
Beer Tiaiamdee
June 3
·
ไทยนี้รักสงบ แต่ถ้าอยากรบ พังยับ: เมื่อความเปราะบางทางการเมืองและเศรษฐกิจคือชนวนหายนะของชาติ
สงครามชายแดนไม่ใช่เกม แต่คือกับดักหายนะที่ทำให้ทั้งประเทศพังยับ
ในขณะที่เศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในภาวะอ่อนแรง การเมืองก็ไร้เสถียรภาพ ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐเริ่มแตกร้าว กลับมีบางกระแสในสังคมพยายาม ปลุกปั่นให้เกิดความรู้สึก “ต้องรบ” กับกัมพูชา โดยเฉพาะในประเด็นชายแดนที่อ่อนไหวในหลายพื้นที่
คำถามคือ…เราพร้อมแล้วจริงหรือ? หรือนี่คือ การโยนไฟลงกองฟาง แล้วหวังว่าไฟจะเผาเฉพาะ “ฝ่ายตรงข้าม” โดยไม่เผาบ้านทั้งหลัง?
⸻
ปัญหาชายแดน: จากประเด็นภูมิศาสตร์ กลายเป็นเครื่องมือการเมือง
ประเทศไทยกับกัมพูชามีข้อพิพาทชายแดนที่สะสมมายาวนาน ทั้งในเขตพื้นที่ปราสาทพระวิหาร พื้นที่แนวสันปันน้ำ ไปจนถึงดินแดนบางส่วนที่ไม่มีเส้นแบ่งเขตแน่ชัด
แต่ในขณะที่กระบวนการแก้ปัญหาควรเดินหน้าอย่างมีวุฒิภาวะและสันติ บางกลุ่มในสังคมกลับ ใช้ประเด็นนี้เพื่อสร้างกระแสชาตินิยมสุดโต่ง เรียกร้องให้รัฐบาล “แสดงความแข็งแกร่ง” ด้วยการส่งทหารเข้าประชิดชายแดน หรือแม้แต่เสนอให้ “ประกาศสงคราม” หากจำเป็น
กระแสเหล่านี้ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของเหตุผล หากแต่ใช้ อารมณ์ ความกลัว และความเกลียดชัง เป็นเชื้อไฟ และนั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุด
⸻
“ขบวนการปั่นสงคราม”: สร้างข่าวปลอมเพื่อแตกแยก
สิ่งที่น่ากังวลกว่าการเสนอความเห็นที่รุนแรง ก็คือการเห็น “ข่าวปลอม” และ “คลิปบิดเบือน” ถูกปล่อยในโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง เช่น:
• คลิปทหารกัมพูชาเคลื่อนกำลัง (ที่จริงเป็นคลิปเก่าหรือซ้อมรบ)
• ข่าวปลอมว่า “อีกฝ่ายบุกรุกเขตแดน” (ทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานหรือการยืนยัน)
• คำพูดปลุกใจให้ “ยอมตายเพื่อชาติ” (โดยคนที่อยู่ในที่ปลอดภัย)
ทั้งหมดนี้ไม่ได้ช่วยให้ประเทศไทยเข้มแข็งขึ้น แต่นำไปสู่ ความแตกแยกในสังคม และสร้าง แรงกดดันให้รัฐต้องแสดงท่าทีรุนแรง ทั้งที่ไม่ใช่ทางเลือกที่มีอนาคต
⸻
ถ้าเกิด “สงครามจริง”: เสียหายระดับชาติ ไม่มีผู้ชนะ
อย่าคิดว่า “รบแล้วชนะ” จะทำให้ทุกอย่างจบ
เพราะในโลกยุคนี้ สงครามไม่ได้จบแค่ในสนามรบ แต่มันพังทั้งระบบ
• ชีวิตคนไทยจำนวนมากต้องสูญเสีย — ทั้งทหารและพลเรือน
• การลงทุนหายหมด นักลงทุนหนี เศรษฐกิจหยุดชะงัก
• การค้าชายแดนและส่งออก-นำเข้าถูกตัดขาด
• ค่าเงินบาทร่วงหนัก ราคาสินค้าพุ่ง
• ภาพลักษณ์ประเทศไทยถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง
• ความสัมพันธ์กับอาเซียนและประชาคมโลกพังพินาศ
• ประชาชนแตกแยกเป็นสองฝ่าย ความปรองดองไม่มีเหลือ
สงครามจึงไม่ใช่ทางออก แต่เป็นกับดักที่ลากทั้งประเทศให้ร่วงลงเหวพร้อมกัน
⸻
รัฐประหาร-รัฐล้มเหลว: บทต่อไปที่ตามมาเสมอ
ทุกครั้งที่เกิดความขัดแย้งใหญ่ในสังคมไทย ไม่ว่าจะจากภายในหรือภายนอก ระบบการเมืองมักเดินไปสู่ “ทางลัด” ที่ชื่อว่า รัฐประหาร
แต่ในโลกยุค 2025 การรัฐประหารไม่ได้รีเซ็ตอะไรอีกแล้ว มันแค่ พาประเทศถอยหลังแบบไม่มีอนาคต
• ต่างชาติคว่ำบาตร
• สิทธิพลเมืองถูกระงับ
• เศรษฐกิจทรุดหนัก
• การท่องเที่ยวดับสนิท
• ความเชื่อมั่นจากประชาคมโลกลดเหลือศูนย์
เมื่อเกิดทั้งสงคราม+รัฐประหารพร้อมกัน สิ่งที่เหลือคือ “รัฐล้มเหลว” ซึ่งหมายถึงรัฐบาลไม่สามารถจัดการประเทศได้อีกต่อไป และผู้คนต้องหาทางเอาตัวรอดเอง
⸻
บทสรุป: สันติไม่ใช่ความอ่อนแอ และรักชาติไม่ใช่การรบ
ในภาวะที่ประเทศเปราะบางที่สุด การเรียกร้องให้ “รบ” ไม่ใช่ทางแก้ แต่คือเชื้อเพลิงที่พร้อมเผาทุกอย่างให้ราบคาบ
ความรักชาติที่แท้จริง คือการใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์
คือการรักษาชีวิตผู้คนมากกว่าพื้นที่ไม่กี่ไร่
คือการวางหมากระยะยาว มากกว่าชนะระยะสั้นแล้วแพ้ทั้งกระดาน
สงครามไม่ใช่จุดเริ่มต้นของอธิปไตย แต่มันคือจุดจบของสันติภาพ และความหวังของประชาชน
อย่าให้ไฟเล็กๆ ที่ใครบางคนจุด… กลายเป็นไฟใหญ่ที่เผาเราทั้งประเทศ
https://www.facebook.com/photo?fbid=10212928760650268&set=a.1216633912492