วันพุธ, กุมภาพันธ์ 04, 2569

Window of opportunity : การลงประชามติครั้งนี้มีความหมายสำคัญอย่างยิ่งยวด ที่ประชาชนจะลุกขึ้นมาใช้สิทธิเพื่อทวงคืนอำนาจในการกำหนดทิศทางของประเทศของตน โดยเริ่มจากการก้าวข้ามพ้นความเชื่อว่าประเทศไทยของเราเปลี่ยนแปลงให้หลุดพ้นจากวงจรแบบเดิมไม่ได้ และหันมามีความหวังและสร้างความเชื่อใหม่


iLaw
7 hours ago
·
ประจักษ์ ก้องกีรติ คณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ แสดงทัศนะในการออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าถือเป็น “หน้าต่างแห่งโอกาส” ที่ประชาชนจะเป็นผู้ริเริ่มผลักดันให้มีการเขียนกติกาสูงสุดใหม่ร่วมกัน ต่างจากฉบับปี 2550 และ 2560 ที่เป็นผลพวงจากการรัฐประหาร การลงมติ “เห็นชอบ” ในครั้งนี้จึงเป็นการเปิด “ประตูบานแรก” ของกระบวนการระยะยาว ซึ่งยังต้องผ่านขั้นตอนทางรัฐสภาเพื่อกำหนดรายละเอียดเช่น วิธีการและที่มาของผู้ร่าง และต้องผ่านการทำประชามติอีกถึง 2 ครั้ง

เขามองว่า อุปสรรคที่แท้จริงในการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ไม่ใช่เรื่องเทคนิคทางกฎหมาย แต่คือ เจตนารมณ์และความมุ่งมั่นของประชาชน หากประชาชนนิ่งเฉยและเชื่อว่าตนเองไม่มีพลังในการกำหนดทิศทางของประเทศ หากประชาชนเชื่อว่าลงคะแนนอย่างไรก็ไม่สามารถเปลี่ยนกติกาบ้านเมืองได้ เพราะชนชั้นนำเข้มแข็งและเป็นพวกเดียวกันหมด หากประชาชนเชื่อเช่นนี้ สังคมไทยก็คงจะต้องอยู่กับมรดกของคณะรัฐประหารตลอดไป

การลงประชามติครั้งนี้จึงมีความหมายสำคัญอย่างยิ่งยวด ที่ประชาชนจะลุกขึ้นมาใช้สิทธิเพื่อทวงคืนอำนาจในการกำหนดทิศทางของประเทศของตน โดยเริ่มจากการก้าวข้ามพ้นความเชื่อว่าประเทศไทยของเราเปลี่ยนแปลงให้หลุดพ้นจากวงจรแบบเดิมไม่ได้ และหันมามีความหวังและสร้างความเชื่อใหม่ว่า ประชาชนมีอำนาจในการพลิกฟื้นประเทศได้

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1319035116936771&set=a.625664036273886

อ่านทั้งหมด: https://www.ilaw.or.th/articles/57045#Prajak-Kongkirati