ใกล้แล้ว!! USS Abraham Lincoln แล่นผ่าน ช่องแคบมะละกา สิงคโปร์ มาแล้ว!!
— Deep Blue Sea (@WassanaNanuam) August 31, 2026
Strait of Malacca -Singapore Strait
เร่งสปีด มุ่งหน้ามา ไทย อีกครั้ง ทันกำหนด 2-6กย. 2026
จอดเทียบท่าท่าเรือน้ำลึก แหลมฉบัง
พร้อมปล่อยคลิป สุดรีแลกซ์ !!
พร้อมภาพออกกำลังกาย สุดฟิต!เตรียมมาพักผ่อน pic.twitter.com/V3N8PMjQcT
https://x.com/WassanaNanuam/status/2094402053003260333
.....
เมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรี มีความพร้อมเต็มที่ในการต้อนรับ กำลังพลเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln (CVN-72) และเรือในกลุ่มโจมตีที่ 3 (Carrier Strike Group 3) จำนวนรวมกว่า 5,000 นาย ที่มีกำหนดจอดเทียบท่าเพื่อพักผ่อนและส่งกำลังบำรุง ณ ท่าเรือแหลมฉบัง ระหว่างวันที่ 2–6 กันยายน 2026
การเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ของทางจังหวัด ตำรวจ และผู้ประกอบการในพื้นที่ มีรายละเอียดดังนี้:
1. การยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย
กำหนดพื้นที่ไข่แดง: ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีได้กำหนดให้พื้นที่รับผิดชอบของ สภ.เมืองพัทยา เป็น "พื้นที่ไข่แดง" (พื้นที่หลักในการดูแลความปลอดภัย) โดยมีสถานีตำรวจใกล้เคียง เช่น สภ.บางละมุง และ สภ.แหลมฉบัง ร่วมเป็นกำลังสนับสนุนและพื้นที่บัฟเฟอร์โดยรอบ
เพิ่มการตรวจตรา: เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตรวจตราเข้มงวดในจุดท่องเที่ยวสำคัญ เช่น บริเวณหาดพัทยา ถนนคนเดิน Walking Street สถานบันเทิง และโรงแรมที่พักตลอด 24 ชั่วโมง
การประสานงานความมั่นคง: บูรณาการร่วมกันระหว่างกองทัพเรือไทย กองทัพเรือสหรัฐฯ (US Navy Shore Patrol) และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เพื่อดูแลระเบียบเรียบร้อย
2. การกำกับดูแลผู้ประกอบการและภาคท่องเที่ยว
ป้องกันการฉวยโอกาส: กำชับสถานบันเทิง ร้านอาหาร รถรับจ้าง และผู้ให้บริการท่องเที่ยว ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าหรือบริการ และให้ติดป้ายแสดงราคาชัดเจนเพื่อรักษาภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว
อบรมการให้บริการและรักษาสาธารณูปโภค: ขอความร่วมมือการบริการอย่างเป็นมิตรและเป็นมืออาชีพ รวมถึงให้การดูแลความปลอดภัยของลูกเรืออย่างใกล้ชิด
เตรียมความพร้อมภาคบริการ: โรงแรม ร้านอาหาร สายการเดินทาง และแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลในพัทยา-สัตหีบ จัดเตรียมกำลังคนและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับกำลังพลช่วงพักผ่อน (Liberty Visit)
3. ผลกระทบทางเศรษฐกิจในพื้นที่
คาดการณ์ว่าการเดินทางมาแวะพักผ่อนของลูกเรือกว่า 5,000 นายในครั้งนี้ จะช่วยสร้างเม็ดเงินสะพัดและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นในพัทยาและพื้นที่ใกล้เคียงได้มากกว่า 100 ล้านบาท ในช่วงระยะเวลา 4–5 วัน
.....
เม็ดเงินสะพัดคาดการณ์ระดับ 100 ล้านบาท ตลอดช่วง 4–5 วัน (2–6 กันยายน 2026) คำนวณจากค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของกำลังพลและงบประมาณการจอดเรือ โดยกระจายเข้าสู่ภาคธุรกิจท้องถิ่นในพัทยาและพื้นที่ใกล้เคียงผ่าน 5 หมวดหลัก:
1. ภาคการท่องเที่ยวและสถานบันเทิง (40–50% ของเม็ดเงินรวม)
หมวดการใช้จ่าย: ร้านอาหาร บาร์ ไนท์คลับ บริเวณ ถนนคนเดิน Walking Street, พัทยากลาง, พัทยาใต้ และชายหาดจอมเทียน
รายละเอียด: เป็นกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์ตรงสูงสุด เนื่องจากลูกเรือมักออกมาผ่อนคลายในยามค่ำคืน คาดการณ์การใช้จ่ายเฉลี่ยเฉพาะส่วนบุคคลอยู่ที่ 1,000–3,000+ บาทต่อคนต่อวัน
2. ธุรกิจโรงแรมและที่พัก (20–25%)
หมวดการใช้จ่าย: โรงแรมระดับ 3–5 ดาว ในเขตเมืองพัทยาและบางละมุง
รายละเอียด: แม้ลูกเรือส่วนใหญ่จะนอนบนเรือ แต่ระดับนายทหาร เจ้าหน้าที่บริหาร และลูกเรือบางส่วนที่ได้รับสิทธิพักบก (Overnight Leave) รวมถึงทีมงานสนับสนุน/ประสานงานล่วงหน้า จะเปิดห้องพักโรงแรมเพื่อความสะดวก
3. การคมนาคมและการขนส่งในพื้นที่ (15–20%)
หมวดการใช้จ่าย: รถตู้เหมา รถสองแถว แท็กซี่ รถเช่า และบริการเรือรับส่ง (Ferry/Shuttle Service)
รายละเอียด: ค่าบริการเดินทางระหว่างท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง (จุดจอดเรือ) เข้าสู่ตัวเมืองพัทยา (ระยะทางประมาณ 25–30 กม.) รวมถึงการเหมาพาหนะท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ ในชลบุรีและระยอง
4. การส่งกำลังบำรุงและบริการท่าเรือ (Logistics & Port Services) (10–15%)
หมวดการใช้จ่าย: ค่าธรรมเนียมท่าเรือ การจัดการขยะ/น้ำเสีย การเติมเสบียงอาหารสด ผลไม้ และน้ำดื่ม
รายละเอียด: กระจายไปยังผู้ประกอบการและซัพพลายเออร์ท้องถิ่นในพื้นที่แหลมฉบังที่ได้รับการว่าจ้างให้ส่งมอบวัตถุดิบและจัดสรรสาธารณูปโภคพื้นฐานให้แก่กองเรือ
5. กิจกรรมท่องเที่ยว สินค้า และบริการทั่วไป (5–10%)
หมวดการใช้จ่าย: ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายของฝาก กิจกรรมทางน้ำ (เช่น เจ็ตสกี ดำน้ำ) และธุรกิจนวดแผนไทย/สปา
รายละเอียด: การจับจ่ายสินค้าที่ระลึกและการใช้บริการผ่อนคลายทั่วไปรอบตัวเมืองพัทยา
(Gemini ช่วยรวบรวม)