
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
15 hours ago
·
“เก็ท โสภณ”: แด่รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และการเลือกตั้งที่กำลังจะถึง
.
.
ในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2568 เมื่อโลกภายนอกเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง พร้อมกับการลงประชามติว่าสังคมไทยจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
.
“เก็ท” โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง ผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 แม้ตัวเขาเองจะไม่สามารถออกไปร่วมออกเสียงเลือกตั้งและลงประชามติได้ก็ตาม แต่ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ได้เขียนจดหมายสองฉบับต่อเนื่องกัน เป็นบทความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ที่เขาเห็นว่าจำเป็นต้องถูกร่างขึ้นใหม่ ไม่สามารถใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ได้อีกต่อไป พร้อมอยากให้ประชาชนร่วมกันส่งเสียงถึงความต้องการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อสร้างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนร่วมกัน
.
———————-
.
จดหมายฉบับนี้ผมเขียนขึ้นเพื่อบรรยายความจากคำตอบถึงภาพฝันเรื่อง“รัฐธรรมนูญ” และ “การเลือกตั้ง” ในระบอบประชาธิปไตยที่มาของกฎหมายสูงสุดก็ต้องสืบสาวไปถึงเจตจำนงของประชาชนให้ได้ การรณรงค์อภิปรายความเห็นต้องเป็นอย่างเสรี การทำประชามติต้องไม่ถูกบีบบังคับด้วยเงื่อนไขทางพฤตินัย ดังเช่นในสมัยการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ที่หากประชาชนไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญก็จะไม่ได้เลือกตั้ง ซ้ำร้ายรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นฉบับปัจจุบันนี้ ยังถูกแก้ไขหลังทำประชามติเสร็จ โดยไม่ได้นำฉบับที่แก้ไขแล้วมาให้ประชาชนลงประชามติใหม่ด้วย
.
ในคุกมีการเล่นฟุตซอล ตะกร้อ วอลเลย์บอล กันเป็นประจำ เมื่อการแข่งขันกีฬาเกิดขึ้น ผู้ต้องขังที่ดูอยู่รอบสนามจะสามารถดูออกว่าจังหวะไหนใครทำฟาวล์ เมื่อกรรมการตัดสินผิด ผู้ชมก็จะตะโกนทักท้วงอย่างทันท่วงที ที่เป็นเช่นนี้เพราะกติกาของกีฬาเหล่านั้นเข้าใจกันโดยทั่ว แล้วกติกาของรัฐธรรมนูญไทยละ?
.
ความพยายามสถาปนารัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเป็นงานสองด้าน ด้านหนึ่งคือการสื่อสารกับภาคประชาชน อีกด้านนึงคือการต่อสู้กับอภิสิทธิ์ชน ผู้ครองอำนาจนำ เขียนถึงตรงนี้ผมก็อดคิดถึงรัฐธรรมนูญฉบับวันที่ 10 ธันวาคม 2475 ไม่ได้
.
หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อ พ.ศ. 2475 ประเทศไทยก็ควรมีการปกครองแบบประชาธิปไตย ประชาชนควรเป็นผู้ครองอำนาจนำ มันควรจะเป็นอย่างนั้น แต่เมื่อพิจารณาจากประวัติศาสตร์เราก็จะพบว่า อำนาจเก่าก็ยังกลับมาเถลิงอำนาจ เทคนิคหนึ่งที่เขาใช้ก็คือ การยึดอำนาจแล้วร่างรัฐธรรมนูญใหม่
.
————————
.
คำถามเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญว่าควรจะแก้ไขหรือเขียนใหม่ทั้งฉบับ ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 มันมีปัญหาจริง ๆ และไม่เหมาะที่จะใช้ต่อ ส่วนเรื่องรายละเอียดของรัฐธรรมนูญว่าจะเขียนอย่างไรให้ตอบโจทย์สังคมไทยนี้ คิดว่าผมพูดคนเดียวคงไม่เหมาะ และอยากให้ประชาชนร่วมกันส่งเสียงจะดีกว่า
.
แม้ผมจะเอากติการัฐธรรมนูญไปเทียบกับกติกากีฬา แต่ก็ทราบดีว่าระดับความซับซ้อนของกติกาทั้งสองต่างกันมาก อย่างไรก็ตามอย่างน้อยที่สุดประชาชนควรเข้าใจแนวคิดและสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญดังที่ควรเข้าใจแนวคิดและสาระสำคัญของประชาธิปไตย ประชาชนจะได้ทราบขอบเขตของความชอบธรรมของตนอยู่ตรงไหน การกระทำแบบใดเป็นการเอาเปรียบกัน
.
การบรรยายบัญญัติศัพท์แสงให้ยากต่อความเข้าใจหรือความพยายามประดิษฐ์คำจนเกินควร จะนำมาสู่ปัญหาการตีความและช่องว่างในการช่วงชิงนิยามความหมาย อันเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการช่วงชิงอำนาจ เราไม่อาจมองรัฐธรรมนูญแบบมองภาพตัดขวางว่ารัฐธรรมนูญฉบับปีนี้มีลักษณะอย่างไรได้ เพราะบทบัญญัติหลายประการไม่ได้เกิดขึ้นและสิ้นสุดในฉบับเดียว หากแต่ส่งมรดกต่อไปยังรัฐธรรมนูญฉบับถัดไป หลายข้อความก็มีผลต่อการวางโครงสร้างร่างสังคม
.
การบัญญัติให้พระมหากษัตริย์ไม่สามารถใช้อำนาจเองได้โดยตรง แต่ต้องใช้ผ่านองค์กรของรัฐ ถูกบัญญัติตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 ฉบับวันที่ 10 ธันวาคม 2475 ถ้อยคำดังกล่าวถูกส่งต่อมายังปัจจุบัน โดยการบัญญัติว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน แต่พระมหากษัตริย์ยังคงใช้อำนาจผ่านองค์กรของรัฐได้ อาจก่อความสับสนว่า สรุปแล้วองค์กรของรัฐต้องยึดโยงกับใครเป็นหลัก ความสับสนนี้สะท้อนผ่านงานของเจ้าหน้าที่รัฐในฐานะ “ข้าราชการ” ศาลในพระปรมาภิไธย หรือสมาชิกรัฐสภาบางส่วนที่หัวเด็ดเท้าขาดก็จะปกปักษ์พิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ โดยไม่คำนึงถึงเสรีภาพของประชาชน เป็นต้น
.
รัฐธรรมนูญในฐานะที่เป็นกฎหมายกำหนดโครงสร้างรัฐ เป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดขอบเขตอำนาจของสถาบันต่าง ๆ ทางการเมือง เราพบว่าหลังการอภิวัฒน์สยามเมื่อปี 2475 ความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างสถาบันกษัตริย์กับประชาชนนั้นไม่คงที่
.
คำกล่าวจากนิยาย 1984 ที่ว่า “ผู้ควบคุมอดีตย่อมควบคุมอนาคต ผู้ควบคุมปัจจุบันย่อมควบคุมอดีต” ยังคงเป็นคำคมที่จิกกัดความเป็นจริงได้อย่างเจ็บแสบเสมอมา
.
หลังรัฐประหารวันที่ 8 พฤศจิกายน 2490 อำนาจของคณะราษฎรก็เริ่มเลื่อนลอย รัฐธรรมนูญแบบ “กษัตริย์นิยม” ก็เกิดขึ้น นั่นคือฉบับปี 2492 โดย มาตรา 2 บัญญัติไว้ว่า “ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” ถ้อยคำนี้ถูกปรับในปี พ.ศ. 2519 หลังการรัฐประหาร 6 ตุลาคม 2519 และรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2521 และถูกส่งต่อมาถึงปัจจุบัน จากเรื่องนี้ทำให้ทราบว่าประชาธิปไตยแบบไทยสไตล์ (ที่ใครบางคนว่าไว้) เกิดขึ้นจากการยึดอำนาจล้มล้างเจตจำนงของคณะราษฎร
.
“ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” ถูกตอกย้ำให้หยั่งลึกในโครงสร้างสภาพสังคมอีกครั้งในมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญปี 2540 ว่า “ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ทั้งนี้ “ประเพณี” ดังกล่าวเป็นอย่างไรไม่ปรากฏแน่ชัด
.
ปัญหาที่ตามมาก็คือ การตีความประเพณีอันขาดความเป็นเหตุเป็นผล และการนำบัญญัติดังกล่าวมาใช้โจมตีฝั่งประชาธิปไตย ดังเช่นการเรียกร้องนายกพระราชทาน หรือการปิดปากผู้เห็นต่างตามที่เราเผชิญกันอยู่
.
ในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ก็ถูกขยายให้กว้างไกลอย่างเป็นประวัติการณ์ในประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยไทย
.
ระบอบพันทางและประเพณีที่จับต้องได้ยาก แต่ถูกใช้เป็นเครื่องมือโจมตีผู้คนได้ง่ายเช่นนี้ จะสามารถกล่าวว่าเป็นฉันทามติของประชาชนได้อย่างไร ในเมื่อประชาชนก็อยู่ในสถานะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หากแสดงสวนทางกับผู้มีอำนาจก็จะถูกโครงสร้างปิดปากในฐานะอาชญากรความมั่นคง
.
ปัญหาเรื่องอำนาจของสถาบันตุลาการก็ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่จำเป็นต้องพูด ผมคาดการณ์ว่า หลังการเลือกตั้ง หากผู้แทนราษฎรหรือพรรคการเมืองใดเคลื่อนไหวต่อต้านเครือข่ายอภิสิทธิ์ชนอย่างแหลมคม ก็คงไม่วายถูกศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค-ตัดสิทธิ์ทางการเมืองอีก
.
เหตุที่สถาบันตุลาการละเมิดหลักการแบ่งแยกอำนาจได้เช่นนี้ ก็ทำให้ต้องมองย้อนไปถึงบ่อเกิด “ตุลาการภิวัตน์” เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน เรื่องนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นหลังจากการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เพราะการแทรกแซงเช่นนี้มีให้เห็นในรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2550 แล้ว
.
หากกล่าวให้ถึงที่สุด โดยพิจารณาจากอุดมการณ์เป็นตัวตั้ง รัฐธรรมนูญที่ชอบธรรมต้องมีการแบ่งอำนาจที่ชัดเจน มีการประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชน เมื่อมองด้วยแว่นนี้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ก็ไม่มีความชอบธรรมแต่อย่างใด
.
เราถูกหล่อหลอมด้วยมายาคติให้สวามิภักดิ์ต่ออภิสิทธิ์ชนจนหาทางออกจากหล่มปัญหาไม่ได้มาอย่างช้านาน ยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องคำนึงเพื่อลงหลักปักอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งเพื่อน ๆ ข้างนอกได้สื่อสารกันไปแล้ว
.
ความท้าทายในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แทนที่รัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการรัฐประหาร คงอยู่ที่เรายังสามารถสร้างโครงสร้างสังคมที่สอดคล้องกับเจตจำนงของประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน
.
8 กุมภาพันธ์ 2569 จะมีการเลือกตั้งแล้ว ผมเสียดายที่ไม่สามารถไปเลือกตั้งในครั้งนี้ ฝากเพื่อน ๆ ไปใช้สิทธิ เสรีภาพของเราให้เต็มที่นะครับ
.
สวัสดีปีใหม่และส่งความสุขให้ทุก ๆ คนนะ
โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง
.
----------------------------
.
ถึงต้นปี 2569 เก็ทถูกคุมขังมาแล้ว 2 ปี 4 เดือนเศษ เขาถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 จำนวน 4 คดี ในแต่ละคดี ถูกศาลพิพากษาจำคุกรวมโทษเป็น 10 ปี กับอีก 6 เดือน
.
#8กุมภากาเห็นชอบ
.
.
อ่านเนื้อหาบนเว็บไซต์