?v=hOtDF1flRNQ
.....
สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน (โดยเฉพาะเหตุการณ์ล่าสุดในปี 2026) ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยมี "จุดเปราะบาง" สำคัญอยู่ที่ความมั่นคงทางพลังงานและเส้นทางการค้าทางทะเล ดังนี้ครับ
1. วิกฤตการณ์พลังงานโลก
อิหร่านตั้งอยู่บนจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก คือ ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz)
การหยุดชะงักของน้ำมัน: ประมาณ 20% ของปริมาณน้ำมันดิบที่ซื้อขายทั่วโลกต้องผ่านช่องแคบนี้ หากเกิดการปิดกั้นหรือโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน ราคาน้ำมันดิบ (Brent Crude) อาจพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว (จากระดับปกติ 70-80 ดอลลาร์ อาจแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ในเวลาอันสั้น)
ก๊าซธรรมชาติ (LNG): ประมาณ 20% ของก๊าซ LNG ทั่วโลก (โดยเฉพาะจากกาตาร์) ต้องใช้เส้นทางนี้เช่นกัน ส่งผลให้ราคาค่าไฟและพลังงานในยุโรปและเอเชียพุ่งสูงขึ้นทันที
2. ผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและการค้า
ค่าขนส่งสินค้า (Freight Rates): เมื่อเส้นทางเดินเรือมีความเสี่ยงสูง บริษัทประกันภัยจะปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมความเสี่ยงภัยสงคราม (War Risk Premium) ทำให้ต้นทุนการนำเข้า-ส่งออกสินค้าทุกชนิดแพงขึ้น
การเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ: หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด เรือสินค้าต้องเปลี่ยนเส้นทางอ้อมแหลมกู๊ดโฮป (แอฟริกา) ซึ่งเพิ่มระยะทางกว่า 3,500 ไมล์ทะเล และเพิ่มต้นทุนเชื้อเพลิงมหาศาล
3. อัตราเงินเฟ้อและนโยบายการเงิน
เงินเฟ้อพุ่งสูง: เมื่อราคาพลังงานและค่าขนส่งเพิ่มขึ้น ต้นทุนการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคจะสูงขึ้นตาม ส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรงทั่วโลก
ดอกเบี้ยนโยบาย: ธนาคารกลางทั่วโลก (เช่น Fed หรือธนาคารกลางแห่งประเทศไทย) อาจจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเพื่อคุมเงินเฟ้อ ซึ่งจะชะลอการเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวม
4. ผลกระทบต่อภูมิภาคตะวันออกกลางโดยตรง
ความเชื่อมั่นของนักลงทุน: ตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (GCC) มักมีความผันผวนสูงเมื่อเกิดความไม่สงบ
อุตสาหกรรมการบินและท่องเที่ยว: การปิดน่านฟ้าในภูมิภาคส่งผลกระทบโดยตรงต่อศูนย์กลางการบินอย่าง ดูไบ และ โดฮา รวมถึงลดจำนวนนักท่องเที่ยวในภูมิภาคลงอย่างมาก
สรุปตารางผลกระทบสำคัญ:
- ตัวแปรเศรษฐกิจ ผลกระทบที่คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ พุ่งสูงขึ้นทันที (อาจแตะ $100+ ต่อบาร์เรล)
- เงินเฟ้อทั่วโลก ปรับตัวสูงขึ้นจากต้นทุนพลังงานและอาหาร
- ตลาดหุ้น ผันผวนรุนแรง สินทรัพย์เสี่ยงถูกเทขาย
- ทองคำ ราคาสูงขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven)
(Google Translate)