
Jom Petchpradab
2 hours ago
·
"แม้ลูก ๆ ของรัชกาลที่ 10 ยังถูกขู่เอาผิดด้วย ม.112" เกิดอะไรขึ้นในสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย
เมื่อเวลา สามทุ่ม วันที่ 6 มิถุนายน 2568 ตามเวลาในประเทศไทย เฟสบุ๊ค ที่ใช้ชื่อเป็น ภาษาอังกฤษว่า Vivacharawongse ( วัชรวงศ์ ) ซึ่งเป็นที่รู้กันดีในหมู่คนไทยที่ติดตามความเป็นไปเกี่ยวกับราชวงศ์ไทยและสถาบันพระมหากษัตริย์ว่าเป็น นามสกุลพระราชทาน ของ โอรส หรือลูกชาย ทั้ง 4 คน ของในหลวงรัชกาลที่ 10 ได้ โพสต์จดหมายเปิดผนึก ถึง “หม่อมพ่อ” ในหลังรัชกาลที่ 10 ซึ่งเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ บอกเล่าถึงความอึดอัด คับข้องใจ ผิดหวัง เสียใจ ของลูกชายทั้ง 3 คน ในความพยายามที่จะเดินทางกลับไทย เพื่อถวายความจงรักภักดีต่อหม่อมพ่อ แต่กลับถูก กลุ่มบุคคล (ในเครื่องแบบ) ที่พวกเขาบอกว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวแอบอ้างเสด็จพ่อในการกีดกัน ข่มขู่ คุกคาม ไม่ให้เข้าเฝ้า โดยไม่มีเหตุผล แม้การเดินทางมาครั้งแรกของทั้ง 3 คน ได้เข้าสักการะพระแก้วมรกต ในพระบรมมหาราชวังแล้วแต่ก็ถูกห้ามไม่ให้เข้าเฝ้าฯ และครั้งล่าสุดคือวันนี้ ( เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนนี้ ) พวกเขาเดินทางมาถึงประเทศไทยแล้ว แต่ถูกทางการไทย ไม่อนุญาตให้เข้าประเทศไทย ได้แต่ยืนมองมายังฝั่งไทยจากชายแดนไทยมาเลย์เซีย โดยไม่รู้เหตุผลที่ชัดเจนเช่นกันว่า ทางการไทยไม่อนุญาตให้เข้าประเทศด้วยเหตุผลอะไร
โดยทั้ง 3 คนระบุว่า กลุ่มบุคคลกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นคนในเครื่องแบบ อ้างพระมหากษัตริย์เพื่ออำนาจและผลประโยชน์ของตัวเอง จนเกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชน และที่สำคัญยังขู่ที่จะเอาผิดพวกเขาด้วย ม.112 ด้วย
( อ่านรายละเอียดได้ในด้านล่างนี้ คัดมาเฉพาะที่เป็นภาษาไทย )
------------------------------------------------------------------------
คํานํา
ประการแรกที่สำคัญที่สุด เรายังคงยึดมั่นในความจงรักภักดีและเทิดทูนพระเกียรติแด่ทูลกระหม่อมพ่อและสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันที่เราได้ถือกำเนิดและเติบโตภายใต้ร่มโพธิสมภาร แต่ มีกลุ่มบุคคลผู้มีอิทธิพลที่กำลังคุกคาม ใส่ร้าย และบีบบังคับให้เราออกมาพูดความจริง ด้วยความหวังว่าคำพูดของเราจะสามารถเข้าถึงพระเนตรพระกรรณของทูลกระหม่อมพ่อ และช่วยคลี่คลายสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้
หลังจากที่เราเงียบมาตลอดหลายปีวันนี้เรารู้สึกว่าถึงเวลาอันควรที่จะต้องอธิบายให้ทูลกระหม่อมพ่อทราบถึงความ เลวร้ายและสถานการณ์ที่กลุ่มคนเหล่านี้ได้ก่อขึ้น
ในขณะนี้จุฑาวัชร และวัชรวีร์ ก็ถูกห้ามไม่ให้เดินทางกลับประเทศไทย โดยไม่มีเหตุผลชัดเจน
เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจดหมายฉบับนี้จะช่วยให้ทูลกระหม่อมพ่อทรงเข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริง และทรงพระเมตตาต่อลูกๆ ที่กำลังประสบความลำบาก
6 มิถุนายน 2568
กราบพระบาททูลกระหม่อมพ่อ
จดหมายฉบับนี้มาจากลูกซึ่งอยู่แดนไกล มีความจงรักภักดีต่อทูลกระหม่อมพ่อซึ่งเป็นพระเจ้าอยู่หัวของแผ่นดินไทย
ในปี 1996 คุณแม่ได้ถามรองเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอนในขณะนั้นว่า ทูลกระหม่อมพ่อมีพระประสงค์จะให้พวกเรา 4 คนกลับประเทศไทยพร้อมกับน้องสาวหรือไม่ คำตอบที่กลับมาคือ ยังไม่ใช่ในตอนนี้ ให้พวกเราใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบเงียบในต่างแดนต่อไป จากวันนั้นจนถึงปัจจุบัน คุณแม่ได้ปลูกฝังอบรมให้เรามีความจงรักภักดีต่อสถาบันและทูลกระหม่อมพ่อเสมอมา และในทุกๆปีพวกเราได้ส่งจดหมายถวายรายงาน ที่เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่,สุขภาพและการศึกษา ให้แก่ทูลกระหม่อมพ่อ,ทูลกระหม่อมปู่และสมเด็จย่าทุกปี ซึ่งหวังว่าสักวันหนึ่งพวกเราคงมีโอกาสได้กลับไปกราบพระบาทด้วยตัวเอง แต่อย่างไรก็ตามเราไม่เคยได้รับคำตอบใดๆกลับมาเลย ทำให้รู้สึกเสียใจและได้คิดว่าจมหมายที่ส่งเข้าไปนั้นจะถึงพระหัตถ์ทูลกระหม่อมพ่อหรือไม่ แต่เมื่อเวลาล่วงเลยไป จึงพบว่า ทุกพระองค์ไม่เคยได้รับ จดหมายจากพวกเราเลย สิ่งเหล่านี้จึงทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันและเป็นช่องทางให้ผู้ไม่ประสงค์ดีเข้ามาแทรกแซงในครอบครัว ซึ่งพวกเราไม่สามารถเอาความจริงต่างๆมาเปิดเผยได้เพราะเกรงว่าจะทำให้เสื่อมเสียมาถึงสถาบัน เมื่อประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา ทูลกระหม่อมพ่อ ได้เสร็จเยือนประเทศ สหรัฐอเมริกา และได้มีรับสั่งให้พวกเราได้เข้าเฝ้า ถึงแม้จะเป็นช่วงสั้นๆ แต่ทรงมีรับสั่งที่ทำให้พวกเรามีกำลังใจดีขึ้นโดยตรัสว่า ลูกๆไม่มีความผิด เป็นผู้บริสุทธิ์และลูกๆจะกลับเมื่องไทยเมื่อไรก็ได้ แต่ในเวลานั้นพวกเรายังอยู่ในช่วงการศึกษาต้องเรียนหนังสือ และยังไม่รู้ว่าจะเดินทางกลับอย่างไรเกรงว่าอาจจะเป็นการขัดคำสั่งที่ทรงให้ไว้ตั้งแต่ต้นที่ให้อยู่เงียบๆ เราจึงรอฟังคำสั่งจากทูลกระหม่อมพ่อน่าจะดีกว่า หลายปีผ่านไปจนกระทั้งทูลกระหม่อมปู่ได้สวรรคต ทุกอย่างก็ยังเงียบอยู่ เราทุกคนได้จบการศึกษาและมีอาชีพการงานแล้วก็ยังไม่มีคำสั่งหรือคำแนะนำให้เรากลับประเทศไทย ในที่สุด วัชเรศร ก็เดินทางกลับเข้าประเทศไทย เป็นข้อพิสูจน์ว่าทูลกระหม่อมพ่อไม่ได้ระงับการเดินทางกลับ ประเทศไทยของพวกเราทั้ง 4 คนเมื่อ วัชเรศร เข้าถึงประเทศไทยแล้วท่านได้ขอเข้าเฝ้าเพื่อกราบพระบาททูลกระหม่อมพ่อ แต่จดหมายขอเข้าเฝ้าไม่มีคำตอบใดๆกลับมาเช่นเดิม จึงเป็นช่องว่างให้ผู้ไม่ประสงค์ดีมากลั่นแกล้ง ใส่ความ จึงทำให้มีความเข้าใจผิดเกิดขึ้น และเมื่อตอนต้นปีที่ผ่านมา จุฑาวัชร วัชรวีร์ได้เดินทางเข้าประเทศไทยเป็นครั้งแรกภายใน 30 ปี เราทั้งสองก่อนเข้าประเทศเรามีความรู้สึกตื่นเต็นและตื้นตันใจมากที่จะกลับมาบ้านเกิดแต่ความรู้สึกนั้นกับกลายเป็นความ ตึงเครียดได้พบอุปสรรคและการกีดกันในการเข้าประเทศ โดยคนกลุ่มหนึ่งที่มีอิทธิพลและอำนาจแอบอ้างเบื้องสูงทั้งกฏหมายและการเมืองกีดกันเราพี่น้องในการเข้าประเทศเพื่อดำรงไว้ซึ่งผลประโยชน์ของตนเอง การกลับเข้ามาในครั้งนั้น เราไม่มีประสงค์ใดๆนอกจากมาทำบุญเนื่องในวันปีใหม่และได้กลับมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิที่ได้ห่างบ้านมานานแต่แล้วทันทีที่ ลงจากเครื่องบินเราก็ได้ถูกแยกออกจากกันและถูกสอบปากคำทีละคน คนกลุ่มนั้นมีคำถามมากมาย จนเราเริ่มมีความรู้สึกแปลกๆในการเข้าประเทศตลอดเวลาที่เข้ามาประเทศไทยเราได้ถูกกีดกั้น ขัดขวาง ถูกควบคุมและคอยถ่ายรูปตลอดเวลาและยิ่งแปลกไปกว่านั้นเมื่อเรามาถึงวัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวัง มีคำสั่งมาว่าห้ามให้พวกเราเข้าไปข้างในเด็ดขาดแต่ในเวลานั้นเราได้มองไปที่ประตูมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้เดินเข้าไปอย่างสดวกสบาย ทำให้เราเกิดความสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่งว่า ทำไมลูกของทูลกระหม่อมพ่อจึงเข้าไปไม่ได้ แต่เราก็ไม่ได้ขัดขืนเขาไม่ให้เราเข้าไปกราบเราก็เลยกราบพระแก้ว มรกตและบรรพบุรุษอยู่บนถนนหน้ารั้วแต่การกลั่นแกล้งไม่หมดเพียงเท่านี้เขาได้ระงับการทำบัตรประชาชนคนไทยที่มี ทูลกระหม่อพ่อเป็นพระเจ้าแผ่นดินอีกด้วย จากนั้นเราได้ออกเดินทางไปสนามบินโดยที่อยู่ในประเทศไทยเพียงแค่ 12 ชั่วโมงเราจับสัมผัสได้ถึงประชาชนคนไทยที่ได้เจอพวกเราเขาได้แสดงความรักและต้อนรับด้วยความอบอุ่น แต่กลับกันตรงข้ามคนกลุ่มนี้ไม่ได้ทำให้เรามีความรู้สึกไม่ยินดีและไม่ต้อนรับในการกลับมาของพวกเรา เรามีแต่ความตึงเครียดและต้องระวังตัวตลอดเวลาขณะที่อยู่ในเมื่องไทย และเมื่อถึงสนามบินเราก็ได้พบกับคนกลุ่มเดิมที่มาดักรออีก เขาเดินเข้ามาประกบตัวเราและได้ห้ามเราทำสิ่งต่างๆ เช่นห้ามลงรูปใน โซเชียลมีเดีย และกำชับไม่ให้เราพี่น้องติดต่อกันเขากำชับให้เรากลับประเทศสหรัฐอเมริกาไปและให้อยู่ต่างประเทศต่อไป นอกจากนี้ยังบอกว่า คุณเป็นคนไทยสามารถกลับประเทศไทยได้ตลอดเวลา แต่คำพูดดังกล่าวไม่เป็นความจริงเลย ขณะนี้ วัชเรศรได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ จุฑาวัชรและวัชรวีร์จึงตัดสินใจเดินทางเข้าประเทศไทยอีกครั้งเพื่อทำบุญและร่วมอนุโมทนาบุญกับพระวัชเรศร และเหตุการที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ check-in (ตรวจบัตร) ที่สนามบินเพื่อเดินทางเข้าประเทศไทยเราตกใจมากที่สายการบินบอกว่าเขาไม่สามารถให้เราขึ้นเครื่องบินได้เนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของไทยไม่อนุญาตให้เราทั้งสองคนเข้าประเทศไทย เราได้ถามสายการบินทางสายการบินบอกไม่มีเหตุผลและไม่มีเอกสารชี้แจงหรือคำอธิบายใดๆ เราเสียใจมากและไม่เชื่อว่ามันจะเป็นไปได้ จึงลองไปซื้อตั๋วอีกสายการบินหนึ่งเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นเช่นนั้นจริง แต่ได้รับคำตอบเช่นเดิมเขาบอกว่าคำสั่งมาจาก ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทยไม่ใช่การตัดสินใจของสายการบิน เราเริ่มคิดแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเราแต่เราก็ยังหวังว่าอาจจะมีอะไรผิดพลาดทางคอมพิวเตอร์ เราเลยเดินทางไปทางใต้ของไทยเพื่อไปสอบถาม เจ้าหน้าที่ที่ชายแดนตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวเองเมื่อเราไปถึงทางเจ้าหน้าที่ เราได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองว่าไม่สามารถที่จะให้เข้าประเทศไทยได้เช่นเดียวกันโดยไม่มีเหตุผล และไม่มีข้อมูลประกอบเลย ตัวเจ้าหน้าที่ได้ถามเราว่ามีเอกสารอะไรอื่นอีกหรือไม่นอกจากพาสปอร์ต เขาก็ไม่ทราบเหตุผลเช่นกันว่าทำไม่ถึงไม่ให้เราเข้าประเทศ มันเป็นเรื่องที่แปลกมากที่ทำกับเรา เขาบอกว่าคำสั่งมาจากทางกรุงเทพและทางกรุงเทพเท่านั้นที่จะให้คำตอบได้ ประสบการณ์ที่จะเดินทางกลับบ้านมีแต่ความเจ็บปวดทำให้เรามีความรู้สึกว่า เรายังอยู่ห่างไกลจากประเทศที่เรารัก ถึงแม้ว่าเรามาอยู่ถึงเขตชายแดนบ้านเราแล้วก็ตาม คนกลุ่มนี้มีอำนาจมากมายเหลือเกินที่ทำให้เรากลับบ้านไม่ได้ มันน่าเสียใจและตกใจที่คนกลุ่มนี้ไม่ยอมให้ลูกของทูลกระหม่อมพ่อเข้าประเทศไทย เขาทำทุกวิถีทางที่จะกลั่นแกล้ง บิดเบือนความจริง และทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้คงไว้ซึ่งอำนาจที่แท้จริงของตัวเอง ซึ่งการกระทำนี้ไม่ใช่กระทำต่อประชาชนทั่วไปเท่านั้นแต่เขาไม่เว้นแม้แต่ลูกของทูลกระหม่อพ่ออีกด้วย เขาปล่อยข่าวที่ไม่จริงว่าเราไม่อยากเข้าเฝ้าทูลกระหม่อมพ่อซึ่งความจริงแล้ว พวกเรามีแต่ความจงรักภักดีและคิดถึงทูลกระหม่อมพ่อตลอดเวลา คนกลุ่มนี้ได้ใช้พระนามของทูลกระหม่อมพ่อมาเป็นประโยชน์ของตัวเองตลอดเวลา โดยการกลั่นแกล้งแม้แต่เป็นลูกของทูกกระหม่อมพ่อก็ไม่เว้น คนเหล่านี้ใช้องค์กรต่างๆของรัฐและความศักดิ์สิทธิของสถาบันมาใช้เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง คนกลุ่มนี้ทำงานเพื่อแยกพ่อแยกลูกออกจากกันและมีเจตนาที่จะลบเราออกจากความเป็นคนไทย ทำให้เราไม่มีที่ยืนในสังคม คนกลุ่มนี้ไม่ได้เพียงแต่ทำร้ายพวกเราแต่เขากำลังปิดกั้นความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกและบั่นทอนความมั่นคงของสถาบัน ซึ่งคนกลุ่มนี้ได้อ้างว่ามีหน้าที่ปกป้องสถาบันและเขากลับทำให้คนในประเทศแตกแยกกัน ในเวลาเดียวกันความจริงถูกปิดปากไม่มีใครกล้าพูดและที่ร้ายไปกว่านั้นคือหากผู้ใดที่จะแสดงความปราถนาดีต่อพวกเรา ให้ความช่วยเหลือพวกเรา คนเหล่านี้จะต้องถูกใส่ร้าย ถูกข่มขู่ จับตามอง ถ่ายรูปไปถึงขั้นใช้คดี มาตรา 112 นอกจากนี้ยังดำเนินการกดดัน วัชเรศรซึ่งขณะเป็นพระ ให้สึกและพยายามกดดันให้ออกนอกประเทศ รวมถึงข่มขู่ด้วยหมายจับมาหลายเดือน พร้อมกับถูกคดี ม. 112 และถูกคุกคาม กล่าวหาในทางที่ผิด ทำให้คนที่มาช่วยงานถูกคุกคามถูกขู่เพื่อที่จะได้ไม่มีใครกล้าให้ความช่วยเหลือได้อีก และคนกลุ่มนี้ยังว่าจ้างคนมาเขียนวิจารณ์และเผยแพร่กระจายข้อมูลที่ผิดๆให้คนได้หลงเชื่อว่าเราเป็นคนไม่ดีไม่ให้คนเคารพ ดูหมิ่นเหยียดหยามให้เราเสียศักดิ์ศรี แยกพ่อลูกไม่ให้พบกันคนกลุ่มนี้บังอาจทำกับพวกเราที่เป็นลูกของทูลกระหม่อมพ่อได้ จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า เขาจะทำกับคนทั่วไปได้ถึงขนาดไหน และกิจกรรมเหล่านี้ไม่มีใครกล้ามาตรวจสอบโดยเฉพาะการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง ไม่โปรงใส่ของคนกลุ่มนี้ ขณะนี้ จุฑาวัชรและวัชรวีร์ยังถูกกีดกันไม่ให้เข้าประเทศไทยโดยคนกลุ่มนี้ใช้อำนาจไม่ถูกต้อง ไม่มีความโปรงใส่ ไม่เป็นทางการและเวลาเขาทำเรื่องงานที่ผิดๆเช่นนี้เขาไม่แต่งเครื่องแบบ พวกเราได้พักอาศัยอยู่ต่างแดนด้วยความเจียมตัวเงียบๆพวกเราไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าได้กลับมาบ้านเกิดของเรา และได้กราบพระบาททูลกระหม่อมพ่อของเราด้วยความจงรักภักดีและความรักของลูกที่มีต่อทูลกระหม่อมพ่อ จดหมายฉบับนี้ใคร่ขอชี้แจงว่ามีอะไรที่เกิดขึ้นและความรู้สึกที่แท้จริงเป็นเรื่องจริงของลูกที่เป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่ง หลังจากที่ได้จากแผ่นดินที่เกิดไปอยู่ต่างแดนโดยไม่ได้เตรียมตัวหรือสมัครใจที่จะไป เป็นเวลานานที่ผ่านมาเราไม่เคยพูดในสิ่งที่ไม่ดีหรือคิดร้ายต่อราชวงศ์ ถึงแม้ว่าเราจะมีความเจ็บปวดในใจเท่าไรก็ตาม พวกเรามีแต่ความจงรักภักดีและเทิดทูนสถาบันที่เราเกิดเสมอมา การกระทำของคนกลุ่มนี้ที่อ้างว่าปกป้องสถาบันนั้นแท้จริงเป็นการทำลายสถาบัน ถึงอย่างไรก็ตามเราอยากจะขอยืนยันว่าแม้เวลาจะผ่านไปกี่ปีก็ตามความรักของพวกเราที่มีต่อทูลกระหม่อมพ่อและประเทศชาติมั่นคงไม่มีเสื่อมคลาย
การจะควรมิควรประการใดแล้วแต่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า จุฑาวัชร ข้าพระพุทธเจ้า วัชรวีร์
6th June 2025
อ่านรายละเอียดตามลิ๊งต้นเรื่องได้ที่นี่ www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid0tFNqPVVqdbNkYo2aB13yg9ndcGCp5VjaCp8KrXdG9SmqsKofCwNRRszj5neJkv4l&id=61572402449765
https://www.facebook.com/jom.petchpradab/posts/10162520636058965