🚨 BREAKING
— Iran Mil Updates (@lran_prees) March 11, 2026
Iran has just launched a hypersonic missile strike over Tel Aviv Airport in Israel.
The target appears to have been hit directly, as seen in the circulating footage. pic.twitter.com/xyv7b56z69
ถาม Google Gemini
เป็นความจริงหรือไม่ที่อิหร่านเพิ่งยิงขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงโจมตีสนามบินเทลอาวีฟในอิสราเอล
...
รายงานจากภาคพื้นดินและแถลงการณ์ทางทหารยืนยันว่าสนามบินนานาชาติเบนกูเรียน (ใกล้เทลอาวีฟ) เป็นเป้าหมายหลักของการโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่านในช่วงที่สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นในปัจจุบัน
แม้สถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่ต่อไปนี้คือรายละเอียดสิ่งที่ทราบ ณ วันที่ 11 มีนาคม 2569:
1. อาวุธที่ใช้
กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ได้อ้างอย่างเป็นทางการว่าได้ใช้ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง Fattah และ Fattah-2 ในการโจมตีพื้นที่เทลอาวีฟ
Fattah-2: นี่คือยานร่อนความเร็วเหนือเสียง (HGV) ที่ออกแบบมาเพื่อเคลื่อนที่ในระดับความสูงเพื่อหลีกเลี่ยงระบบป้องกันเช่น Arrow-3 และ THAAD
Khorramshahr-4: ขีปนาวุธหนัก (หรือที่รู้จักกันในชื่อ Kheibar) ที่มีหัวรบหนัก 1,500 กิโลกรัม ก็ถูกนำมาใช้ในการโจมตีแบบประสานงานกันเป็นระลอกใส่สนามบินและฐานทัพอากาศที่ 27 ที่อยู่ติดกันด้วย
2. สถานการณ์ของสนามบิน
ความเสียหาย: ภาพที่เผยแพร่ในโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นถึงความเสียหายหลายจุดบนลานจอดเครื่องบินและโครงสร้างพื้นฐานทางทหารใกล้เคียง รายงานระบุว่าการดำเนินงาน "เป็นอัมพาต" เนื่องจากไฟไหม้และเศษซากจำนวนมาก
การปฏิบัติการบิน: แม้ว่าจะมีความพยายามในช่วงต้นสัปดาห์นี้ที่จะกลับมาให้บริการเที่ยวบินส่งผู้โดยสารกลับประเทศในจำนวนจำกัด (จำกัดที่ 50-100 คนต่อเที่ยวบิน) แต่การโจมตีระลอกที่ 34 ของอิหร่านครั้งล่าสุดได้บังคับให้การจราจรทางอากาศพลเรือนต้องหยุดชะงักอีกครั้ง
ประสิทธิภาพการป้องกัน: มีรายงานที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับการสกัดกั้น ในขณะที่กองทัพอิสราเอลยืนยันว่ามีการปฏิบัติการป้องกันอย่างแข็งขัน นักวิเคราะห์ทางทหารบางคนชี้ว่าความเร็วและความคล่องตัวของขีปนาวุธ Fattah-2 ทำให้ขีปนาวุธบางส่วนสามารถทะลุผ่านเกราะป้องกันหลายชั้นได้
3. บริบทที่กว้างขึ้น: ปฏิบัติการ Epic Fury
การโจมตีเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของ "ปฏิบัติการ True Promise 4" ของอิหร่าน ซึ่งเปิดตัวเพื่อตอบโต้ปฏิบัติการ Epic Fury ที่นำโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ในขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่าศักยภาพในการยิงขีปนาวุธโดยรวมของอิหร่านกำลัง "ลดลงอย่างเป็นระบบ" แต่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้แสดงให้เห็นว่ายังคงมีความสามารถในการโจมตีอย่างรุนแรงต่อศูนย์กลางทางยุทธศาสตร์ของอิสราเอล
หมายเหตุ: โปรดระมัดระวัง "การเผยแพร่คลิปวิดีโอ" บนโซเชียลมีเดีย ในระหว่างความขัดแย้งนี้ มีหลายกรณีที่นำคลิปวิดีโอเก่า (จากการโจมตีในปี 2024 หรือแม้แต่ความขัดแย้งอื่นๆ) มาใช้ซ้ำ โปรดตรวจสอบความถูกต้องของคลิปวิดีโอกับรายงานสรุปทางการทหารอย่างเป็นทางการหรือสำนักข่าวที่ได้รับการยืนยันเสมอ
Tehran has come under heavy Israeli bombardment as the regional conflict escalates, with overnight air strikes near Mehrabad Airport. Israel says it hit military command centres, but the Red Crescent reports a residential building was struck.
— Al Jazeera English (@AJEnglish) March 11, 2026
Al Jazeera's @TohidAsadi reports. pic.twitter.com/jKVEjEXd4I