วันอาทิตย์, พฤษภาคม 30, 2564

ทำไมหนอ ความรักเจ้า ถึงทำให้คนอำมหิตได้ถึงเพียงนี้




Thanapol Eawsakul
21h ·

อ่านความเห็นของ แน่งน้อย อัศวกิตติกร อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่ฟ้อง 112 เด็กผู้หญิงอายุ 14 ปี
ดูแล้วเธอน่าจะเชื่อในในความยุติธรรมของศาล (ที่ตัดสินภายใต้พระปรมาภิไธย) มาก โดยไม่รู้สึกผิดอะไรเลย
ความรัก (เจ้า) ทำให้คนอำมหิตได้เพียงนี้
....................................
ณ.ตอนนี้ คดีนี้ก็คงต้องให้เป็นไปตามกฎหมายละค่ะ ถามว่าเราทำลายอนาคตเด็กไหม เราไม่เคยมีความคิดเช่นนั้น ด้วยการให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ แต่สุดท้ายล้มเหลว..ก็ขอให้อยู่ในอำนาจของศาลละกันค่ะ พี่แน่งคงทำอะไรไม่ได้ละ กรรมใดใครก่อ คนนั้นก็รับกรรมไปนะคะ ส่วนคนที่เข้ามาบลูลี่พี่แน่ง..ท่องไว้เลยค่ะ ทุกคำด่า มีราคาต้องจ่าย
# มีเด็กหลายคนที่ทำแบบนี้ พี่แน่งให้อภัย แต่เคสนี้ขอให้กฎหมายจัดการละค่ะ
แน่งน้อย อัศวกิตติกร
https://www.facebook.com/A.Nangnoi/posts/4279026692117883
.....
Nangnoi Noi Assawakittikorn
Yesterday at 10:20 AM ·

ขอเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นนะคะ กรณีที่เราแจ้งความเด็กที่กำลังเป็นประเด็น บางท่านไม่ทราบที่มาที่ไปว่าเป็นอย่างไร เริ่มเมื่อพรรคสีส้มเข้ามาบ้านเราที่พิดโลก มีเพจนึงที่คอยปลุกปั่น ยุแหย่ใส่สมองให้เด็กเกลียดชังสถาบัน มีวันนึงน้องในเฟสส่งภาพมาให้ดู ้เราตกใจมาก โกรธด้วยว่าทำไมถึงดูหมิ่นสถาบันได้ขนาดนี้ จากนั้นเราเอาภาพที่ได้มาไปแจ้งความ ในระหว่างนั้นก็ต้องเข้าไปเช็คว่าใครเป็นคนโพสต์เรื่องนี้ ค่อนข้างตกใจ เพราะคือเด็กนร.รร.ดังคนนึง แต่ความผิดสำเร็จแล้ว เราแจ้งความไปแล้ว...จากนั้น เราปล่อยเวลาให้มันผ่านไปนานมาก หลายเดือนหลังจากแจ้งความ ด้วยมีความหวังว่าเอาน่า สักวันเด็กคนนี้อาจจะกลับใจได้บ้าง เกือบๆครึ่งปีถ้าจำไม่ผิด แต่ความหวังนั้นสูญสลาย เพราะเด็กคนนั้นไม่มีสำนึกดีใดๆเกิดขึ้นแม้แต่น้อย ยังโพสต์ดูหมิ่นและเกลียดชังสถาบันไม่จบไม่สิ้น ณ.ตอนนี้ คดีนี้ก็คงต้องให้เป็นไปตามกฎหมายละค่ะ ถามว่าเราทำลายอนาคตเด็กไหม เราไม่เคยมีความคิดเช่นนั้น ด้วยการให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ แต่สุดท้ายล้มเหลว..ก็ขอให้อยู่ในอำนาจของศาลละกันค่ะ พี่แน่งคงทำอะไรไม่ได้ละ กรรมใดใครก่อ คนนั้นก็รับกรรมไปนะคะ ส่วนคนที่เข้ามาบลูลี่พี่แน่ง..ท่องไว้เลยค่ะ ทุกคำด่า มีราคาต้องจ่าย
# มีเด็กหลายคนที่ทำแบบนี้ พี่แน่งให้อภัย แต่เคสนี้ขอให้กฎหมายจัดการละค่ะ

แชร์ เพราะ ชอบ !!



Sina Wittayawiroj®
@S1I9N8A6


Campaign from
@AmnestyThailand 
1 Year anniversary of Wanchalearm Satsaksit’s disappearance, join Amnesty to take action by draw or paint picture of Wanchalearm. 
Draw and post on social media with the hashtag #หนึ่งปีต้องมีความยุติธรรมให้วันเฉลิม #1YearJusticeForWanchalearm


Somyot Pruksakasemsuk
Yesterday at 2:16 AM ·

ไอ้ห่าเนี่ยทำเหี้ยมาช้านาน
ตามสันดานศาลเตี้ยเหี้ยฉิบหาย
ระยำหมามันอุ้มฆ่าแล้วทำลาย
อ้ายสัตว์ร้ายกรายกร่างในร่างคน
ประชาธิปตวยอวยกันเข้าไว้
คนจัญไรใส่พานมารหัวขน
ผลาญภาษีสวาปามสัปดน
ยังเล่นกลคนบาปให้กราบกราน
ประชาชนแสนลำเค็ญเห็นตำตา
ไอ้ห่าอุ้มฆ่าไม่หยุดสุดกล่าวขาน
ลุกขึ้นสู้กล้าประจญประจัญบาน
กำจัดมารกาลระทดให้หมดไป
เชิญชวนให้ร่วมลงชื่อใน http://chng.it/JVTLN8GqHB เพื่อรณรงค์เร่งผ่านร่างพรบ.ป้องกันการอุ้มหาย
https://youtu.be/RWgtjZEDRHw?t=10

 

บทรำพึงที่อานนท์พูดถึงคนรักของเขาคนหนึ่ง ถ่ายทอดโดย สมยศ พฤกษาเกษมสุข (วันอังคารที่ 1 มิถุนายน 2564 ขอให้ อานนท์ นำภา ภาณุพงษ์ จาดนอกและ ชูเกียรติ แสงวงศ์ ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว)



Somyot Pruksakasemsuk
18h ·

แด่อานนท์ นำภา
บทรำพึงที่อานนท์พูดถึงคนรักของเขาคนหนึ่ง ผมได้ยินบ่อยครั้งระหว่างถูกจองจำอยู่ด้วยกัน ผมนำคำรำพึงส่วนหนึ่งของเขามาใส่เป็นโคลงสี่สุภาพแบบบ้านๆ ตามแบบของผม
จำใจจำจากเจ้า จองจำ
ทำเท็จทิ่มแทงทำ ท่วยท้าย
ยากเย็นยิ่งแย่ยำ ยัดเยียด
วายวอดว้าเหว่ว้าย วุ่นว้าง วังเวง
กำแพงสูงสาบสิ้น สัมพันธ์
เคียงคู่มาจากกัน ปวดร้าว
โซ่ตรวนพรากกระสัน พิสวาท
อยุติธรรมของ้าว ชวดเคล้า คลึงนาง
วันอังคารที่ 1 มิถุนายน 2564 ศาลนัดใต่สวนคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว อานนท์ นำภา ภาณุพงษ์ จาดนอกและ ชูเกียรติ แสงวงศ์

เงื่อนไขการขายวัคซีนของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ คือขายให้องค์กรเท่านั้น ถ้าองค์กรใดจะซื้อวัคซีน 100 หลอด จะต้องบังคับให้ซื้อ 110 หลอด เพื่อเอา 10 หลอดที่บังคับให้ซื้อไปบริจาคให้รัฐบาล - ??



Thuethan Prasobchoke
17h ·

เงื่อนไขการขายวัคซีนของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ คือขายให้องค์กรเท่านั้น และให้องค์กรที่ซื้อไปเอาไปฉีดฟรีห้ามขาย และถ้าองค์กรใดจะซื้อวัคซีน 100 หลอด จะต้องบังคับให้ซื้อ 110 หลอด เพื่อเอา 10 หลอดที่บังคับให้ซื้อไปบริจาคให้รัฐบาล
ทีนี้มาดูว่า ลูกค้าที่จะซื้อตามที่เป็นข่าว
รายแรกคือ อบจ.ปทุมธานีโดย นายก อบจ.บิ๊กแจ๊สจะสั่งซื้อ 1 ล้านโด๊ส เป็นเงิน 1,000 ล้านบาท
ถามว่า ลูกค้ารายนี้นายก อบจ.จะควักกระเป๋าตัวเองซื้อไหม คำตอบก็คือไม่ ก็ใช้เงินรายได้ของ อบจ.ซึ่งก็คือ มาจากภาษีประชาชนนั่นแหละ
นั่นคือเอาภาษี เอารายได้ทัองถิ่นไปให้อีกองค์กรหนึ่งที่อยู่ได้ด้วยภาษีประชาชนเหมือนกัน โดยองค์กรนี้บอกว่าไม่เอากำไร แต่มีค่าดำเนินการ มีค่าประกัน ไม่รู้ว่า ค่าประกันนี้จ่ายให้บริษัทประกันไหนเหมือนกัน
หรืออีกรายที่เป็นข่าวก็คือ จังหวัดนครราชสีมาที่อยากสั่ง เงินที่เอามาสั่งก็ไม่ใช่เงินผู้ว่าราชการจังหวัดแน่ๆ แต่เป็นภาษีเป็นเงินประชาชนอีกเหมือนกัน
แล้วทุกหน่วยทุกจังหวัดที่ซื้อด้วยเงินราชการแบบนี้ ก็คงเอาไปฉีดให้ประชาชนฟรีอยู่แล้ว
และต้องถูกบังคับเอาไปบริจาคให้รัฐอีก 10% อย่างปทุมธานีซื้อ 1,000 ล้าน ต้องบริจาคให้รัฐอีก 100 ล้าน นั่นคือต้องจ่าย 1,100 ล้านบาท
ในขณะที่ประยุทธ์บอกว่า กู้เงินมาถึงตอนนี้ 1 ล้านล้านบาท และ ออกพรก.จะกู้อีก 500,000 ล้านบาท
แต่ทำไมต้องให้ประชาชนต้องมาจ่ายซ้ำซาก ซ้ำซ้อนแบบนี้
ดูตัวอย่างเคสปทุมธานี
คนปทุมธานีต้องจ่ายค่าวัคซีน 1,000 ล้านบาท เงินซื้อวัคซีนบริจาคอีกมูลค่า 100 ล้านบาท แล้วคนปทุมธานียังต้องมาจ่ายหนี้เงินกู้ 1.5 ล้านล้านบาทที่ประยุทธ์บอกว่ากู้มาแก้โควิดนี้ด้วย
ถ้าจังหวัดอื่นๆซื้อวัคซีนกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ก็จะเจอเงื่อนไขเดียวกัน
ทำไมมันเละเทะแบบนี้ และทำไมรัฐบาลประยุทธ์จึงผลักภาระและสร้างภาระให้ประชาชนซ้ำแล้วซ้ำอีกแบบนี้

Thuethan Prasobchoke
Yesterday at 6:48 AM ·

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์แถลงเมื่อตอนบ่ายว่า วัคซีนsinopharm ที่นำเข้า ซื้อมาด้วยเงินรายได้ของราชวิทยาลัย เป็นวัคซีนทางเลือก เอามาขายไม่ได้แจกฟรี แต่ขายแบบไม่เอากำไร
เรามาดูว่ารายได้หลักของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มาจากไหน ตั้งแต่ก่อตั้งมาเมื่อปี 2559 ราชวิทยาลัยมีรายได้หลักมาจากงบประมาณอันมาจากภาษีประชาชนไปแล้วทั้งสิ้น 25,000 กว่าล้าน
คือมีรายได้จากภาษีเป็นหลัก
และถ้านำเข้าวัคซีนมาขายแบบไม่เอากำไร ทำไมไม่ขายให้รัฐบาล ให้กระทรวงสาธารณสุขไปจัดการแล้วฉีดฟรีให้ประชาชนด้วยภาษีของเขาเอง
หรือไม่อย่างนั้นก็ให้รัฐบาลนำเข้าเองก็สิ้นเรื่อง หรือรัฐบาลไม่ยอมทำ
หรือเพราะอะไรถึงได้แยกการบริหาร แยกการจัดการ แล้วเป็นทางเลือกเฉพาะคนมีเงินจ่าย แล้วสร้างความเหลื่อมล้ำให้กับวัคซีนไม่มีทางเลือกที่ประชาชนได้รับอยู่
ทำไมระบบมันเละเทะแบบนี้
และบีบทางเลือกของประชาชนให้เหลือน้อยลงทุกวัน
...

...

คลิปเสวนา " 7 ปีรัฐประหาร : อำนาจตุลาการที่(ไม่)เป็นประชาธิปไตย "

https://www.facebook.com/communityofmorchor/videos/2633779626928488

"7 ปีรัฐประหาร : อำนาจตุลาการที่(ไม่)เป็นประชาธิปไตย?"
วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม 2564 เวลา 13:00-16:30 น.
ณ ห้องประชุมศูนย์สตรีศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ผู้นำการเสวนา :
1. อ นิธิ เอียวศรีวงศ์
2. อ ชำนาญ จันทร์เรือง -อดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่
3. คุณประเทือง นรินทรางกูล ณ อยุธยา ผู้อำนวยการกองทุนฟื้นฟูเกษตรกรภาคเหนือ
4. คุณบุตรีรัตน์ สุริยะเสถียร กลุ่มคนเมืองMovement
ดำเนินรายการโดย อ. ชยันต์ วรรธนะภูติ

ข้อเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาเฉพาะกิจเร่งด่วน และระยะยาว​ เพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคโควิด​19​ และการบริหารแรงงานข้ามชาติใหม่​ ต่อ​ สบค.​และรัฐบาลไทย​ (1) โดย​ นายสมพงค์​ สระแก้ว


Sompong Srakaew
20h · Bangkok, Thailand ·

วานนี้ที่ไทยพีบีเอส​ รายการ​ "ฟังเสียงประเทศไทย"
สัมภาษณ์​โดยคุณสุทธิชัย​ หยุ่น
ผมบอกเล่าข้อเสนอต่อรัฐไทยในห้วงสถานการณ์โควิด​ 19​ ไปไม่กี่ข้อ​
แต่ผมได้เขียนไว้มากกว่า​ 15​ ข้อ​
เร็วๆ​ นี้​ คงถึงท่านนายกรัฐมนตรี​ และรองนายกนะครับ
เปลี่ยนแปลงได้สัก​ ครึ่งหนึ่งก็ยังดี!!!!
เพราะในภัยคุกคาม​โควิดคิดแก้แบบเก่าๆ​ ไม่ได้แล้ว
รักนะจึงบอก​ นี้เป็นเสียงจากแรงงานและผู้ใกล้ชิิดปัญหาจริงๆ
โปรดอ่านข้อเสนอด้านล่างนี้
ขอ​ขอบคุณ
สมพงค์​ สระแก้ว​ รายงาน
085 534 1595
#LABOURPROTECTIONNETWORK
#COVID19
29/05/2021
-----------------------------------------------------------
ข้อเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาเฉพาะกิจเร่งด่วน
และระยะยาว​ เพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคโควิด​19​ และการบริหารแรงงานข้ามชาติใหม่​ ต่อ​ สบค.​และรัฐบาลไทย​ (1)
โดย​
นายสมพงค์​ สระแก้ว
"พวกเราไม่อยากเห็นภาพ เมื่อแรงงานข้ามชาติมีเรี่ยวแรงเราใช้เขาอย่างเต็มที่
แต่เมื่อเขาเจ็บไข้ได้ป่วย ปล่อยทิ้งเขาไปตาย
เหมือนผักปลา​ หรือตามเวรตามกรรม"
สถานการณ์และแนวโน้มการแพร่ระบาดของโรคโควิด​ 19​ ส่งผลต่ออัตราจำนวนที่เพิ่มขึ้นของการติดเชื้อ Covid-19​ ในกลุ่มพี่น้องแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย​ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพฯปริมณฑลและจังหวัดที่มีแรงงานข้ามชาติจำนวนมาก คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 70 ของประเทศไทยจากทั่วทุกภาค
การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด​ 19​ กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีการอยู่พักอาศัยอย่างหนาแน่น​ กระจุกตัว อาทิ​ ชุมชนคลองเตย​ ชุมชนในแคมป์ก่อสร้างต่างๆ​ มากกว่า​ 400​ แห่ง​ ในสถานประกอบการต่างๆ​ ตลาดสด​ ห้องพัก​ รวมถึงแรงงานที่อยู่ทำงานเป็นคนทำงานบ้านร่วมด้วย
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้สามารถประเมินได้ว่าแรงงานข้ามชาติ​ เป็นกลุ่มใหญ่ที่ต้องเฝ้าระวัง​ ควบคุมพื้นที่ไม่ให้มีการแพร่เชื้อ​ออกไปในวงกว้าง​ ต้องแก้ไขปัญหา​ที่รากเหง้าของปัญหาแรงงานข้ามชาติให้ตรงจุด​ และจัดระเบียบบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติใหม่​ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ​ ในพื้นที่เมืองชั้นในทั้งหมด
ปัญหาที่แท้จริงของแรงงานข้ามชาติในปัจจุบัน​ คือ จำนวนตัวเลขที่อยู่ในระบบจริงๆ ไม่มีอยู่จริงตามนั้นแต่ในความเป็นจริง แรงงานมีการเปลี่ยนย้ายงานเปลี่ยนนายจ้าง และไม่ได้ทำงานกับนายจ้างที่ระบุไว้ในบัตรใบอนุญาต​ทำงาน​ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากแทบทุกจังหวัด​ก็ว่าได้
กรณีแรงงานเปลี่ยนย้ายงานแล้วนายจ้างคนใหม่ส่วนใหญ่จะไม่เอาขึ้นในระบบหรือมีการแจ้งเข้า​ และนายจ้างคนเก่ามักไม่แจ้งออกให้​ ทำให้แรงงานจำนวนหนึ่งหล่นไปเป็นแรงงานเถื่อน​ ถึงแม้ว่ามีเอกสารเดิม​ เช่น​ หนังสือเดินทาง​ ใบอนุญาต​ทำงาน​ก็ตาม​ ส่งผลให้พวกเขาไม่ได้รับการคุ้มครองทางสังคม​ ไม่สามารถเข้าถึงการดูแลรักษาในประกันสุขภาพและประกันสังคม
แรงงานที่หลุดออกนอกระบบก่อนหน้านี้ และเมื่อรัฐบาลมีมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 29 ธันวาคม 2563 ให้แรงงานที่มีนายจ้างและไม่มีนายจ้างมาลงทะเบียนออนไลน์ใหม่ ในช่วงวันที่ 15 มกราคม ถึงวันที่​ 13 กุมภาพันธ์ 2564 มีจำนวนแรงงานมาขึ้นเพียงแค่ 6 แสนกว่าคนเท่านั้น​ ซึ่งถือว่าไม่ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ของการคาดประมาณการณ์​จำนวนว่ามีแรงงานที่ไม่มีเอกสารใดใดอย่างน้อยเกือบ​ 2 ล้านคน​ ทั่วประเทศ
การคาดการณ์จำนวนแรงงานที่อยู่ในระบบและนอกระบบในกรุงเทพ​มหานคร​ไม่ต่ำกว่า 1 ล้าน​ 5 แสนคน ที่ทำงานและพักอาศัยในกิจการภาคบริการ​ต่างๆ​ สถานประกอบการ​ โรงงานต่างๆ​ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์​ และงานบ้าน​ เป็นต้น
ดังนั้น​ โจทย์สำคัญของการแก้ไขและควบคุมการแพร่ระบาด Covid-19​ และบริหารจัดการด้านแรงงานไปพร้อมกันคือ​ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าหรือระยะสั้น และระยะยาว

การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าหรือระยสั้นคือ

หนึ่ง​ การเปิดโอกาสให้แรงงานที่ไม่มีเอกสารใดๆเลยซึ่งเราตั้งข้อสมมติฐานว่าแรงงานเหล่านี้คือหนึ่งในผู้ที่เป็นพาหะนำเชื้อโรคไปแพร่ระบาดโรคไปในที่อื่นๆ​หากไม่เปิดโอกาสให้เข้าถึงการคัดกรองตรวจโรค หากติดเชื้อให้มีการกักตัว​ รักษาพยาบาล​ เข้าโรงพยาบาลสนามโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ​ ปัจจุบัน​ จากข้อมูลพบว่า​ โรงพยาบาล​ของรัฐปฏิเสธการตรวจและรักษา​ เนื่องจากไม่สามารถเบิกจ่ายเงินจากกระทรวงสาธารณสุข​ได้
ซึ่งในขณะสถานการณ์ปัจจุบันแรงงานที่ติดเชื้อโควิด​19​ และไม่มีเอกสารใดใด​ จำต้องไปโรงพยาบาลเอกชน​ ต้องมีการเสียค่าใช้จ่ายเบื้องต้น​ จำนวนไม่ต่ำกว่า​ 80,000 ถึง 600, 000 บาท​ ทำให้แรงงานจำนวนหนึ่งต้องเผชิญชะตากรรมเข้าไม่ถึงการรักษาพยาบาล​ เพราะไม่มีเงินค่ารักษา
สอง​ ให้มีการออกประกาศสำหรับกรุงเทพฯและจังหวัดปริมณฑล​ ผ่อนผันหรืออนุโลมให้แรงงานที่ไม่มีเอกสารใดๆ​ หรือทำงานผิดประเภท​ ผิดนายจ้างจะไม่มีการดำเนินคดีใดๆ​ กับกลุ่มคนเหล่านี้​ที่อาจเป็นกลุ่มเสี่ยง​ เป็นผู้ป่วย ให้เข้าสู่ระบบการคัดกรอง​ ตรวจโรค​ และรักษาฟรีอย่างทั่วถึง​ ณ​ สถานพยาบาลของรัฐ
สาม​ หากแรงงานเหล่านี้ข้างต้นมีนายจ้าง​ มีงานทำเป็นหลักแหล่ง​ ให้นายจ้างรับผิดชอบในการดูแลต่อ สามารถให้มีการจัดระบบลงทะเบียนอย่างถูกต้อง​ ง่ายดาย โดยขั้นตอนไม่ซับซ้อนมาก​ และไม่ดำเนินการเอาผิดกับนายจ้าง​หรือสถานประกอบการ​ แต่อาจมีการติดตามตรวจสอบสถาพการจ้างงานในกระบวนการต่อไป
สี่​ กรณีที่แรงงานมีปัญหาการแจ้งเข้า​ แจ้งออก​ ขอให้หน่วยงานภาครัฐ​ได้ปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์ใหม่​ แรงงานที่มีเอกสารถูกต้อง เมื่อออกจานายจ้างเก่า หรือนายจ้างเก่าแจ้งออกเกิน15วัน และนายจ้างไม่ได้แจ้งออก​ แต่แรงงานได้ย้ายไปทำงานกับนายจ้างใหม่แล้ว​ ให้นายจ้างใหม่และลูกจ้าง มีสิทธิ์สามารถขอปรับปรุงข้อมูลในระบบใหม่
และขอใบอนุญาตทำงานใหม่เพื่อให้ถูกต้องกับสถานะการทำงานในปัจจุบัน โดยกำหนดให้เสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงานใหม่​ตามความเหมาะสม​(ถ้าคิดว่าลูกจ้างได้เปรียบ)
ห้า​ คนต่างด้าว​ หรือ​ แรงงานข้ามชาติที่มีเอกสารถูกต้องไม่จำเป็นต้องแจ้งที่พักอาศัยต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจคนเข้าเมือง​ เพราะว่าเป็นการเพิ่มภาระและเป็นช่องทางที่รีดไถ​ เอาเปรียบจากคนบางพวกที่ร่วมดำเนินการ​ ถ้าเป็นไปได้อาจขอให้เป็นหน้าที่ของนายจ้าง สถานประกอบการ เจ้าของบ้าน ห้องพัก หรือห้องเช่า และอื่นๆ​ เป็นผู้แจ้ง
หก​ เนื่องจากการการแพร่ระบาดโรคโควิด19 ทำให้แรงงานที่เข้ามาทำงานตามระบบ MOU แรงงานข้ามชาติที่พิสูจน์​จน์สัญชาติในไทย และแรงงานที่ขึ้นทะเบียนใหม่ บางกลุ่มเอกสารหนังสือเดินทางหมดอายุ​ บางกลุ่มดำเนินการการไม่ทัน เนื่องจากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคของรัฐ​ และหน่วยงานให้บริการของรัฐดำเนินการไม่ได้ตามปกติ
ต้องปิดการให้บริการไป
ทั้งนี้ ขอให้รัฐพิจารณาผ่อนผันให้แรงงานทุกกลุ่ม สามารถพักอาศัยและทำงานไปเป็นกรณีพิเศษเพื่อรอดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยการออกประกาศกระทรวงให้ชัดเจน​ เพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการนายหน้าเถื่อน​ เจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่ม​ บางคน​ บางหน่วยงานแอบอ้างเรียกรับผลประโยชน์​ดังกล่าว
เจ็ด​ กลุ่มประชากรข้ามชาติ และแรงงานข้ามชาติ เป็นกลุ่มเปราะบางที่เข้าถึงยาก และไม่ค่อยได้รับการดูแลช่วยเหลือเยียวยาจากหน่วยงานภาครัฐเท่าที่ควร ดังนั้น​ อยากให้รัฐบาล จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เพื่อช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากทางตรงและทางอ้อม ให้เข้าถึงปัจจัย 4 บรรเทาทุกข์และเยียวยาเป็นพื้นฐานได้
โดยเฉพาะกระทรวงแรงงาน ให้นำเงินที่เกิดจากค่าธรรมเนียมการขอใบอนุญาตทำงาน กองทุนช่วยเหลือแรงงาน กองทุนประกันสังคม นำมาเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขนำมาจัดทำชุดยังชีพให้กับแรงงานที่ได้รับผลกระทบ
และแรงงานข้ามชาติที่อยู่ในระบบประกันสังคมอยู่แล้วสามารถเข้าถึงการช่วยเหลือเยียวยา ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง และแรงงานสามารถร้องขอได้ด้วยตนเอง

การแก้ไขปัญหา​ระยะยาว

หนึ่ง​ กลุ่มประชากรข้ามชาติ ใน 3 สัญชาติ​ คือ
เมียนมา​ ลาว​ และกัมพูชา ต้องสามารถอยู่ในระบบ​Big Data การจัดทำฐานข้อมูลของรัฐในหนึ่งระบบอย่างถูกต้องและสามารถเชื่อมโยง​ ตรวจสอบข้อมูล ต่างๆ​ ระหว่างหน่วยงานได้
สอง​ แรงงานข้ามชาติทุกคนต้องเข้าถึงระบบการคุ้มครองทางสังคม​ การประกันสุขภาพ​ ประกันสังคม​ ส่งผลให้ระบบคัดกรอง​ ตรวจโควิด​19​ และการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลของรัฐเต็มไปด้วยความพร้อมและประสิทธิภาพ
สาม​ เด็กแรกเกิด​ จนถึง​ 15​ ปี​ ได้รับการประกันสุขภาพ​ถ้วนหน้า​ฟรี​ โดยไม่จำเป็นต้องซื้อประกันสุขภาพเหมือนที่ผ่านมา​ ซึ่งประสบผลล้มเหลวมาก
สี่​ รัฐส่วนกลางต้องกระจายอำนาจให้หน่วยงานหรือองค์กรปกครองท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการด้านแรงงานข้ามชาติ​ เนื่องจากเป็นองค์กรที่รู้จักพื้นที่ดี หากมีการดำเนินการใดๆ จะสามารถ เข้าถึงการแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที รวมถึงสามารถนำทรัพยากรงบประมาณมาใช้จากการจัดเก็บค่าธรรมเนียม​ในพื้นที่มาบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ​ และสามารถดึงการมีส่วนร่วมของพี่น้องแรงงานข้ามชาติมาพัฒนาท้องถิ่นตนเองได้
ห้า​ รัฐบาลต้องจัดการปัญหา กระบวนการนายหน้า เถื่อน นายหน้าที่มีส่วนร่วมแสวงหาประโยชน์มิชอบจาก กระบวนการการจัดการด้านแรงงานให้เด็ดขาด
และตัดวงจรอุบาทว์ส่วยแรงงาน การคอรัปชั่น​ในพื้นที่จังหวัดต่างๆ
หก​ ต้อง จัดระเบียบและบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติในรูปแบบใหม่หรือ​ Set​ Zero โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้ององค์กรภาคธุรกิจองค์กรภาคประชาสังคม และกลุ่มเครือข่ายทางสังคมพี่น้องแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย
เจ็ด​ การกำหนดให้องค์กรภาคธุรกิจ นายจ้างและสถานประกอบการ มีแนวปฏิบัติที่ดีการใช้แรงงานข้ามชาติ มีมาตรฐานแรงงานเป็นที่ยอมรับ​ และดำเนินการอย่างเป็นธุรกิจและสิทธิมนุษยชน​ควบคู่กัน
แปด​ รัฐต้องเปิดโอกาสให้องค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านแรงงานข้ามชาติหรือกลุ่มประชากรข้ามชาติในประเทศไทย สามารถมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการด้านแรงงาน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่จำเพาะเฉพาะกระทรวงแรงงานเท่านั้น พร้อมรับข้อเสนอต่างๆเพื่อไปปรับปรุงแก้ไข ให้ตรงกับปัญหาที่แท้จริงและความต้องการแรงงานที่แท้จริง
เก้า​ การป้องกันการลักลอบขนคนองกระบวนการนายหน้าเพื่อหลบหนีเข้ามาหางานทำในประเทศไทย จากประเทศเพื่อนบ้านเมียนมาร์​ ลาว​ และกัมพูชา ให้มีการสกัดกั้นอย่างเข้มงวดตามปกติ ดำเนินการเอาผิดจากกระบวนการนายหน้า ทั้งที่เป็นคนไทยและคนข้ามชาติ รวมถึงเจ้าหน้าที่ภาครัฐบางคนที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างจริงจัง
สิบ​ กรณีของการเข้าไปตรวจค้น​ จับกุมแรงงานเถื่อน ในสถานประกอบการใดๆ หากมีการพบว่ามีการใช้หรือลักลอบใช้แรงงานที่ไม่มีเอกสารใดใด ให้มีบทลงโทษสำหรับสถานประกอบการนั้นๆ​ ตามปกติ​ แต่หากนายจ้างมีความพร้อม​ มีความจำเป็นใช้จริงๆ มีการปรับ และ ตัวแรงงานนำไปเข้าสู่ระบบการคัดกรองตรวจโรคต่าง​ ๆ​ และโควิด​ 19​ กักตัว​ รักษาพยาบาล​ แล้วนำเข้าสู่การลงทะเบียนเพื่อทำงานต่อไป​ เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน​ หากไม่ทำอย่างนี้ก็จะมีการลักลอบใช้แรงงานเถื่อนอยู่ต่อไปไม่สิ้นสุด
จากข้อเสนอแนวทางต่างๆ คงพอที่จะทำให้เห็นภาพ และออกแบบการบริหารจัดการที่ดีได้ อย่างน้อย สามารถกำหนดยุทธศาสตร์ ในการเข้าถึงการแก้ไขปัญหา ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด​19​ ได้อย่างรัดกุมและรอบคอบ
และสามารถขับเคลื่อน​ประเทศต่อไปได้

สมพงค์​ สระแก้ว​ รายงาน

https://www.facebook.com/sompong.srakaew/posts/5676109139096961

นายประมนต์ สุธีวงศ์ บุคคลสำคัญ อดีตประธานโตโยต้า บิดาแห่งการต่อต้านคอรัปชั่นประเทศไทย



นายประมนต์ สุธีวงศ์ บุคคลสำคัญ
อดีตประธานโตโยค้า
บิดาแห่งการต่อต้านคอรัปชั่นประเทศไทย
....................................................
1 นายประมนต์ สุธีวงศ์ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทยจำกัด ตั้งแต่ 1 มกราคม 2543- 31 มีนาคม 2560 จากนั้นดำรงตำแหน่ง เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ จนถึงปัจจุบัน
2 ช่วงปี พศ. 2553 (รัฐบาลอภิสิทธิ์)ขณะนายประมนต์ สุธีวงศ์ เป็นประธานกรรมการนั้น รถยนต์โตโยต้า พลีอุส (วัตถุแก่งคดี)เริ่มประกอบขายในประเทศไทยในปลายปีโดยแจ้งการนำเข้าว่าเป็นชิ้นส่วน เพราะไม่มีโรงผลิตรุ่น พลีอุส ในเมืองไทย จึงจ่ายภาษีนำเข้าเป็นราคา นำเข้าชิ้นส่วน
3 ปี 2556 (ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) กรมศุลกากร ได้ตรวจสอบใหม่พบว่าบริษัทโตโยต้า ไทยแลนด์ จ่ายภาษีไม่เป็นไปตามความจริง เพราะรถ พลีอุส นำเข้าทั้งคัน จึงประเมินภาษีเป็นนำเข้ารถสำเร็จรูป จากการที่บริษัทโตโยต้าไทยแลนด์จำกัด แอบแอ๊บภาษี ทำให้ประเทศสูญเสียภาษีรายได้ไป 13,000 กว่าล้าน
4 กรมศุลกากร จึงฟ้องเรียกภาษีในส่วนที่หายไป
ศาลชั้นต้น ตัดสินให้ โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ชนะคดี
ศาลอุทธรณ์ ตัดสิน ให้ กรมศุลกากร ชนะคดี
โตโยต้ามอเตอร์ประเทศไทย จึงได้รับอนุญาตให้ยื่นฎีกา 26 มกราคม 2564
5 เรื่องแดงขึ้นมาเพราะ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา และตลาดหลักทรัพย์อเมริกา ตรวจสอบ บริษัท(แม่ของ)โตโยต้า ที่เข้าซื้อ-ขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์อเมริกา และถูกตรวจสอบโดยกฎหมายอเมริกาที่เรียกว่า
Foreign Corrupt Practices Act ( FCPA)
กฏหมายป้องกันการทุจริตในต่างประเทศอเมริกา
นายประมนต์ สุธีวงศ์ เป็นบุคคลที่เอาการเอางานระดับแถวหน้าที่ระดมคนขับไล่รัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน นำมาซึ่งการยึดอำนาจของเผด็จการทหารเมื่อปี 2557 บริหารประเทศจนถึงปัจจุบัน
นายประมนต์ สุธีวงศ์ เป็นประธานคณะกรรมการต่อต้านการคอรัปชั่นแห่งประเทศ ชูประเด็นต่อต้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่างเอาการเอางาน เอาเป็นเอาตาย และยืนหนึ่งบนเวที กปปส.
นายประมนต์ สุธีวงศ์ เคยร่วมกับศาลและคณะกรรมการ ปปช.ให้รางวัล กองทัพบก ว่าเป็นหน่วยงานภาครัฐที่ไม่มีคอรัปชั่นและโปร่งใสที่สุดด
การต่อต้านการคอรัปชั่นของนายประมนต์ สุธีวงศ์ จึงเปรียบเสมือนเชลล์แมน ขายยาแก้คัน แต่ตัวเองยืนเกาขี้กราก ขี้เกลื้อน ขี้เรื้อน ตลอดเวลา
สังคมสวมหน้ากากควรระวัง
ขุนจัน พันนา

บทความที่ได้รับจาก Line



เปิดที่มาและความคืบหน้าคดี"สินบนโตโยต้า"



สินบนโตโยต้า: เกิดอะไรขึ้นหลังโตโยต้า มอเตอร์ สอบสวนกรณีสาขาไทยจ่ายใต้โต๊ะผู้พิพากษา

10 เมษายน 2021
ปรับปรุงแล้ว 28 พฤษภาคม 2021
บีบีซีไทย

ปมการจ่ายสินบนจากบริษัทสาขาในไทยของโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปแก่ผู้พิพากษาที่เป็นข่าวทั่วโลก เป็นประเด็นที่หลายฝ่ายจับตาเพราะตัวละครที่อยู่ในการสืบสวนครั้งนี้เป็นทั้งบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของโลก และคนในสถาบันตุลาการไทยซึ่งถูกตั้งคำถามถึงความเป็นอิสระและจรรยาบรรณในหน้าที่

หากผลการสืบสวนของคณะกรรมการกำกับและดูแลตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ (เอสอีซี) และกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (ดีโอเจ) พบว่าละเมิดกฎหมายต่อต้านสินบนในสหรัฐฯ อาจทำให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่นต้องเผชิญกับบทลงโทษทางกฏหมายทั้งทางแพ่งและอาญาในสหรัฐฯ

นอกจากนี้ยังจะส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังวงการศาลยุติธรรมในไทยอีกด้วย เนื่องจากการสืบสวนดังกล่าวส่วนหนึ่งพุ่งเป้ามาที่การตรวจสอบว่าสาขาของบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป ได้จ่ายสินบนผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่รัฐของไทยเพื่ออำนวยความสะดวกในการเลี่ยงภาษีนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์โตโยต้า พรีอุส ของบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เป็นมูลค่า 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 11,000 ล้านบาทระหว่างปี 2553 - 2555 หรือไม่

สำหรับท่าทีของไทยต่อเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรมออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับข้อมูลหรือสามารถตรวจสอบได้อย่างแน่ชัดว่า ผู้พิพากษาท่านใดกระทำการอันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับการรับสินบนหรือไม่ ศาลยุติธรรมโดยคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมก็จะดำเนินการตรวจสอบและลงโทษอย่างเด็ดขาด

ต่อมาเมื่อวันที่ 27 พ.ค. เว็บไซต์ข่าวสารด้านกฎหมายของสหรัฐอเมริกาที่ชื่อว่า www.law360.com ได้เผยแพร่รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการสอบสวนคดีภาษีของบริษัทในเครือโตโยต้า โดยรายงานชิ้นนี้ได้ระบุชื่อบริษัทกฎหมายและชื่ออดีตข้าราชการระดับสูงของศาลยุติธรรมอย่างน้อย 3 คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้

รายงานข่าวดังกล่าวทำให้โฆษกศาลยุติธรรม ส่งเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชนเป็นครั้งที่สอง มีใจความสำคัญว่าสำนักงานศาลยุติธรรมมิได้นิ่งนอนใจในคดีนี้ และได้ทำหนังสือประสานขอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งตรวจสอบกรณีดังกล่าวในสหรัฐฯ ผ่านกระทรวงการต่างประเทศไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการตอบกลับจากหน่วยงานในสหรัฐฯ

"เมื่อมีการรายงานข่าวพาดพิงถึงชื่อและตำแหน่งของบุคคลบางราย สำนักงานศาลยุติธรรมก็จะดำเนินการตรวจสอบไปยังหน่วยงานต้นสังกัดที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอข้อมูลมาประกอบการพิจารณาดำเนินการด้วย โดยการดำเนินการอย่างไรต่อไปก็ขึ้นอยู่กับรายละเอียด" นายสุริยัณห์ระบุ

"หากสำนักงานศาลยุติธรรมได้รับข้อมูลหรือสามารถตรวจสอบได้ว่ามีมูลเป็นความผิด จะดำเนินการตามขั้นตอนทางวินัยต่อไป โดยไม่คำนึงว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจะเป็นใครและมีตำแหน่งใด จะเสนอเรื่องให้คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) พิจารณา ขอยืนยันว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ก.ต. ได้ดำเนินการตรวจสอบและลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาดกับการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของผู้พิพากษา ทำลายความเป็นกลางของศาล และทำให้สังคมไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของไทย หากพบว่าผิดจริงก็จะลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาด"

นอกจากนี้ บีบีซีไทยยังได้ติดต่อไปยังสำนักงานกฎหมายอันนานนท์ ซึ่งปรากฏชื่อในรายงานข่าวดังกล่าว แต่บริษัทระบุว่ายังไม่สามารถให้ข้อมูลได้

บีบีซีไทยประมวลเรื่องราวที่ไปที่มาเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ดังนี้

การสอบสวนเรื่องการละเมิดกฎหมายต่อต้านสินบนในสหรัฐฯ ของโตโยต้า เริ่มขึ้นเมื่อใด

เรื่องนี้ปรากฏต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 19 มี.ค. ที่ผ่านมา ก่อนที่สำนักข่าวต่างประเทศและสื่อไทยจะนำเสนอเป็นข่าวใหญ่ในเวลาต่อมา

ในวันดังกล่าว บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในนครนิวยอร์ก ของสหรัฐฯ มีหนังสือแจ้งต่อคณะกรรมการกำกับและดูแลตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ หลังจากได้ชี้แจงกับผู้ถือหุ้นไปแล้วก่อนหน้า โดยข้อความในเอกสารดังกล่าวระบุไว้ในหัวข้อเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ (Legal and Regulatory Matters) ว่า

"ในเดือน เม.ย. 2020 โตโยต้าได้รายงานถึงความเป็นไปได้ของการละเมิดกฎหมายต่อต้านสินบน ซึ่งเกี่ยวข้องกับบริษัทสาขาแห่งหนึ่งสัญชาติไทย ต่อเอสซีอีและและกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ และกำลังให้ความร่วมมือในการสืบสวนสอบสวนในเรื่องดังกล่าว ซึ่งผลการสอบสวนอาจจะนำมาสู่ความผิด การกำหนดโทษทางทางแพ่งและอาญา การถูกปรับ หรือมาตรการลงโทษอื่น ๆ หรือการถูกดำเนินคดีโดยกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ หรือ เอสอีซี บริษัทฯ (โตโยต้า) ไม่สามารถประเมินขอบเขต ระยะเวลา หรือผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นต่อประเด็นดังกล่าวในเวลานี้"

รายละเอียดของการละเมิดกฎหมายต่อต้านสินบนโตโยต้าเป็นอย่างไร


หลังจากเอกสารดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมา เว็บไซต์ Law 360 ซึ่งรายงานข่าวด้านกฎหมายและบทวิเคราะห์เกี่ยวกับคดี นโยบาย และการทำสัญญาในสหรัฐฯ อ้างว่ามีหลักฐานว่า โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป ได้เริ่มกระบวนการสอบสวนภายในมาเป็นเวลากว่า 6 เดือนก่อนจะแจ้งเรื่องนี้ต่อหน่วยงานกำกับตลาดหลักทรัพย์และกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ เพื่อค้นหาว่าบริษัทที่ปรึกษาที่่ว่าจ้าง ได้จ่ายสินบนให้ผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่รัฐบาลในความพยายามที่จะเลี่ยงการจ่ายภาษีนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ โตโยต้า พรีอุส มูลค่า 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 10,900 ล้านบาทหรือไม่


GETTY IMAGES
รถยนต์โตโยต้า รุ่นพรีอุส ที่เปิดตัวในปี 2554

เว็บไซต์ดังกล่าวอ้างว่า การสืบสวนสอบสวนของโตโยต้ามีขึ้นภายใต้รหัส "Project Jack" นำโดยที่ปรึกษาจากสำนักกฎหมาย "วิลเมอร์เฮล" (WilmerHale) ด้วยวัตถุประสงค์ในการสืบค้นว่าบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้ละเมิดกฎหมายว่าด้วยการกระทำทุจริตในต่างประเทศของสหรัฐฯ (U.S. Foreign Corrupt Practices Act) หรือ กฎหมายว่าด้วยการติดสินบนของสหราชอาณาจักร (U.K. Bribery Act) โดยการจ่ายเงินผ่านบริษัทที่ปรึกษาด้านกฎหมายภายนอก หรือ แบ่งสันปันส่วนให้ผู้พิพากษาไทย ที่ปรึกษาเกี่ยวกับคดี หรือบุคคลอื่นในความพยายามช่วยเหลือในคดีการเลี่ยงภาษีนำเข้าเข้าชิ้นส่วนรถยนต์โตโยต้า พรีอุส


GETTY IMAGES

ในการตั้งแนวทางการสอบสวนยังดูเหมือนว่าโตโยต้ามีความกังวลถึงความเป็นไปได้ของการจ่ายเงินโดยไม่สุจริตให้แก่ผู้พิพากษาศาลฎีกาทั้งอดีตและปัจจุบัน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ด้านยุติธรรมและการเงินระดับสูงของประเทศ และยังพิจารณาไปถึงความพยายามที่จะจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลคนใดก็ตาม (ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม) เพื่อมีอิทธิพลต่อผลลัพธ์แห่งคดีเลี่ยงภาษีนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์พรีอุส

นอกจากนี้การสอบสวนภายในของโตโยต้าได้มุ่งเป้าตรวจสอบว่า มีพนักงานบริษัทคนใดที่จ่ายเงินให้บริษัทที่ปรึกษาด้านกฎหมายไทย 8 ราย หรือจ่ายเงินให้บุคคล 12 คน ที่อาจมีบทบาทในคดีเลี่ยงภาษีนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์พรีอุส ในระหว่างกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลของไทยหรือไม่

เอกสารดังกล่าวระบุอีกว่า บริษัทวิลเมอร์เฮล ได้บอกให้ทีมตรวจสอบระบุหลักฐานที่สามารถบอกได้ว่าโตโยต้ามีการใช้เงินส่วนใดผ่านบริษัทที่ปรึกษาอย่างไม่เหมาะสมอีกด้วย

คดีเลี่ยงภาษีนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์รุ่น พรีอุส มีที่มาอย่างไร

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้มาจากการตรวจสอบของกรมศุลกากร ซึ่งพบว่าบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้นำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์แบบแยกเป็นชิ้นส่วนในลักษณะชิ้นส่วนสมบูรณ์ (Complete Knock Down- CKD) และปริมาณสอดคล้องต้องกัน ซึ่งสามารถนำชิ้นส่วนมาประกอบเป็นรถยนต์สำเร็จรูปได้ กรณีดังกล่าวไม่สามารถแยกชำระอากรตามรายชนิดสินค้าได้ เมื่อตรวจสอบข้อมูลในส่วนของเครื่องยนต์พบว่า รหัสของเครื่องยนต์ขึ้นต้นด้วย 2ZR นั้น เป็นรหัสเครื่องยนต์ที่มีความจุของกระบอกสูบ 1,797 ลบ.ซม.ของรถยนต์โตโยต้า รุ่นพรีอุส ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วลักษณะดังกล่าวเข้าประเภทที่ต้องชำระอากรภาษีในอัตรา 80% ในฐานะรถยนต์ที่เป็นชิ้นส่วนครบชุดสมบูรณ์ที่ความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1,800 ซีซี

GETTY IMAGES

แต่โตโยต้าอ้างว่าการนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์รุ่นดังกล่าวได้ดำเนินการภายใต้ข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ซึ่งหากขออนุญาตจากกรมศุลกากรก่อนนำเข้าจะเสียภาษีในอัตราภาษีเพียง 30% เท่านั้น แต่หลังจากสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังได้พิจารณาการนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์โตโยต้า รุ่นพรีอุส ตั้งแต่ปี 2553-2555 รวมแล้วมากกว่า 245 ครั้ง และคิดเป็นจำนวนรถยนต์มากกว่า 20,000 คัน ไม่ถูกต้องตามกฎหมายศุลกากร จึงถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบเพื่อเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง ตามมาตรา 99 แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร 2469 คิดเป็นเงินมูลค่ามากกว่า 11,000 ล้านบาท

เหตุการณ์นี้ทำให้บริษัทโตโยต้า ซึ่งไม่เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว ได้ยื่นอุทธรณ์พร้อมกับชี้แจงข้อมูลและข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณาการอุทธรณ์ไว้ในวันที่ 4 ธ.ค. 2556 และ 31 ก.ค. 2557

ต่อมาในวันที่ 10 มิ.ย. 2558 บริษัทโตโยต้าฯ ตัดสินใจยื่นฟ้องกรมศุลกากร และคณะกรรมการวินิจฉัยอากรศุลกากร ต่อศาลภาษีอากรกลาง ต่อมาในเดือน ก.ย. 2560 ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาตัดสินให้บริษัทโตโยต้าฯ ชนะคดี แต่กรมศุลกากรได้ยื่นอุทธรณ์

ความคืบหน้าคดีเป็นอย่างไร


นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรมชี้แจงในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ว่าหลังจากกรมศุลกากรยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ มีคำพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ เป็นผลให้โจทก์ต้องรับผิดชำระภาษีอากรตามการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ต่อมาโจทก์ได้ยื่นขออนุญาตฎีกา

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. มีการอ่านคำสั่งศาลฎีการับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณา และความคืบหน้าล่าสุด ยังอยู่ระหว่างการขอขยายระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกาซึ่งศาลอนุญาตให้ขยายได้ถึงวันที่ 13 ก.ค. หากฝ่ายจำเลยยื่นคำแก้ฎีกามาแล้ว ศาลภาษีอากรกลางจะรวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาต่อไป

"เนื่องจากในระหว่างนี้การดำเนินการไม่ว่าในสหรัฐอเมริกาหรือในประเทศไทยเองยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการเท่านั้น ยังไม่ได้มีคำพิพากษาหรือคำตัดสินอันเป็นที่ยุติว่าเกิดการกระทำตามที่มีการกล่าวอ้างหรือไม่อย่างไร จึงขอให้สาธารณชนได้สดับตรับฟังข้อมูลด้วยความระมัดระวัง และรอผลการดำเนินการทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทยให้เป็นที่ยุติเสียก่อน" โฆษกศาลยุติธรรมระบุ


กองสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ สำนักงานยุติธรรม
นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม


ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 3 เม.ย. นายสุริยัณห์ได้ให้ความเห็นไว้ด้วยว่า "คำพิพากษาของศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ขัดแย้งกันในสาระสำคัญ ทั้งเกี่ยวพันกับความตกลงระหว่างประเทศที่มีผลผูกพันกับประเทศไทย และยังเป็นกรณีที่ไม่มีแนวคำพิพากษาของศาลฎีกามาก่อน คำสั่งอนุญาตให้ฎีกา จึงเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 26"

ปฏิกิริยาจากโตโยต้าเป็นอย่างไร

บริษัทโตโยต้าถือว่าเป็นผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทย โดยเฉพาะรถยนต์ซึ่งครองส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดที่ 30.8% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดในปีที่ผ่านมาด้วยยอดขายกว่า 2.44 แสนคัน

ภายหลังมีการรายงานข่าวเรื่องการสืบสวนการจ่ายสินบนดังกล่าวในวันที่ 29 มี.ค.โฆษกบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป ออกมาชี้แจงผ่านอีเมลไปยังสื่อหลายฉบับว่า "บริษัทโตโยต้าจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อรักษามาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรมสูงสุดในแต่ละประเทศที่เราดำเนินงาน เราดำเนินการจัดการกับข้อกล่าวหาการกระทำผิดใด ๆ อย่างจริงจังและมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นใจว่าการดำเนินการธุรกิจของเราเป็นไปตามกฎระเบียบของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด"


REUTERS

ส่วนข้อแก้ต่างที่ บริษัทโตโยต้าในไทยชี้แจงก่อนหน้านี้บนเว็บไซต์ของบริษัทเกี่ยวกับคดีที่ถูกกล่าวหาว่าเลี่ยงภาษีนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ รุ่นพรีอุสนั้น ได้ชี้แจงยืนยันในความโปร่งใสตลอดการประกอบการในไทย ซึ่งประกอบด้วย

1. บริษัทฯ ได้นำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์จากประเทศญี่ปุ่นภายใต้ข้อตกลงทางการค้าไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ซึ่งชิ้นส่วนยานยนต์เหล่านั้นได้รับอนุมัติให้ใช้สิทธิ์ตามข้อตกลงดังกล่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม โดยได้เสียภาษีถูกต้องครบถ้วนในขณะนำเข้าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายศุลกากร กฎหมายสรรพสามิต ประมวลรัษฎากร และความตกลงทางการค้าระหว่างประเทศ

2. จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจดูเอกสารและมีความเห็นว่า บริษัทฯ ชำระอากรไว้ไม่ครบ เป็นความเข้าใจที่แตกต่างในเรื่องการตีความกฎหมาย ซึ่งบริษัทฯ ได้ทำการชี้แจงข้อมูล ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและรายละเอียดต่าง ๆ ให้กรมศุลกากรแล้ว ตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค. 2556

3. ในกรณีความตกลงการค้าไทย-อินเดียนั้นเป็นกรณีที่บริษัทฯ ได้นำเข้าชิ้นส่วนชุดส่งกำลัง (Transmission) รถเพื่อการพาณิชย์ โดยตรงจากประเทศอินเดียและได้เสียภาษีตามอัตราที่กำหนดในข้อตกลงฯ แต่ปัญหาเกิดจากการที่บริษัทฯ ได้ใช้บัญชีราคาขายสินค้าผ่านประเทศที่สาม (3rd country invoicing) ซึ่งเป็นแนวทางที่ปฏิบัติได้ในข้อตกลงทางการค้าอื่น ๆ เป็นปกติ แต่กรมศุลกากรมีความเห็นว่าไม่สามารถใช้สิทธิประโยชน์ตามข้อตกลงฯ ได้ จึงให้บริษัทฯ ชำระภาษีและค่าปรับเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามในปี 2555 กรมศุลกากร ได้ออกประกาศอนุญาตให้ผู้นำเข้าสามารถใช้บัญชีราคาขายสินค้าผ่านประเทศที่สามโดยได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับความตกลงทางการค้าระหว่างไทย กับประเทศอื่น ๆ อาทิ ความตกลงทางการค้าระหว่างอาเซียน ไทย-นิวซีแลนด์ ไทย-ออสเตรเลีย และไทย-ญี่ปุ่น เป็นต้น
.....




Pipob Udomittipong
17h ·

การสอบสวน #โตโยต้าไทยแลนด์ กับการติดสินบนจนท.ศาลระดับสูงของไทย เป็นผลมาจากกม.ปี 1977 Foreign Corrupt Practices Act ที่ใช้ตรวจสอบ+เอาผิดบริษัท จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อเมริกา ที่ไปลงทุนในตปท. แล้วติดสินบนจนท.ในปท.นั้น

ต้นตอของการสอบสวนของครั้งนี้ เกิดจากการเปิดเผยข้อมูลของ Toyota Motor Corporation ต่อกระทรวงยุติธรรม และคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สหรัฐฯ เอง เมื่อเดือนเม.ย.ปี 2020 จนนำมาสู่การสอบสวน และกำลังจะมีการตั้ง Grand Jury เข้าสู่การไต่สวนของศาลอย่างเป็นทางการ ไปอ่านใน #LAW360 แปะลิงก์ได้ไหมเนี่ย เดี๋ยวเขาฟ้อง

ตั้งแต่ก่อน และช่วงที่เป็นปธน. ดอนัลด์ ทรัมป์พยายามทำลายกม.ต่อต้านการทุจริต #FCPA เพราะขัดขวางไม่ให้ทำธุรกิจแบบสีเทาได้ #FCPA ถือเป็นกม.ที่มีอยู่น้อยมากที่จะเอาผิดกับบรรษัทยักษ์ใหญ่ของ #สหรัฐฯ ที่ไปทำการละเมิดในปท.อื่น เป็นกม.สำคัญที่พอใช้ประโยชน์ได้ของคนทำงานด้าน Business and Human Rights เพราะ สหรัฐฯ ไม่มีกม.เอาผิดบรรษัทที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยตรง
https://www.nytimes.com/.../economy/trump-bribery-law.html

กรณีที่กลุ่มคนพม่าฟ้อง #UNOCAL ในศาลสหรัฐฯ เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนของโครงการท่อก๊าซยาดานา เมื่อหลายปีก่อน เป็นการใช้กม.แบบอ้อม ๆ Alien Tort Claims Act #ATCA กม.เก่าแก่ที่เอาไว้ใช้ลงโทษ “โจรสลัด” สัญชาติอเมริกัน เวลาไปปล้นในต่างแดน แต่เพราะแนวนิติศาสตร์ของเขาใจกว้าง ก้าวหน้า จึงเอามาปรับใช้กับคดีละเมิดสิทธิมนุษยชนได้ จนสุดท้าย #UNOCAL ยอมประนอมคดี จ่ายค่าเสียหายให้คดีจบไป

เรื่องนี้ควรกระตุ้นสังคมไทยให้เห็นความสำคัญของการมีกม.ต่อต้านทุจริตของธุรกิจ และมีการบังคับใช้อย่างจริงจัง แต่มันจะไม่เกิดขึ้นในระบบตุลาการที่คับแคบ ขาดความโปร่งใส ไม่ยึดโยง ไม่ accountable กับประชาชนแบบในเมืองไทย ตอนนี้กลายเป็นว่า ผู้พิพากษาระดับสูงที่ถูกพาดพิง ออกมาขู่ฟ้องคนที่เผยแพร่ข้อมูล

ไม่รู้ว่าประเทศนี้ทำอะไรกันอยู่


.....
อั้ม อิราวัต อารีกิจ
9h ·

ไม่รู้ว่าประเทศเราทำอะไรกันอยู่นะครับ
แทนที่จะ #เปิดเสรีวัคซีนโควิด
โดยที่มีเจ้าภาพใหญ่ คือ #รัฐบาล
ผ่านหน่วยงาน #กระทรวงสาธารณสุข
และส่งต่อ กระจายไปตามหน่วยงานต่างๆ
ทั้งรัฐบาลและเอกชน #ส่วนไหนฟรีคือฟรี
ส่วนที่นอกเหนือการดีล #ใครเต็มใจจ่ายคือจ่าย
ช่วยเหลือคนลำบาก ที่งบแผ่นดินไม่พอ
แต่นี่..
เหมือนมีหน่วยงาน #เอาภาษีประชาชนไปซื้อ
แล้วให้อีกหน่วยงาน เอางบจังหวัด-องค์กรรัฐ
ซึ่งก็มาจาก #ภาษีประชาชน อีกที
ไป #ซื้อต่อ จากหน่วยงานที่เป็นธุระจัดหา
ในบรรทัดบนนั้นอีกต่อหนึ่ง
ยุ่งยาก และพังพินาศในระบบ
มองเป็นอื่นไม่ได้เลยครับ
นอกจาก #ความหวานหอม ของส่วนต่าง
ที่คนได้ผลประโยชน์นั้น ไม่ใช่ประชาชน
และสาเหตุแห่งความล้มเหลวนี้
จะโทษประชาชน หรือโทษใครไม่ได้เลย
นอกจาก #ความล้มเหลว_ดื้อแพ่งของรัฐ
ที่ตั้งใจ #ผูกขาดวัคซีน แต่แรก
จนเกิดปัญหา มาถึงวินาทีนี้..
เป็นประเทศอื่น ที่เขามี #ยางอาย
ที่เขาหน้าไม่ด้าน #เขาลาออกไปแล้ว
.....

ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี
19h ·

โรคเบื่อกำลังระบาด
ผมดีใจจริงๆที่ในที่สุดราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ก็สามารถแหวกวงล้อมทะลายกำแพงการจัดหาวัคซีนที่รัฐบาลทั้งฝ่ายการเมือง ฝ่ายประจำและฝ่ายมั่นคงร่วม(หัว)กันยึดไว้(ปฏิวัติอีกแบบหรือเปล่า)
เป็นความจริงเช่นกันและไม่เสียหายอะไรที่จะยอมรับว่า หากไม่ใช่ราชวิทยาลัย คงทำไม่ได้แน่นอน ประเทศและประชาชนชาวไทยได้ประโยชน์และปลอดภัยกันถ้วนหน้า ก่อนนี้มีแต่รอเจ็บกับรอตาย (ขอบคุณครับ)
ที่ผมยังไม่ยอมจบเรื่องนี้ เพราะเห็นว่าจำเป็นต้องวิเคราะห์ว่า เหตุใดจึงเกิดนโยบายปิดบ้านแบบนี้ขึ้นมาในยุคที่ทั้งโลกเขาเปิดหมดแล้ว
1. ฝ่ายมั่นคงเข้ามาถือบังเหียนควบคุม(จึงเพี้ยน)
2. คิดว่า วัคซีนคืออาวุธยุทโธปกรณ์ เมื่อทำสงครามกับโควิดก็ต้องควบคุมแบบเบ็ดเสร็จ
3. ต้องการจัดกองทัพ(กองพลพิเศษมั๊ง)จึงรวบอำนาจสั่งการและผู้คนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาไว้ด้วยกัน(แบบสปาตันเมื่อ 1000ปีมาแล้ว) โดยรวบกฎหมายและระเบียบ 31 ฉบับมาไว้กับตน
4. นายกเป็นผบ.สูงสุด มีเสนาธิการคือเลขาสมช. คณะเสนาธิการคือ ศบค. ชุดใหญ่ ชุดเล็ก ชุดจิ๋ว(ประชุมทุกวันจนเมียถามหา) วิเคราะห์สถานการณ์เสนอ(ท่านพูดเองนะว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามสถานการณ์) พลทหารคือ หมอ พยาบาล อสม.และอื่นๆที่สั่งได้(เจ็บตายไปอื้อเลย น่าสงสาร) คิดรบแทนที่จะคิดป้องกันและรักษาโรค
5. มีที่ปรึกษา(หมอ)เยอะเกินไปโดยที่ตัวเองไม่มีความรู้พื้นฐาน ก็เลยเชื่อทุกเรื่องหรือเปลี่ยนใจทุกเรื่อง(ตามอารมณ์) มันจึงไม่นิ่ง เกิดสับสนยุ่งเหยิงประชาชนตามไม่ถูก
6. ไม่ไว้วางใจใครเพราะคิดว่า น่าจะมีผลประโยชน์(ทำท่าจะแอบมีจริงๆ) จึงต้องทำเอง เจรจาเอง และอธิบายว่า ผู้ผลิตวัคซีนเขาไม่ยอมเจรจากับเอกชน แล้วทำไมเขาเจรจากับราชวิทยาลัยเล่า (หมอหนูบอกเพิ่งรู้เมื่อ 26 พ.ค. ก่อนนี้ไม่รู้เรื่อง)
7. คิดว่า โควิดน่ะกระจอก(นกหรือเสือครับ) จะได้ชื่อเสียงในฐานะผู้พิชิต และถือโอกาสของบประมาณเพิ่มเติม แปลงเป็นซานตาคลอสแจกหวังหาเสียง(จะถูกด่ามากกว่ามั๊ง)
8. สร้างระบบตั้งชื่อ ตั้งรหัสเยอะแยะยุ่งเหยิงไปหมด ผลสุดท้ายคอมพิวเตอร์ยังมึนแอเร่อไปเลย ทำไมไม่ออกแบบง่ายๆ ใช้เลข 13 หลักของบัตรประชาชซึ่งสมบูรณ์ครบถ้วนทุกเรื่องอยู่แล้ว(คิดมากให้ยุ่งทำไม)
ผมวิเคราะห์แบบนักวิชาการและนักปฎิบัติที่เคยทำงานสำเร็จมาพอสมควร ท่านจะฟังอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ก็อย่าอยู่อีกนานเลยเพราะกำลังจะมีโรคเพิ่มขึ้น(เบื่อยังไงครับ) อันนี้แรงพอๆกับโรคหึงเชียวนะ
.....
พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์
Yesterday at 8:48 AM ·

วิกฤตโควิดสามรอบ หนักสุดรอบที่สาม ป่วยและตายรายวัน ศก.ดิ่งเหว พร้อมกับความล้มเหลวและไม่โปร่งใสของการบริหารวัคซีนให้ทั่วถึงและทันเวลา ณ วันนี้ แฉให้เห็นชัดถึงอำนาจจริงที่เป็นเนื้อแท้ไส้ในของทั้งระบอบ ใครที่ยังไม่เห็นก็คือมืดบอดขนานแท้
#โควิด19 #วัคซีนโควิด

เห็นข่าว ทิวากร วิถีตน ถูกฟ้อง 112 116 และ พ.ร.บ.คอมฯ เหตุโพสต์ใส่เสิ้อ "เราหมดศรัทธาฯ" คนหมดศรัทธาเพิ่มแน่



ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
May 27 at 10:31 AM ·

วันนี้ (27 พฤษภาคม 2564) เวลา 10.00 น. ทิวากร วิถีตน เดินทางไปที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ในนัดรายงานตัวต่อศาลตามสัญญาประกัน ในคดีที่ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ จากการสวมเสื้อ “เราหมดศรัทธาสถาบันกษัตริย์แล้ว” และโพสต์เรียกร้องยุติ ม.112
.
โดยเมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่นเป็นโจทก์ยื่นฟ้องทิวากรในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, มาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3) เมื่อทิวากรเดินทางถึงศาล เจ้าหน้าที่ศาลจึงนำสำเนาคำฟ้องมอบให้ ก่อนนำตัวทิวากรไปที่ห้องรอประกันใต้ถุนศาล ซึ่งมีผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอื่นอีกหลายคน ขณะทนายความยื่นคำร้องขอประกันตัวโดยใช้หลักประกันเดิมที่ยื่นประกันในชั้นสอบสวน เป็นเงินสด 1.5 แสนบาท จากกองทุนดาตอร์ปิโด
.
อัยการชี้โพสต์ภาพใส่เสื้อ “เราหมดศรัทธาสถาบันกษัตริย์” หมิ่นประมาทกษัตริย์-ยุยงให้ประชาชนละเมิดกฎหมาย
.
พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น บรรยายฟ้องระบุว่า ทิวากรกระทำความผิดรวม 3 กรรม ดังนี้
1. ระหว่างวันที่ 2 มิถุนายน 2563 ถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 ทิวากรได้ดูหมิ่นรัชกาลที่ 10 และนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ฐานหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ ด้วยการโพสต์รูปภาพในเฟซบุ๊กชื่อ “ทิวากร วิถีตน” ตั้งค่าเป็นสาธารณะ เป็นรูปตนเองสวมเสื้อคอกลมสีขาว มีข้อความสกรีนตัวหนังสือสีแดงว่า “...เราหมดศรัทธาสถาบันกษัตริย์แล้ว…” ซึ่งคำว่า “...หมดศรัทธา…” หมายถึงหมดความเชื่อ, หมดความเลื่อมใส, หมดความเชื่อมั่นในสิ่งดีงาม และคำว่า “...สถาบันกษัตริย์…” หมายถึง หน่วยงานหนึ่งที่มีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุข
.
เมื่อนำคำว่า หมดศรัทธา กับคำว่า สถาบันกษัตริย์ มารวมกัน ย่อมหมายถึง หมดความเชื่อ หมดความเลื่อมใสในสถาบันกษัตริย์ และองค์พระมหากษัตริย์ด้วย ย่อมทำให้ประชาชนที่พบเห็นการโพสต์ข้อความดังกล่าวมีความรู้สึกในทางลบต่อองค์พระมหากษัตริย์ว่าเป็นคนไม่ดี เป็นคนที่มีความประพฤติที่เสื่อมเสีย ขัดต่อศีลธรรมอันดี ทั้งนี้ โดยประการที่จะทำให้รัชกาลที่ 10 เสื่อมพระเกียรติยศ เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นและถูกเกลียดชัง เสื่อมศรัทธาต่อพระมหากษัตริย์จากชาวไทย และชาวต่างประเทศ
.
นอกจากนี้การที่ทิวากรโพสต์รูปภาพดังกล่าว เป็นการทําให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยตัวหนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทําภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริต แล้วจําเลยได้ชวนประชาชนมาสวมใส่เสื้อที่มีการสกรีนข้อความดังกล่าวเช่นเดียวกับจําเลย จึงเป็นการยุยงปลุกปั่นให้ประชาชนร่วมดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ อันเป็นการกระทําเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินด้วย
.
2. เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 ทิวากรได้หมิ่นประมาทรัชกาลที่ 10 และนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ฐานหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ โดยการโพสต์ในเฟซบุ๊กชื่อ “ทิวากร วิถีตน” ตั้งค่าเป็นสาธารณะ เป็นข้อความว่า “...หากสถาบันกษัตริย์ไม่ระงับใช้ 112 โดยทันที ก็เท่ากับทำตัวเองเป็นศัตรูกับประชาชน หากสถาบันกษัตริย์เป็นศัตรูกับประชาชนจุดจบคือล่มสลายสถานเดียว…” ซึ่งคำว่า สถาบันกษัตริย์ ย่อมหมายความรวมถึงพระมหากษัตริย์ด้วย
.
ถ้อยคำที่ทิวากรโพสต์เป็นการใส่ความ ย่อมทำให้ประชาชนเข้าใจว่า กษัตริย์มีอำนาจเหนือกฎหมาย และสั่งให้ใช้มาตรา 112 กับประชาชน และเป็นการใช้พระราชอำนาจแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม สามารถสั่งให้ใช้หรือระงับใช้มาตรา 112 ได้ ซึ่งเป็นความเท็จ ทำให้รัชกาลที่ 10 เสื่อมเสียพระเกียรติยศบารมี เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นและถูกเกลียดชัง เสื่อมศรัทธาต่อกษัตริย์จากชาวไทยและชาวต่างประเทศ
.
3. เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 ทิวากรได้หมิ่นประมาทรัชกาลที่ 10 และนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ฐานหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ โดยการโพสต์ในเฟซบุ๊กชื่อ “ทิวากร วิถีตน” ตั้งค่าเป็นสาธารณะ เป็นข้อความว่า “...สถาบันกษัตริย์ สั่งให้ปล่อยแกนนำทั้ง 4 คนได้แล้ว จะสร้างเวรกรรมกับประชาชนไปถึงไหน รู้จักการทำดีเพื่อไถ่โทษมั๊ย ไม่อยากให้คนรักคนศรัทธาเหรอ หรือว่าอยากให้คนเกลียด…” ซึ่งคำว่า สถาบันกษัตริย์ ย่อมหมายความรวมถึงพระมหากษัตริย์ด้วย
.
ถ้อยคำที่ทิวากรโพสต์เป็นการใส่ความ ย่อมทำให้ประชาชนเข้าใจว่า กษัตริย์มีอำนาจเหนือกฎหมายและเหนือศาล สามารถใช้พระราชอำนาจแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมสั่งปล่อยตัว 4 แกนนำคณะราษฎรได้ และพระมหากษัตริย์สั่งให้ใช้กฎหมายมาตรา 112 รังแกประชาชน และพระมหากษัตริย์ไม่มีเมตตาต่อประชาชน ซึ่งเป็นความเท็จ ทำให้รัชกาลที่ 10 เสื่อมเสียพระเกียรติยศบารมี เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นและถูกเกลียดชัง เสื่อมศรัทธาต่อกษัตริย์จากชาวไทยและชาวต่างประเทศ
.
ท้ายคำฟ้องอัยการระบุว่า การกระทำของทิวากรถือว่าเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 116 (3) และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14(3) โดยขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลย และริบของกลาง ได้แก่ เสื้อยืดสีขาวมีข้อความ “เราหมดศรัทธาสถาบันกษัตริย์แล้ว” จำนวน 2 ตัว และเสื้อยืดสีดำมีข้อความว่า “เราหมดศรัทธาสถาบันกษัตริย์แล้ว” จำนวน 1 ตัว
.
ทั้งนี้ อัยการไม่ได้คัดค้านการให้ประกันตัวจำเลย โดยระบุว่า ขอให้อยู่ในดุลพินิจของศาล
ส่วนคำร้องขอประกันตัวที่ พัฒนะ ศรีใหญ่ ทนายความเครือข่ายของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ยื่นต่อศาลระบุเหตุผลว่า จำเลยไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ระหว่างจำเลยได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นสอบสวน จำเลยก็มารายงานตัวต่อศาลทุกครั้ง จำเลยยังเป็นเพียงบุคคลธรรมดา ไม่ได้มีอิทธิพลหรือความสามารถที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานใดได้ และไม่เคยมีประวัติเกี่ยวกับการกระทำความผิดอาชญากรรมใดๆ จึงไม่อาจไปก่อภยันตรายประกันอื่นได้ อีกทั้งจำเลยยังคงเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทําความผิด มีสิทธิที่จะได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่ามีความผิดตามกฎหมาย
.
นอกจากนี้ ปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ในวงกว้าง และปรากฏว่าในเรือนจำจังหวัดขอนแก่นมีผู้ป่วยติดเชื้อโควิคอยู่ในเรือนจำ หากศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลย ก็จะเป็นการเสี่ยงต่อการมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ แต่หากปล่อยตัวชั่วคราวจำเลย เรือนจำก็จะไม่เพิ่มความแออัด และทำให้บริหารจัดการสถานการณ์โควิดได้ง่ายขึ้นในช่วงนี้
.
กระทั่งช่วงเวลา 13.00 น. ศาลได้วีดิโอคอนเฟอเรนซ์จากห้องพิจารณามายังห้องรอประกัน โดยศาลได้อธิบายฟ้องแก่ทิวากร และถามว่ามีทนายความหรือยัง ก่อนอ่านคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยให้ใช้หลักทรัพย์ประกันเดิมที่วางไว้ในชั้นสอบสวนเป็นเงินสด 1.5 แสนบาท และไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ เพิ่มเติม
.
คดีนี้เริ่มขึ้นเมื่อเช้าตรู่วันที่ 4 มีนาคม 2564 ทิวากรถูกตำรวจราว 20 นาย เข้าจับกุมตัวจากบ้านพัก ไปยัง สภ.ท่าพระ ตามหมายจับของศาลจังหวัดขอนแก่นที่ 42/2564 ลงวันที่ 3 มีนาคม 2564 ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112, มาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) พร้อมทั้งยึดโทรศัพท์ ไอแพด โน้ตบุ๊ก และเสื้อยืด 3 ตัว ไปเป็นของกลาง ก่อนทิวากรได้รับประกันตัวจากศาล หลังตำรวจนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขัง โดยศาลให้ใช้หลักทรัพย์ 1.5 แสนบาท วางเป็นหลักประกัน
อ่านเนื้อหาบนเว็บไซต์: https://tlhr2014.com/archives/30152

ไม่เคยคิดว่า "การด่าคน" จะมีประเด็นน่าคิดมากมาย ถ้าเลือดไม่ขึ้นหน้าเสียก่อน



ชาติพันธุ์นิพนธ์
Yesterday at 6:39 AM ·

มานุษยวิทยาภาษาของจดหมายด่า
ผมเพิ่งได้รับจดหมายด่าฉบับหนึ่ง ไม่ลงชื่อคนส่ง ไม่ลงวันที่ ปิดผนึกซองจดหมาย จ่าหน้าซองส่งถึงที่อยู่ที่ทำงาน ติดแสตมป์แต่กลับไม่มีตราประทับของไปรษณีย์
ผมเคยได้จดหมายลักษณะนี้มาก่อนแล้ว ชินแล้ว ไม่ได้อะไรมาก
แต่เพิ่งมารู้สึกว่ามีอะไรน่าสนใจศึกษามากมาย คิดว่าจะนำไปใช้ประกอบการสอนวิชามานุษยวิทยาภาษา ซึ่งจะสามารถลากยาวเป็นเรื่องราวได้อย่างน้อยๆ 2 ครั้ง 6 ชั่วโมงเลยทีเดียว
ว่าด้วยคำด่าน่ะแน่ๆ แต่การด่าน่าสนใจหลายประการดังนี้
1. คำด่า มีการใช้สัตว์สำหรับการด่าแบบไทยหลายอย่าง เรื่องนี้ยาว แบ่งเป็นกลุ่มคำเรียกสัตว์ กับคำทางเพศ ต้องแยกวิเคราะห์กัน และยังมีคำด่าที่ไม่รู้ที่มา อย่างคำว่า ชิบหาย คำนี้ทำให้น่าค้นต่อว่า มายังไงกัน ประวัติมันมีไหม สงสัยว่ามีที่มาจากคำต่างประเทศ แบบคำว่าระยำรึเปล่า (ระยำ มีในจดหมายเช่นกัน) แทรกมาคือคำด่าเชิงพฤติกรรม อย่าง ไอ้เลว หรือเชิงคุณลักษณะ เช่น หมาไม่แดก
2. คำหยาบ เรื่องนี้สนุก เพราะคำหยาบคือคำใช้พูดกับคนสนิท แต่กลับเป็นคำรุนแรงเมื่อใช้กับคนห่างเหินไม่รู้จักกัน ความสนิทสนมคือ taboo เมื่อถูกใช้กับคนห่างเหิน
3. คำสาปแช่ง อย่าง ตายโหง น่าสนใจวิธีการแช่งแบบไทยๆ
4. คำข่มขู่ มีการใช้อุปลักษณ์ความรุนแรงที่ใช้ข่มขู่ เป็นความรุนแรงทางกายภาพ เป็นอุปลักษณ์การลงทัณฑ์แบบหน้าแรกของหนังสือ The History of Prison ของฟูโกต์ คือการลงทัณฑ์ยุคกลาง
5. คำโบราณ ที่ไม่น่าเชื่อวายังใช้ด่ากันอยู่ อย่างตะแลงแกง
6. จังหวะด่า มีการพรรณนา ด่าๆๆ แล้วตบท้ายด้วยคำหนักๆ มีการแบ่งย่อหน้าการด่าเป็นประเด็นๆ มีการเกริ่น การลงท้าย แบบเรียงความ นับเป็นสุนทรียะของการด่าที่น่าสนใจ
7. อุปลักษณ์การเมือง มีการใช้อุปลักษณ์การเมืองแบบฝ่ายขวา เช่นนัยเรื่องหนักแผ่นดิน เนรคุณชาติ นี่แบ่งวัยคนได้ บ้านเกิด แผ่นดิน ทั้งหมดนี้บอกบริบทสังคมการเมืองของการด่า เป็นบันทึกประวัติศาสตร์การเมืองที่ดี บอกว่าอะไรสำคัญในยุคสมัย และการแตะต้องอะไรที่กระทบใจคนบางกลุ่ม บอกการแบ่งกลุ่มการเมือง อุดมการณ์การเมือง
8. วัตถุสภาวะของการด่า คือลายมือ ก็น่าสนใจ บอกยุคสมัย บอกวัยพอจะได้ เพราะคนแต่ละยุคลายมือต่างกัน บอกเพศได้ไหม ไม่แน่ใจ นอกจากนั้น การใช้กระดาษ ปากกา การเขียน แล้วส่งเป็นจดหมาย ก็ให้บริบทของการใช้สื่อแอนะล็อกในยุคดิจิทัล มีความเรทโทร เป็นเสน่ห์อีกอย่าง
เราเรียนรู้จากสิ่งรอบตัวได้เสมอจริงๆ
แต่ในส่วนของผมเอง ก็ยังยืนยันที่จะใช้เสรีภาพการแสดงออกตามสิทธิทางกฎหมาย และจะทำอย่างเข้มข้นและรัดกุมยิ่งขึ้น

ประสิทธิภาพและคุณภาพของวัคซีนสำคัญไฉน... บทเรียนจากประเทศเซเชลล์ ประเทศที่ประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนในอัตราสูงสุดในโลก แต่ทำไม เคสของ COVID-19 ถึงได้พุ่งขึ้น


Doungchampa Spencer-Isenberg
21h ·

1. ประเทศเซเชลล์ (Republic of Seychelles) เป็นหมู่เกาะ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศมัลดิฟส์ (Maldives) อยู่ในมหาสมุทรอินเดีย เริ่มมีข่าวออกมาพอสมควรในเวลาสองเดือนที่ผ่านมาว่า เป็นประเทศทีประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนในอัตราสูงสุดในโลก (Most vaccinated nation on earth)
.
.
2. กระทรวงสาธารณสุขของ Seychelles กล่าวว่า ประชากร 1 ใน 3 ที่ได้รับผลการตรวจ COVID-19 เป็นบวกนั้น ต่างได้รับการฉีดวัคซีนครบสองเข็มเรียบร้อยอย่างสมบูรณ์แล้ว (ฉีดเข็มสอง บวกกับ อย่างน้อยสองสัปดาห์ต่อมา) ซึ่งก่อให้เกิดความวิตกกังวลกันว่า ทำไม เคสของ COVID-19 ถึงได้พุ่งขึ้นมามากขนาดนี้
.
.
3. สัดส่วนของประชากรที่ได้รับวัคซีน มีอัตราสูงกว่าของประเทศอิสราเอล และสหราชอาณาจักรเสียอีก (Seychelles อยู่ใกล้เคียง 70 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอิสราเอล อยู่ประมาณ 62 เปอร์เซ็นต์ และ 57 เปอร์เซ็นต์กับสหราชอาณาจักร)
.
.
4. ประชาชนส่วนใหญ่ ได้รับวัคซีนสองยี่ห้อคือ ของ Sinopharm (ซึ่งได้รับการอนุมัติจากองค์การอนามัยโลก) และ จากยี่ห้อ AstraZeneca (ใช้ชื่อว่า Covishield ที่ผลิดจากประเทศอินเดีย)
.
.
5. Seychelles มีประชากรอยู่ประมาณ 97,000 คน (115 เกาะ) และมีเคสโควิด 8,200 เคส และมีผู้เสียชีวิต 28 คนในช่วงการระบาดใหญ่
.
.
--------------------------------------
.
.
6. เมื่อตอนกลางเดือนพฤษภาคม ทางกระทรวงสาธารณสุขของ Seychelles รายงานว่า เคสโควิดมีจำนวนพุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จากเคสใหม่ๆ ราวๆ 120 เคสตอนปลายเดือนเมษายน มากลายเป็น 300 กว่าเคสต่อวันในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม
.
.
7. จากจำนวนคนไข้ในเคสที่ตรวจเป็นผลบวกทั้งหมด มีอยู่เพียง 6.3 เปอร์เซ็นต์ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนเลย หรือ ได้รับวัคซีน Sinopharm หรือ Covishield มาก่อนหน้าเพียงเข็มเดียว แต่ว่า 37 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่นั้น ได้รับวัคซีนมาสองเข็มอย่างเรียบร้อยแล้ว
.
.
8. อย่างที่เห็นๆ กันคือ ผู้ป่วยที่ต้องอยู่ในโรงพยาบาลนั้น 80 เปอร์เซ็นต์ไม่เคยได้รับวัคซีน และมีโรคแทรกซ้อนอื่นๆ อยู่แล้ว (comorbidities) รวมทั้งที่อยู่ใน ICU ด้วย แต่ผู้ป่วยที่ได้รับวัคซีนสองเข็มมาก่อนหน้านั้น ไม่มีใครเสียชีวิตแม้แต่สักคนเดียว
.
.
9. ตามสถิติการฉีดวัคซีนใน Seychelles ประชาชนได้รับวัคซีนของ Sinopharm 57 เปอร์เซ็นต์ และของ AstraZeneca (Covishield) 43 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่า วัคซีนตัวใดที่ฉีดให้ประชาชนจนครบโดสแล้ว ก่อให้เกิดการติดเชื้อและมีผลตรวจเป็นบวกอีกครั้งหนึ่ง
.
.
--------------------------------------
.
.
10. สถานการณ์ใน Seychelles สร้างความกังวลให้กับผู้เชี่ยวชาญกัน เพราะประชากรมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ได้รับวัคซีนเป็นที่เรียบร้อย จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขเอง มีการบันทึกว่า จำนวนประชาชนถึง 80+ เปอร์เซ็นต์ได้รับการฉีดวัคซีนกันแล้ว
.
.
11. ทางองค์การอนามัยโลกยังงุนงงอยู่กับข้อมูลเหล่านี้ แต่จากข่าวที่ลงไว้ อาการของผู้ป่วยที่แสดงออกมา ยังถือว่า เบาบางอยู่ เคสบางเคสเกิดขึ้นหลังจากฉีดเข็มแรก หรือเพียงระยะเวลาไม่นานหลังจากเข็มที่สอง หรือ อยู่ในช่วงระหว่างเข็มที่หนึ่งกับเข็มที่สองเลย และทางองค์การอนามัยโลกกำลังประเมินสถานการณ์อยู๋
.
.
12. องค์การอนามัยโลก ออกแถลงการณ์เตือนหลายครั้งแล้วว่า วัคซีนอย่างเดียวไม่ได้ช่วยหยุดการระบาด แต่เป็นเพียงการป้องกันชนิดหนึ่งในการสู้กับไวรัส การรักษาความสะอาด การเว้นระยะห่างทางสังคม เป็นตัวประกอบในการช่วยให้การระบาดลดลงไปด้วย
.
.
--------------------------------------
.
.
13. สิ่งที่เราเห็นคือ ความแตกต่างระหว่าง Seychelles กับ Israel (ซึ่งเป็นประเทศลำดับที่สองของจำนวนประชาชนได้รับวัคซีนครบโดส) นั่นคือ Israel ใช้วัคซีนของ Pfizer-BioTech (mRNA)
.
ข้อมูลจากการทดสอบทางคลินิกช่วงสุดท้าย แสดงให้เห็นว่า วัคซีน mRNA สามารถหยุดยั้งการระบาดของ COVID, สู้กับการกลายพันธุ์ และ ยับยั้งไม่ให้ไวรัสแพร่หลายออกไปในชุมชนอย่างกว้างขวางได้ ส่วนวัคซีนของ Sinopharm และ AstraZeneca ยังคงพึ่งอยู่กับวิธีการผลิตแบบวิธีเดิมๆ กันอยู่ และข้อมูลแสดงให้เห็นว่ามีประสิทธิภาพต่ำกว่าในการทดสอบจริง (ของ Sinopharm ใช้แบบ "เชื่้อตาย" ส่วนของ AstraZeneca ใช้ในรูปแบบของ Viral Vector)
.
.
14. ทางการสาธารณสุขของ Seychelles ไม่ได้ให้ข้อมูลว่า วัคซีนยี่ห้อใด ก่อให้เกิดการ breakthrough ออกมาได้ (คือวัคซีนเอาไม่อยู่ ยังทำให้คนติดเชื้อทั้งๆ ที่ฉีดกันครบโดสแล้ว)
.
.
15. วัคซีนกลายพันธุ์สายแอฟริกาใต้ (B.1.351) ได้พบใน Seychelles เมื่อเดือนกุมภาพันธ์
.
.
16. นักวิทยาศาสตร์เคยสร้างรูปแบบจำลองไว้ว่า ภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd immunity) จะเกิดขึ้นเมื่อประชากร 55-82 เปอร์เซ็นต์ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว (ไม่ว่าจะฟื้นจากไข้ หรือ ได้รับจากการฉีดวัคซีน)
.
พื้นฐานนี้คือ ไวรัสไม่สามารถที่จะหา “มนุษย์ตัวเป็นๆ” (Host) ได้อย่างเพียงพอ เพื่อกระจายพันธุ์ให้เป็นพาหะได้อีกต่อไป แต่หลังจากผ่านช่วงการระบาดมาเกือบหนึ่งปีครึ่งแล้ว ตัววัดผลเหล่านี้ก็เปลี่ยนแปลงไป ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตนเองในกิจวัตรประจำวันแทน
.
.
17. สรุปก็คือ ประสิทธิภาพและคุณภาพของวัคซีน เป็นหัวใจสำคัญว่า สามารถยับยั้งการกลายพันธุ์ได้หรือไม่
.
.
--------------------------------------
.
.
ความคิดเห็นของผู้แปล:
.
.
ดิฉัน Bookmark บทความนี้ไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ไม่มีเวลาเขียน ขอเขียนตอนนี้ก็แล้วกัน:
.
.
1. สถานการณ์ใน Seychelles เกิดขึ้นได้ เพราะ ยังไม่ถึง ช่วงที่จะถึงภาวะภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd Immunity threshold) จำนวนประชากรได้รับวัคซีน 60 กว่าเปอร์เซ็นต์ยังไม่เพียงพอเท่าไรนัก
.
.
2. สถานการณ์อาจจะไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้ เนื่องจากประสิทธิภาพของวัคซีนไม่เพียงพอ (Inadequate efficacy) จากวัคซีนที่ใช้อยู่ทั้งสองยี่ห้อ
.
.
3. การกลายพันธุ์ในสายอังกฤษหรือสายอินเดียที่มีอยู่ในเวลานี้ สามารถหลบหลีกการป้องกันจากวัคซีนได้ และสายพันธุ์ B1617 (สายอินเดีย) ยังคงแพร่กระจายอยู่อย่างต่อเนื่อง และดูเหมือนว่าจะมีการติดเชื้อจากสายพันธุ์นี้มากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ใน Seychelles
.
.
4. อีกประการหนึ่งคือ อาจจะมีความล้มเหลวเกิดขึ้นจากการขนส่งและการเก็บวัคซีนในห้องเย็น ซึ่งสามารถทำให้วัคซีนเสื่อมประสิทธิภาพได้
.
.
--------------------------------------
.
.
5. การกลายพันธุ์สามารถหลีกเลี่ยงการป้องกันไวรัสกับวัคซีนได้ เพราะมีรายงานว่า สายพันธุ์ของแอฟริกาใต้ (B.1.351) มีความสามารถที่ดีที่สุดในการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันภายในร่างกายมนุษย์ ตามรายงานข่าวคือ ประสิทธิภาพของวัคซีน AstraZeneca เองกับสายพันธุ์นี้ มีอยู่น้อยกว่า 10 เปอร์เซ็นต์เสียด้วยซ้ำไปในการหยุดยั้งสายพันธุ์ตัวนี้
.
.
6. ส่วนประสิทธิภาพของ Sinopharm กับสายพันธุ์แอฟริกาใต้ ยังไม่ทราบกันดี แต่การทดสอบในแลป แสดงให้เห็นถึงการคุ้มกันที่ลดลงจากการตรวจเลือด แต่คิดว่า น่าจะมีการคุ้มกันเหลืออยู่บ้าง อันนี้ต้องรอดูข้อมูลใหม่ๆ ที่เข้ามาในเวลาหลัง
.
.
7. ส่วนสายพันธุ์อังกฤษ หรือ B.117 ถือว่า มีการติดเชื้อกันง่ายกว่าสายพันธุ์อู่ฮั่น ซึ่งเป็นสายพันธุ์ดั้งเดิม และเป็นสายพันธุ์ที่แพร่กระจายมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา
.
แต่จากการจำหน่ายวัคซีนให้กับประชาชน ทางสหรัฐฯ สามารถหยุดยั้งการแพร่กระจายได้ด้วยการใช้วัคซีน mRNA ของ Pfizer และ Moderna กัน และในประเทศอิสราเอลเอง ก็แสดงให้เห็นประสิทธิภาพของวัคซีนอยู่ที่ 92 เปอร์เซ็นต์ และสามารถทำให้จำนวนเคสลดลงได้ในเวลาต่อมา
.
.
--------------------------------------
.
.
8. ในประเทศสหราชอาณาจักร การใช้วัคซีนของ Pfizer และ AstraZeneca ทำให้จำนวนเคสลดลงมาอย่างเห็นได้ชัด เพราะจำนวนประชากรมากกว่าครึ่งหนึ่ง (50 เปอร์เซ็นต์) ได้รับวัคซีนหนึ่งเข็ม และมากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว
.
.
9. แต่ยังไม่แน่ใจว่า การกลายพันธุ์ใน Seychelles นั้น เป็นสายพันธุ์อินเดียหรือไม่ จะต้องทำการจัดลำดับพันธุกรรมกัน (Genome sequencing) ถึงจะทราบแน่นอนในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ข่าวที่อ่านมาเห็นว่า ในประเทการ์ต้าร์ (Qatar) กล่าวว่า วัคซีนของ Pfizer แสดงให้เห็นประสิทธิภาพอยู่ที่ 75 เปอร์เซ็นต์กับไวรัสสายพันธุ์แอฟริกาใต้
.
.
10. เราต้องใช้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อเข้าถึงสภาพของภูมิคุ้มกันหมู่ได้ ตามรายงานกล่าวว่า วัคซีนของ Sinopharm แสดงประสิทธิภาพอยู่ที่ 79 เปอร์เซ็นต์ และ 62-70 เปอร์เซ็นต์จาก AstraZeneca
.
.
11. จากการคำนวณแล้ว จะเห็นได้ว่า การใช้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพ 90 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป สามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้ เมื่อประชาชนจำนวน 66 เปอร์เซ็นต์ได้รับการฉีดวัคซีนครบทั้งสองเข็ม
.
หากใช้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพต่ำ ก็หมายความว่า จะต้องมีประชาชนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เข้ามาทำการฉีด เพื่อให้เข้าถึงสภาพภูมิคุ้มกันหมู่ (วัคซีนที่มีประสิทธิภาพ 60 เปอร์เซ็นต์ จะต้องฉีดให้กับประชาชน 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นไปไม่ได้) แล้วลองคิดดูกับ วัคซีนที่มีประสิทธิภาพ 50 เปอร์เซ็นต์เศษๆ ก็แล้วกัน เพราะฉะนั้น ไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นได้เลย
.
.
--------------------------------------
.
.
ขอเขียนให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันว่า ประสิทธิภาพของวัคซีน มีความสำคัญมากในการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ขนาดไหน ยิ่งเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ได้เร็วมากขึ้นเมื่อไร เราจะเปิดประเทศได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น นั่นหมายความว่า เศรษฐกิจจะได้เริ่มเดินหน้ากันเสียที
.
.
เพราะฉะนั้น การสั่งซื้อวัคซีนที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดมาให้กับประชาชน ถือว่าเป็นตัวเร่งในการเปิดประเทศ ไม่อย่างนั้น สถานการณ์จะอยู่ในระดับ “คงที่” ซึ่งไม่ได้ช่วยอะไรมากนักในทางด้านเศรษฐกิจ
.
.
ขอจบบทความเพียงเท่านี้ เชิญแชร์ได้ตามสบาย Have a great and wonderful weekend ค่ะ
.
.
Doungchampa Spencer-Isenberg
.
.
อ้างอิง:
.
https://www.cnbc.com/.../seychelles-most-vaccinated...
.
https://www.bloomberg.com/.../why-covid-cases-in...
.....
Doungchampa Spencer-Isenberg

ส่วนตัวคิดว่า วัคซีนที่ทำจาก "เชื้อตาย" มีประสิทธิภาพที่ดีกับสายพันธุ์ดั้ิงเดิม คือ สายพันธุ์อู่ฮั่น หรือ สายพันธุ์อิตาลี ที่กลายพันธุ์เมื่อปีที่แล้ว เพราะมันยังคงมีเชื้อไวรัสเก่าๆ ที่ตายไปแล้วอยู่
แต่สถานการณ์ในปัจจุบัน เรากำลังเผชิญกับ การกลายพันธุ์ของไวรัสไปเรื่อยๆ เราจะเห็นสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว เป็นต้นว่า สายพันธุ์อังกฤษ, สายพันธุ์แอฟริกาใต้, สายพันธุ์บราซิล, สายพันธุ์อินเดีย หรือ แม้แต่สายพันธุ์ไทย
เพราะฉะนั้น วัคซีนที่ใช้จาก "เชื้อตาย" อาจจะไม่มีประสิทธิภาพพอในการ "ปรับตัว" เพื่อสู้กับการกลายพันธุ์ของไวรัสไปเรื่อยๆ (อาจจะสู้ได้บ้าง แต่ยังไม่แบบ 90 เปอร์เซ็นต์) คือ การกลายพันธุ์อาจจะมีเชื้อดั้งเดิมผสมอยู่ แต่มันเปลี่ยนรูปโฉมไปพอสมควร แถมยังรู้จักการหลบหลีก หรือ หลีกเลี่ยง แอนตี้บอดี้ในร่างกายเราด้วย (ตัวอย่างคือ สายพันธุ์อินเดีย)
สรุปแล้วก็คือ คงต้องใช้วัคซีนแบบ Viral Vector เป็นอย่างต่ำ คือ AstraZeneca หรือเป็นแบบ Protein Subunit (อย่างของ Novavax) หรือเปลี่ยนเป็นแบบ mRNA ไปเลย ซึ่งคิดว่า น่าจะ adapt กับสถานการณ์ได้ดีกว่า
ที่ชัวร์ๆ คือ คิดว่า บริษัทสร้าง mRNA อาจจะสร้าง Booster shot หรือวัคซีนเสริมตัวที่สามขึ้นมา เพื่อกวาดพวกที่กลายพันธุ์ตัวใหญ่ๆ นี้ให้หมด การใช้เทคนิค mRNA จะเร็ว และปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้คล่องกว่า การผลิดจากวัคซีน "เชื้อตาย"
ภายในสิ้นปีนี้ หากยังไม่มีการฉีดวัคซีนอย่างปูพรม เราคงเห็นการกระจายพันธุ์และสายพันธุ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นอีกมากแน่ๆ (เหมือนกับไข้หวัด ซึ่งมีสายพันธุ์อยู่นับเป็นพันๆ สายเลย)
ส่วนตัวคิดว่า เราคงจะต้องฉีดวัคซีนกันทุกๆ ปี และเจ้าโควิดนี้ คงจะกลายเป็น Endemic หรือโรคไวรัสประจำท้องถิ่นหรือประจำฤดูกาลไปในที่สุด

https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=4121962637846719&id=804632636246419

วันเสาร์, พฤษภาคม 29, 2564

'ฟ้องดะ' คนที่ปูดความผิดพลาดของตน หมิ่นประยุทธ์ 'นะจ๊ะ-กระแดะ' และคดีศาลฎีการับสินบน


รัฐบาลนี้ตั้งแต่หัวกระดกถึงหางกระดิก ชอบพูดผิดๆ ชนิดรู้เท่าไม่ถึงการณ์บ้าง รู้น้อยอวดรู้มากบ้าง รวมทั้งไม่รู้อะไรเลยพูดมั่วซั่วไปก่อน ไว้แก้ทีหลัง ชนิดหน้ามือเป็นหลังตรีนย่อมได้เสมอ แต่เมื่อไรโดนตำหนิถากถางละก็ เมื่อก่อนเรียกปรับทัศนคติ เดี๋ยวนี้ฟ้องดะ

อย่างเมื่อเดือนเมษา จอห์น วิญญู โพสต์วิจารณ์การแก้ปัญหาโควิดว่า “กระแดะ อยากยึดอำนาจมาแล้วบริหารประเทศไม่ได้” วานนี้โดนผู้ช่วย รมว.สำนักนายกฯ แจ้งความดำเนินคดี “ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และดูหมิ่นเจ้าพนักงาน”

อ้างว่าทำให้นายกฯ เสียหาย เช่นกันกับเมื่อปลายปี ๖๓ เขาโพสต์วิจารณ์ประยุทธ์โดยใช้คำล้อ เลียนแบบประยุทธ์ว่า “นะจ๊ะ” เพราะเห็นว่าคำสร้อยเช่นนั้นไม่เหมาะสมสำหรับผู้นำเอามาพูดเล่นหัว ในสภาพการณ์ที่ปัญหารุมเร้าประเทศ จากควิด เศรษฐกิจ และการเมืองไม่นิ่ง

อีกกรณีจากที่เป็นข่าวว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐ จัดตั้งคณะลูกขุนหลวงขึ้นในรัฐเท็กซัส เพื่อทำการสอบสวนการคอรัปชั่นที่เกิดในไทย จากการที่บริษัทรถยนต์โตโยต้าติดสินบนผู้พิพากษาศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์ของไทย สำนักงานศาลยุติธรรมฟ้องมั่ง

โดยได้รับมอบอำนาจจาก ดิเรก อิงคนินันท์ ไสลเกษ วัฒนพันธุ์ และชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม สามผู้พิพากษาซึ่งถูกเอ่ยชื่อในคดีที่คณะลูกขุนหลวงสหรัฐกำลังพิจารณา ทั้งนี้จะมีการแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปรามความผิดทางเท็คโนโลยี่ ในวันที่ ๓๑ นี้

อ้างว่าข่าวดังกล่าวเป็น “ข้อมูลเท็จในโซเชียลมีเดีย สร้างความเสียหายต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาและศาลยุติธรรม” ต้องเอาผิดกับคนที่แพร่ข่าว เรื่องนี้คงทำให้คดีรับสินบนบริษัทโตโยต้าระบือออกไปทั่วโลกอีกว่า ศาลไทยพยายามปกปิดความจริงด้วยการ ฟ้องเองตัดสินเอง

และกับสถานการณ์โควิด ซึ่งยิ่งทรุดหนักลงไปทุกวัน ตามรายงานเมื่อ ๘ โมงเช้าวันนี้ “พุ่งไม่หยุด ติดเชื้อเพิ่มอีก ๔,๘๐๓ ราย ตาย ๓๔” จนศูนย์ข้อมูลและควบควบคุมโควิดฯ เปลี่ยนกลยุทธ์ในการรายงานความคืบหน้าใหม่ แจ้ง “ยอดผู้หายป่วย” นำ

พอนักข่าวถามหาความรับผิดชอบแม้แต่น้อยนิดจากประยุทธ์ จันทร์ (อะ) ไร (เนี่ย) ว่าจะขอโทษประชาชนสักหน่อยไหม ที่จัดการแก้ไขการระบาดของไวรัสได้ห่วยสุดๆ ไอทู้บ ตอบทันควันว่า ไม่ ครั้นถามประเด็นที่อังกฤษเรียกไวรัสกลายพบใหม่ว่า พันธุ์ไทย

นายกฯ ที่เข้าสู่อำนาจด้วยการใช้กำลังบังคับยื้อแย่งเขามาแล้วสวมต่อสืบทอด ถ่มถุยออกมาว่า “มันก็มีทุกสายพันธุ์ ถ้ามันจะเกิด อย่าไปกังวลให้มากนักเลย” นี่ละสติปัญญาการแก้ปัญหาชาติ “เพราะคิดแบบนี้ไง ถึงได้ติดเชื้อเพิ่ม ๒-๔ พัน ตาย ๓๐-๔๐ ทุกวัน” (@joe_black317)

แล้วยิ่งอัตราการติดเชื้อในเรือนจำเห็นแล้วสยิว ตั้งแต่วันที่ ๑๙ มา อยู่ในเกณฑ์กว่า ๕๐๐ ถึงพันกว่าทุกวัน วันที่ ๒๗ ติดใหม่ ๑,๒๒๘ ราย วันที่ ๒๘ อีก ๑,๑๑๗ ราย รวมทั้งสิ้นติดเพิ่มในคุก ๒๒,๑๐๑ ราย ตายไปแล้ว ๘ คน

วัคซีนที่มีไว้ใช้ก็ไม่พอ ซ้ำเป็นชนิดคุณภาพต่ำ อนามัยโลกยังไม่รับรอง อาการข้างเคียง ตายไปแล้ว ๑๗ คนผลตรวจสอบ (ยกเว้นไทยที่ใช้มโนเอา) ให้ประสิทธิภาพแค่ ๔๙ ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์กว่าๆ เท่านั้น เหตุเพราะจะรอวัคซีนผลิตเองในไทย (ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ร.๙)

ครั้นใช้ทางลัด จะเอาวัคซีน (จากจีน) อีกยี่ห้อที่อนามัยโลกรับรองแล้วเข้ามาช่วย มีโองการขนานใหญ่ให้อำนาจนำเข้าเป็นพิเศษแก่องค์การในเครือญาติประมุข ไพร่ฟ้าหน้าใส (แบบ ปีย์ มาลากุล งี้) แซร่ซร้องกันขรม เสียท่าเลขาฯ พระราชวิทยาลัย ดั๊นพูดพล่อย


ทั่นพูดในคลับเฮ้าส์ประมาณว่า ของฟรีไม่มีในโลก วัคซีน ซิโนฟาร์มที่วิทยาลัยจุฬาภรณ์จะนำเข้า ๒๐ ล้านโด๊สเซสเนี่ยสนนราคา ๑ พันบาทต่อโด๊สนะ แบบนี้ทัวร์ก็ลงสิ นิธิ มหานนท์ คนอะไรต้องรีบ แก้ตัวบอกปากไวไปนิดทำให้เข้าใจผิด

ที่จริงต้องการจะบอกว่า “องค์กรภาคเอกชนที่ต้องการนำไปฉีดให้กับบุคลากรภายใน” เป็นผู้จ่ายราคาต้นทุน ห้ามขายต่อ ห้ามบวกราคา ค่าบริการตกลงกันเอง แต่ “ประชาชนที่องค์กรนั้นๆ จะดูแล จะได้รับบริการฉีดวัคซีนฟรี” เป็นเครือข่ายพระราชฯ ดีอย่างนี้

จะมั่วอย่างไรมั่วไปได้เสมอ พูดผิดแล้วแค่มาแถลงแก้ก็สิ้นเรื่อง

(https://www.facebook.com/nithi.mahanonda/posts/10159285863353895, https://www.isranews.org/.../99035-investigative00-94... และ https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_6422845)