วันอาทิตย์, กันยายน 06, 2569

“ความรับผิดชอบต่ออดีตที่ดีที่สุด คือการแก้ไขที่อนาคต” วิโรจน์ ลักขณาฯ ตอบ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ “การเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปกป้องคนที่ทุจริตคอร์รัปชั่น”

“ความรับผิดชอบต่ออดีตที่ดีที่สุด คือการแก้ไขที่อนาคต” คำพูดทำนองนี้ คนของพรรคประชาชนต่างกล่าวกันไว้ไม่น้อยกว่าครึ่งปี ยอมรับว่าการโหวตให้อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ คือความผิดพลาด แต่ก็จะไม่หยุดยั้งการทำงานเพื่อการเปลี่ยนแปลง

ไม่ว่าจะเป็น ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ศิริกัญญา ตันสกุล หรือ วิโรจน์ ลักขณาอดิสร พูดกันมาแล้วบางคนมากกว่าหนึ่งครั้ง นี่มาได้ยิน พริษฐ์ วัชรสินธุ พูดอีกหลังเสร็จสิ้นรายการนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวโยงคดีทุจริตเลือกตั้ง สว. ๒๕๖๗

สส.พรรคประชาชน ๓-๔ คน พร้อมด้วยแขกรับเชิญ อดีต กกต. สมชัย ศรีสุทธิยากร ให้รายละเอียดกันอย่างเป็นจะเป็นโกลน จนเห็นชัดแจ้งว่าที่เรียกกันติดปากว่า การฮั้ว สว.นั้น เป็นกระบวนการโกงที่มีจุดมุ่งหมายให้ถึงที่สุดในการครอบครองประเทศเบ็ดเสร็จยาวนาน

ทว่า ข้อเขียนของ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หลังสุด ที่ยกเอากรณี สส.พรรคประชาชน ๑๔๓ คน ทำให้อนุทินได้รับเลือกเป็นนายกฯ มาเจาะจงโจมตีอีกครั้ง ในสถานการณ์ที่หลักฐานการฉ้อโกงต่างๆ ของรัฐบาลอนุทิน โดยเฉพาะหลายอย่างที่ทำให้ระบบยุติธรรมบิดเบี้ยว

โดยมีพรรคเพื่อไทยเป็นนั่งห้างร่วมรัฐบาลอยู่ ชักจะเข้าด้ายเข้าเข็มเต็มที่ ขนาดที่ นังแบก ตัวเอ้ เริ่มออกมาปกป้องระบอบสีน้ำเงินกันแล้ว ชวนให้เอะใจว่า เอ๊ะ เต้น ก็เป็นด้วยเหมือนกัน เปิดหน้าเล่นไม่ต้องกระมิดกระเมี้ยนอีกแล้ว

อีกครั้งที่ วิโรจน์ ลักขณาฯ ออกมาตอบโต้ด้วยความคมคาย กลมกลืน และเปี่ยมด้วยวุฒิภาวะ โดยก่อนอื่นใดเขายอมรับหน้าชื่นต่อความผิดพลาดเมื่อวันที่ ๕ กันยา ๒๕๖๘ แต่ก็ไม่วายให้ข้อมูลครบกว่าณัฐวุฒิอีกว่า วันที่ ๔ กันยาปีนั้น ยังมีอีกหนึ่งเรื่อง

ที่เป็นข้อจำกัดของการตัดสินใจในวันรุ่งขึ้น ที่ว่า “คุณชัยเกษม (นิติสิริ) ให้สัมภาษณ์ และสรุปปิดท้ายว่า ผมเป็นแค่ตุ๊กตาตัวหนึ่ง” วิโรจน์ยังยกเอาหลักรัฐศาสตร์มาชี้ให้เห็นว่า การวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ต้องดูจุดเริ่มต้นใน Timeline ด้วย

“ในช่วงรัฐบาลที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล กระบวนการตรวจสอบเรื่องนี้ (โกงเลือก สว.) ถูกผลักดันอย่างจริงจังจน DSI รับดำเนินการเป็นคดีพิเศษที่ 24/2568 และเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568” เขาไม่ได้ถามตรงๆ ว่าแล้วเวลานี้ กลับเงียบฉี่

เขากล่าว “ขอความร่วมมือ” จากพรรคเพื่อไทยอย่างตรงๆ เลยว่า “เราน่าจะร่วมมือกันได้ ร่วมกันเรียกร้องให้การสอบสวนเดินไปตามพยานหลักฐานอย่างเป็นอิสระ ไม่แทรกแซงเจ้าหน้าที่ ไม่ช่วยเหลือฝ่ายใด” แล้วปิดท้ายว่า

“การเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปกป้องคนที่ทุจริตคอร์รัปชั่น ให้ลอยหน้าลอยตาอยู่ในอำนาจต่อไป” แต่ก็นั่นละ นิยามของการไปสู่อำนาจของณัฐวุฒิอาจคล้ายกับพรรคภูมิใจไทยมากกว่าพรรคประชาชน

(https://www.facebook.com/wirojlak/posts/hn7vafoqu8 และ https://www.facebook.com/MatichonOnline/videos/1699699807800721)