
Isriya Paireepairit
Yesterday
·
ปัญหาสงครามอิหร่านรอบนี้ แสดงให้เห็นชัดว่าโครงสร้างพลังงานไทยยังมีจุดอ่อนอยู่มาก นั่นคือพึ่งพาแหล่งพลังงานจากภายนอก (น้ำมันสำหรับรถยนต์ + ก๊าซธรรมชาติเพื่อผลิตไฟฟ้า) มากเกินไปจนไม่สมดุล แล้วพอมันมีปัญหาติดขัดสักนิดเดียวก็เรียบร้อย
to be fair โครงสร้างพลังงานไทยเป็นแบบนี้มานานหลายสิบปีแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเกิด แต่สิ่งที่ต่างไปคือ ในยุคสมัยนี้ เทคโนโลยีปัจจุบันสามารถทำลายข้อจำกัดเรื่องนี้ได้แล้ว
ในยุคนี้ คนธรรมดาทั่วไปสามารถ "พึ่งพาตัวเองทางพลังงาน" (energy independence) ได้แล้ว นั่นคือ สะสมไฟจากแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้านตัวเอง มาชาร์จรถยนต์ของตัวเองเพื่อเดินทาง กระบวนการทั้งหมด เราไม่ต้องใช้น้ำมัน-ก๊าซ (ที่นำเข้าซะเป็นส่วนใหญ่) เลย
เราไม่สามารถทำสิ่งนี้ได้ในยุค 70s 80s 90s 2000s 2010s แต่มันเป็นจริงได้ในยุค 2020s มันคือภาพฝันที่ Elon Musk พยายามวาดให้เห็น และพลังอุตสาหกรรมจีน ทำให้มันเกิดขึ้นได้จริง
แม้กระบวนการมันอาจยังยากอยู่บ้าง ต้องลงทุนเยอะสักหน่อย แต่มันเป็นสิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปสามารถทำได้จริงๆ และถ้าเราเพิ่มสัดส่วนคนที่ energy independence ในสังคมมากขึ้นเรื่อยๆ ความหนักหน่วงของปัญหาพลังงานก็จะลดลง เพราะมีคนที่มาแย่งน้ำมันกันน้อยลงไปตามธรรมชาติ
ส่วนที่เหลือจึงเป็นเรื่องของนโยบายรัฐ ในการ speed-up กระบวนการพวกนี้ให้เกิดได้เร็วขึ้นไปทีละส่วน เช่น การปลดล็อคเงื่อนไขต่างๆ ให้คนสามารถติดตั้งหลังคาโซลาร์ได้ง่ายขึ้น ถ้ามีเหลือก็ขายคืนเข้ากริดได้ง่าย ในราคาที่เป็นธรรม หรือจะขายระหว่างกันเองก็ได้ ฯลฯ เรื่องพวกนี้วงการพลังงานพูดกันมาเยอะมากแล้ว คงไม่ต้องฉายหนังซ้ำ
ประเด็นสำคัญคือผมไม่แน่ใจนักว่า ด้วยโครงสร้างพลังงานผูกขาดของไทยในปัจจุบัน (ตั้งแต่นโยบายพลังงาน โครงสร้างรัฐวิสาหกิจพลังงาน แผน PDP และระบบ Enhanced Single Buyer ไล่ลงมา) และด้วย political will ในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลชุดปัจจุบัน (ที่เราเห็นไปตีกอล์ฟกินข้าวกับทุนพลังงานอยู่เรื่อยๆ) มันจะเอื้อให้ภาพฝัน energy independent เป็นจริงได้สักแค่ไหน
ถ้าเราไม่คิดจะเปลี่ยนอะไรเลย อดทนไปเรื่อยๆ รอปัญหาสงครามอิหร่านคลี่คลายลง (ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อไร) ทุกคนก็จะลืมเรื่องนี้ไป และกลายเป็นระเบิดเวลารอปัญหาสงครามรอบใหม่เกิดขึ้นในอนาคต วนๆ กันไปอยู่แบบนี้
https://www.facebook.com/photo/?fbid=10173733594795461&set=a.163458155460