Amnesty International Thailand
3 hours ago ·
คุณคิดว่าผู้คนยังลืมอยู่ไหม?
ค่ำคืนของวันที่ 6 ตุลา 2569 ผู้คนกว่า 60,562 รายชื่อ ได้ลงชื่อในแคมเปญ #ลบมรดกรัฐประหาร6ตุลา
คุณคิดว่าคนยังลืมอยู่ไหม?
ตลอดเส้นหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เกิดการสลายการชุมนุมหลายครั้งที่นำมาสู่การสูญเสียชีวิตของผู้คน
ตั้งแต่เหตุการณ์ในช่วงรุ่งสางของวันที่ 6 ตุลา ที่สนามฟุตบอลธรรมศาสตร์
เหตุการณ์พฤษภา 35 ที่ชะตากรรมของผู้คนจำนวนมากยังคงถูกปกปิดว่าพวกเขา “หายไปไหน” และครอบครัวยังเฝ้ารอที่จะรับเขากลับบ้านอีกครั้ง
เหตุการณ์การสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง นำมาสู่การเสียชีวิตของผู้คน 99 คน ที่อีกไม่ถึง 4 ปี จะครบ 20 ปี
เหตุการณ์ในปี 2565 ที่เกิดการสลายการชุมนุมด้วยกระสุนยาง แก๊สน้ำตา และเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง จน “พายุ บุญโสภณ” สูญเสียดวงตาข้างขวาถาวรระหว่างการชุมนุมเพื่อปกป้องทรัพยากร และปี 2564 ที่ “เด็กชายวาฤทธิ์” ถูกยิงเสียชีวิตระหว่างร่วมชุมนุม ด้วยกระสุนจริงบริเวณหน้าสถานีตำรวจนครบาลดินแดง
คุณคิดว่าคนยังลืมอยู่ไหม?
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผู้คนได้ยืนหยัดต่อต้าน และชุมนุมประท้วงในหลากหลายประเด็น หลากหลายข้อเรียกร้อง ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ทรัพยากร การเมือง เพศ สิทธิแรงงาน หรือเรื่องราวอีกหลากหลาย
หลายเรื่องราวที่เวลาผ่านไปหลายสิบปี แต่ผู้คนยังจดจำการปราบปรามอย่างเป็นระบบโดยรัฐ ไม่ว่าจะเป็นสงครามข้อมูลข่าวสาร จากหนังสือพิมพ์และวิทยุ สู่กระบวนการข้อมูลข่าวสารในโลกอินเทอร์เน็ตที่โจมตีนักปกป้องสิทธิ ที่นำมาสู่การควบคุมเรื่องเล่าและเรื่องราวที่เกิดขึ้น
การสร้างความหวาดกลัว ผ่านกระบวนการการทรมานและย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการบังคับให้นอนคว่ำหน้าบนสนามฟุตบอลจนไม่สามารถหายใจได้ การจับผู้คนลงคุกหลุมดินในช่วงสงครามยาเสพติด ไปจนถึงการอุ้มหายผู้เห็นต่าง
การบ่มเพาะความแตกแยกและสร้างความเกลียดชัง ทั้งการแบ่งแยกว่า “พวกเขา” ไม่มีการศึกษา “พวกเขา” มีแนวคิดทางการเมืองที่แตกต่าง “พวกเขา” “พวกเขา” และ “พวกเรา”
การปราบปรามผู้เห็นต่าง และปิดปากเสียงต่อต้าน ไม่ว่าจะเป็นการสลายการชุมนุมที่เกิดขึ้น หรือการใช้กฎหมายอาญาดำเนินคดีในหลายมาตรา ตั้งแต่กฎหมายหมิ่นประมาท จนถึงกฎหมายความมั่นคง เมื่อการชุมนุมประท้วงถูกปิดกั้น นักกิจกรรมถูกล็อคเป้า และพื้นที่พลเมืองหดตัวลง
การสร้างความหวาดกลัว ที่รวมถึงการทรมานและบังคับบุคคลให้สูญหาย ที่ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เพียงคนหนึ่งคน หรือครอบครัวหนึ่งครอบครัว แต่รวมไปถึงสังคมทั้งสังคม
อำนาจนิยมจะยังแผ่ขยายอยู่อย่างนั้น ถ้าผู้คนหยุดเชื่อว่าพวกเขาจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้
แต่เสียงยืนหยัดเล่าเรื่องราวทุกการละเมิดสิทธิที่เกิดขึ้น ได้ตอกย้ำว่าผู้คนยังไม่ลืม
แม้ว่าวันที่ 6 ตุลากำลังจะจบลง แต่คุณยังสามารถร่วมบันทึกความทรงจำร่วมสมัยของคุณต่อการเมืองไทย ที่ memoirofpeopleresistance.amnesty.or.th
#ลบมรดกรัฐประหาร6ตุลา
https://www.facebook.com/watch/?v=28472467979113955
Amnesty International Thailand
6 hours ago ·
เช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ได้เกิดการสลายการชุมนุมที่นำมาสู่การสังหารหมู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ก่อนที่เวลาประมาณ 18.00 น. ของวันเดียวกัน คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินจะทำรัฐประหาร ตามมาด้วยประกาศคำสั่งฉบับที่ 41 ที่นำมาสู่การเพิ่มโทษกฎหมายอาญาหลายมาตรา ที่ยังไม่เคยถูกยกเลิกจนถึงปัจจุบัน
.
เหตุการณ์วันนั้นเปลี่ยนชีวิตของผู้คนมากมาย รวมถึงเสียงเอ็ม 79 ในช่วงรุ่งสาง ทำให้เด็กวัย 8 ขวบต้องสะดุ้งตื่นตอนตีห้า มองออกไปเห็นท้องฟ้าสีแดงอมส้มเหนือธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ก่อนที่พี่ชายจะถูกจับตัวออกไปจากบ้าน
.
ผลกระทบวันนั้นยังทำให้นักหนังสือพิมพ์และกวีคนหนึ่งต้องทิ้งชีวิตการทำงานในฐานะบรรณาธิการข่าว ต้องลี้ภัยไปในต่างแดน ขณะที่หลายสิบปีต่อมา ลูกชายเพิ่งเข้าใจว่าการเดินทางของพ่อในวันนั้นไม่ใช่การไปเที่ยว แต่คือการหนีออกจากประเทศเพราะการที่บ้านเมืองไม่ยอมรับคนที่มีความคิดหัวก้าวหน้า
.
และเมื่อเวลาผ่านไปอีก 50 ปี เรื่องราวยังเดินทางมาถึงคนอีกรุ่น
.
“เพื่อนเราหลายคนก็โดนคดีเหล่านี้ บางคนยังถูกคุมขัง บางคนก็ลี้ภัยไปต่างประเทศ บางคนยังลำบากเทียวมาเทียวไปขึ้นศาล”
.
จากเช้า 6 ตุลาคม 2519 สู่ชีวิตของผู้คนหลายรุ่น บางคนเก็บวันนั้นไว้ในความทรงจำ บางคนกลับไปค้นหามันผ่านนิทรรศการ บางคนส่งต่อเรื่องราวผ่านบทกวีและเสียงเพลง ขณะที่คนอีกรุ่นกำลังพยายามจัดการกับมรดกทางการเมืองและกฎหมายที่ยังตกทอดมาถึงคนรุ่นปัจจุบัน
.
ชวนติดตามสารคดี “50 ปี หลังเช้าวันที่ 6 ตุลา” ที่จะชวนกลับไปฟังเสียงของผู้คนหลายรุ่น ตั้งแต่คนที่อยู่ในเช้าวันนั้น จนถึงคนที่เกิดหลังเหตุการณ์หลายสิบปี อะไรจบลงไปแล้ว และอะไรจาก 6 ตุลา ยังอยู่กับสังคมไทยจนถึงวันนี้
.
ติดตามสารคดีความยาว 40 นาทีได้ที่: https://youtu.be/rAJRX3BYE0Q
.
#ลบมรดกรัฐประหาร6ตุลา #AmnestyThailand
Amnesty International Thailand
6 hours ago ·
เช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ได้เกิดการสลายการชุมนุมที่นำมาสู่การสังหารหมู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ก่อนที่เวลาประมาณ 18.00 น. ของวันเดียวกัน คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินจะทำรัฐประหาร ตามมาด้วยประกาศคำสั่งฉบับที่ 41 ที่นำมาสู่การเพิ่มโทษกฎหมายอาญาหลายมาตรา ที่ยังไม่เคยถูกยกเลิกจนถึงปัจจุบัน
.
เหตุการณ์วันนั้นเปลี่ยนชีวิตของผู้คนมากมาย รวมถึงเสียงเอ็ม 79 ในช่วงรุ่งสาง ทำให้เด็กวัย 8 ขวบต้องสะดุ้งตื่นตอนตีห้า มองออกไปเห็นท้องฟ้าสีแดงอมส้มเหนือธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ก่อนที่พี่ชายจะถูกจับตัวออกไปจากบ้าน
.
ผลกระทบวันนั้นยังทำให้นักหนังสือพิมพ์และกวีคนหนึ่งต้องทิ้งชีวิตการทำงานในฐานะบรรณาธิการข่าว ต้องลี้ภัยไปในต่างแดน ขณะที่หลายสิบปีต่อมา ลูกชายเพิ่งเข้าใจว่าการเดินทางของพ่อในวันนั้นไม่ใช่การไปเที่ยว แต่คือการหนีออกจากประเทศเพราะการที่บ้านเมืองไม่ยอมรับคนที่มีความคิดหัวก้าวหน้า
.
และเมื่อเวลาผ่านไปอีก 50 ปี เรื่องราวยังเดินทางมาถึงคนอีกรุ่น
.
“เพื่อนเราหลายคนก็โดนคดีเหล่านี้ บางคนยังถูกคุมขัง บางคนก็ลี้ภัยไปต่างประเทศ บางคนยังลำบากเทียวมาเทียวไปขึ้นศาล”
.
จากเช้า 6 ตุลาคม 2519 สู่ชีวิตของผู้คนหลายรุ่น บางคนเก็บวันนั้นไว้ในความทรงจำ บางคนกลับไปค้นหามันผ่านนิทรรศการ บางคนส่งต่อเรื่องราวผ่านบทกวีและเสียงเพลง ขณะที่คนอีกรุ่นกำลังพยายามจัดการกับมรดกทางการเมืองและกฎหมายที่ยังตกทอดมาถึงคนรุ่นปัจจุบัน
.
ชวนติดตามสารคดี “50 ปี หลังเช้าวันที่ 6 ตุลา” ที่จะชวนกลับไปฟังเสียงของผู้คนหลายรุ่น ตั้งแต่คนที่อยู่ในเช้าวันนั้น จนถึงคนที่เกิดหลังเหตุการณ์หลายสิบปี อะไรจบลงไปแล้ว และอะไรจาก 6 ตุลา ยังอยู่กับสังคมไทยจนถึงวันนี้.
ติดตามสารคดีความยาว 40 นาทีได้ที่: https://youtu.be/rAJRX3BYE0Q
.
#ลบมรดกรัฐประหาร6ตุลา #AmnestyThailand