วันอังคาร, มิถุนายน 01, 2564

สุดเศร้า “ถ้าเขาไม่รักก็กลับบ้านเราเถอะครับ” ส.ส.ภูมิใจไทย “น้ำตาเช็ดหัวเข่า”


อภิปรายงบประมาณ ๖๕ มันหยดที่สุดก็ตอน นาโย้ตอบพวก ส.ส.ฝ่ายค้าน และพรรคลิ่วล้อที่น้อยใจ โดนตัดงบฯ “แบบนี้...ไม่รักเราอีกแล้ว...กลับบ้านเราเถอะครับ” พวก วีโว่ เหลือร้าย ทำภาพแค้ปชั่นคำบุ้ยของประยุทธ์ ที่ว่า “เรื่องโง้มานคงไม่มีปัญหา

ในการจัดกาบอษัทวัคซีน จัดกานุมัดในส่วนโง้มานในส่วนกาโหม สิ่งที่ต้องดำเนินงานต่อสาสุนั้น ยังมีโง้มานกองทุนการแพทย์ โง้มานสาสุขลดเพียงแค่ ร้อยนุงจุดเจะ” จากที่ ส.ส.วิโรจน์ พรรคก้าวไกล จาระไนไว้ “งบสาธารณสุข...ถูกปรับลดลง” ๑๐.%

แล้วเรื่องการบริหารจัดการปัญหาโควิดระบาดระลอกล่าสุด (หมายความว่าอาจมีระลอกสี่-ห้าด้วยก็ได้) พอจนปัญญาจะตอบ ก็ใช้สูตรกร่าง ข่ม พูดส่อเสียด ‘sarcastic’ ไว้ก่อน “ผมอยากทราบว่ามีวิธีการอะไรที่จะบริหารสถานการณ์ได้ดีกว่าที่เราทำในวันนี้”

ถ้าเป็นใน คลับเฮ้าส์ นะนี่ คนยกมือตอบพรึ่บว่าเยอะเลย เสร็จแล้วก็สยบเสียงอึงคนึงแจงความน่าละอาย ด้วยการปิดหูกับตา เปิดแต่ปากพะงาบ “ไม่มีการทุจริตในรัฐบาลผม ผมย้ำนะครับ...อ่าน พรบ.งบฯ ทุกที่คั่นหน้า เตรียมอ่านคำตอบ”

Deep Blue Sea @WassanaNanuam ช่วยผายให้ว่า “ฟังทุกข้อมูลไม่ใช่ฟังแต่ข้อมูลดีด้านเดียว เหน็บ ไม่รู้มีใครเคยทำมาหรือเปล่า” ไม่รู้เหมือนกันใครทำอย่างนั้นมั่ง แต่ว่าอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องพิเศษอะไร มันเป็นพื้นฐานของการฝึกฝนเซลสมองให้ทำงาน เขาเรียกการ ค้นคว้า


ไปดูความอัดอั้นของพรรคลิ่วล้อกันก่อน ข่าวว่า ชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ถึงขั้น “เดือด” บอกว่างบประมาณตั้งไว้ในปีนี้ “ถือว่าไม่ให้เกียรติประชาชน เพราะได้ตัดงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขลงแทบทุกกรม แทบทุกส่วน”

เขาลงรายละเอียดว่า “การกู้เงิน ๑ ล้านล้าน มีงบสาธารณสุขอยู่ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ปัจจุบันเบิกจ่ายไปแค่ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เบี้ยเลี้ยงเสี่ยงภัยโควิดตั้งแต่รอบแรกตอนนี้ยังไม่มีการเบิกจ่าย จะให้ทหารพวกนี้ไปสู้ข้าศึกได้อย่างไร เมื่ออาวุธก็ไม่มี ข้าวก็ไม่มีกิน”

ฟังชาดาสาธยายนึกว่าอยู่พรรคเพื่อไทย “งบประมาณต้องดูแลกระทรวงสาธารณสุขก่อน ไม่ว่าจะเป็น เครื่องเอกซเรย์ ห้องลบความดันต่ำ หรืออุปกรณ์ต่างๆมากมาย แต่ท่านไม่ให้เลย ท่านใจดำเกินไปหรือเปล่า ...ท่านจึงได้ตัดงบประมาณแบบนี้”

ตอนท้ายเขาออกลูกน้อยใจนิดๆ ฐานที่เป็นพรรคคู่กรรมกันมาแต่ต้น “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่รักนายอนุทิน ชาญวีรกูล อีกแล้ว” โถ สัมพันธ์ส่วนตัวพังทะลาย “ผมก็อยากจะบอกว่า หัวหน้าครับ ถ้าเขาไม่รักก็กลับบ้านเราเถอะครับ”

จะถึงขนาดน้ำตาเช็ดหัวเข่าหรือเปล่าไม่อยากรับรู้ แต่ว่าสิ่งที่ฝ่ายค้านเขาว่า มันยิ่งกว่าประจานความงี่เง่าเอาแต่ได้ สถานการณ์บ้านเมืองในวันนี้ อยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ประชาชนอยู่ท่ามกลางความเป็นความตาย ไม่รู้ว่าจะได้วัคซีนหรือฟอร์มาลีนก่อนกัน”

วิโรจน์ ลักขณาอดิสร สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ใส่ทั้งอารมณ์ขึ้งและข้อมูลที่ถูกซ่อนเร้น “การจัดทำงบประมาณในปี ๒๕๖๕ ไม่ต้องให้สอนรัฐบาลก็พึงต้องรู้อยู่แล้วว่าต้องจัดทำโดยสังวรณ์ และต้องคำนึงถึงหัวอกของประชาชน...

แล้วยังจงใจอำพราง หลอกลวงประชาชนอีกด้วย...อย่างกรณีงบฯ กองทัพบกปี ๖๕ ภาพรวมปรับลดงบประมาณลง ๖,๖๐๓ ล้านบาท ดูเหมือนจะดี แต่ในรายละเอียด” ชั่วร้าย ยกตัวอย่าง “โครงการเสริมสร้างจัดหายุทโธปกรณ์ ปี ๖๔


“มีงบอยู่ที่ ๓,๑๓๒ ล้านบาท พอมาปี ๖๕ กลับงอกเพิ่มขึ้นมา ๑,๘๐๕ ล้านบาท เป็น ๔,๙๓๗ ล้านบาท กองทัพเรือ ภาพรวมในปี ๖๕ ปรับลดลง ๑,๑๓๐ ล้านบาท แต่พอเจาะเข้าไปดูโครงการเสริมสร้างจัดหายุทโธปกรณ์ ก็มีพฤติกรรมเดียวกัน

ปี ๖๔ มีงบอยู่ที่ ๕๓๓ ล้านบาท พอมาปี ๖๕ ถูกปรับเพิ่มขึ้น ๘๗๓ ล้านบาท งอกมาเป็น ๑,๔๐๖ ล้านบาท” ตบตาประชาชนกันอย่างตาบอดตาใสเลยละ สรุปแล้วงบฯ ปีหน้าลดแต่พวกสาสุข การศึกษา และสิ่งแวดล้อม เพิ่มแต่ทัพบกทัพเรือ รวม ๒,๖๗๘ ล้าน

ส.ส.ก้าวไกล พูดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้รัฐบาลประยุทธ์ลาออกไปเสียเถอะ เพื่อจิตสำนึกที่งดงาม แม้กระทั่งดักทางว่า “อย่ามาอ้างว่าสถานการณ์ที่ถูกรุมเร้าด้วยปัญหา ไม่ควรจะเปลี่ยน ม้ากลางศึก (เขา) แนะนำให้ลองก้มลงไปดูก่อน

ถ้ารู้แน่ๆ ว่าที่ขี่อยู่ไม่ใช่ ม้า ถ้าเปลี่ยนเป็นม้าได้ เมื่อไหร่ก็คุ้ม เสียแต่ว่าคนขี่และม้ามันจะไม่คุ้มหละ

(https://www.facebook.com/WassanaJournalist/posts/4148111081913985, https://www.facebook.com/VoiceOnlineTH/posts/10161820384894848 และ https://www.facebook.com/beatrix.ransibrahmanakul/posts/10219715028002422) 

โป๊ะแตก ราคาค่าโง่ #สยามไบโอไซเอนซ์ ที่ได้รับเงินสนับสนุน 600 ล้านบาทจากรบ.ไทย เราเป็นแค่โรงงาน OEM รับจ้างผลิตให้เขาเท่านั้นเอง ไม่มีสิทธิตัดสินใจเกี่ยวกับลำดับการส่งมอบสินค้าแต่อย่างใด - Oh No!!



Pipob Udomittipong
14h ·

#สยามไบโอไซเอนซ์ ที่ได้รับเงินสนับสนุน 600 ล้านบาทจากรบ.ไทย ทำสัญญาแบบ contract manufacturing agreement #CMO กับ #AstraZeneca แบบเดียวกับ SK Bioscience ของ #เกาหลีใต้
สรุปว่าเราเป็นแค่โรงงาน OEM รับจ้างผลิตให้เขาเท่านั้นเอง ไม่มีสิทธิตัดสินใจเกี่ยวกับลำดับการส่งมอบสินค้าแต่อย่างใด แล้วทำไมต้องเอาเงินภาษีไปอุดหนุน ป่วยการที่จะให้เปิดเผยสัญญา
https://www.blognone.com/node/121367
.....

ของไทยมาจากเกาหลี, โรงงานรับจ้างผลิต AstraZeneca ในเกาหลีใต้เตือน ผลิตในประเทศก็ไม่ใช่ว่าจะได้ก่อน

25 February 2021
ที่มา Blognone.com

SK Bioscience ผู้รับจ้างผลิต (contract manufacturing organization - CMO) ของ AstraZeneca ออกมาเตือนว่าตนเองเป็นเพียงผู้รับจ้างผลิตเท่านั้น แม้วัคซีนอยู่ในโกดังแล้วก็ไม่สามารถตัดสินใจเองได้ว่าจะส่งมอบให้ประเทศใด โดยการกำหนดโควต้าและลำดับการส่งมอบก่อนหลังเป็นสิทธิ์ของ AstraZeneca

ทางกรมควบคุมโรคของเกาหลีใต้ก็ยอมรับเงื่อนไขนี้ แต่ย้ำว่าการที่มีโรงงานของ SK Bioscience อยู่ในประเทศจะทำได้การกระจายวัคซีนทำได้ง่ายขึ้น โดยเกาหลีใต้จองซื้อวัคซีนของ AstraZeneca ไว้ทั้งหมด 10 ล้านโดส และได้รับ 1.5 ล้านโดสเป็นล็อตแรก พร้อมๆ กับไทยและเวียดนามที่ได้รับ 117,000 โดส

SK Bioscience สร้างโรงงานผลิตวัคซีนมาตั้งแต่ปี 2012 ล่าสุดมีกำลังผลิตปีละ 500 ล้านโดส ก่อนหน้านี้บริษัทผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่และวัคซีนอีสุกอีใสมาก่อนแล้ว เฉพาะวัคซีน COVID-19 นั้นบริษัทรับจ้างทั้ง AstraZeneca และ Novavax ผลิต ขณะที่วัคซีนของบริษัทเองกำลังวิจัย NBP2001 และ GBP501 โดย GBP501 น่าจะเริ่มทดสอบเฟส 3 ได้ในไตรมาส 3 ปีนี้

ล่าสุด SK Bioscience เตรียมนำหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ โดยเสนอขายหุ้นมูลค่าอย่างต่ำ 1 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 27,000 ล้านบาท

ที่มา - Korea Biomed, 2



Pipob Udomittipong
ใครสังเกตเหมือนผมเปล่า #สยามไบโอไซเอนซ์ ทำตัวลึกลับมาก ใบแถลงข่าวช่วงหลัง ๆ มีแต่ภาษาอังกฤษ จะหาดูย้อนหลังในเว็บไซต์ก็ไม่มี ไม่มีการทำ PR อย่างจริงจังให้มันคุ้มค่ากับเงิน 600 ล้านบาท ไม่พยายามสร้างความมั่นใจให้คนไทยเลยว่าเราจะได้วัคซีนตามกำหนด ลองเทียบกับเว็บไซต์ของฝาแฝด SK Bioscience เกาหลีใต้สิ ข้อมูลครบมาก เพราะเขาจดทะเบียนในตลาดหุ้นด้วย ไม่ลึกลับเหมือนของเรา https://www.skbioscience.co.kr

Pipob Udomittipong
ใครเคยเห็นบรรยากาศในโรงงานของ #สยามไบโอไซเอนซ์ บ้าง? เคยมีนักข่าวไทยไปทำข่าวในโรงงานมั้ย? อันนี้บรรยากาศภายในโรงงานผลิตวัคซีน AstraZeneca ของ SK Bioscience ในเกาหลีใต้ https://youtu.be/qsMwBCoAyG0

Pipob Udomittipong
SK Bioscience #เกาหลีใต้ ลงนามในสัญญากับ #AstraZeneca ปลายเดือนก.ค. เริ่มผลิตวัคซีนส่งไทยปลายก.พ.
#สยามไบโอไซเอนซ์ #ไทย ลงนามในสัญญากับ #AstraZeneca กลางเดือนต.ค. จะเริ่มผลิตวัคซีนส่งไทยได้เมื่อไร



Pipob Udomittipong
#สยามไบโอไซเอนซ์ ทำสัญญากับ #AstraZeneca แบบ contract manufacturing agreement รับจ้างเขาผลิต ว่างั้นเถอะ
https://www.nationthailand.com/in-focus/30401773

Nattawut Chaingam
ตอนนี้เกาหลีได้แอสตร้าไปกี่โดสแล้วมีข้อมูลมั๊ยครับ จะได้ประเมินถูกว่า sbs ต้องส่งออกเยอะป่าว

Pipob Udomittipong
Nattawut Chaingam ไม่ทราบว่าผลิตได้เท่าไรนะครับ แต่เกาหลีใต้คงขาดวัคซีนเหมือนกัน แสดงว่า SK Bioscience น่าจะผลิตไม่ทัน หรือส่งออกเยอะ ตามข่าวนี้ต้องรอนำเข้าวัคซีนผ่าน COVAX และอื่น ๆ ด้วย วันก่อนเห็นว่า สหรัฐฯ อนุญาตให้ขายจอห์นสันให้ 1 ล้านโดส (ให้เฉพาะทหาร) https://www.reuters.com/.../skorea-eyes-mid-may-arrival.../

Nattawut Chaingam
Pipob Udomittipong ขนาดเค้าทำเสร็จก่อนเรา แถมแบ่งมาให้เราตั้งแสนกว่า โรงงานก็ใหญ่กว่า จินตนาการได้เลยว่าแป้กแน่ๆ sbs มิน่าวิ่งหา sinopharm กันใหญ่

Satienpong Huyanan
อย่างน้อย โรง SK Bioscience เขาก้อออกมาพูดเตือนชัดเจนนะครับ เรื่องอย่าคาดหวังการส่งวัคซีนจากล็อตแรกๆ ที่ผลิตได้

Satienpong Huyanan
ยังไง รัฐก้อต้องเปิดสัญญาที่จัดซื้อครับ มี TOR มีอะไรไหม

Sittichoke Aupara
แต่เราได้ "ถ่ายทอดเทคโนโลยี" มานะครับ
ซึ่งแปลว่า ต่อไปสยามไบโอสามารถทำของอย่างอื่นที่ใช้เทคโนโลยีแบบนี้ขายได้ แต่ไม่ได้แปลว่าจะปั้มแอสตร้าออกมาให้คนไทยใช้ได้
ยกเว้นว่าจะปั้ม "แอสตร้าไทย" ออกมาออกมาใช้กันเองในประเทศ แต่แบบนั้นบริษัทแม่เค้าไม่ยอมหรอก

Sitt Peerapong
ถ้าเป็นแบบนี้จริงๆ และโป๊ะแตกได้ถูกเวลา นี่แทบจะฟางเส้นสุดท้ายของระบอบเลยนะ
.
SK Bioscience cautions against chance for early supply of AZ vaccines http://www.koreabiomed.com/news/articleView.html?idxno=10421

Rosenun Chesof
แผนจัดการวัคซีนของมาเลเซีย ในเดือนมิย. - กค. จะมี AZ 610,000 โดสเข้ามา ตอนนี้กำลังรอการรับรองจาก NPRA (อย มาเลเซีย) เป็นลอตที่ผลิตจากโรงงานในไทย



"Branding by Boy" วิเคราะห์ปรากฏการณ์นายกฟ้องประชาชน



Branding by Boy
May 29 at 11:25 PM ·

“วิเคราะห์ปรากฏการณ์นายกฟ้องประชาชน”
เมื่อการวิพากษ์วิจารณ์ = หมิ่นประมาท
ภาพภาวะผู้นำ กับ การขู่ให้เงียบเพื่อปกครองง่าย
written by Branding by Boy
“หมิ่นประมาทโดยโฆษณา” คือข้อหาที่คุณจอห์น วิญญูถูกฟ้องล่าสุด จากนายอภิวัฒน์ ขันทอง ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและดําเนินคดีแก่ผู้เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค (คตส.) ตามคําสั่งของนายกรัฐมนตรี
สำหรับตัวเอง ยอมรับว่าเป็นเรื่องน่าสนใจมาก ที่ #นายกฟ้องหมิ่นประมาทประชาชน เพราะมันเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้เรามองเห็น และเข้าใจนักปกครอง ผู้บริหารบ้านเมืองมากยิ่งขึ้น
1) วันนี้ การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของสื่อ และประชาชน สำหรับบอย บอยมองว่าเป็นระบบ check and balance มันเหมือน 'การถ่วงดุลอำนาจ'
ถ้าคุณทำดีก็มีประชาชนลุกขึ้นมาชื่นชม ถ้าคุณทำแย่ ประชาชนและสื่อมวลชนก็มีสิทธิ์ พูดวิพากษ์วิจารณ์ และตรวจสอบการทำงานของคุณได้อยู่เสมอ มันควรเป็นไปโดยเสรี
2) ส่วนตัวมองว่า #การหมิ่นประมาท มีไว้เพื่อปกป้องเกียรติของตัวเอง เมื่อเกิดความเสียหาย และมีสิ่งที่ไม่เป็นความจริงมากระทบภาพลักษณ์ และชื่อเสียงของตนเอง แต่ในบทบาทผู้นำประเทศ การที่ตั้งหน่วยงานขึ้นมาตรวจสอบ เพื่อฟ้องประชาชน และสื่อมวลชน มันกลับกลายเป็น #ความไม่สง่างามทางภาพลักษณ์ เพราะคุณกำลังลงมาจัดการกับประชาชนจิ๊บจ้อย ซึ่งคุณอยู่จุดนั้นเป็นบุคคลสาธารณะ (Public Figure) การถูกพูดถึง ย่อมเป็นเรื่องปกติมาก และต้องมีเสียงที่ไม่พึงปรารถนาเข้ามากระทบกระทั่งเสมอ
3) ถ้าวันนี้ใครพูดถึงนายกไม่ดี แล้วถูกฟ้อง มันไม่ใช่กระบวนการจัดการที่เหมาะสม เพราะ #นายกตามเก็บcaseด่านายกทั้งประเทศไม่ไหว ผมเชื่อแบบนั้น ดังนั้นมันเหมือนการฟ้องเคสคนมีชื่อเสียงอย่างคุณจอห์น วิญญู เพื่อ #เชือดไก่ให้ลิงดู เห็นตัวอย่างแล้วนะ #ขู่ให้กลัว คนอื่นจะได้ไม่กล้าแบบคนดังพวกนี้ ที่กำลังเป็นข่าว
4) ในความจริง มันคือการลิดรอนสิทธิเสรีภาพการแสดงออกทางความคิดเห็นทางการเมืองของประชาชนอยู่ เมื่อชนชั้นผู้นำผู้บริหาร #แตะต้องไม่ได้ อ่อนไหวและเปราะบาง คำถามคือ นี่คือ #การปิดปาก ประชาชนให้บริหารง่ายขึ้นเหรอ? เรากำลังถูกปกครองประเทศด้วยระบอบอะไร? ถ้ามีคนถูกปิดปากด้วยคดีโน้นคดีนี้ อิสระทางความคิดของคนอยู่ไหน?
5) เรามองว่าสุดท้าย ระบบของบรรทัดฐานทางสังคมจะทำงานเอง (Social Norm) ความหมายคือ ถ้าคำวิจารณ์ใดเป็น #การวิจารณ์ที่ถ่อยและห่วย คนก็จะเข้าไปรุมตำหนิ และไม่ให้การยอมรับไปเอง ไม่จำเป็นต้องถึงมือนายกลงจากบัลลังก์มาฟ้องประชาชนเลย ดังนั้น ในความเป็นจริง นี่คือระบบสังคมที่การวิจารณ์ เป็นเสรีภาพ และมีกระบวนการของมันเอง ที่คนจะตอบโต้คำวิจารณ์ มีคนเถียงแทนคุณอยู่แล้วคุณนายก
ถ้าคุณเป็นคนทำงานดี มันจะมีคนมาพิสูจน์ตัวตนคุณ และช่วย support คุณเอง โดยไม่ต้องไปฟ้องให้เสียเวลา ถ้ามีวิจารณ์ทุเรศ คนจะออกมาตอบโต้กลับ มันคือ 'กระบวนการจัดการทางสังคมขั้นพื้นฐานมากๆ' แต่ถ้าเสียงวิพากษ์วิจารณ์เฮไปทางเดียวกัน อันนี้นายกต่างหากที่ต้องกลับมาทบทวนตัวเองว่า ฉันมีปัญหาเรื่อง Brand Image ไม่ใช่การพยายามจัดการกับประชาชน แต่ไปปรับปรุงตัวเองให้ทำงานดีกว่านี้ เสียงที่ดีก็จะสะท้อนกลับมาเอง
คล้ายๆนักแสดงเล่นแข็งเป็นหินแล้วคนด่า คนวิจารณ์ ถ้าเขาปรับปรุงการแสดง วันหนึ่งคนก็กลับมาชื่นชมพัฒนาการของเขา ถ้าเขายังเล่นแข็งเป็นหิน เขาก็ตกงาน คนก็ด่า เขาก็ไม่เจริญในหน้าที่การงานเอง แล้วคุณเป็นนายก คุณคิดอะไรได้บ้าง?!? อย่ารอตัวเองต้องตกงานเพราะประชาชนไม่เอาเรา เราต้องรีบพัฒนาตนเองด่วนๆ
6) การที่นายกมีหน่วยงานชื่อว่า
"คณะกรรมการตรวจสอบและดําเนินคดีแก่ผู้เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค (คตส.)"
มันฟ้องว่านายกเปราะบางต่อคำวิจารณ์ และไม่มั่นใจเชิงภาพลักษณ์ จึงต้องวาง strategy ในการจัดการกับคนวิจารณ์ เพื่อให้ภาพทุกภาพออกมาตรงใจ เป็นกระดาษสีขาวบริสุทธิ์ ที่จะเขียนอะไรลงไปแบบงดงามก็ได้ แต่ในความเป็นจริง บุคคลสาธารณะถูกพูดถึงทุกวัน มันไม่มีทางกวาดหมดสิ้น ดังนั้นหน่วยงานล้างมลทินนี้ ไม่มีวันล้างมลทินจากคำวิจารณ์หมดอยู่แล้ว วิธีการคิดที่จัดตั้งหน่วยงานนี้มันเปลืองภาษีในการทำงานให้บ้านเมืองหรือไม่? เพราะควบคุมอย่างไร #เสียงคนไม่มีวันไปทางเดียวกันทั้งหมดอยู่แล้ว
7) ถ้า #ผู้นำประเทศฟ้องประชาชน ราวกับการ #ขู่ให้เงียบ ถูกทำขึ้นในทุกประเทศ สมัยที่ Donald Trump บริหาร USA คงฟ้องทุกวัน เพราะมีทั้ง Meme ตลกๆ การแซวจิกกัด หรือการเอาคลิปมาตัดต่อมากมาย มันฟ้องว่าบ้านเขามีเสรีภาพในการแสดงความเห็นจริงๆ และผู้นำประเทศเขาไม่มา #คิดใจปลาซิว หยุมหยิมกับประชาชนเลย แต่นายกตู่ กลับคิดมากในการที่เสียงของประชาชนแตกซะอย่างนั้น
8 ) #ประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยการด่า การจะหยุดการวิจารณ์ ก็เท่ากับไม่ให้ขับเคลื่อนประเทศ เพราะทุกวันนี้ ที่เห็นอะไรๆขยับได้ ส่วนหนึ่ง เพราะรัฐต้านแรงค้านที่เป็นเสียงทางลบไม่ไหว พลังโซเชี่ยลมันทำงาน ให้คุณพยายามทำหน้าที่ให้ดีขึ้น #จงเชื่อพลังแห่งการด่า อย่าเกลียดมันเลย ถ้าไม่มีมัน ไม่มีคนคัดค้านสิ่งต่างๆ ประเทศที่มีเสียงเดียวคือเสียงผู้นำ แต่สั่งให้ประชาชนเงียบ มันน่ากลัวนะ มันไม่ส่งเสริมสังคมแห่งความคิดและการจุดประกายทางปัญญา เพราะการห้ามวิจารณ์ตำหนิคือการห้ามคนคิดต่าง
9) #เงินเดือนนายกคือภาษีที่เราจ่ายไป เราจ้างคุณ ไม่ใช่ทำงานฟรี แล้วจะยืนอย่างสง่างามได้อย่างไร ในเมื่อปิดปากผู้คน ทั้งๆที่ไม่ได้บริหารได้ตรงใจเขา แต่กินเงินเดือนจากภาษีของพวกเขาทุกวัน เขาจ่ายเงินให้คุณเป็นภาษีเพื่อหวังให้คุณทำงานอย่างดี ตอบแทนภาษีของพวกเขา ดังนั้น เรามีสิทธิ์วิจารณ์การทำงานของคุณนะ เว้นแต่ว่าคุณทำงานให้คนอื่นอยู่ ที่ไม่ใช่ประชาชน ถ้าคุณทำงานให้เรา เราเป็นเจ้านายคุณ เพราะรัฐบาลต้องรับใช้ประชาชน ในฐานะผู้นำเงินภาษีของประชาชนไปบริหาร และได้รับเงินเดือนทุกเดือนจากภาษีของเราทุกบาททุกสตางค์ เรามีสิทธิ์วิจารณ์และตรวจสอบการทำงานของพวกคุณอย่างเต็มที่ โดยไม่ควรมีใครถูกฟ้องมิใช่เหรอ?
"คุณฟ้องคนที่จ่ายเงินเดือนมาให้คุณทำงานได้เหรอ?"
เราไม่จำเป็นต้องชื่นชมนายกเท่านั้น ตำหนิก็ควรจะทำได้ เราพูดความจริงกันได้ ในสังคมที่ต้องยอมรับความจริง และไม่มีใครสมบูรณ์แบบ
"กลยุทธ์การสร้างความกลัวเพื่อปิดปากเราให้เงียบ และไม่กล้าโพสต์วิจารณ์ ใช่วิสัยทัศน์ผู้นำประเทศ ที่มีภาวะผู้นำจริงๆหรือ?"
ไม่รู้ว่าวันนี้ freedom of speech ในประเทศไทยมีอยู่จริงหรือไม่?
ไม่แปลกใจเลย ที่สื่อมวลชนบางส่วนเอ็นดูนายกรัฐมนตรี และเชื่องมากในเวลาที่ควรหันหน้ามา #พูดความจริง แต่หลายๆเรื่องกริบมาก #กริบอย่างไร้เกียรติ ก็อย่ามาเป็นสื่อเลย
อยากให้ทบทวนปรากฏการณ์นี้ร่วมกันนะ
"ฉันจ่ายภาษีให้เธอทำงานให้
สุดท้ายเธอเอาเงินภาษีนั้นกลับมาฟ้องฉัน?!?"
WOW!!!!!!!!!
IG : BrandingbyBoy
#BrandingbyBoy
.....
ชวนมองอีกมุม



Branding by Boy
Yesterday at 4:22 AM ·

มีคนมาถามบอยว่า "นายกฟ้องประชาชนหมิ่นประมาท ก็เป็นเรื่องปกติ เพราะประชาชนทำผิดไม่ใช่เหรอ?"

บอยเลยทำ content ชุดนี้ออกมา เพื่อชวนคุณคิดกลับกันว่า

"คุณบอกว่านายกปกป้องตัวเอง จากการเสียชื่อเสียง ด้วยการฟ้องหมิ่นประมาทประชาชน ที่ทำงานให้ประชาชน ด้วยภาษีประชาชน"

แล้วคุณเคยคิดไหมครับ...

ว่าที่ผ่านมา ประชาชน หรือสื่อมวลชน คุณเคยปกป้องตัวเองจากนายกรัฐมนตรีคนนี้บ้างไหม?

ขนาดเขาฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์ใส่หน้าพวกคุณ ซึ่งเป็นอันตรายต่อเยื่อบุดวงตา ของที่ไม่ควรนำไปฉีดพ่นบริเวณใกล้ใบหน้า เพราะหากเข้าตา จมูก หรือช่องปาก มีโอกาสระคายเคือง

นักข่าวกลับเอ็นดู มองว่าเป็นการหยอกกันเล่นๆ แล้วปล่อยผ่าน ไม่เคยมีใครแจ้งความ หรือเอาผิดการกระทำอันไม่เหมาะสมเหล่านี้ ทั้งๆที่มี "เจตนาทำร้ายให้ได้รับความเดือดร้อน และอันตรายต่อร่างกาย"

แต่กลับเงียบกริบ

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เผยแพร่บทความผ่านเว็บไซต์ของสมาคม ซึ่งเป็นบทความ “นักข่าวตามนายกฯเป็นทีมประจำจะรู้อารมณ์นายกฯดี ไม่ค่อยตื่นเต้นตกใจเท่าไหร่ เวลานายกฯฟาดงวงฟาดงาหรือมีอารมณ์ขึ้น” ที่เขียนโดย ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล ติดตามภารกิจนายกรัฐมนตรี ระบุว่า

- นิสัยนักข่าวคือจี้ถาม แต่ลักษณะของนายกฯคือ #ขี้เล่น
- นายกฯก็เห็นว่านักข่าวถามเยอะไปแล้วถามอยู่ได้ ถามคำถามเดิมๆก็ตอบไปแล้ว เลยเดินลงจากโพเดียม นำสเปรย์แอลกอฮอล์ที่ติดตัวไว้ตลอดฉีดพ่นใส่สื่อ
- นายกฯต้องการ #หยอกล้อเหมือนกับว่าถามมากนัก สื่อก็รู้ว่าแสดงความ #เป็นกันเอง และไม่มีใครได้รับผลกระทบจากการฉีดสเปรย์ในครั้งนั้น

========

แต่ในทางกลับกัน นายกปกป้องตัวเองได้ ฟ้องกลับประชาชนได้ และเอาผิดกับสิ่งที่เป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำงาน ที่ควรเป็นไปโดยปกติตามระบอบประชาธิปไตย แต่ #วิจารณ์แล้วโดนฟ้อง

หรือจริงๆเคสที่สื่อเคยโดนกระทำจากนายก พวกคุณควร #ปกป้องตนเองแต่กลับไม่รักษาความถูกต้อง จากสิ่งที่นายกปฏิบัติต่อพวกคุณ

นี่แค่เคสฉีดสเปรย์นะ?!?

อาจเพราะมันไม่มีโทษฐานทางกฎหมายว่า "ทำประเทศชาติฉิบหายแล้วฟ้องเรียกค่าเสียหายได้" ไม่งั้นนายกคงโดนฟ้องไปนานมากแล้ว ไม่อยู่นานถึง 7 ปี ทุกวันนี้ ก็เลยไม่มีใครฟ้องนายกได้แม้แต่คนเดียว

========

คุณคิดเอาละกันครับ ว่าทุกวันนี้ "ประชาชน และสื่อมวลชนไทยกำลังถูกกลืนกินด้วยการปกครองระบอบใดกันอยู่"

เรากำลังยอมจำนนกับสิ่งที่ไม่เหมาะสม แล้วปล่อยให้สิ่งนั้นกลืนกินเราอยู่หรือไม่? และมันถูกต้องจริงๆเหรอที่เป็นแบบนี้?

เราไม่ใช่แฟนคลับคุณจอห์น วิญญูนะ เรามาเขียนให้ได้คิด และทบทวนไปด้วยกันนะ

IG : BrandingbyBoy
#BrandingbyBoy

ผ่านไป 60 ปี เผด็จการยังคงยั่งยืนยง อนิจจา !! อ่าน 60 ปี วาทะ "เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ" ของ ครูครอง จันดาวงศ์


ประชาไท Prachatai.com
18h ·

60 ปี วาทะ "เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ"
ครูครอง จันดาวงศ์, 31 พ.ค. 2504
"วีรบุรุษสว่างแดนดิน" ผู้เป็นกำลังสำคัญของขบวนการเสรีไทยสายภูพาน นักสู้เพื่อความเท่าเทียมและเสมอภาค กล่าวก่อนโดนประหารด้วยลูกปืนที่ อำเภอสว่างแดนดิน ตามมาตรา 17 ซึ่งให้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดกับจอมพลสฤษดิ์ โดยอ้างว่าเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประเทศชาติ
ครูครอง ชนะเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎร จ.สกลนคร ในนามพรรคแนวร่วมเศรษฐกร แต่อยู่ได้เพียง 10 เดือน จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็ก่อรัฐประหารตัวเองขึ้นครองอำนาจ ยกเลิกระบอบรัฐสภาและการเลือกตั้ง ใช้รัฐธรรมนูญปกครองประเทศเพียง 20 มาตรา จากนั้นก็ลงมือกวาดล้างนักหนังสือพิมพ์และนักการเมืองฝ่ายค้าน
สำหรับคำนี้ยังถูกนำมาใช้เคลื่อนไหวทางการเมืองโดยเฉพาะการต่อต้านรัฐบาลเผด็จการทหาร ซึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมาศาลเพิ่งสั่งจำคุกหนุ่มระยอง 4 เดือน แต่รอลงอาญา 2 ปี คดี 116 โปรยใบปลิวคำนี้ต้านรัฐประหารตั้งแต่ปี 58
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม :
60 ปี วาทะ 'เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ' ครูครอง กับคำสุดท้ายที่ยังมีชีวิต https://prachatai.com/journal/2021/05/93279
.....
Kittuk Sunkavichain
60 ปี ก็ยังมีคนคิดว่าการรัฐประหารนั้นคือสิ่งที่ดี ไม่แปลกใจเลยที่ทหารออกมาแล้วประชาชนบางส่วนแห่ให้ดอกไม้ ขอถ่ายรูป ให้กำลังใจ เสมือนวีรบุรุษ #ทั้งที่ทำให้ประเทศมันถอยหลัง

Kpromn Kpromn
60ปี ผ่านมา ปชช.ส่วนมากพึ่งตาสว่างปีที่แล้วว่าอะไรคือต้นตอของเผด็จการ ต้องขอบคุณ"กวิ้น"และคณะแกนนำราษฏร

Ignacio Rattasart
ผ้านไป 60 ปี เผด็จการยังคงยั่งยืนยง เศร้า

Bird Eye View
ตัวละครหายไป แต่ระบบก็ยังคงอยู่

GOOOOOOOOOOD !!




BTimes
15h ·

May 31, 2021 น้ำเอยน้ำใจ! สมาคม รพ.เอกชน เผยตัวแทนโมเดอร์นาเตรียมเข้าพบรมช.สหรัฐ ขอแบ่งวัคซีนขายให้ไทย ถ้าสำเร็จ ไทยจะได้วัคซีนเร็วขึ้น
.
นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เปิดเผยถึงความคืบหน้าการนำเข้าวัคซีนโมเดอร์นาว่า สัปดาห์นี้ทางบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนของโมเดอร์นาในไทยจะขอเข้าพบ รมช.ต่างประเทศของสหรัฐฯ เพื่อเจรจาขอแบ่งวัคซีนโมเดอร์นาในสหรัฐฯที่มีปริมาณในสต็อกเหลืออยู่ค่อนข้างมาก มาจำหน่ายให้กับประเทศไทยถ้าเจรจาสำเร็จก็จะมีความชัดเจนการนำเข้าวัคซีนมากขึ้น
.
สำหรับราคาวัคซีน ในสัปดาห์นี้คาดว่าทางองค์การเภสัชกรรม (อภ.) จะมีการสรุปราคารวมค่าโลจิสติกส์ ซึ่งจะเป็นราคาต้นทุนที่อภ.จะสั่งซื้อจากทางตัวแทนจำหน่ายวัคซีนโมเดอร์นา และราคาที่จะขายให้กับทางโรงพยาบาลเอกชน โดยจะมีการประชุมเรื่องราคาขายวัคซีนโควิด-19 ของโมเดอร์นาภายในสัปดาห์นี้
.
อย่างไรก็ตาม ในอัตราการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของโมเดอร์นา ยังยืนยันว่าจะเป็นอัตราการให้บริการในอัตราเดียวกันทั้งหมดทุกรพ. โดยมองว่าการให้บริการวัคซีนถือเป็นการช่วยเหลือภาครัฐในการกระจายวัคซีนให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งจะต้องมีการคิดราคาขายในราคาเดียวกันไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลระดับใดก็ตาม รวมถึงค่าประกันภัยโควิด-19 ก็จะคิดในอัตราเดียวกันเช่นเดียวกัน
.
ทั้งนี้ การเปิดรับจองฉีดวัคซีนโมเดอร์นา จะสามารถเริ่มทำการเปิดรับจองได้หลังจากที่ความชัดเจนทุกอย่างออกมาเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันยังไม่สามารถทำการเปิดรับจองและทำการตลาด โฆษณาเกี่ยวกับการให้บริการวัคซีนโควิด-19 ของโมเดอร์นาได้

วัคซีนไม่มาไม่ต้องอยู่ต่อ : "เพราะในเวลานี้มันช้าไง มันช้า... เวลานี้ของเมืองนนท์ฉีดได้ไม่เท่าไหร่ ประชากร1.2 ล้าน ฉีดยังไม่ถึง 10,000 คน..." (ถ้ายังเป็นแบบนี้ชาติหน้าก็ฉีดไม่หมด)

https://www.bbc.com/thai/thailand-57305291

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หลายสิบแห่งทั่วประเทศประกาศใช้งบประมาณตัวเองซื้อวัคซีนทางเลือกผ่านทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ซึ่งเป็นผู้นำเข้าวัคซีนซิโนฟาร์ม 1 ล้านโดสในเดือน มิ.ย. แต่ล่าสุดรัฐบาลออกมาระบุว่าการจัดซื้อนี้อาจจะไม่สามารถทำได้ เนื่องจากติดปัญหาในระเบียบว่าด้วยเงินงบประมาณแผ่นดิน

ปรากฏการณ์ยอมควักเงินงบประมาณของ อปท. เกิดขึ้นในองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 62 แห่ง ตามรายงานการรวบรวมของหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ และยังมีท้องถิ่นระดับเทศบาลเมืองบางแห่งที่แสดงความสนใจจัดซื้อวัคซีนเอง

"ต้องถามความรู้สึกชาวบ้านว่าตอนนี้เป็นยังไง เขาก็อึดอัด...งบผ่านสภาไปแล้ว 300 ล้าน ต้องรอปลดล็อก จะซื้อก็ซื้อไม่ได้ ถ้าซื้อได้ชาวบ้านก็ได้ประโยชน์" นายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี ซึ่งอยู่ในพื้นที่ระบาดสีแดง มีผู้ติดเชื้อสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศกล่าวกับบีบีซีไทย

อ่านต่อที่
https://www.bbc.com/thai/thailand-57305291
.....
#VoiceTV
Overview-ประยุทธ์อวยตัวเองจัดงบดีเยี่ยม โดนเลขาเพื่อไทยไล่ออกไป วัคซีนไม่มาไม่ต้องอยู่ต่อ

May 31, 2021

Voice TV

ผู้จงรักฯ กัดได้แม้แต่เด็ก ประชาไทรวบรวมรายงาน 7 ‘เยาวชน’ ถูกดำเนินคดี ม.112 จากการแสดงออกทางการเมือง ระหว่าง ต.ค. 63-พ.ค. 64



รวมกรณี 7 ‘เยาวชน’ ถูกดำเนินคดี ม.112 จากการแสดงออกทางการเมือง ระหว่าง ต.ค. 63-พ.ค. 64

เขียนโดย : ณัฐพล เมฆโสภณ
ภาพปก / กราฟิก : กิตติยา อรอินทร์

2021-05-30
ประชาไท

ประชาไทรวมกรณีการดำเนินคดี ม.112 กับเยาวชนตั้งแต่ ต.ค. 63 จนถึง 28 พ.ค. 64 ว่ามีเยาวชนคนไหนที่ต้องตกเป็นผู้ถูกดำเนินคดีจากกฎหมายมาตรานี้ และเพราะอะไร



เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา เยาวชนหญิง (ไม่เปิดเผยชื่อ-นามสกุล) อายุ 14 ปี ได้รับหมายเรียก มาตรา 112 ให้มารายงานตัววันที่ 1 มิ.ย. 64 ที่ สภ.เมืองพิษณุโลก โดยคดีนี้มี แน่งน้อย อัศวกิตติกร แห่ง ศชอ. เป็นผู้กล่าวหา

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการดำเนินคดีมาตรา 112 กับเยาวชนที่แสดงความคิดเห็นและเข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง หากแต่มีเยาวชนอีก 6 คนที่ถูกดำเนินคดี ม.112 นี้เช่นกัน
 
“สายน้ำ” ผู้ต้องหาในคดีมาตรา 112 กรณีใส่ชุดครอปท็อปเข้าร่วมในการชุมนุม #ม็อบ29ตุลา ปี 63 “รันเวย์ของประชาชน” หน้าวัดแขก ถนนสีลม

คนแรกที่ถูกตั้งข้อหาความผิดตามมาตรา 112 ‘สายน้ำ’ (สงวนชื่อ-นามสกุล) เยาวชนอายุ 16 ปี จากกรณี ใส่เสื้อครอปท็อป เข้าร่วมกิจกรรมรันเวย์ประชาชน จัดโดย คณะราษฎร (รุ่นใหม่) เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 63

สถานะคดีของสายน้ำขณะนี้ เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.ยานนาวา เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 63 ก่อนถูกนำตัวไปขอหมายควบคุมที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง และศาลมีคำสั่งอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว โดยการประกันหลักทรัพย์ จำนวน 8,000 บาท

ธนกร หรือ เพชร อายุ 18 ปี (แต่ขณะถูกดำเนินคดีตอนอายุ 17 ปี) ถูกดำเนินคดีข้อหา ม. 112 กรณีร่วมปราศรัย ม็อบ 6 ธ.ค. 63 วงเวียนใหญ่ และใส่เสื้อครอปท็อป เดินห้างสยามพารากอน เมื่อ 20 ธ.ค. 63

ธนกร (สงวนนามสกุล) หรือ ‘เพชร’ เยาวชนอายุ 18 ปี ผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) ถูกดำเนินคดีจากกิจกรรมทางการเมือง คดีตามมาตรา 112 จำนวน 2 คดี ได้แก่ ปราศรัย ม็อบ 6 ธ.ค. 63 ที่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน วงเวียนใหญ่ และใส่ครอปท็อปเดินห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 63
 

ธนกร (สงวนนามสกุล) หรือเพชร เยาวชนอายุ 18 ปี ขณะเข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดี ม.112 ที่ สน.บุปผาราม ม็อบ 6 ธ.ค. 63 วงเวียนใหญ่ เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 64 (ที่มา ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน)

สำหรับคดีแรก กรณีปราศรัยที่วงเวียนใหญ่ 6 ธ.ค. 63 ศูนย์ทนายฯ รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 64 ธนกรถูกพนักงานสอบสวน สน.บุปผาราม แจ้งข้อกล่าวหา มาตรา 112 พร้อมกับชูเกียรติ แสงวงค์ และ วรรณวลี ธรรมสัตยา โดยคดีมีนายจักรพงศ์ กลิ่นแก้ว แกนนำกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) เป็นผู้กล่าวหา

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 64 ขณะที่ ธนกร เดินทางไปที่ สน.บุปผาราม เพื่อรายงานตัวรับทราบข้อกล่าวหา ก่อนพบว่าอัยการได้สั่งฟ้องคดีต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลางไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา

ในวันเดียวกัน สน.บุปผาราม ทำเรื่องส่งตัว ธนกร ไปที่ศาลเยาวชนฯ เพื่อยื่นขอควบคุมตัว และศาลได้อนุญาตตามคำร้อง ก่อนมีคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวธนกร โดยวางหลักทรัพย์เงินสด 5,000 บาท จากกองทุนดาตอร์ปิโด และคดีถูกแยกจากของชูเกียรติและวรรณวลี เนื่องจากขณะเกิดเหตุ ธนกร ยังเป็นเยาวชนอายุ 17 ปี ปัจจุบัน คดีนี้ของธนกรอยู่ในชั้นพิจารณาคดีในศาลเยาวชนฯ

นับเป็นคดีมาตรา 112 ของเยาวชนคดีแรกที่ถูกยื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนฯ นับตั้งแต่ ประยุทธ์ จันทร์โอชา แถลงเมื่อ 19 พ.ย. 63 ระบุ “จะบังคับใช้กฎหมายทุกฉบับ ทุกมาตราที่มีอยู่ ดำเนินการต่อผู้ชุมนุมที่กระทำ ความผิด ฝ่าฝืนกฎหมาย เพิกเฉยต่อการเคารพสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น”

คดีที่ 2 ที่ธนกร ถูกดำเนินคดี ม.112 คือกรณีใส่ครอปท็อป เดินห้างสยามพารากอน ร่วมกับสมาชิกแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้แก่ พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง และ เบนจา อะปัญ นอกจากนี้ ยังมีไมค์ ภาณุพงษ์ จาดนอก และ ณัฐ (นามสมมติ) เยาวชนอายุ 17 ปี ถูกดำเนินคดีด้วยข้อหานี้เช่นกัน

ธนกร รับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.ปทุมวัน เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 64 และคดียังอยู่ในชั้นสอบสวนของตำรวจ

หมายเหตุ ขณะถูกแจ้งความ ธนกร ยังเป็นเยาวชนอายุ 17 ปี โดยตามกฎหมายของไทย ผู้เป็น ‘เยาวชน’ จะมีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป-18 ปีบริบูรณ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักกิจกรรม-เยาวชน เข้ารับทราบ ม.112 ที่ สน.ปทุมวัน หลังจัดกิจกรรมแต่งครอปท็อปที่พารากอน
ณัฐ (นามสมมติ) เยาวชนอายุ 17 ปี จากกรณีใส่เสื้อครอปท็อปเดินห้างสยามพารากอน เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 63

ณัฐ (นามสมมติ) เยาวชน อายุ 17 ปี ถูกดำเนินคดี ม.112 จากกรณีใส่เสื้อครอปท็อปเดินห้างสรรพสินค้า สยามพารากอน เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 63 จัดโดย แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ขณะที่คดีนี้มี ว่าที่ ร.ต.นรินทร์ ศักดิ์เจริญชัยกุล ประชาชนผู้เป็นสมาชิกกลุ่มไทยภักดี เป็นผู้เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดี

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า สถานะทางคดีตอนนี้ ณัฐ เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.ปทุมวัน เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 64 และคดียังอยู่ในชั้นสอบสวนของตำรวจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักกิจกรรม-เยาวชน เข้ารับทราบ ม.112 ที่ สน.ปทุมวัน หลังจัดกิจกรรมแต่งครอปท็อปที่พารากอน

ภูมิ หัวลำโพง (นามสมมุติ) เยาวชน อายุ 17 ปี จากกรณีติดตามการจับกุม ‘นิว’ สิริชัย นาถึง และสาดอาหารสุนัข หน้า สภ.คลองหลวง 14 ม.ค. 64

ภูมิ หัวลำโพง เยาวชนอายุ 17 ปี ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ม.112 เพิ่มเติม จากกรณีติดตาม ‘นิว’ สิริชัย นาถึง นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสาดอาหารสุนัข พร้อมชักธงแดงขึ้นเสาธง ที่สถานีตำรวจภูธร (สภ.) คลองหลวง เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 64

ทั้งนี้ แต่เดิม ภูมิ ถูกดำเนินคดี ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ. โรคติดต่อ จากกรณีติดตาม นิว สิริชัย นาถึง เท่านั้น แต่เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 64 มีการแจ้งข้อหาเพิ่ม ม.112

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตร.จับกลางดึก นศ.สมาชิก 'ธรรมศาสตร์และการชุมนุม' แจ้งข้อหา ม.112

ตร.คุมฝูงชนพร้อมรถฉีดน้ำคุมสภ.คลองหลวงรอรับประชาชน 22 คนเข้ารายงานตัวคดีตามหาตัว 'นิว สิริชัย' และให้กำลัง 'เดฟ ชยพล'

เสกจิ๋ว (นามสมมติ)-โป๊ยเซียน (นามสมมติ) เยาวชน อายุ 14 และ 15 ปี ถูกแจ้ง ม.112 จากกรณี ม็อบ 20 มีนา ปี 64 ชุมนุมท้องสนามหลวง

22 มี.ค. 64 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า จากเหตุชุมนุม #ม็อบ20มีนา ณ ท้องสนามหลวง มีเยาวชน 2 คน เสกจิ๋ว (นามสมมติ)-โป๊ยเซียน (นามสมมติ) อายุ 14 และ 15 ปี ถูกจับกุมบริเวณ ถ.พระราม 6 บนรถแท็กซี่ โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าทั้ง 2 คน พ่นสี ทิ้งขยะ รวมถึงจุดไฟเผาพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 10 ในระหว่างการชุมนุม จึงได้ควบคุมตัวทั้ง 2 คนไปสอบสวนที่ บก.ตชด. ภาค 1 จ.ปทุมธานี แต่เยาวชนทั้ง 2 คนให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และไม่ยินยอมลงชื่อในบันทึกการจับกุม โดยมีผู้ปกครองร่วมรับฟังการสอบสวน หลังจากนั้นตำรวจจึงปล่อยตัวทั้ง 2 คน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา 5 ข้อ ได้แก่ ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112, มาตรา 215, มาตรา 216, ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ ทั้งยังนัดหมายให้ผู้ปกครองพาเยาวชนทั้ง 2 คนไปตรวจสอบการจับกุมที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางในวันที่ 21 มี.ค. 2564 ซึ่งศาลอนุญาตให้ประกันตัวเยาวชนทั้ง 2 คน โดยต้องวางหลักทรัพย์ประกันตัวคนละ 20,000 บาท

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 64 พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม มีการเปลี่ยนรายละเอียดในสำนวนคดี จึงออกหมายเรียกให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 คน เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาอีกครั้งที่ สน.ชนะสงคราม ทั้งนี้ ไม่มีการแจ้งความเพิ่มกับเยาวชนทั้ง 2 คน แต่อย่างใด

ทนายความแจ้งกับผู้สื่อข่าวประชาไทว่า คดีในชั้นตำรวจเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว ต่อจากนี้จะเป็นขั้นตอนของพนักงานอัยการ โดยพนักงานอัยการนัดหมายให้เยาวชนผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 คนพร้อมทนายความ เดินทางเข้ารับฟังคำสั่งว่าจะฟ้องคดีหรือไม่ ในวันที่ 2 ก.ค.นี้

ปัจจุบัน เสกจิ๋ว อายุ 15 ปีบริบูรณ์ แต่ขณะถูกแจ้งข้อหา เสกจิ๋ว อายุ 14 ปีเท่านั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

#ม็อบ20มีนา REDEM ชุมนุมสนามราษฎร ส่งสาสน์ร้องจำกัดอำนาจกษัตริย์และลงมาอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ

คุมผู้ชุมนุม #ม็อบ20มีนา ไป บก.ตชด. ภาค1 ปทุมธานี พบอย่างน้อย 3 คนต่ำว่า 18 ปี

เยาวชนอายุ 15 ปีที่โดน ม.112 รับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มจากเหตุชุมนุม #ม็อบ20มีนา

28 พ.ค. 64 เยาวชนหญิง อายุ 14 ปี ได้รับหมายเรียก ม.112 จาก สภ.พิษณุโลก

28 พ.ค. 64 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ข้อความบนช่องทางสื่อโซเชียลมีเดีย ‘ทวิตเตอร์’ เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ได้รับแจ้งจากเยาวชน (สงวนชื่อ-นามสกุล) อายุ 14 ปี ในจังหวัดพิษณุโลก ว่าได้รับหมายเรียกจากสถานีตำรวจภูธร (สภ.) เมืองพิษณุโลก ให้ไปรับทราบข้อหา ม.112 วันที่ 1 มิ.ย. 64


หมายเรียก ม.112 เยาวชนอายุ 14 ปี (ที่มา เฟซบุ๊กเพจ NU-Movement)

คดีมี ‘แน่งน้อย อัศวกิตติกร’ สมาชิกศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด bully ทางสังคมออนไลน์ (ศชอ.) เป็นผู้กล่าวหา และก่อนหน้านี้ เธอเคยแจ้งความ ม.112 นักกิจกรรมมาแล้วหลายคดี เช่น ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง นักกิจกรรมจากแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบเหตุแห่งความผิด แต่คาดว่ามาจากการโพสต์เฟซบุ๊ก ซึ่งยังไม่ทราบว่าโพสต์ไหน อย่างไร

ต่อมา สำนักข่าวมติชน รายงานเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 64 ว่า แน่งน้อย อัศวกิตติกร ผู้แจ้งความตาม ม.112 เยาวชนหญิง (ไม่เปิดเผยชื่อ-นามสกุล) อายุ 14 ปี โพสต์ข้อความเปิดเผยเหตุผลที่แจ้งความ บนสื่อโซเชียลมีเดีย ‘เฟซบุ๊ก’ โดยใช้ชื่อกลุ่มเฟซบุ๊กสาธารณะ นามว่า 'Nangnoi Noi Assawakittikorn' ดังนี้

“ขอเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นนะคะ กรณีที่เราแจ้งความเด็กที่กำลังเป็นประเด็น บางท่านไม่ทราบที่มาที่ไปว่าเป็นอย่างไร เริ่มเมื่อพรรคสีส้มเข้ามาบ้านเราที่พิดโลก (ผู้สื่อข่าว - จังหวัดพิษณุโลก) มีเพจนึงที่คอยปลุกปั่น ยุแหย่ใส่สมองให้เด็กเกลียดชังสถาบัน มีวันนึงน้องในเฟซส่งภาพมาให้ดู เราตกใจมาก โกรธด้วยว่าทำไมถึงดูหมิ่นสถาบันได้ขนาดนี้ จากนั้นเราเอาภาพที่ได้มาไปแจ้งความ ในระหว่างนั้นก็ต้องเข้าไปเช็กว่าใครเป็นคนโพสต์เรื่องนี้ ค่อนข้างตกใจ เพราะคือเด็ก นร.รร.ดังคนนึง แต่ความผิดสำเร็จแล้ว เราแจ้งความไปแล้ว…จากนั้น เราปล่อยเวลาให้มันผ่านไปนานมาก หลายเดือนหลังจากแจ้งความ ด้วยมีความหวังว่าเอาน่า สักวันเด็กคนนี้อาจจะกลับใจได้บ้าง เกือบๆ ครึ่งปีถ้าจำไม่ผิด แต่ความหวังนั้นสูญสลาย เพราะเด็กคนนั้นไม่มีสำนึกดีใดๆ เกิดขึ้นแม้แต่น้อย ยังโพสต์ดูหมิ่นและเกลียดชังสถาบันไม่จบไม่สิ้น ณ ตอนนี้ คดีนี้ก็คงต้องให้เป็นไปตามกฎหมายละค่ะ ถามว่าเราทำลายอนาคตเด็กไหม เราไม่เคยมีความคิดเช่นนั้น ด้วยการให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ แต่สุดท้ายล้มเหลว..ก็ขอให้อยู่ในอำนาจของศาลละกันค่ะ พี่แน่งคงทำอะไรไม่ได้ละ กรรมใดใครก่อ คนนั้นก็รับกรรมไปนะคะ ส่วนคนที่เข้ามาบูลลีพี่แน่ง..ท่องไว้เลยค่ะ ทุกคำด่า มีราคาต้องจ่าย # มีเด็กหลายคนที่ทำแบบนี้ พี่แน่งให้อภัย แต่เคสนี้ขอให้กฎหมายจัดการละค่ะ” ข้อความของแน่งน้อย อัศวกิตติกร ในเพจเฟซบุ๊ก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เยาวชนวัย 14 ถูกเรียกรับทราบข้อหา ม.112 ที่ สภ.เมืองพิษณุโลก

แก่กะโหลกกะลาจิงๆ ใช่ว่าอาหารไทยแน่ที่สุด ไม่มีมีจุดอ่อน



Kasian Tejapira
May 29 at 9:04 PM ·

จุดอับของการหลงชาติแบบอนุรักษนิยม
%%%%%
ทันทีที่คุณคิดว่า "อาหารไทย" ประเสริฐที่สุดที่เป็นไปได้ในโลกแล้ว
"อาหารไทย" ก็จะถูกแช่แข็งตายซากและหยุดพัฒนาทันที
(ป.ล. คุณสามารถแทนที่คำว่า "อาหาร" ด้วยอะไรอย่างอื่นของไทยก็ได้ มันจะลงเอยแบบเดียวกัน)
...
Yos Santasombat
แก่กะโหลกกะลาจิงๆ

Prach Panchakunathorn
ผมว่าอาหารไทยมีจุดอ่อนหลายอย่าง เช่น
- ทำอาหารที่รสชาติอ่อนแต่ subtle ได้ไม่ดี (อย่างพวกซุปใสนี่สู้จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม ไม่ได้เลย)
- ไม่ค่อยใส่ใจกับระดับความสุกของเนื้อสัตว์
- ใช้แป้งไม่เก่ง, ใช้ถั่วไม่เก่ง, ใช้ root vegetables ไม่เก่ง, ใช้ของดิบไม่เก่ง
- แปรรูปเครื่องเทศไม่เก่ง (ส่วนใหญ่ใช้แต่ herbs สด)

ชวนสลิ่มดูข่าวผล#การให้เงินโดยตรงกับปชช.โดยไม่ผ่าน #เป่าตัง (พ่อมึง) กับการบริหารจัดการเรื่องฉีดวัคซีนที่ดี รบ.ไบเดน ช่วยเศรษฐกิจฟื้นเร็ว



Pipob Udomittipong
17h ·

ชัดเจนมากกว่า รบ.ไบเดนเน้น #การให้เงินโดยตรง “direct payment” กับปชช. ไม่ต้องให้ผ่านหน่วยงานของรัฐหรือภาคธุรกิจ จนถึงตอนนี้ ปชช.อเมริกันแต่ละคน ได้เงินโดยตรงแบบไม่มีเงื่อนไขจากรัฐผ่าน stimulus checks และมาตรการอื่น ๆ แล้วกว่า 50,000 เหรียญและยังจะได้อีกก้อนใหญ่

การให้เงินโดยตรงแบบนี้ให้ผลชัดเจนมาก ไตรมาศแรกศก. #สหรัฐฯ โต 6.4% ถือว่าโตมากสุดในรอบทศวรรษ ส่วนคนยากจนลดลงหนึ่งในสาม

#สหรัฐฯ ให้เงินปชช.โดยไม่ผ่าน #เป่าตัง (พ่อมึง) ในหลายรูปแบบ ทั้งการให้เงินโดยตรงผ่านธนาคาร การหักลดหย่อนภาษีเพิ่มขึ้น การให้เงินอุดหนุนครอบครัวที่มีลูกเล็ก รายละ 2,000-3,000 เหรียญ/ปี สำหรับครอบครัวที่ไม่มีลูก มีการเพิ่มระดับฐานภาษีรายได้ให้สูงขึ้น เงินสนับสนุนพิเศษสำหรับครอบครัวที่จนสุด สิทธิประโยชน์ของคนว่างงาน การรักษาพยาบาล ฯลฯ

รบ.ของเขามุ่งให้เงินโดยตรงกับปชช. โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ จะเอาไปซื้อเหล้าหรืออะไรก็ได้ โต ๆ กันแล้วแม่ง คิดเองได้ ไม่ต้องให้ผ่าน #คนละครึ่ง หรือโครงการห่าเหวที่เอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจ นายหน้า ต้องจ่ายค่าหัวคิว

เรามีนักเศรษฐศาสตร์เยอะแยะ แต่คนมีอำนาจตัดสินใจเป็นคนที่ไม่ไว้วางใจปชช. เห็นว่าปชช.โง่ (มึงนั่นแหละโง่) เพราะปชช.ไม่ได้เลือกมันมาทำงาน ไม่มี accountability มีแต่ความโง่และโอหัง ทำไมไม่คิดบ้างว่า การให้เงินโดยตรงที่ปท.พัฒนาแล้วเขาทำกันมันให้ผลดีกว่ายังไง ไอเดียคล้าย ๆ กับ universal basic income ซึ่งแม่งก็คงไม่รู้จักเหมือนกัน
https://www.washingtonpost.com/.../biden-stimulus.../
Pipob Udomittipong

ลืมพูดไปว่าศก.สหรัฐฯ rebound กลับมาแรง ๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความสำเร็จของการฉีดวัคซีนด้วย


pencer Isenberg
ปีที่แล้ว กลุ่มสลิ่มเย้ยหยัน US มากๆ ว่า ตายกันเป็นเบือ ไม่มีประสิทธิภาพการคุ้มครอง ฯลฯ ก็ขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์และ priority ที่ผู้นำประเทศทำไว้ แต่เมื่อเขา Rebound ได้ และ มีนวัตกรรมสร้างวัคซีนเองจนเป็นผลสำเร็จหลายตัว ตอนนี้ ก็กลับกลายเป็นว่า คนที่แช่งด่าสหรัฐเมื่อปีที่แล้ว ต่างพยายามขวนขวายมาหาวัคซีนที่นี่กัน โคตรจะ hypocrite จริงๆ

เคยมียุคไหนการเป็นคนไทยมันน่าอายกว่ายุคนี้มั้ยอะ เจออีก เกาหลีใต้จับ ‘ยาไอซ์’ จากไทย ซ่อนในถุงอาหารเสริม มูลค่ากว่า 374 ล้านบาท



Thida Plitpholkarnpim
3h ·
เคยมียุคไหนการเป็นคนไทยมันน่าอายกว่ายุคนี้มั้ยอะถามจริง

The Momentum
7h ·
เจออีก เกาหลีใต้จับ ‘ยาไอซ์’ จากไทย ซ่อนในถุงอาหารเสริม มูลค่ากว่า 374 ล้านบาท
.
วันนี้ (31 พฤษภาคม 2021) สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้รายงานว่า อัยการเขตซูวอน ทางตอนใต้ของกรุงโซล นำตัวชาวไทยอายุ 32 ปี จากตำรวจไปฝากขังต่อศาล หลังตำรวจจับกุมตัวในข้อหาขนเมทแอมเฟตามีน หรือ ‘ยาไอซ์’ จากประเทศไทย 1.34 แสนโดส น้ำหนักกว่า 4 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 1.34 หมื่นล้านวอน (ประมาณ 374 ล้านบาท) โดยคนไทยคนดังกล่าวถูกจับกุมได้ หลังขนยาไอซ์ผ่านเที่ยวบินจากประเทศไทย เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา
.
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหานำเข้ายาเสพติดปริมาณกว่า 4 กิโลกรัม โดยซ่อนเมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์ในถุงอาหารเสริมโปรตีน ซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้รับข้อเสนอให้ขนเมทแอมเฟตามีนด้วยค่าจ้าง 2 แสนบาทไทย
.
สำนักข่าวยอนฮับรายงานด้วยว่า เฉลี่ยแล้ว ตั้งแต่ปี 2004-2019 เกาหลีใต้ สามารถจับกุมเมทแอมเฟตามีนได้ราว 33 กิโลกรัมต่อปี และปริมาณเมทแอมเฟตามีนมากกว่า 12% ที่ถูกจับกุมในแต่ละปีมาจากประเทศไทย
.
ขณะเดียวกัน อัยการยังได้แถลงการจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาชาวไทยอีก 5 คน ชาวเกาหลีใต้ 2 คน ในข้อหาลักลอบนำเข้าสารต้องห้ามหลายชนิด ได้แก่ เมทแอมเฟตามีน 170 กรัม, ยาบ้า 1,576 เม็ด, เคตามีน (ยาเค) 97 กรัม, ยาอี 55 เม็ด และแอลเอสดีอีกจำนวนหนึ่ง เข้าประเทศเกาหลีใต้ ผ่านทางไปรษณีย์ทางอากาศ นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ต่อเนื่องจนถึงเดือนนี้
.
อัยการเขตซูวอนยังได้แถลงด้วยว่า การปราบปรามยาเสพติดเหล่านี้ เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของศุลกากรอินชอน และหน่วยงานรัฐอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
.
สำหรับการจับยาไอซ์ที่เกาหลีใต้ ถือเป็นการจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่นอกประเทศ ครั้งที่ 3 ในรอบเดือนพฤษภาคมที่ล้วนแต่มีผู้ต้องหาเป็นชาวไทย โดยมีการจับกุมก่อนหน้านี้ที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา และครั้งที่ 2 มีการจับกุมเฮโรอีน มูลค่ากว่า 900 ล้านบาท จากเรือสินค้าไทยที่ฮ่องกง เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา
.
ที่มา: https://en.yna.co.kr/view/AEN20210531009000315
.
ภาพ: Getty Images
.
#TheMomentum #StayCuriousBeOpen #Methamphetamine #ยาไอซ์ #เกาหลีใต้ #ยาเสพติด

ดูเหมือน เชื้อไม่ทิ้งแถว แม้เหตุจะเกิดในเมกา




ฝีมือบริหารบกพร่องตั้งแต่แรก รถไฟไทย-จีนส่อดีเลย์ 7 ปีงบบาน 2 หมื่นล้าน ปมมรดกโลกอยุธยาไร้ทางออก


https://mgronline.com/business/detail/9640000052221

เกริกพล พลภาค shared a link.
12h ·

ไม่ว่าจะใช้รูปแบบใดก่อสร้างสถานีอยุธยาจะต้องศึกษาเรื่อง HIA (Heritage Impact Assessment) ผลกระทบมรดกวัฒนธรรม แต่เนื่องจาก รฟท.ไม่เคยศึกษาเรื่อง HIA แบบนี้มาก่อน อีกทั้งในประเทศไทยไม่มีโครงการไหนทำมาก่อน
.
เรื่องค่าก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่ปัญหา แต่ประเด็นอยู่ที่ระยะเวลาโครงการต้องล่าช้าออกไป 5-7 ปี จะก่อสร้างรูปแบบไหนทางด้านเทคนิคและวิศวกรรมนั้นสามารถดำเนินการได้หมด
.
สำหรับที่มีการออกแบบเป็นโครงสร้างยกระดับ แต่หากจะปรับแบบลดเป็นทางระดับดิน หลักการออกแบบจะต้องให้สูงกว่าระดับน้ำท่วงสูงสุด 100 ปีของอยุธยา ซึ่งยึดที่ปี 2554 พบว่าคันทางรถไฟจะมีความสูงประมาณ 7 เมตร เพื่อไม่ให้มีปัญหาน้ำท่วม แต่หากต้องการให้เป็นทางรถไฟระดับเดิม ทางเทคนิคก็ทำได้ โดยต้องออกแบบให้มีกำแพงกันน้ำ และระบบระบายน้ำตลอดแนวและโครงสร้างใต้ดินจะต้องมีเข็มรองรับพื้นทางวิ่งระบบรถไฟความเร็วสูงไปตลอดแนว โดยจะต้องออกแบบใหม่และทำรายงาน EIA ใหม่เช่นกัน
.
ได้รับอนุมัติรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว ซึ่ง รฟท.เข้าใจแนวคิดและมุมมองของกรมศิลปากรเกี่ยวกับเรื่องมรดโลก ซึ่งรัฐบาลคงต้องเร่งพิจารณาแก้ปัญหาไม่เช่นนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่โครงการจะล่าช้าและไม่สามารถเปิดให้บริการได้ตามแผนในปี 2569 หรือปี 2570”
.
รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (31 พ.ค.) ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุด คดีการประกวดราคาจ้างก่อสร้าง โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน สัญญาที่ 3-1 งานโยธา ช่วงแก่งคอย-กลางดง และช่วงปางอโศก-บันไดม้า ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น
...
โชด อุมาพร
บกพร่องตั้งแต่แรก ทีศึกษา. โครงการ ผมเคยแนะนำแล้วว่าสถานีรถไฟอยุธยามีปัญหาแน่นอนคือน้ำท่วมบ่อย. แต่ก้อมีเจ้าที แถวนั้นต้องการให้ผ่านทีดินของเขา ทั้งๆทีแนวทางสายเอเชียรอบเมืองจะดีกว่า.

อ่านความเห็นอื่นๆที่
https://www.facebook.com/groups/164027930945387/permalink/751456328869208

เหตุผลที่องค์การอนามัยโลกตัดสินใจ “เลื่อน” การอนุมัติวัคซีน Sinovac เพื่อไปใช้ในยามฉุกเฉินไปจนถึงเดือนมิถุนายน


Doungchampa Spencer-Isenberg
19h ·

จากข่าวที่ลงไว้เกี่ยวกับวัคซีนของ Sinovac (หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Coronavac):
.
1. องค์การอนามัยโลกตัดสินใจ “เลื่อน” การอนุมัติวัคซีน Sinovac เพื่อไปใช้ในยามฉุกเฉินไปจนถึงเดือนมิถุนายน
.
.
2. องค์การอนามัยโลก เรียกร้องให้ Sinovac ส่งรายละเอียดเกี่ยวกับ ข้อมูลเรื่องความปลอดภัยของวัคซีน รวมไปถึงกระบวนการการผลิตวัคซีน เพื่อประเมินว่า ทางโรงงานผลิตมีการดำเนินการความสอดคล้องกับมาตรฐานขององค์การอนามัยโลกหรือไม่ (สำนักข่าวของ Wall Street Journal ระบุที่มาจากบุคลากรที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้)
.
.
-----------------------------------------
.
.
3. เหตุผลหลายอย่างของการเลื่อนการตัดสินใจออกไปคือ:
.
3.1. Sinovac ไม่สามารถระบุได้ว่า สามารถส่งมอบวัคซีนให้กับโครงการ COVAX ได้เป็นจำนวนกี่โดส เนื่องจากหน่วยงานต่างๆ ในโครงการ COVAX มีการทำสัญญาและข้อตกลงพิเศษกับผู้ผลิตในการซื้อวัคซีนให้กับประเทศยากจน
.
3.2. ในขณะที่ บริษัทผลิตวัคซีนอื่นๆ อย่างเช่น AstraZeneca, Pfizer และ Johnson & Johnson ได้รับการอนุมัติเข้าร่วมโครงการ COVAX แต่การที่ Sinovac ไม่มีประสบการณ์ในเรื่องเหล่านี้ ทำให้ความล่าช้าเกิดขึ้น
.
3.3. ยังไม่ทราบได้ว่า ทำไม Sinovac ถึงมีความบกพร่องในการส่งข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับวัคซีนของตนเองไม่ได้ตามกำหนดเวลา ทั้งๆ ที่ การทดสอบทางคลินิก และการวิจัยในสถานที่จริงก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน
.
.
4. คณะกรรมการการอนุมัติได้สรุปว่า ไม่มีข้อมูลของวัคซีน Sinovac อย่างเพียงพอเพื่อที่จะตัดสินใจหรือแสดงความคิดเห็นได้
.
.
-----------------------------------------
.
.
5. การวิจัยข้อมูลและการทดสอบจากประเทศบราซิล ซึ่งมีผู้ได้รับวัคซีนมากกว่า 13,000 คน พบว่า ประสิทธิภาพของวัคซีนมีอยู่ที่ 50.38 เปอร์เซ็นต์ ต่อการติดเชื้อ ซึ่งข้ามเส้นยาแดงอย่างเฉียดฉิวที่ทางองค์การอนามัยโลกตั้งไว้อย่างต่ำที่ 50 เปอร์เซ็นต์ และ เป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่าวัคซีนอื่นๆ ทั่วโลก
.
.
6. ประเทศบราซิลเพิ่งจะหยุดการผลิตวัคซีน Sinovac เมื่อมีรายงานว่าทางการจีน ไม่ของส่งสารส่วนผสมให้เพราะมีเรื่องของ “ความเป็นปรปักษ์ทางการทูต” (Diplomatic ill-will) เนื่องจากมีการวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบเกี่ยวกับประเทศจีน ในปัจจุบัน โรงงานการผลิตวัคซีน Sinovac ของประเทศบราซิล ไม่มีวัตถุดิบใดๆ เหลืออยู่เพื่อการผลิตวัคซีน เนื่องจาก ผลิตภัณฑ์การขนส่งขาเข้า ยังติดค้างอยู่กับศุลกากรผู้ควบคุมการส่งออกจากประเทศจีนอยู่
.
.
-----------------------------------------
.
.
พอเห็นเรื่องนี้ เลยนึกถึงเอกสารที่เคยอ่านเกี่ยวกับกฎเกณฑ์การอนุมัติวัคซีนขององค์การอนามัยโลก เนื่องจาก เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีบุคลากรทางการแพทย์ของไทย แสดงความคิดเห็นว่า "ประสิทธิภาพ" ของวัคซีนไม่มีความสำคัญเท่าไรนัก..
.
.
1. องค์การอนามัยโลก มีกฎเกณฑ์อย่างมาตรฐาน และระบุเรื่องของประสิทธิภาพของวัคซีนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร (อย่างที่นำมาลงไว้) หากไม่สำคัญ ก็คงจะไม่อยู่ในกฎเกณฑ์การพิจารณาอย่างแน่นอน
.
.
2. ตัวเลขประสิทธิภาพของวัคซีน ซึ่ง่ตั้งไว้ให้อยู่ในระดับ "ที่ต้องการ" (Preferred) คือ 70 เปอร์เซ็นต์ ดูจากการฉีดทดสอบให้กับกลุ่มประชาชนและผู้สูงอายุ แต่ก็ยังยอมรับกับประสิทธิภาพ “ต่ำที่สุด” (Critical or Minimal) อยู่ที่ 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าจะต้องสามารถอธิบายอย่างละเอียดได้ว่า ทำไมตัวเลขถึงต่ำมาก รวมทั้ง ต้องหาเหตุผลหลายๆ อย่างเข้ามาช่วยสนับสนุนกับตัวเลขเหล่านั้น
.
.
3. หากตัวเลขประสิทธิภาพ (Efficacy Number) “ไม่มีความสำคัญ” เท่าไรนัก คำถามคือ ทำไมองค์การอนามัยโลกถึงระบุตัวเลขเหล่านี้เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเป็น Requirements ในขั้นตอนการอนุมัติวัคซีน "ทั่วโลก" เพื่อใช้ในยามฉุกเฉินกันล่ะคะ หรือว่า ประเทศไทยมี "ข้อยกเว้น" เรื่องเหล่านี้?
.
.
4. ถ้ายังคงมั่นใจว่า "ไม่สำคัญ" สิ่งที่ควรกระทำในขั้นต่อไปคือ การแสดงจุดยืนและเหตุผลของตนเอง ด้วยการเขียน abstract paper เพื่อให้แพทย์ผู้ชำนาญการ และ/หรือ ผู้เชี่ยวชาญในวงการแพทย์ที่อยู่ในสาขาเดียวกันทั่วโลก มาร่วมกันวิเคราะห์บทความของตนเอง ด้วยการถกประเด็นและให้เหตุผลจากการประชุมแบบ peer reviews
.
หากกลุ่ม peer reviews เห็นพ้องว่า ประสิทธิภาพของวัคซีน "ไม่สำคัญ" เหมือนกับที่ตนเองกล่าวไว้ หลังจากนั้น บทความก็สามารถเผยแพร่หรือตีพิมพ์ลงในนิตยสารทางการแพทย์ที่ได้รับการรับรองทั่วโลกได้ อย่างเช่น New England Journal of Medicine หรือ The Lancet กัน ซึ่งสามารถเป็นประโยชน์ให้กับมนุษย์ทุกๆ คนเป็นอย่างยิ่ง
.
.
ดิฉันขอตั้งข้อสังเกตและแสดงความคิดเห็นส่วนตัวให้เพื่อนๆ ได้ขบคิดกันในยามเช้าของวันจันทร์ต้นสัปดาห์ เชิญแชร์ได้ตามสบาย
.
.
Have a great and pleasant day ! Happy Monday ค่ะ
.
.
Doungchampa Spencer-Isenberg
.
.
อ้างอิง:
.
* https://health.economictimes.indiatimes.com/.../83027239
.
* https://www.who.int/.../who-target-product-profiles-for...

https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=4124772470899069&id=804632636246419